- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 95 โชคดีที่วางแผนสำรองไว้
บทที่ 95 โชคดีที่วางแผนสำรองไว้
บทที่ 95 โชคดีที่วางแผนสำรองไว้
ขืนดุ่มๆ เข้าไปหาสมุนไพรในที่แบบนี้ มีหวังได้ไปตายเปล่าแน่ แม้สมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นชนิดอื่นจะมีสรรพคุณไม่ดีเท่า แต่ก็คงต้องยอมรับสภาพ
ผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ ไป๋อวิ๋นเฟยรู้สึกว่าตัวเองยังอ่อนหัดนัก ต้องขยันฝึกฝนให้มากกว่านี้
เขาเดินหาอยู่รอบนอกภูเขาอีกรอบ ก็ยังไม่พบสมุนไพรที่มีพลังหยินบริสุทธิ์ จึงทำได้เพียงเก็บสมุนไพรฤทธิ์เย็นทั่วไปกลับมา แม้สรรพคุณจะไม่มากนัก แต่ก็น่าจะพอถูไถรักษาหวังเสี่ยวเหมยไปก่อนได้
ไป๋อวิ๋นเฟยรีบวิ่งกลับมาที่บ้านของเซียงอวี้ด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า เพราะเกรงว่าเจ้าภูตลิงน้ำจะย้อนกลับมา
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน เขาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ อุณหภูมิภายในบ้านเย็นยะเยือกกว่าข้างนอก ทั้งที่ตามหลักแล้วในบ้านควรจะอุ่นกว่า
เขารีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสอง เห็นเซียงอี้นั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้น ขอบตามีรอยช้ำสีม่วงคล้ำ บนพื้นห้องมีก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ ข้างในคือก้อนวัตถุทรงกระบอกสีเขียว ซึ่งก็คือร่างของภูตลิงน้ำที่เปลี่ยนสภาพไป
เขารีบเข้าไปประคองเซียงอวี้ขึ้นมา “อาสะใภ้เซียงอวี้? เกิดอะไรขึ้นครับ? นี่มันอะไร?”
เมื่อเซียงอวี้เห็นหน้าไป๋อวิ๋นเฟย ความหวาดกลัวในใจก็ทุเลาลง เธอพูดเสียงสั่นเครือ “เสี่ยวเฟย... เจ้าลิงน้ำมันกลับมาอีก ฉันเลยปายันต์พวกนี้ใส่ตามที่เธอบอก”
ไป๋อวิ๋นเฟยหันไปมองรอบๆ เห็นโต๊ะเก้าอี้บางตัวถูกแช่แข็งไปด้วย แสดงว่าตอนนั้นเซียงอวี้คงตกใจจนปายันต์มั่วไปหมด
ก้อนสีเขียวกลางห้องคือภูตลิงน้ำจริงๆ เนื่องจากถูกแช่แข็งอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิที่ต่ำจัดทำให้มันขาดใจตาย
ไม่นึกเลยว่าเจ้าลิงน้ำตัวนี้บาดเจ็บสาหัสขนาดนั้นแล้วยังกล้ากลับมาอีก ดูเหมือนเขาจะประเมินสติปัญญาของมันต่ำไป มันคงแอบซุ่มดูจนแน่ใจว่าเขาออกจากบ้านไปแล้ว จึงฉวยโอกาสบุกเข้ามา
โชคดีที่เขาวางแผนสำรองทิ้งยันต์ไว้ให้ ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาคงเลวร้ายเกินจินตนาการ
เจ้าลิงน้ำถูก 'ยันต์กระสุนน้ำแข็ง' ปาใส่จังๆ จนหนาวตาย
จู่ๆ ไป๋อวิ๋นเฟยก็ฉุกคิดได้ว่า ทำไมก้อนน้ำแข็งถึงไม่ระเบิดแตกกระจายกลายเป็นไอ คาดว่าเซียงอวี้คงตกใจจนลืมตะโกนคำสั่งว่า ‘แตก’ ออกมา
ไป๋อวิ๋นเฟยสังเกตเห็นขอบตาของเซียงอวี้เป็นสีม่วงคล้ำ จึงรีบจับชีพจรดู แล้วขมวดคิ้ว “อาสะใภ้เซียงอวี้ คุณมีอาการถูกพิษครับ”
ยันต์คุ้มภัยสามารถป้องกันการโจมตีทางกายภาพได้ แต่ป้องกันพิษไม่ได้
ภูตลิงน้ำดำรงชีพด้วยการดูดกลืนไอหยิน เซียงอวี้จึงได้รับ 'พิษไอหยิน' เข้าสู่ร่างกาย
ไป๋อวิ๋นเฟยหยิบเข็มเงินออกมาฝังเข็มให้เซียงอวี้ พร้อมกับถ่ายเทพลังปราณเข้าไปเพื่อขับพิษ
ไม่ถึงหนึ่งนาที ดวงตาของเซียงอวี้ก็กลับมาเป็นปกติ สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาด ไป๋อวิ๋นเฟยจึงประคองเธอไปนั่งพักที่เตียง
พอลืมตาขึ้นมา ประโยคแรกที่เซียงอวี้ถามคือ “เสี่ยวเฟย ได้สมุนไพรมาไหม?”
ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นว่าเซียงอวี้ไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองเลย จิตใจจดจ่ออยู่แต่กับการช่วยชีวิตลูกสาว นี่สินะความรักของแม่ที่รักลูกยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง ไป๋อวิ๋นเฟยรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก
เมื่อเห็นความรักอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนนี้ เขาจึงไม่อาจตัดใจบอกความจริงว่าหาเสมุนไพรไม่ได้ ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นก้อนน้ำแข็งสีเขียว... ภูตลิงน้ำเองก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังหยินบริสุทธิ์ ถ้าเอามันมาหลอมเป็นโอสถ ก็สามารถใช้รักษาหวังเสี่ยวเหมยได้เหมือนกัน!
เขาเดินเข้าไปพูดเบาๆ ว่า ‘สลาย’ ก้อนน้ำแข็งที่หุ้มร่างลิงน้ำอยู่ก็ระเหิดกลายเป็นไอ ร่างแข็งทื่อของภูตลิงน้ำล้มตึงลงกับพื้น ไป๋อวิ๋นเฟยสวมถุงมือแล้วหิ้วซากมันขึ้นมา ไม่นึกว่าตัวสูงแค่ครึ่งเมตรแต่จะหนักตั้งร้อยกว่าชั่ง
ร่างกายของมันเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง สัตว์ประหลาดชนิดนี้ต่อให้ตายแล้ว หากคนทั่วไปไปสัมผัสโดนก็อาจติดเชื้อโรคร้ายได้
ภายในร่างของภูตลิงน้ำ นอกจากไอหยินแล้ว ยังมี 'ไอมาร' ปะปนอยู่ ต้องกำจัดไอมารออกให้หมดก่อนถึงจะนำมาปรุงยาได้ ไม่อย่างนั้นแทนที่จะเป็นยาบำรุง จะกลายเป็นยาพิษคร่าชีวิตแทน
“อาสะใภ้ ผมรู้วิธีช่วยเสี่ยวเหมยแล้วครับ ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวผมจะไปเตรียมของมาปรุงยา” ไป๋อวิ๋นเฟยถามต่อ “เอ้อ ที่บ้านมีหม้อใบใหญ่ๆ ก้นลึกๆ บ้างไหมครับ?”
“มีจ้ะ จำได้ว่ามีอยู่ใบหนึ่ง เอาไว้ต้มน้ำตอนฆ่าหมูช่วงตรุษจีน เธอตามอามาสิ” เซียงอวี้พาไป๋อวิ๋นเฟยลงไปที่ห้องครัวชั้นล่าง
เธอค้นหม้อใบใหญ่จากใต้โต๊ะออกมา หม้อใบนี้ลึกประมาณครึ่งเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางกว่าครึ่งเมตร
ไป๋อวิ๋นเฟยขนฟืนจากในครัวออกมาที่ลานหน้าบ้าน แล้วหาข้ออ้างให้เซียงอวี้ออกไปก่อน เพื่อที่เขาจะได้ลงมือปรุงยาเพียงลำพัง
ในตำราแพทย์ที่นักพรตเฒ่ามอบให้ มีบทที่ว่าด้วยการหลอมโอสถอยู่ด้วย ครั้งนี้เพื่อช่วยเสี่ยวเหมย เขาจำเป็นต้องหลอม 'โอสถวิญญาณน้ำแข็ง' ซึ่งการปรุงยาชนิดนี้ยากกว่ากาวสมานกระดูกหรือยาพอกเส้นเอ็นหลายเท่าตัว มันคนละระดับกันเลย
การหลอมโอสถต้องควบคุมอุณหภูมิให้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แถมยังต้องใช้อุณหภูมิสูงมาก ซึ่งฟืนธรรมดาให้ความร้อนไม่เพียงพอ
ไป๋อวิ๋นเฟยเกิดไอเดียขึ้นมา เขาจะลองใช้ 'ยันต์ระเบิดเพลิง' ดู ยันต์ชนิดนี้ให้ความร้อนสูงมาก แต่เขาเคยแค่วาดลงกระดาษ ไม่รู้ว่าถ้าวาดลงบนฟืนจะได้ผลเหมือนกันไหม
คิดได้ดังนั้นก็ลงมือทันที ไป๋อวิ๋นเฟยวาดอักขระยันต์ระเบิดเพลิงลงบนท่อนฟืนจนเต็ม
หากนักปรุงยาแผนโบราณมาเห็นวิธีมั่วซั่วของไป๋อวิ๋นเฟยเข้า คงได้มองค้อนด้วยความเหยียดหยาม หรือไม่ก็ด่าเปิงว่าทำให้วงการนักปรุงยาเสื่อมเสีย
แต่ไป๋อวิ๋นเฟยมีแค่ตำราเล่มเดียว การเรียนรู้ล้วนเกิดจากการทดลองและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง เขาจึงไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ อยากลองอะไรก็ลอง ซึ่งมักจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงเสมอ
ไป๋อวิ๋นเฟยจุดไฟที่ท่อนฟืนท่อนหนึ่งเพื่อทดสอบ พบว่าอุณหภูมิสูงสมใจ จึงตั้งหม้อเริ่มขั้นตอนการหลอมโอสถอย่างเป็นทางการ
เขาใส่สมุนไพรลงไปก่อน รอจนสมุนไพรหลอมละลายเป็นของเหลวใส แล้วจึงโยนซากภูตลิงน้ำตามลงไป เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ร่างของลิงน้ำก็ละลายกลายเป็นของเหลวสีเขียวเข้ม ไป๋อวิ๋นเฟยรอจังหวะที่เหมาะสม ถ่ายเทพลังปราณลงไปในหม้อ
ไม่นาน ควันสีดำก็ลอยโขมงออกมาจากหม้อ นั่นคือไอมารที่ถูกขับออกมา ผ่านไปห้านาที ควันดำก็จางหายไป ไป๋อวิ๋นเฟยใส่สมุนไพรเพิ่มลงไปอีก แล้วเร่งไฟหลอมต่อ
ในที่สุด ของเหลวในหม้อก็กลายเป็นสีเขียวมรกตใสแจ๋ว ส่งกลิ่นหอมอบอวล ขั้นตอนสุดท้ายคือการ 'ควบแน่นโอสถ' ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด หากล้มเหลวในขั้นตอนนี้ ความพยายามทั้งหมดจะสูญเปล่า
ใช้เวลาหลอมอยู่เกือบสามชั่วโมง ของเหลวในหม้อก็แห้งเหือด เหลือเพียงเม็ดก้อนกลมสีเขียวมรกตสี่เม็ดกลิ้งอยู่ก้นหม้อ ส่งกลิ่นหอมเย็นสดชื่น
ไป๋อวิ๋นเฟยหาตลับมาใส่เม็ดยา เมื่อสัมผัสเม็ดยาจะรู้สึกเย็นเฉียบ บนผิวของเม็ดยามีรอยอักขระจางๆ ปรากฏอยู่ สำหรับการหลอมโอสถครั้งแรก ได้ผลลัพธ์ระดับนี้ถือว่ายอดเยี่ยมระดับปรมาจารย์แล้ว
“ไม่เลวเลย ได้มาตั้งสี่เม็ด” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดอย่างพอใจ
ตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนล้าเต็มที หน้าตาซีดเซียว การหลอมโอสถผลาญพลังงานไปไม่น้อยเลย
เขาถือตลับยาเดินขึ้นไปชั้นสอง เห็นเซียงอวี้ยังคงเฝ้าอยู่ข้างเตียงหวังเสี่ยวเหมยโดยไม่ยอมหลับยอมนอน
“อาสะใภ้เซียงอวี้” ไป๋อวิ๋นเฟยเอ่ยเรียก “ยาได้แล้วครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ความทุกข์ระทมบนใบหน้าของเซียงอวี้ก็มลายหายไปทันที แทนที่ด้วยความปีติยินดี “ดีจริง! ดีเหลือเกิน!”
เซียงอวี้รีบวิ่งไปเทน้ำอุ่นมาแก้วหนึ่ง ไป๋อวิ๋นเฟยรับแก้วน้ำมา ป้อน 'โอสถวิญญาณน้ำแข็ง' ใส่ปากหวังเสี่ยวเหมย แต่พบว่าเม็ดยาละลายช้ามาก เขาจึงรวบรวมพลังปราณเฮือกสุดท้ายช่วยเร่งการละลาย เพื่อให้ร่างกายของเธอดูดซึมตัวยาได้เร็วขึ้น
เพียงไม่นาน ไอเย็นบริสุทธิ์สายหนึ่งก็ผสานเข้าสู่ร่างกายของหวังเสี่ยวเหมย สัญญาณชีพต่างๆ เริ่มกลับมาเป็นปกติ เธอพ้นขีดอันตรายแล้ว