- หน้าแรก
- พลิกผันคืนวันเก่า สู่ความรุ่งเรืองของครอบครัว
- บทที่ 48: มหาสมุทรแห่งมวลมหาประชาชน!
บทที่ 48: มหาสมุทรแห่งมวลมหาประชาชน!
บทที่ 48: มหาสมุทรแห่งมวลมหาประชาชน!
"เจ้าเด็กบ้า! ยังจะมาแช่งฉันอีกเหรอ!"
ลุงโหวโดนหลี่เซี่ยงตงแซวเข้าให้ ก็โมโหจนหน้าดำหน้าแดง สาดน้ำชาในแก้วใส่หน้าต่างเต็มแรง
หลี่เซี่ยงตงตาไว รีบปิดหน้าต่างดัง ปัง! ทันเวลาพอดี แล้วค่อยเปิดหน้าต่างใหม่ แซวกลับว่า "ลุงนี่ไร้มารยาทจริง ๆ มีใครเขาเลี้ยงน้ำชาแขกกันแบบนี้บ้าง?"
"เจ้าตง! แน่จริงก็เข้ามาข้างในสิวะ!" ลุงโหวตะโกนท้า
หลี่เซี่ยงตงไม่โง่พอที่จะเดินเข้าถ้ำเสือ "ผมไม่เข้าไปหรอก"
"ไม่เข้าใช่ไหม? ได้ งั้นฉันจะออกไปเอง แกอย่าหนีนะเว้ย!"
ลุงโหวเดินฮึดฮัดมาที่ประตู แต่หลี่เซี่ยงตงไวกว่า รีบวิ่งไปดึงลูกบิดประตูไว้แน่นจากด้านนอก
ลุงโหวเปิดไม่ออก ตะโกนผ่านประตู "ไอ้เด็กเปรต ปล่อยมือเดี๋ยวนี้นะ!"
"จะให้ปล่อยก็ได้ แต่ต้องถือว่าเรื่องเมื่อกี้จบกันไป ถ้าลุงตกลง ผมจะเปิดให้เดี๋ยวนี้เลย"
ลุงโหวเงียบ หลี่เซี่ยงตงก็ไม่ยอมเปิด
ยื้อยุดกันอยู่พักหนึ่ง โหวซานก็โผล่หน้าเข้ามาที่หน้าต่าง ยิ้มกวน ๆ ให้ลุงโหว "ปู่รอง ให้ผมช่วยเปิดประตูให้ไหม?"
ลุงโหวแปลกใจ "เจ้าสาม แกไปรวมหัวกับมันได้ยังไง?"
โหวซานถูจมูก "พ่อให้ผมพาพี่ตงเดินดูรอบ ๆ สถานี แล้วพ่อยังจัดให้เราสองคนอยู่ขบวนเดียวกันด้วยครับ"
"สนิทกันเร็วดีนะ ถึงขั้นเรียกพี่เรียกน้อง"
ลุงโหวหัวเราะทั้งที่ยังโมโห เลิกยื้อประตูกับหลี่เซี่ยงตง เดินมาที่หน้าต่างแล้วตบหัวโหวซานดัง ปึก! "หลบไป!"
โหวซานร้อง "โอ๊ย" หดหัวกลับ ถอยหลังไปสองก้าว ยืนลูบหัวป้อย ๆ
"ไอ้ทึ่มเอ๊ย วันหลังอยู่กับเจ้าตงก็หัดระวังตัวไว้บ้าง ระวังจะโดนมันหลอกขายไม่รู้ตัว"
ลุงโหวโผล่หัวออกมาจากหน้าต่าง เตือนหลานชายจอมทึ่ม แล้วชี้ไปที่หลี่เซี่ยงตงที่ยังเกาะลูกบิดประตูแน่นด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม
หลี่เซี่ยงตงได้ยินก็ไม่พอใจ "ผมจะไปหลอกคนกันเองได้ยังไง? ลุงโหวอย่ามาใส่ร้ายผมนะ!"
"ถ้าแกเป็นคนดีจริง ก็เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้สิ!"
"เปิดก็เปิด"
ทันทีที่หลี่เซี่ยงตงปล่อยมือ ลุงโหวก็หดหัวกลับแล้วพุ่งมาที่ประตู หลี่เซี่ยงตงเห็นท่าไม่ดีก็ใส่เกียร์หมาวิ่งแน่บ
วิ่งไปได้สักยี่สิบเมตร หันกลับมาเห็นลุงโหวเท้ายเอวด่ากราดอยู่ที่หน้าประตู เขาก็หัวเราะชอบใจ
เขาหยุดวิ่ง นั่งยอง ๆ ริมถนนรออาเจ๋อและโหวซาน มือคว้าหญ้าหางหมาแถวนั้นมาแคะฟันเล่น
"สวัสดีครับลุงโหว เมื่อเช้าเราเจอกันแล้ว ลุงจำได้ไหมครับ?"
อาเจ๋อทักทายลุงโหวอย่างนอบน้อม
"อืม"
ลุงโหวขยับแว่นสายตายาว ตอบรับส่ง ๆ
ความจำแกดีเยี่ยม เห็นหน้าอาเจ๋อก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าทันที ตอนกริ่งเข้างานดัง แกกำลังจะปิดประตู อาเจ๋อก็วิ่งทะเล่อทะล่าจะพุ่งเข้ามา จนแกต้องเป็นคนห้ามไว้
ลุงโหวโบกมือไล่ "ไปให้พ้น ๆ อย่ามาเกะกะแถวนี้ เห็นหน้าพวกแกแล้วหงุดหงิด"
โหวซานยิ้มร่า "งั้นปู่รองก็นอนต่อเถอะครับ พวกผมไปล่ะ"
"เออ"
ลุงโหวเอามือไพล่หลังเดินกลับเข้าห้องรับส่งเอกสารไป
หลี่เซี่ยงตงเห็นอาเจ๋อและโหวซานเดินเข้ามาหา ก็ทิ้งหญ้าในมือแล้วลุกขึ้นยืน
"พวกนายคงไม่ได้โดนด่าแทนฉันหรอกนะ?"
อาเจ๋อยักไหล่ "เปล่า ฉันคุยกับปู่รองของโหวซานไม่กี่คำเอง"
โหวซานเสริม "ปู่รองฉันแกนิสัยแปลก ๆ จะชอบคุยกับคนที่ถูกคอเท่านั้นแหละ กับฉันแกยังไม่ค่อยยิ้มให้เลย"
หลี่เซี่ยงตงยืนฟังบทสนทนาของทั้งคู่แล้วก็แอบขำ
อาเจ๋อก็ซื่อบื้อ โหวซานก็ทั้งโง่ทั้งมึน ลุงโหวจะไปชอบได้ยังไง
เมื่อเช้าตอนคุยกัน ลุงโหวบอกเองว่าแกไม่ชอบคุยกับคนหัวช้า
กลัวคุยมาก ๆ แล้วจะติดเชื้อโง่จนกลายเป็นคนแก่เลอะเลือนไปด้วย
...
จากหอพักพนักงานเดินไปอาคารสถานีรถไฟใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ทั้งสามคนก็มาถึงลานหน้าสถานี
พอดีกับเสียงบอกเวลาชั่วโมงดังขึ้น หอนาฬิกาทั้งสองฝั่งของอาคารบรรเลงเพลง 'ตงฟางหง' (บูรพาแดง) ดังสนั่น!
น่าดีใจที่เสียงระฆังอันเป็นเอกลักษณ์นี้ยังคงอยู่ไปถึงโลกอนาคต ตั้งแต่สถานีรถไฟปักกิ่งสร้างเสร็จจวบจนหลายสิบปีให้หลัง เสียงนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
บ้านหลี่เซี่ยงตงอยู่ไม่ไกลจากสถานี ทุกชั่วโมงเขามักจะได้ยินเสียงเพลง 'ตงฟางหง' แว่วมาตามลม
แต่การได้ยินชัด ๆ ในระยะประชิดแบบนี้ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้สัมผัสมานานมากแล้ว
สถานีรถไฟปักกิ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีการสถาปนาประเทศ เป็นสถานีพิเศษภายใต้การกำกับดูแลของกรมรถไฟปักกิ่ง
ตอนสร้างเสร็จใหม่ ๆ มีรางรถไฟแค่ 12 สาย
รองรับผู้โดยสารได้สูงสุดวันละ 200,000 คน และรองรับผู้โดยสารรอรถพร้อมกันได้ 14,000 คน
ผ่านไปยี่สิบปี เส้นทางรถไฟขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ จำนวนผู้คนก็มหาศาลขึ้นตามไปด้วย!
บริเวณสถานีรถไฟเต็มไปด้วยผู้คนที่รีบเร่งเดินทาง แบกหามสัมภาระ หิ้วห่อผ้า พะรุงพะรัง บางคนจูงลูกจูงหลาน มืออีกข้างหิ้วกระเป๋าใบใหญ่
ผู้คนขวักไขว่สวมเสื้อผ้าโทนสีน้ำเงิน เขียว เหลือง และเทา มองไปทางไหนก็เห็นแต่คลื่นมนุษย์แน่นขนัด
หลี่เซี่ยงตงเผลอแวบเดียว โหวซานตัวเตี้ยก็หายวับไปจากสายตา
"อาเจ๋อ โหวซานล่ะ?"
"เมื่อกี้ยังเดินนำหน้าเราอยู่เลย หายไปไหนแล้ว?"
อาเจ๋อเขย่งเท้าตะโกนเรียก "โหวซาน~ โหวซาน นายอยู่ไหน!?"
หลี่เซี่ยงตงใช้ความได้เปรียบของส่วนสูง กวาดตามองหาโหวซานไปทั่ว
"ทางนี้! ฉันอยู่นี่!"
เสียงดังมาจากข้างหน้าห่างไปเจ็ดแปดเมตร มองไม่เห็นตัวคน เห็นแต่เมือข้างหนึ่งโบกไปมาหยอย ๆ
หลี่เซี่ยงตงอดขำไม่ได้ "โหวซานจมหายไปในมหาสมุทรแห่งมวลมหาประชาชนแล้ว!"
โหวซานมุดซ้ายป่ายขวาหลบหลีกผู้คนอย่างคล่องแคล่ว จนมาถึงตัวเพื่อนทั้งสอง "ช่วงนี้คนเยอะพอดี พวกนายตามฉันมาให้ติด ๆ นะ"
อาเจ๋อปาดเหงื่อบนหน้าผาก บ่นอุบ "คนเยอะชิบเป๋ง!"
โหวซานชินซะแล้ว "นี่แค่น้ำจิ้ม เราเข้าทางด้านข้าง ถ้าเข้าทางประตูหน้า คนเยอะกว่านี้อีก!"
หลี่เซี่ยงตงพยักหน้าเงียบ ๆ
ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในลานหน้าสถานี เขามีความรู้สึกเดียวคือ คนเยอะ... คนเยอะโคตร ๆ!
เยอะจนแค่มองก็รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกแล้ว!