- หน้าแรก
- ระบบอัญเชิญพลิกชะตา ครองหล้าด้วยขุนพลเทพ
- บทที่ 46 - ขุนพลเทพที่แท้จริง
บทที่ 46 - ขุนพลเทพที่แท้จริง
บทที่ 46 - ขุนพลเทพที่แท้จริง
บทที่ 46 - ขุนพลเทพที่แท้จริง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"ท่านผู้บัญชาการลวี่คือเทพสงครามแห่งต้าชาง กระบวนท่าสูงส่งของท่านแม่ทัพ อวี่คงไม่กล้ารับไว้หรอก!" หวังอวี่กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่องทันควัน "แต่ว่า วันนี้ข้าได้จัดเตรียมคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อไว้ให้ท่านแม่ทัพแล้ว เชื่อว่ากระบวนท่าสูงส่งของท่านแม่ทัพ คนผู้นี้จะต้องไม่ปฏิเสธแน่นอน!"
"ดูท่าท่านผู้นี้คงต้องลงมือแล้วสินะ!" ลวี่เสินหมัวเบนสายตาไปที่หลิงตงไหล แม้เขาจะมั่นใจว่าสามารถเอาชนะหลิงตงไหลได้ แต่ก็คงทำได้แค่ชนะเท่านั้น สำหรับหลิงตงไหลแล้ว ลวี่เสินหมัวเองก็รู้สึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย!
ยอดฝีมือระดับเทียนเหรินขั้นปลาย อาจจะด้อยกว่าเขาอยู่บ้าง แต่ก็นับเป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว แถมระดับเทียนเหรินขั้นปลายคนนี้ยังให้ความรู้สึกอันตรายกว่ายอดฝีมือระดับเดียวกันในราชวงศ์ที่เขาเคยเจอเสียอีก อย่าคิดว่าในระดับเดียวกันจะไม่มีความแตกต่างของฝีมือ
"ชื่อเสียงท่านแม่ทัพลวี่เลื่องลือไปทั่วหล้า ข้าน้อยขอรับคำชี้แนะจากท่านแม่ทัพ!" เวลานี้หลิงตงไหลเปลี่ยนจากท่าทีของคนธรรมดาทั่วไป กลายเป็นดั่งกระบี่ที่ออกจากฝัก เขาจ้องมองลวี่เสินหมัวแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลิงตงไหลรู้ดีว่านี่คือศัตรูที่แข็งแกร่ง แข็งแกร่งกว่าศัตรูทุกคนที่เขาเคยเจอมา หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าตัวเขาเองเสียด้วยซ้ำ
"เชิญ!" ลวี่เสินหมัวคำรามลั่น ก่อนจะก้าวยาวๆ เดินออกไปที่ถนนใหญ่ด้านนอก หอจุ้ยเมิ่งไม่ใช่สถานที่ที่พวกเขาจะใช้ต่อสู้กัน ขืนพวกเขาสองคนลงมือเต็มกำลัง ที่นี่คงพังพินาศไม่เหลือซาก
เทียบกับลวี่เสินหมัวแล้ว หลิงตงไหลเคลื่อนที่ได้รวดเร็วกว่ามาก เพียงแค่กระโดดคราเดียว ร่างเงาดุจภูตผีก็ไปปรากฏอยู่ที่ด้านนอกหอจุ้ยเมิ่งแล้ว
"ลุย!" บนถนนสายยาว ลวี่เสินหมัวไม่เกรงใจอีกต่อไป เขาควงทวนศึก ปราณสังหารสีแดงเลือดลอยฟุ้งออกมา และเคลือบคลุมไปทั่วทวนศึกในมือ
จุดนี้เป็นสิ่งที่ทำได้เฉพาะขุนพลระดับเทพเท่านั้น
ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างระดับฟ้าและระดับเทพก็อยู่ที่ตรงนี้ เมื่อขุนพลระดับเทพใช้วิธีการนี้ พลังโจมตีและพลังสังหารจะพุ่งสูงขึ้นเกินระดับปกติไปมาก
"ติ๊ง ลวี่เสินหมัวเปิดใช้งานทักษะเทพยุทธ์
เทพยุทธ์: ทักษะเฉพาะของขุนพลระดับเทพ เมื่อเปิดใช้งาน ค่าพลังยุทธ์จะเพิ่มขึ้นชั่วคราว +4 หากคู่ต่อสู้มีทักษะระดับราชันจะสร้างแรงกดดันลดค่าพลังยุทธ์ได้ 1 แต้ม หากคู่ต่อสู้มีทักษะระดับขุนพลจะกดดันได้ 2 แต้ม หากคู่ต่อสู้มีทักษะระดับทหารจะกดดันได้ 3 แต้ม และหากคู่ต่อสู้ไม่มีทักษะขอบเขตใดๆ จะกดดันได้ 4 แต้ม ทักษะนี้สามารถวิวัฒนาการมาจากทักษะระดับราชันได้
ลวี่เสินหมัว ค่าพลังยุทธ์พื้นฐาน 109 ทักษะเทพยุทธ์ +4 ทวนมังกรทัณฑ์สะท้านนภา +1 ค่าพลังยุทธ์ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 114"
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของลวี่เสินหมัว หลิงตงไหลไม่ได้เข้าปะทะตรงๆ แต่โคจรลมปราณเปลี่ยนแขนทั้งสองข้างให้เป็นปราณแกร่ง เพื่อเบี่ยงเบนการโจมตีของลวี่เสินหมัวออกไปด้านข้าง
ผู้ฝึกยุทธ์สายภายนอก โดยเฉพาะแม่ทัพที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชนอย่างลวี่เสินหมัว พลังทำลายล้างคือจุดแข็งของเขา หลิงตงไหลจึงไม่เลือกใช้จุดอ่อนของตนไปปะทะกับจุดแข็งของศัตรู
ความจริงแล้วการต่อสู้วันนี้ หลิงตงไหลถือว่าได้เปรียบลวี่เสินหมัวอยู่บ้าง เพราะแม่ทัพบนหลังม้าอย่างลวี่เสินหมัว ช่วงเวลาที่แข็งแกร่งที่สุดคือตอนที่อยู่บนหลังม้า
และสิ่งที่หลิงตงไหลใช้อยู่ตอนนี้ คือความสามารถอีกรูปแบบหนึ่งนอกเหนือจากการรวมเป็นหนึ่งกับธรรมชาติ ของผู้ฝึกยุทธ์สายลมปราณที่บรรลุถึงระดับเทียนเหริน นั่นคือการเปลี่ยนลมปราณเป็นเกราะแกร่ง
หลังจากเข้าสู่ระดับเทียนเหริน ผู้ฝึกยุทธ์จะสามารถบีบอัดลมปราณให้กลายเป็นเกราะแกร่งชั่วคราว และนำมาห่อหุ้มร่างกายหรืออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง เพื่อเพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกันให้สูงขึ้นหลายเท่าตัว
"ฝีมือไม่เลว เอาอีก!" เมื่อรู้สึกว่าพลังบนทวนถูกเบี่ยงออกไปจนหมด ลวี่เสินหมัวก็ยิ่งฮึกเหิม รัศมีทวนพุ่งทะยานออกมาเป็นสาย เพียงชั่วพริบตาก็โอบล้อมหลิงตงไหลเอาไว้ท่ามกลางเงาทวน
เมื่อครู่ลวี่เสินหมัวเป็นห่วงลูกชายมากเกินไปจึงได้วู่วาม แต่ตอนนี้เขาเริ่มได้สติกลับมาแล้ว แม้จะยังไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องราวทั้งหมด แต่ลวี่เสินหมัวก็ไม่เชื่อว่าวันนี้ลูกชายของเขาจะบังเอิญไปมีเรื่องกับหวังอวี่ได้พอดิบพอดีขนาดนี้
เรื่องเกี่ยวกับองค์รัชทายาทและเหล่าองค์ชาย ลวี่เสินหมัวไม่เคยคิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยว เขารู้สถานะของตัวเองดีว่าเขาเป็นเพียงดาบเล่มหนึ่ง และเจ้าของดาบก็คือฝ่าบาทองค์ปัจจุบัน เรื่องบางเรื่องไม่ใช่สิ่งที่ดาบอย่างเขาจะเข้าไปยุ่งได้
เพียงแต่ถึงเขาไม่อยากยุ่ง แต่เรื่องบางเรื่องก็ใช่ว่าจะหลบพ้น อย่างเรื่องในวันนี้เขาก็ถูกดึงเข้ามาพัวพันจนได้
ขณะเดียวกัน ลวี่เสินหมัวก็แอบโล่งใจอยู่ลึกๆ ที่วันนี้อีกฝ่ายมียอดฝีมือระดับเทียนเหรินอย่างหลิงตงไหลอยู่ด้วย
ไม่อย่างนั้น แม้เขาจะไม่ได้คิดจะลงมือกับหวังอวี่เต็มแรงจริงๆ แต่ต่อให้ยั้งมือไว้ ก็ใช่ว่าหวังอวี่ในตอนนี้จะรับไหว หากเกิดอะไรขึ้น เรื่องคงบานปลายจนกู่ไม่กลับแน่
แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาก็ขอสั่งสอนเจ้ายอดฝีมือระดับเทียนเหรินคนนี้หน่อยเถอะ อย่างน้อยลูกชายเขาก็ต้องไม่เจ็บตัวฟรี ลงมือกับหวังอวี่ต้องยั้งแรง แต่กับหลิงตงไหล ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ
สำหรับตระกูลอย่างจวนแม่ทัพบูรพา ลวี่เสินหมัวไม่อยากสร้างความแค้นแบบตายกันไปข้าง แต่ก็ไม่สามารถมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันได้ หรือให้พูดตรงๆ คือการยืนอยู่คนละฝั่งอย่างที่เป็นอยู่นี้คือสิ่งที่ดีที่สุด ในฐานะสามัญชน ลวี่เสินหมัวทำได้แค่พึ่งพิงบารมีของจักรพรรดิชาง หน้าที่หนึ่งของการมีอยู่ของเขาก็คือการคานอำนาจกับตระกูลใหญ่เหล่านี้
"ติ๊ง ลวี่เสินหมัวเปิดใช้งานทักษะเทพมาร
เทพมาร: หนึ่งในทักษะเฉพาะของขุนพลเทพที่แท้จริง วิวัฒนาการมาจากทักษะเทพอสูร
(หมายเหตุ: ค่าพลังยุทธ์พื้นฐาน 105 และบรรลุทักษะเทพยุทธ์ ถือว่าเป็นขุนพลเทพ หากสามารถวิวัฒนาการทักษะอื่นให้เป็นระดับเทพได้อีกหนึ่งทักษะ จนมีทักษะระดับเทพสองทักษะ จะถือว่าเป็นขุนพลเทพที่แท้จริง)
ผลลัพธ์ที่ 1: หลังเปิดใช้งานทักษะนี้ ค่าพลังยุทธ์ +6
ผลลัพธ์ที่ 2: ค่าพลังยุทธ์จะเพิ่มขึ้นตามความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์และจิตสังหารในใจ ทุกครั้งที่แสดงผล ค่าพลังยุทธ์ +4 แสดงผลได้สูงสุด 3 ครั้ง และสามารถแสดงผลต่อเนื่องได้
ผลลัพธ์ที่ 3: เพิกเฉยต่อผลลัพธ์ด้านลบจากทักษะของศัตรูทุกชนิด
ผลลัพธ์ที่ 4: ในสงครามกองทัพ สามารถสร้างแรงกดดันต่อขวัญกำลังใจของทหารศัตรูได้ในระดับหนึ่ง หากสังหารขุนพลศัตรูได้ จะเพิ่มผลลัพธ์นี้ให้รุนแรงยิ่งขึ้น"
"ขุนพลเทพที่แท้จริง?" หวังอวี่จับใจความสำคัญนี้ได้ทันที
เขาไม่ได้สนใจการต่อสู้เบื้องล่างอีกต่อไป แต่ทุ่มสมาธิเข้าไปสอบถามในระบบ ก่อนที่ลวี่เสินหมัวจะมาถึง หวังอวี่ได้ให้หลิงตงไหลไปตามโฮ่วอี้ที่อยู่ด้านนอก และสั่งให้โฮ่วอี้ซ่อนตัวเอาไว้
ถ้าหลิงตงไหลไม่แพ้ โฮ่วอี้ก็ไม่ควรเปิดเผยตัว การอัญเชิญโฮ่วอี้ออกมาก็เพื่อรับมือลวี่เสินหมัวและกันเหนียวไว้เท่านั้น
แต่ถ้าสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยที่โฮ่วอี้ไม่ต้องลงมือ ไพ่ตายใบนี้ก็ควรเก็บซ่อนไว้ก่อนจะดีกว่า
สรุปก็คือ มีโฮ่วอี้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด หวังอวี่จึงไม่ห่วงความปลอดภัยของหลิงตงไหล แถมหลิงตงไหลเป็นถึงยอดฝีมือระดับเทียนเหริน ก็ไม่ใช่หมูในอวยให้ใครเคี้ยวง่ายๆ!
"ติ๊ง ขุนพลเทพที่แท้จริง..."
หลังจากฟังคำอธิบายจากระบบ หวังอวี่ก็พอจะเข้าใจความหมายของขุนพลเทพที่แท้จริงในเบื้องต้น
เทียบกับขุนพลเทพทั่วไป ขุนพลเทพที่แท้จริงจะมีทักษะระดับเทพทักษะที่สอง แม้ค่าพลังยุทธ์พื้นฐานจะเท่ากัน แต่พลังการต่อสู้จะแข็งแกร่งกว่ามาก
และทักษะระดับเทพชนิดเดียวกัน ในยุคสมัยหนึ่งจะมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ทักษะเทพที่แท้จริงของลวี่เสินหมัวคือ 'เทพมาร' คนอื่นก็จะไม่สามารถวิวัฒนาการทักษะให้กลายเป็นเทพมารได้อีก เว้นเสียแต่ว่าลวี่เสินหมัวจะตายไปแล้ว คนอื่นถึงจะมีสิทธิ์
เส้นทางการวิวัฒนาการของแต่ละคนอาจไม่ได้มีแค่เส้นทางเดียว แต่ถ้าทักษะของใครคนหนึ่งสามารถวิวัฒนาการไปเป็นเทพมารได้เพียงทางเดียว นั่นคงเป็นเรื่องน่าเศร้า เพราะนั่นหมายความว่าตราบใดที่ลวี่เสินหมัวยังไม่ตาย เขาก็จะไม่มีวันได้เป็นขุนพลเทพที่แท้จริง
และด้วยฝีมือระดับลวี่เสินหมัว จะมีใครฆ่าเขาได้! เกรงว่าแม้แต่เยี่ยซางเจวี๋ยก็ยังไม่มีความมั่นใจขนาดนั้น
[จบแล้ว]