- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 88 อยากจะขอแลกถ่านไฟฉาย
บทที่ 88 อยากจะขอแลกถ่านไฟฉาย
บทที่ 88 อยากจะขอแลกถ่านไฟฉาย
หลี่เซี่ยงตงยิ้มหน้าบานมองดูผู้คนที่มารุมล้อม ในใจรู้สึกเปรมปรีดิ์เหลือเกิน
ตั้งหลักรับซื้ออยู่กับที่นี่แหละดีที่สุด คนต่างถิ่นอย่างพวกเขามาเดินไล่ซื้อถึงถิ่นคนอื่นแบบนี้ มีหวังโดนหลอกเอาได้ง่ายๆ
พอสลับตำแหน่งกันแบบนี้ ความได้เปรียบในฐานะเจ้าถิ่นของคนพื้นที่ก็จะลดลงไปบ้าง
เขามองดูโหลจิ้งหรีดที่วางเรียงรายอยู่ตรงหน้า แล้วหยิบขึ้นมาใบหนึ่ง ใช้ก้านหญ้าเขี่ยเล่นสองสามที พอจิ้งหรีดส่งเสียงร้องไพเราะออกมา เขาก็พยักหน้า "อืม ตัวนี้ใช้ได้ ของใครครับ?"
"ของฉัน ของฉันเอง"
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเบียดเข้ามาหาหลี่เซี่ยงตง ถามว่า "พ่อหนุ่มให้เท่าไหร่?"
"3 เหมา"
หญิงวัยกลางคนได้ยินราคาก็ทำหน้าไม่พอใจ "อู้ย~ ทำไมน้อยจัง? ให้เพิ่มหน่อยสิ เพิ่มอีกหน่อยนะ"
"ราคานี้แหละ ป้ามีอีกไหม?"
หญิงวัยกลางคนชี้ไปที่โหลจิ้งหรีดเจ็ดแปดใบข้างเท้าหลี่เซี่ยงตง "มีๆๆ พวกนั้นของฉันหมดเลย"
หลี่เซี่ยงตงไล่เปิดดูทีละใบ "พวกนี้ผมเอาหมด"
เขาหันไปบอกโหวซาน "จ่ายเงินให้พี่สาวคนนี้ 3 หยวน"
"จัดไปพี่ตง"
โหวซานควักเงินจ่าย ส่วนหลี่เซี่ยงตงก็ทยอยจับจิ้งหรีดใส่กระบอกไม้ไผ่ทีละตัว แล้วอุดด้วยฝ้าย
"ตงจื่อ"
อาเจ๋อเบียดฝูงชนเข้ามากระซิบข้างหูหลี่เซี่ยงตง "ตกลงราคาเรียบร้อย ตัวละ 4 เหมา"
หลี่เซี่ยงตงพยักหน้า "โอเค ราคานี้รับได้ นายไปพาคนมาเลย เราเหมาหมด"
"เดี๋ยวไปตามมาเดี๋ยวนี้"
อาเจ๋อแหวกฝูงชนออกไปด้วยความตื่นเต้น
"ต่อไปตาใคร?"
"ฉัน ถึงตาฉันแล้ว"
ชายแก่สวมหมวกสานขานรับ พอเห็นอุปกรณ์ที่หลี่เซี่ยงตงใช้ใส่จิ้งหรีดก็ร้องด้วยความแปลกใจ "ทำไมถึงใช้ฝ้ายล่ะพ่อหนุ่ม? เสียของแย่เลย"
หลี่เซี่ยงตงก้มมองจิ้งหรีดในโหล ได้ยินชายแก่ทักก็เงยหน้าขึ้นตอบ "เสียของตรงไหนลุง? พอใช้เสร็จผมก็ไม่ได้ทิ้ง หน้าหนาวก็เอาไปให้ช่างดีดฝ้ายดีดให้ฟู เอามาทำกางเกงนวมใส่ได้เหมือนเดิม"
ชายแก่ยิ้มพยักหน้า "จิ้งหรีดของฉันเป็นไงบ้าง?"
หลี่เซี่ยงตงวางโหลในมือลง "ตัวนี้ของลุงไม่ผ่าน"
ชายแก่ได้ยินว่าจิ้งหรีดของตัวไม่ดีก็ไม่พอใจ "จะไม่ผ่านได้ยังไง? นี่มันตัวดีเลยนะ!"
"ผมบอกไม่ผ่านก็คือไม่ผ่าน จิ้งหรีดเฉาขนาดนี้ ลุงยังจะมาหลอกผมอีกเหรอ!"
หลี่เซี่ยงตงพูดพลางใช้ก้านหญ้าเขี่ยจิ้งหรีดในโหลให้ดู
ชายแก่ยังไม่ยอมแพ้ "พ่อหนุ่มพูดจาอะไรอย่างนั้น จิ้งหรีดฉันดีจะตาย!"
"ถ้าลุงยังไม่จบ ตัวที่เหลือผมก็จะไม่ดูแล้วนะครับ ลุงเชิญไปทำธุระอย่างอื่นเถอะ"
หลี่เซี่ยงตงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับชายแก่ เขาไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้เพียงเพราะเห็นว่าเป็นคนแก่หรอกนะ ทุกอย่างต้องว่ากันตามเหตุผล เขามาทำธุรกิจไม่ได้มาทำการกุศล
"เออๆ ไม่พูดแล้ว พ่อหนุ่มดูต่อเถอะ ดูจิ้งหรีดของฉันต่อเถอะ"
หลังจากหลี่เซี่ยงตงรับซื้อจากเจ้าอื่นไปหลายราย อาเจ๋อก็พาชายหนุ่มคนแรกเดินเข้ามา ทั้งสองคนอุ้มโหลจิ้งหรีดมาเต็มอ้อมแขน
เขาตรวจดูทีละตัว แล้วหันไปสั่งโหวซาน "จ่ายเงิน ตัวละ 4 เหมา"
ชายหนุ่มรับเงินยัดใส่กระเป๋ากางเกงด้วยความดีใจ ใช้เชือกฟางมัดโหลเปล่าของตัวเองเสร็จก็ยังไม่ไปไหน แต่วิ่งเหยาะๆ ไปหยิบอิฐครึ่งก้อนที่ตัวเองเคยนั่งกลับมา
เขาเห็นเสื้อผ้าหลี่เซี่ยงตงสะอาดสะอ้าน ก็เอามือปัดฝุ่นบนอิฐให้ "พี่นั่งรับซื้อดีกว่า นั่งยองๆ นานเดี๋ยวขาชา"
"ขอบใจมาก"
หลี่เซี่ยงตงรับอิฐมารองนั่ง แล้วเงยหน้าถามชายหนุ่ม "นายมีธุระอะไรอีกหรือเปล่า?"
ชายหนุ่มหน้าแดง โบกมือปฏิเสธ "ไม่รีบครับ พี่ยังรับซื้อจิ้งหรีดอยู่ พี่ทำงานไปก่อนเถอะ"
หลี่เซี่ยงตงยิ้ม แล้วหันไปจัดการภารกิจรับซื้อจิ้งหรีดต่อ
"คนต่อไป"
"สหาย มีถ่านไฟฉายไหม? ฉันขอเอาจิ้งหรีดแลกถ่าน"
หลี่เซี่ยงตงส่ายหน้า "พวกเราไม่มีถ่านไฟฉาย มีแต่เงินสด พี่จะขายไหม?"
"ขาย!"
การจับจิ้งหรีดมีสองวิธี คือ 'เดินลุย' กับ 'ฟังเสียง'
ยกตัวอย่างการไปจับในไร่ข้าวโพด ต้องเดินลุยไปมา จิ้งหรีดได้ยินเสียงจะกระโดดหนีออกมาจากรู แบบนี้จับง่ายแต่หายากที่จะได้ตัวดีๆ
อีกวิธีคือฟังเสียงร้องเพื่อหาตำแหน่ง พอคนเข้าไปใกล้จิ้งหรีดจะหยุดร้อง ก็ต้องยืนนิ่งๆ รอให้มันร้องอีกครั้ง แล้วค่อยขยับเข้าไปใกล้อีกนิด วิธีนี้จับยากมาก แต่มีโอกาสสูงที่จะได้ของระดับท็อป
แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ก็ต้องจับตอนกลางคืน ดังนั้นอุปกรณ์ส่องสว่างจึงขาดไม่ได้
ไฟฉายในยุคนี้ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน มีทั้งแบบใส่ถ่านสองก้อน และกระบอกใหญ่ที่ต้องใช้ถ่านสี่ก้อน
ถ่านไฟฉายต้องใช้ตั๋วแลกซื้อ แต่ชาวบ้านไม่มีตั๋ว หลายคนเลยเอาจิ้งหรีดมาขอแลกถ่าน
......
ไม่ถึงสองชั่วโมง กระสอบสามใบรวมถึงกระเป๋าสะพายผ้าของทั้งสามคน ก็เต็มไปด้วยกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุจิ้งหรีดจนแน่นเอียด
ผู้คนเริ่มทยอยแยกย้ายกลับ หลี่เซี่ยงตงหันไปถามชายหนุ่มที่นั่งยองๆ อยู่ข้างๆ "น้องชาย มีธุระอะไรก็พูดมาได้แล้วมั้ง?"
"ผมไม่มีธุระอะไรหรอกครับ ผมแครอพ่อ พ่อผมเขา..."
ชายหนุ่มพูดยังไม่ทันจบ ไม่ไกลออกไปก็มีชายวัยกลางคนเดินเข้ามา เขาใส่เสื้อแขนยาวกางเกงขายาว ปลายแขนเสื้อและขากางเกงถูกมัดด้วยเชือกอย่างมิดชิด เอวข้างหนึ่งเหน็บไฟฉาย อีกข้างห้อยพวงกรงตั๊กแตนสานด้วยหญ้า
ชายหนุ่มเห็นคนมาก็โบกมือเรียก "พ่อ! ทางนี้พ่อ~!"
ชายวัยกลางคนเห็นลูกชายกวักมือเรียก ก็ตาลุกวาว รีบเดินจ้ำเข้ามา
หลี่เซี่ยงตงถามชายหนุ่ม "พ่อนายเขา...?"
ชายหนุ่มถูมือ มองหลี่เซี่ยงตงอย่างระมัดระวัง "เมื่อคืนฝนตกปรอยๆ มักจะมีแมลงดีๆ ออกมา พ่อผมไปจับจิ้งหรีดในนามาทั้งคืน ก่อนหน้านี้สหายบอกว่าจะเหมาจิ้งหรีดผมทั้งหมด ผมเลยฝากคนในหมู่บ้านที่มาด้วยกันให้กลับไปตามพ่อมาน่ะครับ"
อาเจ๋อที่อยู่ข้างๆ เตือนขึ้นมา "ตงจื่อ กระบอกไม้ไผ่เราหมดเกลี้ยงแล้วนะ"
หลี่เซี่ยงตงยิ้ม "ไม่เป็นไร เขามากันแล้ว ขอดูก่อนเถอะ"
ชายหนุ่มกลัวว่าหลี่เซี่ยงตงจะไม่รับซื้อเพราะไม่มีกระบอกใส่ จึงรีบพูดแทรกขึ้นมา "ใช่ครับ ขอดูก่อนเถอะ พ่อผมมีกรงหญ้ามาด้วย ถ้าพวกพี่รับซื้อ กรงหญ้าพวกนี้มันไม่กี่ตังค์หรอกครับ พวกผมแถมให้เลย"
อาเจ๋อได้ยินดังนั้นก็ไม่คัดค้าน ที่เรือนรับรองยังมีกระบอกไม้ไผ่เหลืออยู่ ถ้าสามารถขนกลับไปได้ ยิ่งรับซื้อได้เยอะยิ่งดี
ชายหนุ่มเดินไปรับพ่อ พาเดินเข้ามาหา แล้วรับกรงจิ้งหรีดส่งให้หลี่เซี่ยงตง
"สุดยอด!"
หลี่เซี่ยงตงพิจารณาจิ้งหรีดสี่ตัวที่พ่อชายหนุ่มนำมา ทั้งสี่ตัวนี้ดีกว่าทุกตัวที่เขารับซื้อมาทั้งหมดเสียอีก ถ้าเอาไปขายต่อให้น้าซุนที่ปักกิ่ง ตัวละ 2 หยวนเขาไม่ขายแน่นอน!
โดยเฉพาะตัวหนึ่งที่ชื่อว่า 'เซวี่ยชิงไป๋หมาโถว' (หัวลายเลือดนกปนเขียว) ลักษณะดีเยี่ยม กะด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะยาวถึงหกเจ็ดหลี (ประมาณ 2 ซม. กว่าๆ)
ของโคตรดีเลยนะเนี่ย ถ้าเป็นอีกหลายสิบปีข้างหน้า ตัวนี้ถ้าใครให้ต่ำกว่าแสนหยวน เจ้าของคงไม่แม้แต่จะให้ดูด้วยซ้ำ!