- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ด้วยหอคอยสมบัติ
- ตอนที่ 66 นกกระจอกเทศรออยู่ข้างหลัง
ตอนที่ 66 นกกระจอกเทศรออยู่ข้างหลัง
ตอนที่ 66 นกกระจอกเทศรออยู่ข้างหลัง
เจ้าสามกัดฟันแน่น ใช้มือยันพื้นลุกขึ้นนั่ง หมูป่าที่จู่ๆ ก็เสียเป้าหมายไปสองคน จึงหันมาเล็งเป้าหมายสุดท้ายที่เหลืออยู่ ดวงตาแดงก่ำทุกคู่ จ้องเขม็งมาที่เจ้าสาม ความเงียบที่ปกคลุมกะทันหันช่างน่ากลัวที่สุด เจ้าสามเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ กวาดตามองไปรอบๆ "เชี่ย..." ดวงตาสีเลือดนับสิบคู่จ้องเขาตาไม่กะพริบ วินาทีนี้ความเจ็บปวดไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไป การเอาชีวิตรอดต่างหากที่สำคัญที่สุด
"อ๊าก..." เจ้าสามกัดฟันข่มความเจ็บปวด ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอด เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย กระชากขาที่บาดเจ็บออกจากเขี้ยวหมูป่าที่แหลมคม เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกจากบาดปากราวกับน้ำพุ เจ้าสามไม่สนใจจะห้ามเลือด ลากขาที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด วิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต ฝูงหมูป่าแตกตื่นอีกครั้ง พากันวิ่งไล่กวดตามไปอย่างบ้าคลั่ง
"เจ้าสาม วิ่งเร็ว~" เจ้าสองที่อยู่บนต้นไม้ แววตาเป็นประกายวูบวาบ สายตาจับจ้องไปที่ถุงในมือเจ้าสามไม่วางตา
ในมิติเจดีย์ จางเสี่ยวหลงส่ายหน้า "เจ้าสามนี่มันงกเงินจนตัวตายจริงๆ ขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมทิ้งถุงเงินอีก เสียดาย ต่อให้ไม่มีหมูป่า มันก็ไม่รอดอยู่ดี" ดูจากเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมา ก็รู้แล้วว่าเขี้ยวหมูป่าแทงโดนเส้นเลือดใหญ่เข้าอย่างจัง ถ้าไม่ดึงออกอาจจะยังพอมีทางรอด แต่ตอนนี้คงหมดหวังแล้ว
"พี่ใหญ่ช่วยผมด้วย... พี่รอง..." เจ้าสามลากขาที่บาดเจ็บสาหัส จะไปวิ่งหนีทันฝูงหมูป่าคลั่งได้ยังไง! ชายตาเดียวยกปืนเล็งหมูป่า เหนี่ยวไก "เจ้าสาม อดทนไว้ รอข้าฆ่าไอ้พวกเดรัจฉานพวกนี้ให้หมดก่อน!"
"เจ้าสาม แข็งใจไว้! ข้ากับพี่ใหญ่จะรีบจัดการพวกมันเดี๋ยวนี้แหละ" เจ้าสองพยายามซ่อนความยินดีในใจ แล้วระดมยิงใส่ฝูงหมูป่าอย่างดุเดือด
เจ้าสามรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ กว่าพวกแกจะฆ่าหมูป่าหมด ข้าคงตายห่าไปนานแล้วไหม? โกรธ? แค้น? ด่าทอ? ... เขาไม่มีเวลาแล้ว เจ้าสามถูกฝูงหมูป่าคลั่งถาโถมเข้าใส่ ไม่รู้กี่เขี้ยวต่อกี่เขี้ยวที่เสียบทะลุร่างของเขา
เสียงปืนดังสนั่นไม่ขาดสาย อาจเป็นเพราะอยู่บนต้นไม้ ไร้กังวลเรื่องความปลอดภัย ฝีมือยิงปืนของชายตาเดียวและเจ้าสองจึงแม่นยำขึ้นผิดหูผิดตา ยิงหมูป่าตายและบาดเจ็บไปเก้าตัวรวด "ลูกพี่ กระสุนผมเหลือสิบนัด หมูป่าเหลืออีกสิบสองตัว เอาไงดี?" เจ้าสามเปลี่ยนแม็กกาซีนเสร็จก็ตะโกนถาม
"ข้าเหลืออีกเก้านัด เล็งให้แม่นๆ เก็บพวกมันให้ได้มากที่สุด" ดวงตาข้างเดียวของชายตาเดียวฉายแววอำมหิต คนหายไปหนึ่ง ส่วนแบ่งก็เพิ่มขึ้นอีกบาน ถ้าหายไปอีกคน ก็ฮุบคนเดียวสบายแฮไม่ใช่เหรอ?
จางเสี่ยวหลงนั่งขัดสมาธิอยู่ในมิติ มองดูสองคนต่างคิดคดทรยศ หมูป่าล้มลงทีละตัวๆ จนเหลือหมูป่าแค่สองตัวสุดท้าย "เจ้ารอง กระสุนนัดสุดท้ายแล้ว เราจัดการคนละตัวนะ" ชายตาเดียวเล็งไปที่หัวหมูป่าตัวหนึ่ง "ได้เลยลูกพี่ ยิงเสร็จลงไปแบ่งเงินกัน" เจ้าสองเล็งหมูป่าอีกตัวเช่นกัน
"ปัง ปัง~" เสียงปืนสองนัดดังขึ้นพร้อมกัน หมูป่าไม่ล้ม แต่เจ้าสองร่วงลงมาจากต้นไม้แทน แววตาที่ค่อยๆ หม่นแสงลง เต็มไปด้วยความไม่ยินยอม ทั้งที่หันปากกระบอกปืนไปพร้อมกันแท้ๆ แต่เขากลับช้ากว่าก้าวหนึ่ง เปิดโอกาสให้ลูกพี่ชิงลงมือก่อน
"ฮ่าๆๆ... เจ้ารองเอ๋ยเจ้ารอง คิดจะเล่นสกปรกกับข้าเหรอ! งั้นข้าก็ต้องสงเคราะห์ส่งเอ็งไปลงนรกซะแล้ว" ชายตาเดียวปลดแม็กกาซีน ล้วงกระสุนออกมาหนึ่งกำมือ บรรจุใส่แม็กกาซีนอย่างใจเย็น แล้วขึ้นลำกล้อง~ ท่าทางคล่องแคล่วว่องไวราวกับสายน้ำไหล "หมูป่าสองตัว ไม่ต้องถึงมือสองคนหรอก ข้าคนเดียวก็เอาอยู่!"
สิ้นเสียงปืน ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบสงบ ชายตาเดียวเป่าควันออกจากปากกระบอกปืนอย่างสบายอารมณ์ เหน็บปืนไว้ที่เอว เตรียมปีนลงจากต้นไม้
ในมิติเจดีย์ชั้นสอง "ละครพี่น้องฆ่ากันเองฉากนี้เด็ดจริงๆ~ ถึงตาพระเอกออกโรงแล้ว!" สิ้นความคิด จางเสี่ยวหลงก็ปรากฏตัวเงียบกริบหลังก้อนหินใหญ่ ปืนยาวกึ่งอัตโนมัติแบบ 56 พาดบนก้อนหิน เล็งเป้าแบบศูนย์นั่งแท่น~
ชายตาเดียวค่อยๆ ไต่ลงจากต้นไม้อย่างทุลักทุเล ตอนปีนหนีตาย ปีนเร็วยิกๆ ไม่รู้สึกอะไร พอตอนนี้ดันมากลัวความสูงซะงั้น
"ปัง~" กระสุนจากปืน 56 พุ่งแหวกอากาศออกจากลำกล้อง ชายตาเดียวหน้าถอดสี มือขวาคว้าปืนที่เอวโดยสัญชาตญาณ ลืมสิ้นถึงสถานการณ์ปัจจุบัน "ว้าย~" ชายตาเดียวร่วงจากต้นไม้สูงเจ็ดแปดเมตร
"เชี่ย~ ตกลงยิงโดนหรือไม่โดนวะเนี่ย?" จางเสี่ยวหลงเกาหัวแกรกๆ ชายตาเดียวไม่สนความเจ็บปวดที่เอว ยกปืนกราดยิงไปทางที่เจ้าสองตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง จางเสี่ยวหลงถึงกับพูดไม่ออก ยิงคนตายทำบ้าอะไร? เอ่อ... ดูเหมือนศพเจ้าสองจะอยู่แนวเดียวกับมุมยิงของฉันพอดีแฮะ มิน่าล่ะ
"แกรก แกรก แกรก~"
"ข้าจะยิงให้พรุนเลย คอยดูสิไอ้เวร กล้าลอบกัด... ซี้ด!" ชายตาเดียวเริ่มเอะใจ เสียงปืนเมื่อกี้มันดังสนั่น ไม่ใช่เสียงปืนพกแน่ๆ มีคนอื่นอยู่ที่นี่! ชายตาเดียวรีบปลดแม็กกาซีน ล้วงกระเป๋าหากระสุน จางเสี่ยวหลงไหนเลยจะเปิดโอกาสให้ ได้ยินเสียง "แกรก" ก็ย่องเข้ามาประชิดตัวแล้ว
"อย่าขยับ! ขยับหัวระเบิด!" ปากกระบอกปืนเย็นเฉียบจ่อติดขมับชายตาเดียว ชายตาเดียวเบิกตาโพลงด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าเงยหน้ามอง และไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว
"ปัง ปัง" สองนัด กระสุนสองนัดเจาะเข้ากลางหลังชายตาเดียว ทะลุเสื้อนวมเป็นรูโหว่เลือดสาด "แก... พูดไม่เป็น... คำ... อึก..." ชายตาเดียวสิ้นใจด้วยความแค้นเคืองสุดขีด
"บอกว่าอย่าขยับก็ไม่ขยับจริงๆ เหรอ? ไอ้โง่~" กับคนชั่วช้าสามานย์พรรค์นี้ จางเสี่ยวหลงไม่มีความเมตตาให้แม้แต่น้อย พวกมันฆ่าคนในโรงงานเหล็กอย่างโหดเหี้ยม ทำให้หน่วยรักษาความปลอดภัยตายเก้าเจ็บหนึ่ง กี่ครอบครัวต้องสูญเสียเสาหลักไป เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ปล้นเงินเดือนคนงานกว่าหมื่นคน กี่ครอบครัวต้องอดมื้อกินมื้อ ดังนั้น ฆ่าทิ้งซะก็สมควรแล้ว
ปากเก่งไปงั้น แต่เอาเข้าจริง นี่เป็นครั้งแรกที่จางเสี่ยวหลงฆ่าคน จิตใจย่อมปั่นป่วนเป็นธรรมดา หลังจากแน่ใจว่าโจรทั้งสามตายสนิทแล้ว จางเสี่ยวหลงก็เก็บปืนยาว หยิบมีดปลายปืนออกมา กรีดเสื้อชายตาเดียว ฉีกผ้าออกมาพันมือขวาไว้ ค้นตัวทั้งสามคนอย่างละเอียด มั่นใจว่าจะไม่ทิ้งรอยนิ้วมือไว้ นอกจากนาฬิกาข้อมือสามเรือน ปึกคูปอง กระสุน และเงินย่อยไม่กี่หยวน ก็ไม่เจออะไรอีก จางเสี่ยวหลงเก็บนาฬิกากับคูปองไป ส่วนของอื่นวางไว้ที่เดิม
"ขอบใจนะพวกแรงงานทาส ที่ช่วยล่าหมูป่าให้ แถมยังรับเคราะห์แทนอีกต่างหาก" จางเสี่ยวหลงเก็บซากหมูป่าเข้ามิติเจดีย์ชั้นที่หนึ่งทีละตัว รวมทั้งหมดยี่สิบเจ็ดตัว "ผลงานยอดเยี่ยม! เอาไปขายตลาดมืดจะได้กี่ตังค์นะเนี่ย!"
"รังหมูป่าก็ห้ามพลาด คราวที่แล้วจับได้แค่ลูกหมูสิบเจ็ดตัว คราวนี้ยกเค้าให้หมด" จางเสี่ยวหลงไม่แตะต้องถุงใส่เงินสามใบนั้น ไม่ใช่ว่าไม่ชอบเงิน หรือไม่โลภ