- หน้าแรก
- อุบัติการณ์วันสิ้นโลก ดันเกิดใหม่เป็นโลลิให้ยัยคลั่งรักนอนกอด
- บทที่ 4: หรือว่าผู้ติดเชื้อจะเป็นแค่มอนสเตอร์กระจอก?
บทที่ 4: หรือว่าผู้ติดเชื้อจะเป็นแค่มอนสเตอร์กระจอก?
บทที่ 4: หรือว่าผู้ติดเชื้อจะเป็นแค่มอนสเตอร์กระจอก?
บทที่ 4: หรือว่าผู้ติดเชื้อจะเป็นแค่มอนสเตอร์กระจอก?
...แสงแดดที่ควรจะมอบความอบอุ่นสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านลงมากระทบใบหน้าจิ้มลิ้ม ทว่ากลับไม่อาจมอบความอบอุ่นให้แก่ 'อวิ๋นเสี่ยวหนิง' ได้เลยแม้แต่น้อย
หลังจากถอนหายใจออกมาอย่างอับจนหนทางอีกครา เด็กสาวก็หลุบตาลง ถอดรองเท้า แล้วยกขาขึ้นมานั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่บนเก้าอี้
ดูเหมือนร่างกายนี้จะเสพติดสัมผัสยามที่ใช้วงแขนโอบกอดเรียวขาและลำตัวเข้าหากันแน่น ผิวเนียนละเอียดภายใต้ชุดกระโปรงบางเบาเบียดชิดกับถุงเท้ายาวสีขาวที่สวมอยู่ ก่อเกิดเป็นความรู้สึกปลอดภัยอันหนักแน่นและจับต้องได้ ช่วยให้เธอหลงลืมสายตาหลายคู่ที่กำลังจ้องมองมาอย่างหิวกระหายไปได้ชั่วขณะ...
ผ่านไปราวสองชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่เธอถูกฝูงสัตว์ประหลาดปิดล้อม
เวลานี้คือ 14:00 น. แต่ระบบก็ยังคงไร้การตอบสนอง มีเพียงเสียงคลื่นรบกวนดังซ่าๆ คล้ายกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
เสียงนั้นราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังที่ยังมาไม่ถึง
ทว่าในขณะที่ความหวังยังเดินทางมาไม่ถึง เหล่าสัตว์ประหลาดกลับยังคงยืนน้ำลายสอ จ้องมองเด็กสาวบอบบางตรงหน้าตาเป็นมันด้วยความตะกละตะกลาม
การพุ่งชนและปิดล้อม 'กำแพงอากาศ' ยุติลงไปนานแล้ว สัตว์ประหลาดส่วนใหญ่แยกย้ายกันไป แต่ยังมีพวกกัดไม่ปล่อยอีกไม่กี่ตัวที่ยังคงเดินวนเวียนรอบตัวอวิ๋นเสี่ยวหนิงอย่างไม่ลดละ
อวิ๋นเสี่ยวหนิงอดสงสัยไม่ได้ว่า ที่พวกมันไม่ยอมจากไป เป็นเพราะเนื้อตัวของเธอหอมหวานน่ากินกว่าคนอื่นหรือเปล่านะ?
อย่างไรก็ตาม นอกจากความสงสัยแล้ว อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็ไม่ได้เอาแต่หลบซ่อนตัวรอความตายอย่างโง่เขลา เธอยังคอยทดลองและเสี่ยงทำอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่อง 'ขอบเขตสมบูรณ์'
ในเมื่อระบบยังคงสแกนหา 'คนที่จะมาให้เกาะขาทองคำ' อยู่ เธอก็ทำได้เพียงศึกษา 'พลังพิเศษ' ของตัวเองฆ่าเวลาไปก่อน
กำแพงอากาศของ 'เส้นขอบเขต' ดูเหมือนจะป้องกันได้เพียงผู้ติดเชื้อและการโจมตีจากภายนอกเท่านั้น แต่มือและเท้าของเธอสามารถทะลุผ่านออกไปได้อย่างง่ายดาย
และทันทีที่ส่วนใดส่วนหนึ่งล้ำผ่านกำแพงอากาศออกไป ส่วนนั้นก็จะไร้ซึ่งการป้องกันทันที และเหล่าสัตว์ประหลาดก็จะกรูกันเข้ามา
นอกจากนี้ หนังสือ ปากกาบนโต๊ะ เสื้อผ้า หรือข้าวของอื่นๆ ที่เธอหาได้ ก็สามารถผ่านเข้าออกกำแพงอากาศได้อย่างอิสระ
ทว่าพวกโต๊ะเก้าอี้ที่ถูกสัตว์ประหลาดสัมผัส... อย่างเช่นเศษซากโต๊ะที่พวกตัวฉลาดบางตัวม้วนแล้วขว้างเข้ามา กลับถูกสกัดกั้นและดีดสะท้อนกลับไป
จากการสังเกตเบื้องต้น กำแพงอากาศนี้เปรียบเสมือนตะแกรงขนาดยักษ์ ที่คัดกรองเฉพาะสัตว์ประหลาดและ "ผลกระทบ" ที่พวกมันสร้างขึ้น... นี่แทบจะเป็น "เซฟโซนวันสิ้นโลก" ที่มีประสิทธิภาพสูงเลยทีเดียว
ขอเพียงก้าวเข้ามาในวงกลมที่อวิ๋นเสี่ยวหนิงขีดเส้นไว้ ผู้รอดชีวิตก็จะได้รับความคุ้มครองอย่างสมบูรณ์
ช่างเป็นพลังป้องกันที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้... เพียงแต่พลังพิเศษนี้ดูเหมือนจะเป็นสายสนับสนุนล้วนๆ โดยไม่มีความสามารถในการโจมตีเลย
อวิ๋นเสี่ยวหนิงเกาหัวแกรกๆ
ดูเหมือนว่าการพึ่งพาแค่พลังนี้เพียงอย่างเดียวคงไม่มีหนทางให้หลบหนีออกไปได้แน่
สงสัยคงต้องรอระบบและรอให้คนดวงแข็งมาช่วยเท่านั้นสินะ?
สถานการณ์ยังคงสิ้นหวัง สัตว์ประหลาดในห้องเรียนมีความอดทนสูงมาก ในขณะที่ท้องไส้ของเธอกำลังประท้วงอย่างบ้าคลั่ง ศีรษะมึนงง แม้แต่สติสัมปชัญญะก็เริ่มเลือนรางลงช้าๆ
เธอต้องยอมรับความจริงว่าเธอกำลังจะเป็นลมเพราะความหิว...
"หิว... หิวจะตายอยู่แล้ว"
ขืนไม่ได้กินอะไรเร็วๆ นี้ เธอคง... ความหิวโหยสูบพลังกายและเรี่ยวแรงของเธอไปจนเกลี้ยง ทำให้เธอไม่สามารถใช้พลังได้เป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่เมื่อครู่
ทุกครั้งที่พยายามจะกระตุ้นพลัง ภาพตรงหน้าจะมืดดับลงทันที อาการคล้ายกับภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
"จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย?"
เจ้าก้อนแป้งน้อยผมขาวเงยหน้าขึ้นมอง "ฝูงชน" ที่เดินขวักไขว่อยู่ในห้องเรียนอย่างหมดอาลัยตายอยาก
"เอ่อ... พวกนายไม่หิวกันบ้างเหรอ?"
"เพื่อนพ้องของพวกนายข้างนอกนั่นกินอิ่มจนพุงกางกันไปนานแล้วนะ จะยอมทนหิวเฝ้าฉันอยู่ที่นี่หรือไง?"
"ถึงฉันจะสวยมาก"
"แถมตัวก็หอมฟุ้ง... ร่างกายนุ่มนิ่มนี่อาจจะรสชาติดีมากๆ ก็เถอะ"
"แต่ยังไงพวกนายก็กินฉันไม่ได้อยู่ดีจริงไหม?"
ขณะที่พูด อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็ยื่นมือน้อยๆ ไปสะกิดขาอ่อนนุ่มนิ่มที่ห่อหุ้มด้วยถุงเท้ายาวสีขาวของตัวเอง ก่อนจะยกนิ้วขึ้นมาแตะจมูกสูดดม
พลันกลิ่นหอมคล้ายนมสดก็ลอยมาแตะจมูก ปลุกเร้าจินตนาการและความอยากอาหารให้พุ่งปรี๊ด!
ดูท่าทางเธอจะน่าอร่อยจริงๆ นั่นแหละ... แต่อวิ๋นเสี่ยวหนิงตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว
ต่อให้ต้องติดแหง็กจนอดตายอยู่ในวงกลมเล็กๆ นี้ เธอก็จะไม่มีวันเดินออกไปทิ้งชีวิตเปล่าๆ เด็ดขาด
ถึงจะอดตาย หิวน้ำตาย หรือต้องเปิดหน้าต่างกระโดดลงไปตาย เธอก็ไม่ยอมถูกพวกสัตว์ประหลาดฉีกร่างกินแน่ๆ... การตายแบบนั้นมันสยดสยองเกินไป เธอรับไม่ได้
"กรู๊ววว!!"
ดูเหมือนเหล่าสัตว์ประหลาดในห้องเรียนจะถูกการกระทำของอวิ๋นเสี่ยวหนิงยั่วยุเข้าให้แล้ว พวกมันจึงเริ่มส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งขึ้นมาทันที
พวกมันพากันดาหน้าพุ่งชนกำแพงอากาศของอวิ๋นเสี่ยวหนิงระลอกแล้วระลอกเล่าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เสียงเนื้อและเลือดกระแทกเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็นดังตุบตับต่อเนื่องไม่ขาดสาย
"ว้าย!"
อวิ๋นเสี่ยวหนิงสะดุ้งโหยงกับปฏิกิริยาตอบกลับฉับพลันของพวกมัน จนต้องถอยกรูดไปแนบชิดติดกำแพงอีกครั้ง... เธอเห็นสัตว์ประหลาดสองตัวที่ดูเหมือนจะโกรธจัด พุ่งชนจนร่างกายแหลกเหลวโชกเลือดโดยไม่สนใจความเจ็บปวด ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นสิ้นใจไปดื้อๆ
"?"
เจ้าพวกนี้มีสมองด้วยเหรอเนี่ย?
การยั่วยุได้ผลด้วยแฮะ?
อวิ๋นเสี่ยวหนิงอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่ในขณะเดียวกัน แผนการที่น่าจะเข้าท่าก็ผุดขึ้นมาในหัวของเด็กสาว
เธอจึงค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้กำแพงอากาศอย่างแผ่วเบาและเชื่องช้า จากนั้นก็เริ่มตะโกนด้วยน้ำเสียงที่จงใจดูถูกเหยียดหยามอย่างถึงที่สุด
"ไอ้พวกมอนสเตอร์กระจอก ไอ้พวกขยะติดเชื้อไร้ค่าเอ๊ย"
"มีน้ำยาแค่นี้เองเหรอ?"
"ชนเข้ามาอีกสิ!"
"ไอ้พวกตรงนั้นชนจนตัวแตกตายไปแล้วหรือไง?"
"กากจริงๆ ไม่ได้เรื่องเลยสักนิด!"
"กรู๊ววว! กรู๊ววว!! กรู๊ววว!!!"
การยั่วยุได้ผลดีเกินคาด!
ผู้ติดเชื้อจากระเบียงด้านนอกถูกล่อให้แห่กันเข้ามาสมทบ และเริ่มเปิดฉากโจมตีกำแพงอากาศอย่างบ้าคลั่งไร้สติไปพร้อมกับพวกที่อยู่ในห้องเรียน
"...?"
เมื่อเห็นสัตว์ประหลาดดาหน้ากันเข้ามาชนกำแพงตายไปทีละตัว อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็ถึงกับคิ้วกระตุก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
"เอาอีก!"
"เจ้าพวกกากเดน! เจ้าพวกมอนสเตอร์กระจอก!"
"ไอ้พวกไร้น้ำยา!"
เสียงหวานใสของเด็กสาวแทบจะไม่มีความน่าเกรงขามเลยสักนิด ทว่ากลับมีแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ต่อเหล่าผู้ติดเชื้อ
"โฮก! โฮก!!!"
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
เนื่องจากภาพที่ผู้ติดเชื้อพร้อมใจกันพุ่งชนจนร่างกายแหลกเหลวนั้นชวนคลื่นเหียนเกินไป อวิ๋นเสี่ยวหนิงจึงหันหน้าหนีกลับมาที่โต๊ะเรียน
แม้ปากจะไม่ลืมตะโกนด่าทอพวกผู้ติดเชื้อต่อไป แต่อวิ๋นเสี่ยวหนิงก็เริ่มจะประคองสติไม่ไหวแล้ว
ตอนนี้เธอกลับรู้สึกหิวกระหายยิ่งกว่าสัตว์ประหลาดพวกนั้นเสียอีก... ไม่ว่าจะยังไง เธอต้องหาอะไรใส่ท้องเดี๋ยวนี้
อวิ๋นเสี่ยวหนิงลูบท้องอันแบนราบอย่างอ่อนแรง แล้วเรียกหน้าต่าง 'ร้านค้าของระบบ' ขึ้นมาอีกครั้ง
เธอจำได้ว่ายังมี 'โทเคน' เหลืออยู่อีก 2 เหรียญ
ซึ่งสามารถนำมาซื้อเสบียงพื้นฐานในหน้า 'สินค้าพิเศษสำหรับมือใหม่' ได้
หลังจากไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน เธอจึงเลือกซื้อน้ำแร่หนึ่งขวดและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปรุงสุกพร้อมทานอีกหนึ่งถ้วย
นี่อาจจะเป็นอาหารกลางวันมื้อสุดท้ายของเธอ... อย่างน้อยก็ควรได้กินอะไรอุ่นๆ รองท้องบ้าง
สิ้นแสงสีทองที่สว่างวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตา เสบียงที่อวิ๋นเสี่ยวหนิงกดซื้อก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะเรียนจากความว่างเปล่า
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสซุปกระดูกหมูส่งกลิ่นหอมฉุย พร้อมไอร้อนที่ลอยกรุ่นขึ้นมายั่วน้ำลาย กระตุ้นความอยากอาหารของอวิ๋นเสี่ยวหนิงอย่างรุนแรง!
"อ่า... หอม... หอมจังเลย!"
แม้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะเป็นเพียงอาหารกันตายที่เรียบง่ายที่สุด แต่ในเวลานี้ มันกลับทำให้คนที่ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันอย่างอวิ๋นเสี่ยวหนิงแทบจะมัวเมาไปกับกลิ่นหอมของมัน
เธอปรายตามองเหล่าสัตว์ประหลาดด้านข้างที่ยังคงพุ่งชนกำแพงอากาศอย่างบ้าใบ้ด้วยหางตา
จากนั้นก็ส่ายหน้าอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะอ้าแขนออกแล้วประคองถ้วยบะหมี่ขึ้นมาอย่างทะนุถนอมราวกับกำลังอุ้มทารก
"ก-ก็... ไหนๆ เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว"
"กองทัพต้องเดินด้วยท้องล่ะนะ"
เจ้าก้อนแป้งน้อยผมขาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเข้าสู่โหมดสวาปามทันที!!