เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 พันธสัญญาห้วงมิติน้ำพุจิตวิญญาณ และปานดอกเหมย

บทที่ 12 พันธสัญญาห้วงมิติน้ำพุจิตวิญญาณ และปานดอกเหมย

บทที่ 12 พันธสัญญาห้วงมิติน้ำพุจิตวิญญาณ และปานดอกเหมย


แม่ไม่กลัวว่าเธอจะโดนเซี่ยซือเซิงตบตีบ้างหรือไร?!

นี่เธอยังใช่ลูกในไส้ของหลัวชางเจวียนอยู่หรือเปล่า?

ช่างลำเอียงจนน่าขบขันสิ้นดี!

จี้เจียวเจียวได้แต่บ่นกระปอดกระแปดในใจ แต่ก็ยอมเดินไปเก็บกวาดโต๊ะอาหารแต่โดยดี

บนโต๊ะยังมีกับข้าวเหลืออยู่เยอะ จี้เจียวเจียวจึงเดินเข้าไปหยิบปิ่นโตในครัวออกมา ก่อนจะกวาดข้าวและกับข้าวที่เหลือทั้งหมดลงไป

เมื่อเช้าเธอกินข้าวไปได้ไม่กี่คำก็ถูกเซี่ยซือเซิงอาละวาดใส่ จากนั้นก็ต้องรีบบึ้งไปโรงพยาบาล พอกลับมายังไม่ทันหายใจหายคอก็ถูกแย่งจี้หยกแถมยังโดนตบอีกฉาดใหญ่ ส่วนพ่อก็โดนเตะจนสลบเหมือดไปอีกรอบ

จนป่านนี้เธอก็ยังหิวโซ

จี้เจียวเจียวรีบยัดข้าวเข้าปากสองสามคำ พอห่ออาหารที่เหลือเสร็จ ก็รีบยกชาม จาน และตะเกียบเข้าไปในครัว

เธอเช็ดโต๊ะจนสะอาดเอี่ยม โดยเฉพาะคราบเลือดที่กระเซ็นเปรอะเปื้อนอยู่บนโต๊ะ

พอเช็ดเสร็จ ก็รีบไปตักน้ำใส่ถัง บิดผ้าถูพื้น แล้วนั่งลงเช็ดคราบเลือดบนพื้นต่อ

คราบเลือดแห้งกรังเช็ดออกยากเล็กน้อย แต่พอพรมน้ำลงไปให้ชุ่มก็เช็ดออกได้ง่ายขึ้น

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องโถงทันทีที่ผ้าเปียกสัมผัสกับรอยเลือด

เซี่ยซือเซิงกลับเข้าห้อง ลงกลอนประตูแน่นหนา แล้วนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง

เธอมองดูจี้หยกในมือ ก่อนจะเปิดกล่องเครื่องประดับ หยิบเข็มกลัดลวดลายวิจิตรออกมา

หญิงสาวง้างปลายเข็มออกเล็กน้อย เล็งไปที่ปลายนิ้วตัวเองแล้วจิ้มลงไปทันที

เธอจำได้ว่าในเนื้อเรื่องเดิม จี้เจียวเจียวได้รับบาดเจ็บโดยบังเอิญ เลือดจากบาดแผลหยดลงบนจี้หยก ทำให้มิติในจี้หยกเปิดออกและทำพันธสัญญากับเจ้าตัว

ในเมื่อจี้เจียวเจียวทำได้ เธอก็ต้องทำได้เหมือนกันใช่ไหม?

เลือดสีแดงฉานย้อมลงบนเนื้อหยก สีเขียวเข้มโปร่งแสงของมันพลันเปล่งประกายสดใสอย่างน่าอัศจรรย์

ภาพตรงหน้าของเซี่ยซือเซิงเริ่มพร่าเลือน ร่างกายโอนเอนวูบหนึ่ง ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่เวิ้งว้างสีขาวโพลน

ไม่ไกลจากสายตามีบ่อน้ำพุตั้งอยู่ น้ำในบ่อไหลรินหมุนเวียนส่งเสียงดังจอกแจก

พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเซี่ยซือเซิงแข็งกระด้าง ไร้ซึ่งวัชพืชหรือสิ่งมีชีวิตใดๆ

ภายในรัศมีสิบเมตรรอบตัวมองเห็นได้ชัดเจน แต่ถัดออกไปกลับเป็นหมอกขาวมัวซัว มองอะไรไม่เห็น

เซี่ยซือเซิงลองเดินเข้าไปในหมอกขาว แต่พอเข้าไปแล้วก็พบว่ามองไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ เธอจึงถอยกลับมาในระยะสิบเมตรเดิม

เพียงแค่กำหนดจิต ภาพเบื้องหน้าก็พร่าเลือนอีกครั้ง ร่างบางกลับมานั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอนดังเดิม

จี้หยกในมือหายไปแล้ว แต่กลับมีปานรูปดอกเหมยปรากฏขึ้นที่ข้อมือแทน

ดูราวกับมีใครมาวาดเอาไว้

ดอกเหมยสีแดงดอกเล็กขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลือง ขับผิวขาวผ่องของเธอให้ดูงดงามและบอบบางยิ่งขึ้น

เซี่ยซือเซิงลองแตะปานดอกเหมยที่ท้องแขน ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดและไม่ได้ถูกดึงเข้าไปในมิติ

เธอลองถูมันแรงๆ แต่ปานดอกเหมยก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ราวกับเป็นเพียงรอยสักธรรมดา

คราวนี้เซี่ยซือเซิงไม่ได้แตะต้องปานดอกเหมย แต่ลองใช้ความคิดแทน

ภาพตรงหน้าพร่ามัวอีกครั้ง ร่างของเธอก็หายวับเข้าไปในมิติ

หลังจากทดสอบกลับไปกลับมาหลายรอบ เธอก็มั่นใจ

การเข้าออกมิติไม่จำเป็นต้องแตะปานดอกเหมยที่ข้อมือ เพียงแค่ใช้ความคิดก็สามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ

ปานดอกเหมยเป็นเพียงสัญลักษณ์ว่ามิตินี้ผูกพันกับเธอแล้วเท่านั้น ไม่มีผลต่อการใช้งาน

ต่อให้จับปานดอกเหมยก็ไม่สามารถเข้าออกมิติได้

เซี่ยซือเซิงโล่งอก แบบนี้เธอก็ไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาแตะโดนปานดอกเหมยที่ข้อมือโดยบังเอิญ แล้วหลุดเข้าไปรู้ความลับของเธอเข้า

จบบทที่ บทที่ 12 พันธสัญญาห้วงมิติน้ำพุจิตวิญญาณ และปานดอกเหมย

คัดลอกลิงก์แล้ว