- หน้าแรก
- ทนไม่ไหวแล้ว หญิงงามผู้มีบุตรดก กลายเป็นสนมคนโปรดเพราะให้กำเนิดบุตร
- บทที่ 26 จักรพรรดิผู้ระแวงสงสัยและโศกตรม
บทที่ 26 จักรพรรดิผู้ระแวงสงสัยและโศกตรม
บทที่ 26 จักรพรรดิผู้ระแวงสงสัยและโศกตรม
บทที่ 26 จักรพรรดิผู้ระแวงสงสัยและโศกตรม
"การยื่นมือเข้าไปยุ่งก็เท่ากับเป็นการราดน้ำมันลงกองเพลิง"
จูเซียนเยว่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ในราชวงศ์นี้ จะไม่มีผู้ใดตั้งครรภ์ทายาทของเซียวจิ่งอี้นอกจากนาง
และเฮ่อเสวียนหรงที่พยายามรั้งตัวเซียวจิ่งอี้ไว้อย่างสุดชีวิตในตอนนี้ ก็เพื่อหวังจะตั้งครรภ์มังกรให้จงได้
ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเป็นลูกของเซียวจิ่งอี้หรือไม่ ตราบใดที่คลอดออกมาจากท้องของนาง เด็กคนนั้นย่อมมีศักดิ์เป็นทายาทสายตรงแห่งตำหนักกลาง
เมื่อถือกำเนิดขึ้น ย่อมมีฐานะสูงส่งกว่าลูกในท้องของจูเซียนเยว่หลายเท่าตัว
อย่าว่าแต่จูเซียนเยว่จะได้แฝดสามเลย ต่อให้มีสักร้อยคนก็ไร้ประโยชน์
หากมิได้ถือกำเนิดจากฮองเฮา ก็ย่อมมีฐานะต่ำต้อยและมีชีวิตที่ยากลำบาก
นี่คือความเศร้าโศกของการเกิดในราชวงศ์
ดังนั้น เฮ่อเสวียนหรงต้องตาย!
"หืม? เจ้าจะราดน้ำมันลงกองเพลิงได้อย่างไรหรือ" กำไลหยกเลือดเอ่ยถามด้วยความงุนงง
"คอยดูข้าแสดงฝีมือก็แล้วกัน"
จูเซียนเยว่เรียกหาเสวี่ยอวี้
นางเอ่ยกับนางว่า "เสวี่ยอวี้ ช่วงนี้เปิ่นกงง่วงนอนบ่อยเหลือเกิน รู้สึกเหมือนนอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ"
"สงสัยเป็นเพราะอุ้มท้องตั้งหลายคน เลยนอนเก่งกว่าคนท้องทั่วไป"
"ไปถ่ายทอดคำสั่งว่า ตั้งแต่วันนี้ไปตำหนักฉีเซียงงดรับแขก เว้นเสียแต่ว่าฝ่าบาทเสด็จมา ถึงค่อยมาปลุกเปิ่นกง"
พูดพลางนางก็หาวออกมาหลายครั้ง แสร้งทำท่าทางอ่อนเพลียอย่างที่สุด
เสวี่ยอวี้รีบเข้ามาปรนนิบัติพาจูเซียนเยว่ไปพักผ่อน
เสวี่ยอวี้เป็นคนของเซียวจิ่งอี้ นางย่อมต้องหาทางรายงานคำพูดของจูเซียนเยว่ให้เซียวจิ่งอี้ทรงทราบอย่างแน่นอน
และก็เป็นดังคาด เซียวจิ่งอี้ที่เพิ่งเสด็จมาถึงตำหนักคุนหนิง ก็ได้รับรายงานเรื่องนี้จากขันทีคนสนิท
"...เซียนเยว่ง่วงนอนมากงั้นรึ? เช่นนั้นก็ช่างเถิด วันนี้เราจะไม่ไปรบกวนนาง ประเดี๋ยวนางต้องลุกขึ้นมาต้อนรับ จะพักผ่อนไม่เพียงพอ"
ใจจริงเขาอยากจะแอบไปหาจูเซียนเยว่ แต่ระยะหลังมานี้ จูเซียนเยว่หลับตื้น เพียงแค่มีอะไรเคลื่อนไหวเล็กน้อยนางก็จะตื่นขึ้นมาทันที
เช่นนั้น วันนี้ก็ยังไม่ต้องรีบไปตำหนักฉีเซียง
"ขอฝ่าบาททรงพระเจริญเพคะ"
เสียงของเฮ่อเสวียนหรงดึงสติของเซียวจิ่งอี้กลับมา
"อืม ฮองเฮาลุกขึ้นเถิด"
เซียวจิ่งอี้เดินตรงเข้าไปในโถงหลักของตำหนักคุนหนิง
เขามีเป้าหมายเดียวคือ การกินข้าว
เฮ่อเสวียนหรงลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าซีดเซียว
นางไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เซียวจิ่งอี้เลิกเรียกชื่อเล่นของนาง
เขาเอาแต่เรียกนางว่า "ฮองเฮา" อย่างนั้น "ฮองเฮา" อย่างนี้
แต่เวลาเรียกสนมลิร เขากลับเรียกนางอย่างรักใคร่ว่า "เซียนเยว่"
เฮ่อเสวียนหรงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินตามเข้าไป
สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความตั้งใจของนางให้แน่วแน่ยิ่งขึ้น
หลังจากเสวยพระกระยาหาร เฮ่อเสวียนหรงก็หยิบยกเรื่องราวในอดีตระหว่างพวกเขาสองสามีภรรยาขึ้นมาพูดคุย
ในเวลานั้น เซียวจิ่งอี้ยังไม่ได้รับความโปรดปรานจากอดีตฮ่องเต้ และในฐานะพระชายาขององค์ชายเก้า นางก็จงรักภักดีต่อเขาเสมอมา
(ในความเป็นจริง นางหนีไปไหนไม่ได้ จึงได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม)
เซียวจิ่งอี้รู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อยเมื่อหวนนึกถึงอดีต
เขาจึงดื่มสุรากับเฮ่อเสวียนหรงเพิ่มอีกหลายจอก
ทว่าภาพความทรงจำเกี่ยวกับเฮ่อเสวียนหรงที่ปรากฏขึ้นในหัวของเขากลับมีเพียงน้อยนิด ภาพส่วนใหญ่กลับเป็นเรื่องราวของจูเซียนเยว่แทบทั้งสิ้น
เขาจำได้ว่าเซียนเยว่ถูกส่งตัวมาอยู่ข้างกายเขาหลังจากเฮ่อเสวียนหรงเพียงห้าเดือน
แต่ในคืนที่เขาควรจะเข้าหอกับเซียนเยว่ เขากลับถูกเกาหลินเหมยเรียกตัวออกไป
ตอนนั้นเขาช่างใจร้ายและโหดเหี้ยมเหลือเกิน
เขาทิ้งเซียนเยว่ไว้ให้อ้างว้างเดียวดาย ทำให้เนางกลายเป็นตัวตลก
การทอดทิ้งนี้ยาวนานถึงสิบปี
เมื่อนึกถึง "ความงดงาม" ของเซียนเยว่ หัวใจของเซียวจิ่งอี้ก็สั่นไหว
แม้แต่จูเซียนเยว่ในปัจจุบันยังทำให้เขาหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น
แล้วในวัยสาวแรกรุ่นที่เปรียบเสมือนลูกท้อสุกปลั่ง นางจะงดงามล่มเมืองเพียงใดหนอ?
เขาพลาดช่วงเวลานั้นไปหมดแล้ว
หากเขาไม่ได้พบเซียนเยว่ในคืนหิมะตกคืนนั้น ชาตินี้เขาคงไม่ได้รับรู้ความรู้สึกของนางที่มีต่อเขา
และคงไม่มีโอกาสได้ขึ้น "สวรรค์ชั้นเจ็ด" กับเซียนเยว่
รวมถึงเจ้าตัวแสบทั้งสามในท้องของเซียนเยว่ก็คงไม่มีโอกาสได้ถือกำเนิดขึ้นมา
ขอบคุณสวรรค์ โชคดีเหลือเกิน ช่างวิเศษนัก
ที่เขาไม่ได้พลาดจูเซียนเยว่ไป
แต่เซียวจิ่งอี้หารู้ไม่ว่า เฮ่อเสวียนหรงได้วางยาในสุราที่นางรินถวายให้เขาดื่ม