- หน้าแรก
- ทะลุมิติพลิกชะตา ด้วยหอคอยสมบัติ
- บทที่ 26 สืบข่าวเรื่องปืนล่าสัตว์
บทที่ 26 สืบข่าวเรื่องปืนล่าสัตว์
บทที่ 26 สืบข่าวเรื่องปืนล่าสัตว์
ในยุคนี้ ไข่ไก่ถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย หลายครั้งคนยังกินไม่อิ่ม จะเอาธัญพืชที่ไหนไปเลี้ยงแม่ไก่? นั่นทำให้บ้านที่เลี้ยงไก่มีน้อยมาก ราคาไข่ไก่เลยสูงลิ่วไม่เคยตก อย่างราคาไข่ไก่ในสหกรณ์ตำบล ก็ยืนพื้นอยู่ที่จินละหกเหมา แถมยังต้องใช้ตั๋วไข่ไก่ถึงจะมีสิทธิ์ซื้อ ราคานี้ไล่เลี่ยกับราคาเนื้อหมูเลยทีเดียว
จางเสี่ยวหลงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว "ลุงมีไข่ไก่ทั้งหมดเท่าไหร่ ผมซื้อ... เอ้ย ผมแลกหมดเลยครับ!"
"ไข่ไก่สามจินครึ่ง พ่อหนุ่มจะแลกหมดเลยเหรอ? นั่นต้องใช้ตั๋วเสบียงตั้งสามสิบห้าจินนะ พ่อหนุ่มอย่ามาล้อคนแก่อย่างลุงเล่นนะ" ชายชราไม่อยากจะเชื่อ ถามย้ำด้วยความระแวง จางเสี่ยวหลงควักปึกตั๋วเสบียงออกมา นับให้สามสิบห้าจินโดยไม่ขมวดคิ้วแม้แต่น้อย "ลุงลองนับดูสิครับ!"
ชายชราตาค้าง เขาไม่ใช่เพิ่งเคยมาขายไข่ในตลาดมืด ลูกค้ากระเป๋าหนักที่สุดที่เคยเจอ ก็แลกไปแค่สองจิน แถมยังต่อรองราคากันครึ่งค่อนวัน ลูกค้าใจป้ำที่ไม่ต่อราคาสักคำอย่างจางเสี่ยวหลง เพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก ดูท่าจะไม่ใช่คนธรรมดา ชายชราได้สติ รีบรับตั๋วเสบียงมานับด้วยรอยยิ้ม พอเห็นว่าจำนวนครบถ้วน ก็หัวเราะร่า "เดี๋ยวลุงห่อให้ดีๆ เลย จะได้ไม่แตก!"
ซื้อไข่เสร็จ จางเสี่ยวหลงก็แวะไปกินเกี๊ยวไส้เนื้อสองชาม แล้วสั่งเกี๊ยวสดห่อกลับบ้านอีกสิบชุด หมดเงินไปแค่สองหยวนสี่เหมา จางเสี่ยวหลงเรอออกมาด้วยความอิ่ม หิ้วปลา ไข่ไก่ และเกี๊ยวเดินออกจากตลาดมืด รอบนี้ถือว่ากำไรมหาศาล มันฝรั่งที่ขายล่วงหน้าไปรวมแล้วหนึ่งพันเจ็ดร้อยจิน กับปลาตะเพียนหกตัว ทำเงินได้ร้อยกับอีกหกหยวน รวมกับที่มีในระบบอีกสิบหยวน หักค่าใช้จ่ายแล้ว เหลือเงินสุทธิร้อยสิบสามหยวนหกเหมา นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ข้ามมิติมา ที่จางเสี่ยวหลงมีเงินในมือเกินหลักร้อย
"หยุด!" ตรงทางออกตลาดมืด ชายหนุ่มสองคนที่เฝ้าทางเดินเข้ามาขวางไว้ จางเสี่ยวหลงขมวดคิ้ว หรือจะรู้ว่าเขาทำเงินได้ เลยคิดจะปล้น? "พี่ชายทั้งสองมีธุระอะไรเหรอครับ?"
"ถ้าจำไม่ผิด นี่น่าจะเป็นครั้งที่สองที่นายมาตลาดเรา ตามกฎแล้วต้องจ่ายค่าธรรมเนียม" ค่าคุ้มครอง? คำคำนี้ผุดขึ้นมาในหัวจางเสี่ยวหลงทันที ชายหนุ่มสองคนดูธรรมดาๆ แต่ความจำดีใช้ได้ จำได้ด้วยว่าเขามาเป็นครั้งที่สอง "ขอโทษทีครับ ผมเพิ่งมาครั้งที่สองจริงๆ ไม่ค่อยรู้เรื่องกฎระเบียบตลาด... รบกวนพวกพี่ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมครับ?"
การจะดูแลตลาดมืดในหุบเขาให้อยู่รอดได้ ต้องมีอิทธิพลพอตัว เขาช่วยดูแลความเรียบร้อยให้ค้าขายได้ปกติ จะเก็บค่าที่นิดหน่อยก็สมเหตุสมผล ชายหนุ่มหน้ากลมพูดอย่างใจเย็น "กฎมีไม่เยอะ คนมาขายของครั้งแรกให้เข้าฟรี ครั้งต่อไปเก็บครั้งละสองเหมา อีกอย่าง ที่นี่ห้ามบังคับซื้อขาย นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว" จางเสี่ยวหลงอดทึ่งในตัวคนคุมตลาดมืดแห่งนี้ไม่ได้ ค่าที่สองเหมาถือว่าไม่แพงเลย แถมไม่มีกฎจุกจิกเอาเปรียบ ไม่แปลกใจที่คนแห่มาซื้อขายกันคึกคัก "โอเคครับ นี่เงินสองเหมา" ชายหนุ่มหน้ากลมรับเงินแล้วพูดว่า "เรารับเงินมาแล้ว ถ้าเจอเรื่องยุ่งยากในตลาด ก็มาหาพวกเราได้ ขอแค่นายไม่ได้เป็นฝ่ายผิด เราจัดการให้ได้หมด"
จางเสี่ยวหลงยกนิ้วโป้งให้ "คุ้มค่าราคาคุย พี่ชายทั้งสองแซ่อะไรครับ?"
"พวกเราแซ่ซุน วันหลังถ้าจะเข้าตลาด จ่ายเงินตั้งแต่ตอนเข้าเลยจะดีที่สุด!"
"พี่ซุนวางใจได้! ผมมาทำมาหากิน กฎระเบียบต้องรักษาอยู่แล้ว" จางเสี่ยวหลงยื่นปลาสองตัวในมือให้ "ปลาพวกนี้ผมจับมาจากในป่า พวกพี่เอาไปลองชิมดูสิครับ!"
"นี่... คงไม่ดีมั้ง! พี่หนิวสั่งไว้ว่าพยายามอย่าไปรับของพวกนาย"
"ก็แค่ปลาสองตัวเอง~ ไม่ใช่ของมีค่าอะไร อีกอย่าง นี่ผมให้พวกพี่ซุนด้วยน้ำใจ ไม่ถือว่าพวกพี่เรียกร้องเอาไปสักหน่อย จริงไหมครับ!"
"เอ่อ ก็ได้ๆ! ฉันซุนจินเลี่ยง ขอนับนายเป็นเพื่อน น้องชายบอกแซ่มาก็พอ"
"ผมแซ่จางครับ พี่ซุน ผมอยากถามหน่อยว่า ในตลาดเรามีปืนล่าสัตว์ขายไหม?"
จะเข้าป่าลึก มีแค่มีดปลายปืนเล่มเดียว ความปลอดภัยมันไม่พอ จางเสี่ยวหลงคิดอยากได้ปืนล่าสัตว์มานานแล้ว ติดที่กระเป๋าแบนเลยต้องเก็บความอยากไว้ ซุนจินเลี่ยงมองสำรวจจางเสี่ยวหลง เห็นรูปร่างผอมบาง เลยเตือนด้วยความหวังดี "น้องชาย ฟังพี่สักคำนะ พี่รู้ว่านายอยากเข้าป่าล่าสัตว์ แต่ในป่ามีทั้งเสือทั้งหมาป่า พลาดนิดเดียวไม่เหลือแม้แต่กระดูกนะ"
"ขอบคุณพี่ซุนที่เป็นห่วงครับ พอดีผมจะซื้อให้พ่อน่ะครับ" จางเสี่ยวหลงมั่วข้ออ้างไปเรื่อย ซุนจินเลี่ยงไม่ติดใจสงสัย พยักหน้าบอก "เดือนก่อนมีพรานคนหนึ่งเอาปืนมาขาย แต่ตอนนั้นตั้งราคาไว้สูงลิ่ว เลยขายไม่ออก ช่วงนี้ก็ไม่เห็นแกมาอีกเลย"
"ปืนแกขายเท่าไหร่ครับ?"
"ปืนลูกซองเดี่ยว สภาพห้าสิบเปอร์เซ็นต์ พรานคนนั้นเปิดราคาไว้หกสิบหยวน"
จางเสี่ยวหลงประเมินราคาปืนล่าสัตว์คร่าวๆ หกสิบหยวนถือว่าพอรับได้ เสียดายจังหวะไม่ดี ตอนนี้มีเงินพร้อม แต่ไม่เจอคนขาย ก็ป่วยการ "รบกวนพี่ซุนช่วยดูให้หน่อยนะครับ ถ้าเจอพรานคนนั้นอีก ช่วยบอกผมที! ปกติผมจะมาตลาดอาทิตย์สองอาทิตย์ครั้ง"
"วางใจเถอะ เดี๋ยวพี่ดูให้"
ออกจากตลาดมืดหุบเขาเล็ก จางเสี่ยวหลงมองซ้ายขวาในที่ลับตาจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ถึงเก็บไข่ไก่กับเกี๊ยวเข้าพื้นที่หอคอยสมบัติชั้นที่หนึ่ง พอถึงบ้านอาเล็กรอง สองสามีภรรยาจางเป่าเฉียงออกไปทำงานแล้ว "ปู่ครับ ย่าล่ะ?" จางเหล่าเกินพิงผนังตากแดดอยู่ "หลานย่ามาแล้วเหรอ ย่าแกเพิ่งตากแดดเสร็จ ตอนนี้เข้าไปในบ้านแล้ว!" จางเสี่ยวหลงรับคำ แล้วเดินเข้าครัวอย่างคุ้นเคย ในครัวมีกระทะเหล็กใบหนึ่ง เทียบกับหม้อดินบุโรทั่งที่บ้านเขาแล้ว ฟ้ากับเหวชัดๆ เขารู้ว่าฐานะบ้านอาเล็กรองก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ ที่กัดฟันซื้อกระทะเหล็กใบนี้ หลักๆ ก็เพื่อให้คนแก่สองคนได้กินข้าวร้อนๆ สะดวกขึ้น "หลานย่า กินข้าวมาหรือยัง?" จางเหล่าเกินเดินตามเข้ามาในครัว ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง "ปู่ ผมกินแล้วครับ!" พูดพลาง จางเสี่ยวหลงก็ทำท่าลับๆ ล่อๆ ล้วงไข่ไก่ออกมาจากกระเป๋า แล้วก็หยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลสี่ถุงออกมา "เสี่ยวหลง ไปเอาไข่ไก่มาจากไหน? แล้วในถุงกระดาษนั่นคืออะไร?" จางเหล่าเกินเริ่มกังวล ยุคนี้การเก็งกำไรค้าขายผิดกฎหมายมีโทษถึงติดคุก "ปู่วางใจเถอะครับ ผมจับปลาได้ เอาไปแลกกับชาวบ้านมา" จางเสี่ยวหลงไม่มีทางบอกเรื่องขายมันฝรั่งเด็ดขาด นั่นคือการเก็งกำไรของจริง ขืนปู่กับย่ารู้ คงนอนไม่หลับทั้งคืน ส่วนการที่เกษตรกรเอาของมาแลกเปลี่ยนกันนิดๆ หน่อยๆ เพื่อประทังชีวิต ไม่ได้ทำเพื่อหวังผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ ทางการไม่นับว่าเป็นการเก็งกำไรหรอก