- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 55: ฝนเทียม
บทที่ 55: ฝนเทียม
บทที่ 55: ฝนเทียม
แม่หลี่เป็นคนนิสัยยังไง หลี่เซี่ยงตงผู้เป็นลูกชายย่อมรู้ดีที่สุด
ขนาดบ้านอื่นมีเรื่องสนุกให้ดู แกยังไปยืนเกาะขอบรั้วดูได้เป็นวัน ๆ
ตอนนี้เปลี่ยนเป็นตัวแกเองที่กำลังถูกคนรุมล้อมเยินยอ แถมยังเป็นเรื่องของลูกชายคนเล็กที่ไม่เคยทำให้แกได้หน้ามาก่อนแบบนี้
หลี่เซี่ยงตงรู้สึกว่า แม่เขาจะยังจำได้หรือเปล่าว่าต้องกลับมาทำมื้อเย็น ก็ยังน่าสงสัย!
ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้าบ้าน
หลี่เซี่ยงตงเห็นลูกชายและหลานชายทั้งสามคน กำลังก้มหน้าก้มตาโก่งก้นเก็บพุทราอยู่ใต้ต้นพุทรา
สองพี่น้องเสี่ยวเหมยและเสี่ยวหลาน ประกบซ้ายขวาขนาบข้างลูกสาวเขา 'หลี่เสี่ยวจู' ให้ยืนดูพวกพี่ชายเล่นกันอยู่ที่หน้าประตูห้องปีกตะวันตก
ฝนเพิ่งหยุดตก พุทราสีแดงบนต้นในลานบ้านร่วงหล่นเกลื่อนพื้น
พุทราแดงช่วงนี้ถือเป็นของบำรุงชั้นดี ปกติแม่หลี่จะไม่ยอมให้เด็ก ๆ ในบ้านมาวุ่นวายกับต้นพุทรา
แต่ถ้าเป็นลูกที่โดนฝนซัดตกลงมาเอง แกก็ไม่ว่าอะไร ถือซะว่าเป็นขนมกินเล่นของเด็ก ๆ
หลี่เสี่ยวเหมยเห็นอาสามกลับมา กำลังจะอ้าปากตะโกนเรียก
หลี่เซี่ยงตงรีบเอานิ้วชี้แตะริมฝีปากทำท่าจุ๊ ๆ แล้วชี้ไปที่พวกหลี่เสี่ยวเจียงที่กำลังก้มหน้าเก็บพุทราอยู่
หลี่เสี่ยวเหมยยิ้มรู้ทัน หันไปกระซิบกับน้องสาว แล้วช่วยกันปิดปากหลี่เสี่ยวจูไว้ไม่ให้ส่งเสียง
หลี่เซี่ยงตงย่องเข้าไปเบา ๆ แล้วเร่งฝีเท้าพุ่งเข้าไปกระโดดถีบต้นพุทราเต็มแรงหนึ่งที จากนั้นก็รีบวิ่งหนีออกมาจากใต้ต้นไม้
เสียงดัง ซู่ซ่า น้ำฝนที่ค้างอยู่บนต้นไม้พร้อมกับลูกพุทรา ร่วงกราวลงมาเหมือนห่าฝน!
"ว้าย~!"
"วิ่งเร็ว!"
"หนีเร็วเข้า! ฝนตกอีกแล้ว!"
หลี่เสี่ยวเจียงและน้อง ๆ ที่อยู่ใต้ต้นไม้ วิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่นเหมือนแมลงวันหัวขาด ก้มหัววิ่งชนกันมั่วไปหมด
ตุ้บ
หลี่เสี่ยวไห่วิ่งก้มหน้าก้มตามาชนเข้ากับต้นขาของหลี่เซี่ยงตงอย่างจัง
แรงกระแทกทำเอาหลี่เสี่ยวไห่กระเด็นกลับหลังไปเมตรกว่า ล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น เขาเอามือลูบหัวเงยหน้าขึ้นมอง แล้วร้องเรียก "พ่อ~"
หลี่เซี่ยงตงหัวเราะลั่น "ยังไม่รีบลุกขึ้นมาอีก"
"คร้าบ"
หลี่เสี่ยวไห่บิดตัว เอามือยันพื้นลุกขึ้นยืน
เดิมทีแค่กางเกงผ่าเป้าเลอะนิดหน่อย คราวนี้เปื้อนโคลนไปครึ่งตัวเลยทีเดียว!
หลานชายทั้งสามที่วิ่งหนีไปได้หลายเมตร หันกลับมาเห็นว่าเป็นฝีมืออาสามที่แกล้งพวกตน
หลี่เสี่ยวเจียงโวยวาย "อาสามทำไมแกล้งกันแบบนี้ล่ะครับ!"
หลี่เสี่ยวโป๋ทำหน้ามุ่ย "อาสาม ดูสิครับ เสื้อผมเปียกหมดแล้ว"
"ดูนี่สิคืออะไร?"
หลี่เสี่ยวเทาล้วงพุทราลูกหนึ่งออกมาจากคอเสื้อ ยิ้มแฉ่ง "มันหล่นใส่หัวผม ฮ่า ๆ ๆ แล้วก็กลิ้งเข้าไปในเสื้อพอดีเลย"
พูดจบก็เช็ดพุทรากับเสื้อ โยนเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ กลืนลงคอแล้วคายเม็ดออกมา เขาเกาหัวพูดเสียงอู้อี้ว่า "พุทราไม่อิ่มท้องเลย ถ้าเปลี่ยนเป็นแอปเปิ้ลก็คงดี"
หลี่เซี่ยงตงมองหลานชายรองผู้ซื่อบื้อ เจ้าเด็กคนนี้มีความทะเยอทะยานอยากก้าวหน้าจริง ๆ!
สามพี่น้องบ้านหลี่เสี่ยวเจียงเข้ามารุมล้อมอาสามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "อาสามใส่ชุดอะไรเหรอครับ? เท่จังเลย!"
"อาสาม ในกระเป๋ามีอะไรครับ?"
"มีของกินไหมครับ? อาสาม ผมเอาพุทราแลกนะ"
ไม่ใช่แค่พวกหนุ่ม ๆ แม้แต่หลี่เสี่ยวเหมยที่อุ้มหลี่เสี่ยวจู กับหลี่เสี่ยวหลานก็เดินเข้ามาดูอาสามที่เปลี่ยนลุคไปจนจำแทบไม่ได้
"พ่อ... อุ้ม... อุ้ม..."
หลี่เสี่ยวจูมองพ่อ กางแขนร้องให้อุ้ม
"เสี่ยวชีเด็กดี รอพ่อเอาของไปเก็บในห้องก่อนนะแล้วค่อยอุ้ม"
หลี่เซี่ยงตงเห็นลูกชายยื่นมือดำปี๋จะมาจับเสื้อโค้ททหารที่เขาถืออยู่ ก็รีบยกหนี "พวกแกยังไม่รีบไปเก็บพุทราอีก เมื่อกี้อาเตะร่วงลงมาตั้งเยอะ เสี่ยวหลาน ไปหยิบไม้กวาดที่หน้าประตูมาที"
"จริงด้วย ไปเก็บพุทรากันเถอะ~"
"อย่าแย่งฉันนะ!"
พวกหลี่เสี่ยวเจียงหันหลังวิ่งกลับไปที่ใต้ต้นพุทราทันที
โจวอวี้ฉินที่ง่วนอยู่ในห้อง พร้อมกับพี่สะใภ้ทั้งสองและปู่ย่า เดินออกมาเห็นหลี่เซี่ยงตงในชุดเครื่องแบบพนักงานรถไฟตัวใหม่เอี่ยม ดวงตาของทุกคนก็เป็นประกาย
หลี่เซี่ยงตงทักทายปู่กับย่า กำลังจะเดินเข้าไปคุยด้วย ก็ต้องสะดุ้งโหยงกับเสียงตวาดของภรรยาที่ดังขึ้นข้างหู!
"หลี่เสี่ยวไห่! มานี่เดี๋ยวนี้!"
โจวอวี้ฉินเห็นสภาพลูกชายที่มอมแมมไปทั้งตัว อารมณ์ดี ๆ เมื่อกี้หายวับไปกับตา
"แม่ เรียกผมทำไม?"
หลี่เสี่ยวไห่ที่เพิ่งวิ่งไปถึงใต้ต้นพุทรา หันกลับมามองแม่ด้วยสายตาหวาดระแวง แล้วค่อย ๆ ขยับตัวกระดึ๊บ ๆ เข้าหาแม่
โจวอวี้ฉินเห็นลูกชักช้า ก็เดินดุ่ม ๆ เข้าไปหา ชี้ไปที่เสื้อผ้าดำเมี่ยมและเนื้อตัวสกปรก
"เพิ่งเปลี่ยนชุดให้เมื่อกี้ ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย ทำไมสภาพเป็นแบบนี้อีกแล้ว? อยากโดนตีใช่ไหมฮะ?!"
หลี่เสี่ยวไห่เงยหน้าฟ้อง "แม่ ไม่ใช่ผมนะ พ่อต่างหาก..."
"เกี่ยวอะไรกับพ่อ? ลูกเดินไม่ดูทางเอง อย่ามาโทษพ่อสิ"
หลี่เซี่ยงตงรีบตัดบทลูกชายจอมฟ้อง
ก็เขาเป็นคนแกล้งลูกจริง ๆ นั่นแหละ ต้องรีบชิ่งหนีจากสถานการณ์นี้ก่อน พูดจบเขาก็หันหลังเดินหนีเข้าห้องตัวเองไป
พี่สะใภ้ใหญ่รีบเข้ามาห้ามโจวอวี้ฉินที่ง้างมือจะตีลูก "เด็กผู้ชายก็ซนแบบนี้แหละ ดุหน่อยก็พอ อย่าถึงกับลงไม้ลงมือเลย"
โจวอวี้ฉินบ่นอย่างหัวเสีย "พี่สะใภ้ไม่รู้อะไร วันนี้เขาเปลี่ยนชุดไปสามรอบแล้วนะ เสื้อผ้าที่ไหนจะมีให้ผลาญขนาดนี้!"
"ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวป้าพาเสี่ยวไห่ไปล้างตัวนะ แล้วค่อยใส่ชุดของพี่เสี่ยวโป๋แก้ขัดไปก่อน"
พี่สะใภ้รองเดินเข้ามา ลูบหัวหลี่เสี่ยวไห่ที่ยืนคอตก แล้วจูงมือพาไปที่ก๊อกน้ำ
ปู่กับย่าก็ช่วยพูดปลอบโจวอวี้ฉินอีกแรง แล้วทุกคนก็ตามเข้าไปในห้องปีกตะวันตก
หลี่เซี่ยงตงเพิ่งวางข้าวของลงบนเตียงเตา ก็เห็นปู่ย่าและพี่สะใภ้ใหญ่เดินตามภรรยาเขาเข้ามา
"ปู่กับย่าเดินมาทำไมครับ? ฝนเพิ่งหยุด พื้นในลานบ้านลื่นจะตาย เกิดล้มไปจะทำยังไง?"
เขารีบเข้าไปประคองปู่กับย่าคนละข้าง พาไปนั่งที่หัวเตียง
ปู่หลี่ถาม "เจ้าตง ทำไมวันนี้กลับเร็วนักล่ะ?"
"ทำงานวันแรก หัวหน้าเลยอนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้กลับก่อนครับ"
หลี่เซี่ยงตงตอบยิ้ม ๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าทำไม
ย่าหลี่จับมือหลานชาย ลูบคลำชุดเครื่องแบบที่เขาสวมอยู่ "ดีจริง ๆ หลานย่าได้ดิบได้ดีแล้ว"
พูดไปน้ำตาแกก็ไหลพราก หลี่เซี่ยงตงเห็นแล้วรู้สึกจุกในอก
ปู่หลี่เอ็ด "เจ้าตงมีงานมีการทำเป็นหลักแหล่ง เราควรจะดีใจสิ ยายแก่คนนี้จะร้องไห้ทำไม?"
ย่าหลี่ปาดน้ำตา "ก็ฉันดีใจนี่นา ทำไม? ดีใจแล้วร้องไห้ไม่ได้เหรอ?"
ปู่หลี่เถียงสู้เมียไม่ได้ เลยหันไปหยิบห่อเสื้อผ้าที่หลี่เซี่ยงตงวางไว้บนเตียง แก้มัดเชือกออก แล้วหยิบเสื้อโค้ทตัวใหญ่ออกมาสะบัด ลองทาบกับตัวดู
"นี่มันของดีเลยนะเนี่ย!"
”