- หน้าแรก
- ระบบอัญเชิญพลิกชะตา ครองหล้าด้วยขุนพลเทพ
- บทที่ 23 - จิงหนี
บทที่ 23 - จิงหนี
บทที่ 23 - จิงหนี
บทที่ 23 - จิงหนี
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หวังอวี่เดินออกจากห้องอย่างแผ่วเบา ก็พบคนกลุ่มหนึ่งจำนวนสิบคนยืนสงบนิ่งอยู่หน้าเรือนตามคาด หนึ่งคนยืนนำหน้า อีกเก้าคนสะพายกระบี่ยืนเรียงอยู่ด้านหลัง คนทั้งสิบมีอายุคละกันไป บ้างก็ยังดูเด็กอายุไม่ถึงสิบหกปี บ้างก็ดูมีอายุราวสี่สิบปีแล้ว
ไม่ไกลจากคนทั้งสิบ ร่างของหลิงตงไหลยืนสงบนิ่งอยู่เงียบๆ ไม่รู้ว่ามายืนอยู่นานเท่าไหร่แล้ว แต่คนทั้งสิบกลับไม่มีใครรู้สึกตัวเลยแม้แต่คนเดียว
ความจริงหลิงตงไหลปรากฏตัวขึ้นทันทีที่คนกลุ่มนี้มาถึง เพียงแต่ตอนที่ระบบปลูกฝังความทรงจำ ย่อมไม่ลืมที่จะใส่ข้อมูลของหลิงตงไหลลงไปในความทรงจำของพวกเขาด้วย หลิงตงไหลจึงรู้ว่าคนทั้งสิบคือหน่วยเดนตายของหวังอวี่ จึงปล่อยให้พวกเขาเข้ามาในเขตเรือนพักของหวังอวี่ได้
หวังอวี่ใช้ระบบตรวจสอบดูคร่าวๆ นอกจากจ้าวกา เหยี่ยนรื่อ และต้วนสุ่ยแล้ว อีกครึ่งหนึ่งยังอายุยังน้อย ฝีมือจึงยังไม่ถึงจุดพีคของตัวเอง
โดยเฉพาะคู่แฝดสาวจวนพั่วและเมี่ยหุนที่ตอนนี้ยังก้าวไม่ถึงระดับปรมาจารย์ แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ขีดความสามารถสูงสุดของคนกลุ่มนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับปรมาจารย์ขั้นต้น แถมแต่ละคนแม้จะยังไม่ถึงจุดสูงสุด แต่ก็ห่างอีกไม่ไกลแล้ว
"จ้าวกา เจ้าตามข้าเข้ามา!" สายตาของหวังอวี่กวาดมองกลุ่มคนที่มาสาย พลันสายตาก็ไปสะดุดอยู่ที่เรือนร่างเว้าโค้งเย้ายวนร่างหนึ่ง เขาเผลอจ้องมองอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนจะละสายตากลับไปที่จ้าวกาแล้วออกคำสั่ง
ภายในห้อง ไม่รู้ว่าหวังอวี่กับจ้าวกาคุยอะไรกันบ้าง แต่กว่าร่างของจ้าวกาจะปรากฏตัวที่นอกห้องอีกครั้ง เวลาก็ล่วงเลยไปกว่าหนึ่งชั่วยาม
"คุณชาย!" เสียงใสเย็นชาดังขึ้น
"ถอดหน้ากากของเจ้าออกซะ!" หวังอวี่มองร่างที่ปรากฏตัวขึ้นแล้วออกคำสั่ง
เจ้าของร่างนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือนักฆ่าสาว จิงหนี (วาฬพิฆาต) หนึ่งในแปดกระบี่แห่งพั่วเยว่ ในบรรดามือกระบี่เก้าคนที่มา หวังอวี่มอบหมายให้อีกแปดคนติดตามจ้าวกาไปทำภารกิจที่เขาสั่งการ เหลือไว้เพียงจิงหนีคนเดียว
เมื่อใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติปรากฏแก่สายตา ลมหายใจของหวังอวี่ก็เริ่มติดขัดและหนักหน่วงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
มือหนาเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าขาวผ่องอย่างแผ่วเบา ไฟราคะในใจของหวังอวี่ก็ยิ่งโหมกระพือ
ก่อนจะข้ามมิติมา หวังอวี่ก็เป็นถึงลูกเศรษฐี ย่อมไม่ขาดแคลนแฟนสาว แต่พอมาเกิดใหม่ แม้ชาติกำเนิดจะสูงส่งกว่าเดิมหลายเท่า แต่เขากลับร้างราเรื่องบนเตียงมานานกว่าสี่เดือนแล้ว
วันนี้พอได้เห็นรูปร่างเย้ายวนของจิงหนี บวกกับอิทธิพลจากภาพจำในอนิเมะที่เคยดูเมื่อชาติก่อน จิตใจก็เริ่มเตลิดเปิดเปิง ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมา
"เจ้าชื่ออะไร" หวังอวี่ลุกขึ้นพรวด ดึงร่างบางเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขน แล้วแกล้งถามสาวงามในอ้อมกอดทั้งที่รู้อยู่เต็มอก
"จิงหนีเจ้าค่ะ!" เสียงตอบยังคงเย็นชา แต่บนใบหน้ากลับเริ่มปรากฏรอยแดงระเรื่อ นางไม่ได้ขัดขืนแม้แต่น้อย นางคือหน่วยเดนตายที่ถูกเลี้ยงดูมาเพื่อหวังอวี่ตั้งแต่เล็ก ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือชีวิต หวังอวี่ล้วนสามารถเอาไปได้ทุกเมื่อ
"เจ้าน่าจะรู้นะ ว่าข้าไม่ได้หมายถึงชื่อฉายานั่น!" หวังอวี่ยิ้มเจ้าเล่ห์
ไม่รู้ว่านางกินอะไรเข้าไปถึงได้โตวันโตคืน อายุที่ระบบตั้งค่ามาให้นางก็มากกว่าหวังอวี่แค่สามปีเท่านั้น แถมเถียนเหยียนในวัยสิบแปดปีก็ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว เรื่องนี้ทำเอาหวังอวี่ที่เป็นถึงหนึ่งในสิบยอดอัจฉริยะแห่งต้าชางยังต้องอาย
อย่าว่าแต่สิบแปดเลย หวังอวี่เองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ก่อนอายุยี่สิบได้หรือไม่ ช่วงอายุสิบหกถึงยี่สิบปีเป็นช่วงทองของการเติบโตก็จริง แต่นั่นส่วนใหญ่เป็นเรื่องของพลังภายนอก ส่วนลมปราณนั้นปกติยิ่งอายุมากยิ่งแก่กล้า
"เจ้าเต็มใจหรือไม่" หวังอวี่แสร้งถามอย่างดัดจริต ทำเหมือนว่าถ้าอีกฝ่ายไม่เต็มใจ เขาจะไม่บังคับอย่างนั้นแหละ
นางพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าตอนนี้แดงซ่านไปหมดแล้ว แม้จะเป็นนักฆ่าเดนตายที่ถูกฝึกมาอย่างโหดเหี้ยม แต่นางก็ยังเป็นสาวบริสุทธิ์ที่ไม่เคยผ่านมือชาย
...
"จริงสิ นับจากวันนี้ไป เจ้าชื่อ 'เถียนเหยียน' ไม่ใช่จิงหนีอีกต่อไป!" ตอนที่เดินออกจากห้อง หวังอวี่ทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่มีความนัยแฝง
...
หวังอวี่เดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีไปตามทางเดินหิน เดินผ่านสวนไปหลายแห่ง กว่าจะปรับสีหน้าให้กลับมาเคร่งขรึมเป็นการเป็นงานได้เหมือนเดิม
"หลานคารวะท่านอาสาม" หวังอวี่ประสานมือทำความเคารพอย่างนอบน้อม แล้วไปยืนสงบเสงี่ยมอยู่ด้านข้าง รอฟังว่าอาสามเรียกตัวมาทำไม
"หน่วยเดนตายของเจ้ามาถึงเมื่อคืนแล้วสินะ" หวังหยวนโบกมือให้หวังอวี่นั่งลง แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ
หากเป็นยอดฝีมือระดับเทียนเหรินเข้าออกจวน หวังหยวนอาจไม่รู้ตัว แต่จ้าวกากับพวกยังเป็นแค่ระดับปรมาจารย์หรือต่ำกว่า หวังหยวนย่อมต้องรู้สึกตัวเป็นธรรมดา
เพียงแต่หวังหยวนได้รับข่าวจากหวังฉางล่วงหน้าแล้ว ว่าคนพวกนี้จะเดินทางมาถึงในช่วงนี้ บวกกับข้างกายหวังอวี่มีหลิงตงไหลคอยดูแล หวังหยวนจึงไม่ได้เข้าไปยุ่งย่าม
มิฉะนั้น หวังหยวนอาจจะไม่มีกำลังพอจะต้านทานกลุ่มของจ้าวกาได้ แต่แค่การส่งเสียงร้องเรียกให้ทหารรักษาการณ์ที่เดินตรวจตราอยู่ทั่วเมืองหลวงแห่กันมา ก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว
"ท่านอาสามสายตาเฉียบแหลม พวกเขามาถึงเมื่อคืนขอรับ" หวังอวี่พยักหน้ารับ ไม่คิดจะปิดบัง เพราะไม่มีความจำเป็น
"อืม" หวังหยวนพยักหน้าอย่างเข้าใจ คนสิบคนนี้นับเป็นขุมกำลังที่สำคัญมาก แม้แต่ในตระกูลหวังเอง
ในสถานการณ์ปกติ กองกำลังที่ทรงพลังขนาดนี้ย่อมไม่ถูกส่งมาให้หวังอวี่ควบคุม แต่ตระกูลหวังฝึกคนกลุ่มนี้ขึ้นมาก็เพื่อหวังอวี่โดยเฉพาะ ในฐานะผู้นำตระกูล นอกจากต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ดูสง่างามแล้ว เครื่องมือสำหรับจัดการงานสกปรกก็ต้องมีไว้ในมือเช่นกัน
และตั้งแต่แรกเริ่ม หวังอวี่ก็ถูกวางตัวให้เป็นว่าที่ผู้นำตระกูลอยู่แล้ว
เดิมทีทรัพยากรที่ตระกูลหวังทุ่มเทให้หวังอวี่เพื่อสร้างทีมนี้ ไม่น่าจะเพียงพอที่จะปั้นคนกลุ่มนี้ให้เก่งกาจได้ขนาดนี้
แต่ภายหลัง หวงฝูอวี่เวยผู้เป็นมารดาซึ่งมีเชื้อสายราชวงศ์ ได้ทุ่มทรัพยากรจำนวนมหาศาลลงไปสมทบ ประกอบกับพรสวรรค์ของคนกลุ่มนี้ที่ยอดเยี่ยมเป็นทุนเดิม จึงถือกำเนิดเป็นหน่วยเดนตายหน่วยนี้ขึ้นมา
"ในวัยของเจ้า ลุ่มหลงในกามรมณ์บ้างก็ได้ แต่คนบางคนไม่อาจเปิดเผยตัวในที่แจ้งได้ อย่าลืมเสียล่ะว่าเจ้ามาเมืองหลวงครั้งนี้เพื่อทำอะไร!" หวังหยวนเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
[จบแล้ว]