เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 จักรพรรดิผู้ระแวงสงสัยและโศกตรม

บทที่ 17 จักรพรรดิผู้ระแวงสงสัยและโศกตรม

บทที่ 17 จักรพรรดิผู้ระแวงสงสัยและโศกตรม


บทที่ 17 จักรพรรดิผู้ระแวงสงสัยและโศกตรม

"พระสนมหมายความว่า นางเป็นห่วงความปลอดภัยของฝ่าบาทในการเสด็จประพาสครั้งนี้ และเต็มใจที่จะใชชีวิตอันงดงามของตนเองเพื่อปัดเป่าเภทภัยให้แก่ฝ่าบาท แม้จะช่วยได้เพียงครั้งเดียว นางก็เต็มใจทำเพคะ"

เซียวจิ่งอี้รู้สึกซาบซึ้งในพระทัยยิ่งนักเมื่อได้สดับฟังถ้อยคำเหล่านี้

เขารีบเก็บเส้นผมปอยนั้นไว้อย่างทะนุถนอม

ยามที่เขาต้องเสด็จประพาส เหล่าสนมชายาในวังหลังต่างพากันส่งของกำนัลมาให้มากมาย

บ้างก็ส่งฉลองพระองค์มาให้ ทว่าฝีมือการตัดเย็บก็ยังมิอาจเทียบได้กับกองภูษาของวังหลวง

บ้างก็ส่งเครื่องเสวยมา แต่หนทางยาวไกล อาหารเหล่านั้นย่อมเน่าเสียได้ง่าย

บ้างก็ส่งบทกวีและเรียงความ... ซึ่งอย่าให้เอ่ยถึงเลย ล้วนแต่ไร้สาระทั้งสิ้น

มีเพียงของขวัญจากจูเซียนเยว่เท่านั้น แม้จะมิได้มีราคาค่างวดอันใด แต่กลับกระทบใจเขาอย่างจัง

เขาหันหลังกลับไปและพยักหน้าเล็กน้อยไปยังทิศทางที่จูเซียนเยว่ยืนอยู่

จูเซียนเยว่เองก็แสดงความเคารพตอบกลับเขาเช่นกัน

ความรักใคร่กลมเกลียวระหว่างฮ่องเต้และพระสนมช่างเป็นภาพที่น่าอิจฉายิ่งนัก

ฮองเฮาเฮ่อเสวียนหรงที่เพิ่งจะปรับอารมณ์เพื่อมาส่งเสด็จเซียวจิ่งอี้ ถึงกับพูดไม่ออก

นางโกรธจนรู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งตับไตไส้พุง

กุ้ยเฟยเกาหลินเหมยไม่อาจกลั้นขำได้ นางหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

ทันใดนั้น ใบหน้าของเฮ่อเสวียนหรงก็ยิ่งดูอัปลักษณ์หนักเข้าไปอีก

บิดเบี้ยวเขียวคล้ำราวกับตับหมู

"สนมลิรช่างมีวาสนาได้รับพระเมตตาจากฝ่าบาทยิ่งนัก ในบรรดาพี่น้องสนมมากมาย ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรเพียงแค่เจ้าคนเดียว" สนมที่มีตำแหน่งต่ำกว่านางหนึ่งเอ่ยขึ้น

รอยยิ้มบนใบหน้าของเฮ่อเสวียนหรงดูน่าเกลียดเสียยิ่งกว่าตอนร้องไห้

เกาหลินเหมยหัวเราะร่าอย่างเปิดเผย "ถูกต้องแล้ว เซียนเยว่เป็นคนโปรดที่สุดของฝ่าบาท และเปิ่นกงเองก็รู้สึกว่าเซียนเยว่เป็นคนที่น่าสนใจยิ่งนัก"

"เซียนเยว่ ประเดี๋ยวตามเปิ่นกงไปที่ตำหนักเชาหยาง เปิ่นกงมีเรื่องส่วนตัวอยากจะคุยกับเจ้ามากมาย"

"เพคะ" จูเซียนเยว่ตอบรับ

เกาหลินเหมยเติบโตมาในตระกูลแม่ทัพ นางยึดมั่นในคำสัญญาเป็นที่สุด ในเมื่อนางลั่นวาจาว่าจะปกป้องจูเซียนเยว่ นางย่อมต้องทำให้ดีที่สุด

ทว่าจูเซียนเยว่ไม่คาดคิดว่าเกาหลินเหมยจะปกป้องนางอย่าง โจ่งแจ้ง ถึงเพียงนี้

แม้ว่าในตำหนักเชาหยางจะมียาห้ามครรภ์อยู่มากมาย แต่นางได้คำนวณช่วงเวลาตกฟากเอาไว้แล้ว จึงไม่มีสิ่งใดผิดพลาด

เฮ่อเสวียนหรงบิดผ้าเช็ดหน้าในมือจนแทบขาด

นางโกรธจนแทบจะพ่นไฟออกมาได้

สนมคนโปรดในปัจจุบันจับมือกับกุ้ยเฟยที่มีตระกูลทรงอำนาจหนุนหลัง!

นี่คือการประกาศพันธมิตรอย่างชัดเจน!

พวกนางไม่เห็นหัวฮองเฮาอย่างนางอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย!

น่ารังเกียจ!

น่ารังเกียจที่สุด!

หลังจากขบวนเสด็จของเซียวจิ่งอี้ลับสายตาไปแล้ว เฮ่อเสวียนหรงจึงเอ่ยขึ้นว่า "พวกเจ้าทุกคนกลับไปพักผ่อนเถิด"

นางโกรธจัดจนจับไข้

น้ำเสียงของนางแหบแห้ง

และยังฟังดูเหมือนเสียงเป็ดเสียงไก่

ช่างน่าขันสิ้นดี

ทุกคนรีบแยกย้ายกลับตำหนักของตน เพราะเกรงว่าหากอยู่นานกว่านี้จะเผลอหัวเราะออกมา

ระหว่างทางไปตำหนักเชาหยาง จูเซียนเยว่สังเกตเห็นชูเหยียนอวี้กำลังรีบเร่งวิ่งตรงไปยังตำหนักคุนหนิงของฮองเฮาเฮ่อเสวียนหรง

นางเม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่เอ่ยสิ่งใด

สองคนนี้ช่างเป็นผีเน่ากับโลงผุ

เช่นนั้นก็ประเสริฐ

จะได้จัดการรวบหัวรวบหางทีเดียว...

ระยะเวลาสามเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ด้วยการคุ้มครองจากเกาหลินเหมย ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องจูเซียนเยว่

แม้แต่เฮ่อเสวียนหรงก็ไม่กล้า

ในขณะที่เซียวจิ่งอี้กำลังจะเสด็จกลับ ก็เกิดเหตุการณ์ใหญ่ขึ้นในวังหลวง

ต้นเดือนสี่ ไทเฮามีรับสั่งเรียกตัวสนมชายาทุกคนในวังหลังให้ไปรวมตัวกันที่ตำหนักฉือหนิง

พระนางสั่งให้เหล่าสนมคุกเข่าต่อหน้าพระพุทธรูป

ภายนอกประตูตำหนัก มีทหารองค์รักษ์อาวุธครบมือยืนคุ้มกันอย่างแน่นหนา

ไทเฮามิใช่พระมารดาแท้ๆ ของเซียวจิ่งอี้ และโดยปกติพระนางก็ไม่เคยสนใจไยดีพวกนางเลย

เว้นเสียแต่จะเป็นวันเทศกาลสำคัญ พวกนางถึงจะมีโอกาสได้พบพระพักตร์ไทเฮา

แต่ครั้งนี้ ทุกคนสัมผัสได้ถึงอันตราย

ไทเฮาต้องการร่วมมือกับ องค์ชายสิบเก้า เซียวเหอเซวียน เพื่อบีบให้ฮ่องเต้สละราชสมบัติ!

เหตุผลนั้นเรียบง่าย

เซียวจิ่งอี้ครองราชย์มาหกปีแล้ว แต่เหล่าสนมในวังหลังกลับไม่มีผู้ใดให้กำเนิดทายาทมังกรแก่พระองค์เลย

และในเวลานี้ เซียวเหอเซวียนมีอายุได้เจ็ดชันษาแล้ว

เขามีสติปัญญาเฉลียวฉลาด เป็นผู้มีพรสวรรค์

เพื่อป้องกันความไม่มั่นคงของบ้านเมือง จึงสมควรที่จะแต่งตั้งเซียวเหอเซวียนขึ้นเป็น พระอนุชารัชทายาท

แต่เซียวจิ่งอี้ไม่เห็นด้วย

ไทเฮาจึงร่วมมือกับขุนนางเก่าแก่บางกลุ่มเพื่อกดดันเซียวจิ่งอี้

และพระนางยังสั่งกักบริเวณเหล่าสนมชายาในวังหลัง

เพื่อป้องกันไม่ให้พวกนางส่งข่าวออกไปถึงครอบครัว

ครั้งนี้ ไทเฮายอมเดิมพันด้วยชีวิต

พระนางมุ่งมั่นที่จะช่วงชิงตำแหน่ง พระอนุชารัชทายาท ให้แก่เซียวเหอเซวียนให้จงได้

จบบทที่ บทที่ 17 จักรพรรดิผู้ระแวงสงสัยและโศกตรม

คัดลอกลิงก์แล้ว