- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 61: สถานะที่เปลี่ยนไป ดูได้จากตอนเข้าส้วม!
บทที่ 61: สถานะที่เปลี่ยนไป ดูได้จากตอนเข้าส้วม!
บทที่ 61: สถานะที่เปลี่ยนไป ดูได้จากตอนเข้าส้วม!
วันรุ่งขึ้น
หลี่เซี่ยงตงลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน หันไปถามโจวอวี้ฉินที่กำลังเก็บกวาดห้องอยู่ "กี่โมงแล้ว?"
โจวอวี้ฉินยิ้มตอบ "7 โมงแล้วค่ะ ฉันกำลังจะปลุกคุณพอดี คุณไม่เป็นไรใช่มั้ย?"
"ผมไม่เป็นไร"
หลี่เซี่ยงตงส่ายหน้า
เมื่อวานพ่อหลี่ยังมีอารมณ์ขุ่นเคืองค้างอยู่ พอกินมื้อเย็นเสร็จก็เลยอ้างเรื่องเลี้ยงฉลอง หั่นหัวไชเท้าดองมาแกล้มเหล้า แล้วบังคับให้ลูกชายทั้งสามคนดื่มเป็นเพื่อนจนเมาหัวราน้ำกันไปข้าง
หลี่เซี่ยงตงถามต่อ "ลูก ๆ ล่ะ?"
โจวอวี้ฉินหัวเราะ "อยู่ห้องพี่สะใภ้ใหญ่กันหมดค่ะ ลูกสาวเราเมื่อก่อนไม่ยอมให้ใครอุ้ม เดี๋ยวนี้พอลืมตาตื่นก็ร้องหาพี่สาวจะไปเล่นด้วยท่าเดียว"
"อืม เสี่ยวเหมยกับเสี่ยวหลานเป็นเด็กละเอียดอ่อน นิสัยดี เสี่ยวชีคงชอบอยู่กับพี่สาว"
หลี่เซี่ยงตงพยักหน้า พลิกตัวลงจากเตียงเตา คว้าเสื้อผ้าข้าง ๆ มาสวมใส่
วันนี้เป็นวันเริ่มงานอย่างเป็นทางการวันแรก เขาต้องไปเช้าหน่อย ไว้รอให้เก๋าก่อน ค่อยไปทำงานแบบเฉียดเวลาเข้างานได้อย่างสบายใจ
มือคว้ากระดาษฟางได้สองสามแผ่น หลี่เซี่ยงตงก็วิ่งจู๊ดออกจากบ้าน
ข้อเสียอย่างหนึ่งของการอยู่ในตรอกคือ ตอนเช้าจะเข้าส้วมต้องคำนวณเวลาให้ดี
หลี่เซี่ยงตงวิ่งเหยาะ ๆ ไปที่ห้องน้ำสาธารณะ มองไปแต่ไกลก็เห็นชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับเขาเจ็ดแปดคนยืนต่อแถวอยู่หน้าห้องน้ำชาย
คนแก่ส่วนใหญ่ตื่นเช้าและจัดการธุระไปเรียบร้อยแล้ว คนที่มาเข้าห้องน้ำเวลานี้ส่วนมากจะเป็นพวกวัยรุ่นที่ชอบนอนตื่นสาย
บางคนยืนหนีบขา บางคนกระทืบเท้าแก้ปวด บางคนวางกระโถนไว้ข้างเท้า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการยืนสูบบุหรี่คุยโขมง
หลี่เซี่ยงตงเห็นภาพนี้ก็รู้ว่ามาสายไปแล้ว เขาผ่อนฝีเท้าลงแล้วค่อย ๆ เดินเข้าไป
กลุ่มคนที่ต่อแถวอยู่หน้าห้องน้ำชาย พอเห็นหลี่เซี่ยงตงในชุดเครื่องแบบพนักงานรถไฟเต็มยศ ก็พากันเอ่ยทักทาย
"เจ้าตงมาเข้าส้วมเหรอ?"
"พี่ตง อรุณสวัสดิ์ครับ"
"พี่ตงรีบไหมครับ? ระวังไปทำงานสายนะ"
โห~
ถึงขั้นเรียกพี่กันเลยแฮะ...
เจอความกระตือรือร้นกะทันหันแบบนี้ หลี่เซี่ยงตงตั้งรับแทบไม่ทัน เขาได้แต่ยิ้มตอบรับไป พลางใจเต้นตึกตัก
เมื่อก่อนเขาเป็นแค่คนไร้ตัวตนในตรอกนี้ คนอื่นเห็นก็แค่พยักหน้าให้ ไม่เคยมีใครกระตือรือร้นกับเขาขนาดนี้มาก่อน
แถมไม่มีใครแปลกใจเรื่องที่เขาไปทำงานสถานีรถไฟเลยสักคน
ดูท่าการเดินสายคุยโวของแม่เมื่อวานจะได้ผลชะงัดนัก!
งานดี ๆ นี่ช่วยยกระดับสถานะทางสังคมได้จริง ๆ
ทันใดนั้น ชายหนุ่มร่างบึกบึนที่ยืนอยู่หัวแถวก็เดินตรงเข้ามา ดึงแขนหลี่เซี่ยงตงที่จะไปต่อท้ายแถวให้เดินขึ้นมาข้างหน้า "พี่ตง มายืนข้างหน้าผมนี่"
เจอแรงดึงจากคนตัวโตขนาดนี้ หลี่เซี่ยงตงขัดขืนไม่ไหว และก็ไม่ได้อยากขัดขืนด้วย แค่รู้สึกไม่ชินนิดหน่อย
"ไหวจึ ฉันไปแซงคิวแกมันไม่ดีมั้ง? ทุกคนก็ต่อแถวกันอยู่ ฉันทำแบบนี้มันจะน่าเกลียดเอานะ"
ไหวจึตอบอย่างไม่ยี่หระ "มีอะไรน่าเกลียดกัน"
เขาหันไปถามคนข้างหลัง "พวกนาย พี่ตงจะยืนข้างหน้าฉัน มีใครมีปัญหาไหม?"
"ไม่มีปัญหา ฉันไม่รีบ"
"ฉันก็ไม่รีบเหมือนกัน"
"ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก พี่ตงตามสบายเลย"
หลี่เซี่ยงตงยิ้มขอบคุณ "ขอบใจทุกคนมากนะ วันนี้วันเริ่มงานวันแรกของฉัน ตอนนี้รีบจริง ๆ"
ถึงจะแค่ขยับขึ้นมาไม่กี่ก้าว แต่เขารู้สึกเหมือนสถานะของตัวเองสูงขึ้นมาอีกขั้นยังไงชอบกล?
หลี่เซี่ยงตงที่ยืนอยู่หัวแถว รับบุหรี่ที่ไหวจึยื่นให้ ยี่ห้อ 'เซิงฉ่าน' ที่สูบแล้วระคายคอ ถึงจะไม่อยากสูบ แต่ก็ปฏิเสธน้ำใจไม่ได้
ประเด็นหลักคือเมื่อกี้เขารีบออกมาจนลืมหยิบบุหรี่ เดี๋ยวเข้าไปข้างในต้องอาศัยควันบุหรี่ช่วยกลบกลิ่นซะด้วย
"คนออกมาแล้ว พี่ตง เดี๋ยวผมจุดไฟให้"
หลี่เซี่ยงตงสูบไปหนึ่งคำ พอเข้าไปในห้องน้ำก็เอาบุหรี่จ่อไว้ใต้จมูก
ถอดกางเกง นั่งลง ช่วงเวลาแห่งความสุนทรีย์
ถ้าไม่นับกลิ่นที่รุนแรงกับแมลงวันและยุงที่เยอะไปหน่อย ที่นี่แหละคือที่ที่ผ่อนคลายจิตใจได้ดีที่สุด
ออกจากห้องน้ำ
หลี่เซี่ยงตงยิ้มทักทายคนที่ยังต่อแถวอยู่ท้าย ๆ อีกครั้ง
แล้วรีบวิ่งกลับบ้าน ล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าว
กลับมาที่ห้องปีกตะวันตก เก็บชุดทำงานที่ไม่มีรอยปะชุนใส่กระเป๋าสะพาย มือหิ้วรองเท้าบูทยางที่ใส่กลับมาเมื่อวาน
คนในบ้านรู้ว่าวันนี้หลี่เซี่ยงตงต้องออกรถครั้งแรก แถมต้องไปถึงเทียนจิน ทุกคนเลยออกมาส่งเขา
"ทุกคนกลับเข้าบ้านเถอะครับ ไม่ต้องมาส่งหรอก"
หลี่เซี่ยงตงก้มลงลูบหัวหลี่เสี่ยวไห่ เดินไปหาโจวอวี้ฉิน หอมแก้มลูกสาวในอ้อมกอดภรรยา แล้วบอกเธอว่า "มะรืนผมก็กลับแล้ว คุณอยู่บ้านดูแลลูกดี ๆ นะ"
ปู่หลี่กำชับ "เจ้าตง อยู่ข้างนอกระวังตัวด้วยนะ"
ย่าหลี่เสริม "ต้องกินให้อิ่ม นอนให้หลับนะลูก"
"ทราบแล้วครับปู่ ย่า"
หลี่เซี่ยงตงมองทุกคนที่หน้าประตูแล้วยิ้ม "ส่งกันพันลี้ สุดท้ายก็ต้องจาก ทุกคนกลับเข้าบ้านเถอะครับ ฐานที่มั่น 9527 ผมจะรักษาไว้อย่างดี!"
พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปทันที
ย่าหลี่มองแผ่นหลังหลานชายแล้วงง "ตาแก่ เมื่อกี้เจ้าตงพูดว่าอะไรนะ?"
ปู่หลี่ไม่ตอบ ได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ
แม่หลี่เห็นลูกชายคนโตกับลูกชายคนรองและครอบครัวยืนยิ้มกันหน้าบาน โดยเฉพาะหลานชายสามคนของแกที่หัวเราะคิกคัก
แกโมโหขึ้นมาทันที "แม่แกอุตส่าห์ทิ้งจานทิ้งชามยังไม่ได้ล้างออกมาส่ง ดันพูดจาภาษาคนไม่รู้เรื่อง ไอ้ลูกเวรนี่น่าตีก้นจริง ๆ!"
พ่อหลี่หน้าตึง "ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม พูดจาเลอะเทอะ"
หลี่เซี่ยงตงที่ยังเดินไปไม่ไกล ได้ยินเสียงพ่อกับแม่ด่าไล่หลังมา ก็รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เชอะ~
ถ้าไม่เห็นว่าย่าขอบตาแดง ๆ เหมือนน้ำตาจะไหล เขาจะยอมพูดตลกให้บรรยากาศมันครึกครื้นทำไมเล่า?
หลี่เซี่ยงตงเดินจ้ำอ้าวไม่หยุด ผลักประตูห้องทำงานเข้าไป เห็นชายวัยกลางคนนั่งจิบชาอ่านหนังสือพิมพ์อยู่อย่างสบายอารมณ์ที่โต๊ะทำงาน
ชายวัยกลางคนเห็นหลี่เซี่ยงตงเข้ามา ก็วางหนังสือพิมพ์ลง ยิ้มถามว่า "เธอคือหลี่เซี่ยงตง สหายหลี่โทรโข่ง น้องใหม่ของกลุ่มเราใช่ไหม?"
"เอ่อ... ใช่ครับ พี่เรียกว่าอะไรนะครับ?"
หลี่เซี่ยงตงได้ยินคำว่า 'หลี่โทรโข่ง' ถึงกับสมองรวนไปชั่วขณะ เขาวางรองเท้าบูทลงแล้วเดินไปยื่นมือทักทาย
"หวังต้าไห่"
หวังต้าไห่ลุกขึ้นจับมือตอบ
หลี่เซี่ยงตงยิ้ม "สวัสดีครับน้าหวัง เรียกผมว่าเจ้าตงเถอะครับ"
หวังต้าไห่โบกมือ "เจ้าตง เรียกว่าลุงไห่เถอะ ในกลุ่มเราไม่ได้มีฉันคนเดียวที่แซ่หวัง เดี๋ยวจะสับสนว่าหวังไหนเป็นหวังไหน"
หลี่เซี่ยงตงเปลี่ยนคำเรียกตามน้ำทันที "ได้ครับ งั้นวันหน้าผมเรียกลุงไห่นะครับ"
หวังต้าไห่พยักหน้า ดูนาฬิกาข้อมือ "เจ้าตง มาเช้าใช้ได้เลยนี่"
"วันทำงานเป็นทางการวันแรกครับ อยากสร้างความประทับใจให้หัวหน้าหน่อย ลุงไห่พักตามสบายนะครับ เดี๋ยวผมขอเอาของไปเก็บก่อน"
หลี่เซี่ยงตงหิ้วรองเท้าบูทไปที่ตู้ล็อกเกอร์ เก็บรองเท้าเข้าตู้
ลุงไห่เห็นหลี่เซี่ยงตงถือกระติกจะรินน้ำ จึงถามว่า "เจ้าตง ดื่มชาไหม? ลุงมีชาดีอยู่นะ ชาหลงจิ่งเก็บก่อนเชงเม้ง (หมิงเฉียนหลงจิ่ง) เคยดื่มไหม? ลองชิมดูสักหน่อยไหมล่ะ?"
ขนาดชาหลงจิ่งเก็บก่อนเชงเม้งยังหามาดื่มได้ แสดงว่าลุงไห่คนนี้ไม่ธรรมดา
"ขอบคุณครับลุงไห่ งั้นผมขอลาภปากหน่อยนะครับ"
หลี่เซี่ยงตงหยุดมือ ถือแก้วน้ำเดินเข้าไปหา
ชาทิกวนอิมที่เขาจิ๊กมาจากห้องโหวเจี้ยนเซ่อ เมื่อคืนโดนแบ่งไปเจ็ดส่วนสาม
ปู่เอาไปเจ็ด พ่อเอาไปสาม ไม่เหลือเศษใบชาให้เขาเลยสักนิด!