- หน้าแรก
- เล่ห์รักคุณหนูยอดนักตุน
- บทที่ 20 กลับไปเอาทะเบียนบ้าน แล้วรีบไปลงชื่อที่สำนักงานยุวชนซะ
บทที่ 20 กลับไปเอาทะเบียนบ้าน แล้วรีบไปลงชื่อที่สำนักงานยุวชนซะ
บทที่ 20 กลับไปเอาทะเบียนบ้าน แล้วรีบไปลงชื่อที่สำนักงานยุวชนซะ
กฎเกณฑ์การส่งเยาวชนลงสู่ชนบทนั้น จะคัดเลือกจากผู้ที่ว่างงานเป็นอันดับแรก โดยกำหนดให้หนึ่งครอบครัวต้องส่งตัวแทนไปหนึ่งคน ใครที่มีคุณสมบัติครบ ทั้งอายุถึงเกณฑ์ ยังไม่แต่งงาน และไม่มีงานทำ จำต้องถูกส่งไปชนบทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สรุปง่ายๆ คือทุกบ้านต้องมีคนไป
เซี่ยซือเซิงมีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง ทางโรงงานเก็บตำแหน่งไว้ให้เธอตั้งแต่ตอนที่เซี่ยหมิงเยว่เสียชีวิต พอเธออายุครบสิบแปดปีเรียนจบก็เข้าไปรับช่วงต่อทันที
แม้จี้เจียวเจียวจะอายุน้อยกว่าเซี่ยซือเซิงเล็กน้อย แต่ก็เรียนจบปีเดียวกัน ทว่าเซี่ยซือเซิงมีงานทำ แต่จี้เจียวเจียวกลับไม่มี
ส่วนหลัวชางเจวียนเองก็ไม่มีตำแหน่งงานอะไรจะส่งต่อให้ลูกสาวได้ หลังจากแต่งงานกับจี้ฉางอัน เธอก็ย้ายเข้ามาเสวยสุขในบ้านหลังใหญ่ของตระกูลเซี่ย วันๆ คอยปรนนิบัติจี้ฉางอัน ซักผ้า ทำกับข้าว แสร้งทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวเอาใจเซี่ยซือเซิง และคอยดูแลจี้เจียวเจียว ไม่เคยออกไปทำงานทำการที่ไหน
ส่วนจี้เถิงเฟยยังเรียนไม่จบ จึงยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องไปชนบทในรอบนี้
ดังนั้น สรุปแล้วคนเดียวในบ้านตระกูลเซี่ยที่เข้าข่ายต้องถูกส่งไปชนบทก็คือจี้เจียวเจียว
เดิมทีจี้เจียวเจียววางแผนจะเกลี้ยกล่อมให้เซี่ยซือเซิงยกคู่หมั้นนายทหารที่มีสัญญาหมั้นหมายกันมาแต่เด็กให้เธอ เพื่อที่เธอจะได้สวมรอยแต่งงานตามไปอยู่ค่ายทหารที่เกาะ วิธีนี้จะทำให้เธอรอดพ้นจากการถูกส่งไปใช้แรงงาน
แต่ผิดคาด เซี่ยซือเซิงไม่ยอม แผนนี้จึงพังไม่เป็นท่า
จี้เจียวเจียวยังเคยอ้อนวอนให้หลัวชางเจวียนกับจี้ฉางอันช่วยใช้เงินวิ่งเต้นซื้องานให้เธอทำ เพราะถ้ามีงานก็ไม่ต้องไปชนบท แต่วิ่งเต้นสอบถามอยู่นานก็คว้าน้ำเหลว
ในสมัยนี้งานประจำเปรียบเสมือนชามข้าวเหล็กที่มั่นคง แถมยังสืบทอดกันได้ ใครจะโง่ขายทิ้งง่ายๆ
ยิ่งใกล้วันเดินทาง จี้เจียวเจียวก็ยิ่งร้อนรน เธอมองจี้ฉางอันอย่างคาดหวัง
พ่อจะยอมไหมนะ?
ถ้าส่งเซี่ยซือเซิงไปแทน เธอก็จะรอด แถมยังอาจจะได้สวมรอยเอางานของนังนั่นมาทำฟรีๆ อีกด้วย
ส่งเซี่ยซือเซิงไปชนบทงั้นรึ?
จี้ฉางอันครุ่นคิด...
นี่มันความคิดที่เข้าท่าจริงๆ
ลูกทรพีคนนี้เดี๋ยวนี้ไม่เห็นหัวพ่ออย่างเขาแล้ว เดี๋ยวก็เอาตะเกียบแทงมือ เดี๋ยวก็เตะท้อง เดี๋ยวก็ตบหน้า
แถมยังพร่ำด่ากรอกหูเขาอยู่ได้ว่าเป็น 'เขยแต่งเข้า' เป็นสมบัติ 'ตระกูลเซี่ย'
เหยียบย่ำศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาจนจมดินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ส่งมันไปชนบทซะก็สิ้นเรื่อง บ้านจะได้สงบสุข ตัดตัวปัญหาไปได้เปลาะหนึ่ง
ต่อไปสมบัติพัสถานของตระกูลเซี่ยทั้งหมดก็จะตกเป็นของเขา!
พอเซี่ยซือเซิงไปตกระกำลำบากที่นั่น ไม่กี่ปีก็คงตาย ถ้ามันตายเมื่อไหร่ สิ่งที่คอยตอกย้ำความอัปยศในอดีตของเขาก็จะหายไปพร้อมกัน!
ตราบาปที่ว่าเป็นเขยแต่งเข้าก็จะไม่มีใครกล้าพูดถึงอีก!
คนอื่นต้องใช้เวลาสามรุ่นถึงจะกลับคืนสู่ตระกูลเดิม แต่เขาใช้แค่สองรุ่นก็พอ เขาจะเปลี่ยนข้าวของตระกูลเซี่ยให้กลายเป็น 'แซ่จี้' ของจี้ฉางอันคนนี้ให้หมด!!
จี้ฉางอันหันไปสั่งหลัวชางเจวียนเสียงเข้ม "คุณรีบกลับบ้านไปเอาทะเบียนบ้านมา แล้วไปจัดการลงชื่อมันที่สำนักงานยุวชนซะ ทำเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด อย่าให้มันรู้ตัวเด็ดขาด"
จากนั้นเขาก็หันไปกำชับจี้เจียวเจียวกับจี้เถิงเฟย
"พวกแกสองคนก็หุบปากให้สนิท ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้มันรู้"
"ถึงเวลาเจ้าหน้าที่จากสำนักงานยุวชนจะมาลากตัวมันขึ้นรถไฟไปเอง ต่อให้อยากหนีก็หนีไม่พ้น"
"ถึงตอนนั้นมันก็ไม่มีทางเลือกแล้ว!"
จี้เจียวเจียวหน้าบานด้วยความดีใจ "พ่อไม่ต้องห่วงค่ะ หนูไม่พูดแน่!"
จี้เถิงเฟยแทบจะกระโดดตัวลอย ยิ้มร่าจนปากกว้าง "ผมก็ไม่พูดครับ!"
เยี่ยมไปเลย!
นังแม่มดร้ายนั่นจะได้ถูกเนรเทศไปชนบทสักที จากนี้ไปในบ้านหลังนี้ นอกจากพ่อแล้ว เขาก็ใหญ่ที่สุด!!
หลัวชางเจวียนลอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ แต่ภายนอกยังแสร้งทำสีหน้ากังวล พูดกับจี้ฉางอันเสียงอ่อย
"แต่ชีวิตในชนบทมันลำบากมากเลยนะคะ..."