เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 96 ไปที่ฟาร์มด้วยกันเถอะ

บทที่ 96 ไปที่ฟาร์มด้วยกันเถอะ

บทที่ 96 ไปที่ฟาร์มด้วยกันเถอะ


“อาสะใภ้เซียงอวี้ ดึกมากแล้ว รีบไปนอนเถอะครับ ผมจะเฝ้าเธอเอง พรุ่งนี้กลางวันคุณยังต้องดูแลเธออีกทั้งวันนะ”

เดิมทีเซียงอวี้อยากให้ไป๋อวิ๋นเฟยไปพักผ่อน แต่พอนึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้เธอยังต้องดูแลเสี่ยวเหมยต่อ จึงยอมกลับไปนอนแต่โดยดี

ไป๋อวิ๋นเฟยนั่งเฝ้าไข้ไปสักพักก็เริ่มทนไม่ไหว เผลอหลับไปในที่สุด เพราะเขาตรากตรำมาตลอดทั้งวัน ทั้งต่อสู้ ขึ้นเขาหาสมุนไพร และยังต้องมาหลอมยาให้เสี่ยวเหมยอีก วุ่นวายไม่หยุดหย่อนจนปาเข้าไปตีสี่แล้ว

ไป๋อวิ๋นเฟยนั่งสัปหงกอยู่บนเตียง ตาค่อยๆ ปรือลงจนปิดสนิท แล้วล้มตัวลงนอนหลับไป

รุ่งเช้าวันต่อมา ไป๋อวิ๋นเฟยสะดุ้งตื่นเพราะรู้สึกว่ามีใครกำลังเล่นซุกซนกับร่างกายเขา พอลืมตาขึ้นมาดูก็เห็นสาวน้อยคนหนึ่งกำลังนอนคว่ำอยู่บนตัวเขา ใช้ค้อนของเล่นทุบเบาๆ ลงบน 'ความเป็นชาย' ที่กำลังตื่นตัวยามเช้าของเขา แต่ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร

“เสี่ยวเหมย?!” ไป๋อวิ๋นเฟยตกใจสุดขีด รีบกระเด้งตัวลุกขึ้นเอามือกุมเป้ากางเกง แล้วกระโดดลงจากเตียง

หวังเสี่ยวเหมยเห็นไป๋อวิ๋นเฟยกระโดดโหยงเหยงก็นึกว่าเขากำลังเล่นด้วย จึงหัวเราะคิกคักชอบใจ

ตอนนี้ผิวพรรณของหวังเสี่ยวเหมยขาวอมชมพูดูมีเลือดฝาด ร่างกายหายเป็นปกติแล้ว

ไป๋อวิ๋นเฟยเตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่หวังเสี่ยวเหมยรีบวิ่งเข้ามากอดแขนเขาไว้ เขย่าไปมาแล้วร้องไห้โฮ “พ่อจ๋า! อย่าทิ้งเสี่ยวเหมยไปนะ!”

“หา?!” ไป๋อวิ๋นเฟยยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เสี่ยวเหมยหายดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาเรียกเขาว่าพ่อ? นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว

แต่ไม่นานเขาก็ตั้งสติได้และเข้าใจสถานการณ์ เสี่ยวเหมยถูกภูตลิงน้ำเข้าสิงตอนอายุห้าขวบ ความทรงจำและสติปัญญาของเธอจึงหยุดอยู่ที่วัยห้าขวบ ตอนนี้แม้สติปัญญาจะฟื้นฟูแล้ว แต่ความทรงจำช่วงที่ผ่านมากลับหายไป

“เสี่ยวเหมย พี่คือพี่เสี่ยวเฟยครับ ไม่ใช่พ่อ” ไป๋อวิ๋นเฟยพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

แต่หวังเสี่ยวเหมยไม่ยอมฟัง กลับร้องไห้หนักกว่าเดิม

ไป๋อวิ๋นเฟยทำตัวไม่ถูก ได้แต่ปลอบโยนเธออย่างเก้ๆ กังๆ

สิ่งที่น่าหนักใจกว่านั้นคือ แม้หวังเสี่ยวเหมยจะมีความคิดเหมือนเด็ก แต่ร่างกายของเธอเจริญเติบโตตามวัยสาวสะพรั่ง ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาเหมือนเด็กน้อย แต่รูปร่างกลับอวบอัดซ่อนรูป ได้รับพันธุกรรมความงามมาจากเซียงอวี้เต็มๆ เรียกว่า 'หน้าประถม นมมหาลัย' ของแท้

เซียงอวี้ได้ยินเสียงลูกสาวร้องไห้ จึงรีบวิ่งขึ้นมาจากในครัว ภาพที่เห็นทำเอาเธอตะลึงงัน หวังเสี่ยวเหมยกำลังกอดไป๋อวิ๋นเฟยแน่นแล้วตะโกนเรียกพ่อ

“เสี่ยวเฟย เสี่ยวเหมยหายดีแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมดูเหมือนสมองยังมีปัญหาอยู่ล่ะ?” เซียงอวี้ถามด้วยความกังวล พลางชี้ไปที่ศีรษะ

ไป๋อวิ๋นเฟยอธิบาย “เสี่ยวเหมยหายดีแล้วครับ สติปัญญาฟื้นฟูแล้ว แต่ความทรงจำของเธอหายไป เหลือแค่ความทรงจำตอนห้าขวบ ตอนนี้เธอก็เลยยังทำตัวเหมือนเด็กๆ แต่ถ้าพาเธอออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ่อยๆ เดี๋ยวความทรงจำก็จะค่อยๆ กลับมาเองครับ”

“อย่างนี้นี่เอง ค่อยยังชั่วหน่อย” เซียงอวี้โล่งอก เดินเข้าไปดึงลูกสาว “เสี่ยวเหมย นี่พี่เสี่ยวเฟยนะลูก ไม่ใช่พ่อ”

“ฮือๆๆ พ่อไม่รักหนูแล้ว แม่ก็ไม่รักหนูแล้ว” หวังเสี่ยวเหมยร้องไห้จ้า นั่งลงกับพื้นเช็ดน้ำตาป้อยๆ แต่มือข้างหนึ่งยังกำชายเสื้อไป๋อวิ๋นเฟยไว้แน่น

เซียงอวี้ทำท่าจะดึงลูกสาวให้ลุกขึ้น แต่ไป๋อวิ๋นเฟยห้ามไว้ “อาสะใภ้เซียงอวี้ ตอนนี้จิตใจเธอยังเป็นแค่เด็กห้าหกขวบ ต้องค่อยๆ สอนครับ ไปบังคับขู่เข็ญจะกระทบกระเทือนจิตใจเปล่าๆ”

“แล้ว... ฉันควรทำยังไงดีล่ะ?” เซียงอวี้เริ่มทำตัวไม่ถูก นึกว่าลูกหายดีแล้ว แต่กลับกลายเป็นเด็กโข่งไปซะงั้น

“ปล่อยไปตามน้ำก่อนครับ ตอนนี้เธอจำว่าผมเป็นพ่อ ก็ให้เธอเรียกไปก่อนสักวันสองวัน แล้วค่อยๆ สอนแก”

ไป๋อวิ๋นเฟยมองหวังเสี่ยวเหมยเป็นเหมือนเด็กน้อยที่มีปัญหา ความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อครู่จึงค่อยๆ จางหายไป

เขานั่งยองๆ ลงตรงหน้าหวังเสี่ยวเหมย ยิ้มแล้วพูดว่า “เสี่ยวเหมยเด็กดี พ่ออยู่นี่แล้ว พ่อไม่หนีไปไหนหรอก เราลงไปกินข้าวกันดีไหม?”

พอได้ยินดังนั้น หวังเสี่ยวเหมยก็หยุดร้องไห้ทันที ลุกขึ้นยืนอย่างร่าเริง จูงมือไป๋อวิ๋นเฟยจะลงไปกินข้าว “พ่อจ๋า ไปกินข้าวกัน!”

เซียงอวี้ได้ฟังบทสนทนาของ 'พ่อลูกกำมะลอ' คู่นี้ ก็อดหน้าแดงไม่ได้

เธอก้มลงมองต่ำโดยไม่ตั้งใจ เห็นเป้ากางเกงของไป๋อวิ๋นเฟยที่ยังคง 'กางกระโจม' อยู่ ก็ทำหน้าไม่ถูก ไป๋อวิ๋นเฟยเองก็รู้ตัว รีบเอามือปิดเป้าด้วยความเขินอาย

“หึ ร้ายไม่เบานะเรา” เซียงอวี้ยิ้มอย่างมีความนัย

ไป๋อวิ๋นเฟยไม่รู้จะตอบยังไง จึงรีบเดินตามหวังเสี่ยวเหมยลงไปชั้นล่างเพื่อกินข้าว ที่โต๊ะอาหารในห้องโถง เซียงอวี้เตรียมข้าวต้ม ยำแตงกวา และซาลาเปานึ่งไว้เรียบร้อย ไป๋อวิ๋นเฟยหิวจนตาลาย รีบนั่งลงกินทันที พอกินอิ่มก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนไม่ได้กลับบ้าน พ่อกับแม่คงเป็นห่วงแย่ จึงบอกลาเซียงอวี้ว่าจะกลับไปดูที่ฟาร์ม

หวังเสี่ยวเหมยเห็นไป๋อวิ๋นเฟยเดินก้าวพ้นประตู ก็วิ่งร้องไห้ตามออกมาดึงตัวไว้ไม่ยอมให้ไป ไป๋อวิ๋นเฟยเดาว่าคงเป็นเพราะเธอขาดความรักจากพ่อมาตั้งแต่เด็ก จึงโหยหาความอบอุ่นเช่นนี้

ไป๋อวิ๋นเฟยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเสนอว่า “อาสะใภ้เซียงอวี้ ให้เสี่ยวเหมยไปกับผมที่ฟาร์มไหมครับ? ที่นั่นมีเด็กๆ เยอะ ให้เธอได้เล่นกับเพื่อนๆ น่าจะช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น”

“เอาอย่างนั้นก็ได้จ้ะ ต้องรบกวนเธอแย่เลย” เซียงอวี้ตอบอย่างเกรงใจ

“ไม่รบกวนหรอกครับ”

ไป๋อวิ๋นเฟยตบหลังหวังเสี่ยวเหมยเบาๆ ยิ้มแล้วพูดกับเธอว่า “ไปเที่ยวฟาร์มกันไหม?”

หวังเสี่ยวเหมยหยุดร้องไห้ทันที กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ จูงมือไป๋อวิ๋นเฟยเดินออกไปข้างนอก “พ่อจ๋า ไปกัน ไปเที่ยวกัน!”

เดินเท้าประมาณเจ็ดแปดนาที ไป๋อวิ๋นเฟยกับหวังเสี่ยวเหมยก็มาถึงฟาร์ม

เวลานี้ชาวบ้านเริ่มออกมาทำงานกันแล้ว ทุกคนเห็นหวังเสี่ยวเหมยต่างก็ประหลาดใจ นี่มันลูกสาวปัญญาอ่อนของผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่เหรอ?

“พ่อจ๋า คนเยอะแยะเลย เสี่ยวเหมยกลัว”

ชาวบ้านได้ยินเธอเรียกพ่อ ก็พากันอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน

ไป๋อวิ๋นเฟยปลอบโยนหวังเสี่ยวเหมย แล้วหันไปอธิบายอาการของเธอให้ชาวบ้านฟัง ทุกคนต่างมองเธอด้วยสายตาเวทนาสงสาร

“เด็กหนอเด็ก ช่างน่าสงสารจริงๆ” หลี่ชิ่วหลานเช็ดน้ำตา ซบหน้าลงกับอกไป๋ต้าจ้วง

“เสี่ยวเฟย พวกเราจะช่วยกันดูแลเอง เธอจะต้องหายดีแน่ๆ” หลี่เยี่ยนเสียซึ่งมีจิตวิญญาณความเป็นครูเต็มเปี่ยม เห็นแบบนี้ก็อดน้ำตาซึมไม่ได้

เซี่ยอวี่เฟยและไป๋เสี่ยวเสี่ยวเข้ามาจูงมือเสี่ยวเหมย ชวนคุยและพาไปวิ่งเล่นในฟาร์ม

...

หลายวันต่อมา

ไป๋อวิ๋นเฟยนอนเอกเขนกอยู่บนแผ่นหินก้อนใหญ่ริมแม่น้ำอย่างสบายใจเฉิบ ปากคาบหญ้าหางหมา ไขว่ห้าง หลับตาพริ้มรับสายลมพัดเย็นสบาย

“เฮ้อ... ชนบทนี่แหละดีที่สุด สบายใจจริงๆ” ไป๋อวิ๋นเฟยรำพึง

ทันใดนั้น มือมุ่มนิ่มคู่หนึ่งก็มาปิดตาเขาไว้ พร้อมเสียงทะเล้น “ทายซิใครเอ่ย?”

ไป๋อวิ๋นเฟยแกล้งเล่นด้วย

“อืม... ขอคิดก่อนนะ เสี่ยวเสี่ยวใช่ไหม?”

“ไม่ใช่ ทายใหม่”

“งั้นก็เฟยเฟย”

“ผิดๆ ไม่ใช่อีก”

“อ๋อ~ รู้แล้ว เสี่ยวเหมยสินะ”

“ฮ่าๆๆๆ พี่ชายทายถูกแล้ว”

หวังเสี่ยวเหมยเอามือออก ไป๋อวิ๋นเฟยลืมตาขึ้นเห็นเธอกำลังยิ้มร่าอยู่ในชุดว่ายน้ำสีแดงสด

“พี่ชาย ไปจับปลากับพวกเราเถอะ” หวังเสี่ยวเหมยดึงแขนเขา พยายามจะลากให้ลุกขึ้น

หวังเสี่ยวเหมยมาเล่นที่ฟาร์มได้หลายวันแล้ว อาการดีขึ้นมาก และเลิกเรียกไป๋อวิ๋นเฟยว่าพ่อแล้ว เปลี่ยนมาเรียกว่าพี่ชายแทน

จบบทที่ บทที่ 96 ไปที่ฟาร์มด้วยกันเถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว