เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 68 จัดเตรียมห้องพักผู้ป่วย

บทที่ 68 จัดเตรียมห้องพักผู้ป่วย

บทที่ 68 จัดเตรียมห้องพักผู้ป่วย


ของวิเศษชิ้นนี้เป็นสิ่งที่นักพรตเฒ่ามอบให้เขา สาเหตุที่ได้ชื่อว่า 'เข็มเทพตงซี' ก็เพราะเมื่อฝังเข็มลงไปแล้ว สามารถส่งคนขี่นกกระเรียนไปสู่ทิศตะวันตกหรือจะทำให้คนรุ่งโรจน์ดุจดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ก็ได้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสามารถและเจตจำนงของผู้ใช้เข็ม

ไป๋อวิ๋นเฟยเลิกขากางเกงชุดผู้ป่วยของอาจารย์หลี่เยี่ยนเสียขึ้น เห็นทั่วทั้งเรียวขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียวและบวมเป่ง บาดแผลที่น่ากลัวเช่นนี้ย่อมสร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส และคงเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เธอไม่ได้แสดงออกมาให้คนทั่วไปสังเกตเห็น

“อาจารย์หลี่ครับ ผมจะเริ่มแล้วนะ” ไป๋อวิ๋นเฟยปักเข็มลงไปที่จุดชีพจรอย่างรวดเร็ว พร้อมถ่ายเทพลังปราณผ่านเข็มเข้าสู่ร่างกาย ไม่นานหลี่เยี่ยนเสียก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดที่ขาทุเลาลง และเริ่มมีความรู้สึกอุ่นวาบที่แสนสบายเข้ามาแทนที่

ทันใดนั้น จางเทา แพทย์เจ้าของไข้ของอาจารย์หลี่ก็ตะโกนเสียงดังลั่น “ไอ้หนุ่ม! นายกำลังทำอะไร? หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

แพทย์ชายสวมแว่นสายตาในชุดกาวน์สีขาววิ่งเหยาะๆ เข้ามาหมายจะขัดขวางไป๋อวิ๋นเฟย

ไป๋อวิ๋นเฟยเหลือบตามองป้ายชื่อบนอกเสื้อของเขาแล้วพูดว่า “หมอจางครับ รอก่อน ผมกำลังฝังเข็มให้อาจารย์ของผมอยู่”

“เหลวไหลสิ้นดี! ผู้ป่วยรายนี้อาการหนักมาก ถึงขั้นเป็นอัมพาต รักษาไม่ได้แล้ว ต้องพักฟื้นดูอาการเท่านั้น นายมาทำสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ เดี๋ยวอาการก็ทรุดหนักกว่าเดิมหรอก” หมอจางพูดด้วยความโมโห

“ผมรู้อยู่แล้วครับว่าอาการหนัก ผมถึงต้องรักษาไง” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบเสียงเรียบ

“รู้แล้วยังจะทำบ้าๆ อีก!” หมอจางยิ่งเดือดดาลกว่าเดิม

“คุณหมอคะ ไหนๆ ฉันก็เป็นแบบนี้แล้ว ให้เขาลองเถอะค่ะ” หลี่เยี่ยนเสียพูดเสียงแผ่ว

“ลองๆๆ คิดจะเอาร่างกายตัวเองมาล้อเล่นหรือไง ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาพวกคุณก็มาโทษโรงพยาบาลอีก จะลองก็กลับไปลองที่บ้าน อย่ามาทำที่นี่ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ? พวกปัญหาก่อกวนทางการแพทย์ก็เกิดจากคนแบบพวกคุณนี่แหละ!” หมอจางต่อว่าอย่างรุนแรง และทำท่าจะเข้ามาดึงตัวไป๋อวิ๋นเฟยออกไป

หลี่เยี่ยนเสียได้ยินหมอจางพูดแรงขนาดนั้นก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ

นัยน์ตาของไป๋อวิ๋นเฟยฉายแววดุร้ายขึ้นมาทันที “คุณจะตะคอกอาจารย์ผมทำไม? ถ้าคุณยังมาขวางผมอีก เชื่อไหมว่าผมจะจัดการคุณแน่?”

“ได้! เก่งนักก็เชิญลองกันเองเลย! คนไข้คนนี้ผมไม่ดูแล้ว” หมอจางโกรธจนหน้าดำหน้าแดง กระแทกประตูเดินออกไปทันที

“ไป๋อวิ๋นเฟย รีบหยุดมือเดี๋ยวนี้เลยนะ! หมอเจ้าของไข้ถูกนายไล่ตะเพิดไปแล้ว ถ้านายรักษาไม่หาย แล้วหมอจางไม่ยอมรักษาต่อ อาจารย์หลี่จะทำยังไง? อาจารย์ก็น่าสงสารพออยู่แล้วนะ!”

“นั่นสิ ถ้านายทิ้งงานกลางคัน อาจารย์หลี่ไม่ต้องเจ็บปวดจนตายเหรอ”

เพื่อนร่วมรุ่นหลายคนต่างส่งเสียงจ้อกแจ้กตำหนิไป๋อวิ๋นเฟย

“พวกเธอพอได้แล้ว ร่างกายครู ครูรู้ดี ให้เขาลองเถอะ ยังไงมันก็แย่ที่สุดแล้ว คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้หรอก” หลี่เยี่ยนเสียพูดขัดขึ้นเพื่อยุติคำครหาของลูกศิษย์

ไป๋อวิ๋นเฟยยังคงฝังเข็มต่อไป ไม่นานนัก ไอเย็นยะเยือกก็เริ่มระเหยออกมาจากขาของหลี่เยี่ยนเสีย จากนั้นขาของเธอก็ยุบลงอย่างเห็นได้ชัด รอยฟกช้ำจางหายไปมาก

เวินจื้อเฉียงเดินเข้ามาดูใกล้ๆ แล้วร้องอุทาน “โห! พวกนายรีบมาดูเร็ว ขาของอาจารย์หลี่ยุบแล้ว!”

ทุกคนรีบกรูเข้ามามุงดูรอบเตียง ก็พบว่าขาของอาจารย์ยุบลงจริงๆ เล็กลงไปถนัดตา และรอยแดงช้ำก็ลดลง ต่อให้ไม่มีความรู้ทางการแพทย์ก็ดูออกว่าอาการดีขึ้นแล้ว

“อาจารย์หลี่คะ รู้สึกยังไงบ้างคะ?” ตงอวี้ถิงเอ่ยถาม

“ดีมากเลยจ้ะ รู้สึกว่าขาไม่แข็งเกร็งเหมือนเมื่อกี้แล้ว สบายขึ้นเยอะ ไม่เจ็บเท่าไหร่แล้วด้วย” หลี่เยี่ยนเสียตอบพร้อมรอยยิ้ม

ไป๋อวิ๋นเฟยยังคงฝังเข็มไปตามจุดชีพจรบนขาต่อ ความเร็วในการลงเข็มของเขารวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ต่อให้คนที่ไม่เชื่อในวิชาแพทย์ของเขา เมื่อได้เห็นความเร็วระดับนี้ก็ต้องยอมศิโรราบ

ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกเสียงดัง ปัง! หมอจางคนที่เพิ่งเดินหนีไปเมื่อครู่กลับมาอีกครั้ง พร้อมตะโกนบอกคนที่อยู่ด้านนอก

“ท่านผู้อำนวยการครับ ดูสิครับ! ไอ้หนุ่มนั่นมันยังมั่วฝังเข็มอยู่เลย! แถมยังบอกว่าถ้าเกิดปัญหาจะไม่ให้โรงพยาบาลรับผิดชอบด้วย”

ที่หน้าประตูมีคนเดินเข้ามาหลายคน ทั้งผู้บริหาร แพทย์เวร และพยาบาล ทำเอาหลี่เยี่ยนเสียตกใจจนต้องกระซิบกับไป๋อวิ๋นเฟย

“เสี่ยวเฟย พอเถอะ หยุดก่อน ผู้อำนวยการมาแล้ว”

“อาจารย์หลี่ครับ อย่าเพิ่งพูดครับ ใกล้จะเสร็จแล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด

หมอจางรีบเดินปรี่เข้ามาหมายจะกระชากไป๋อวิ๋นเฟยออก ตอนนี้มีผู้อำนวยการมาหนุนหลัง เขาไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

แต่เมื่อผู้อำนวยการเดินเข้ามาเห็นหน้าชายหนุ่มชัดๆ ว่าเป็นท่านเทพไป๋อวิ๋นเฟย ก็ตะโกนลั่น “หยุดเดี๋ยวนี้!”

ผู้อำนวยการวัยสี่สิบห้าสิบปีกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงเข้ามาหาไป๋อวิ๋นเฟย

“บอกให้หยุด ได้ยินไหม?” หมอจางตะคอกใส่ไป๋อวิ๋นเฟย นึกว่าผู้อำนวยการสั่งให้เด็กหนุ่มหยุด

ทว่าผู้อำนวยการกลับคว้าตัวหมอจางไว้ แล้วตะคอกใส่หน้าเขาว่า “ฉันสั่งให้แกนั่นแหละหยุด!” เสียงตวาดนั้นทำเอาหมอจางยืนงงเป็นไก่ตาแตก

ผู้อำนวยการลากตัวหมอจางออกไปให้พ้นทาง แล้วหันมาโค้งคำนับไป๋อวิ๋นเฟยอย่างนอบน้อม “ท่านเทพไป๋ มาถึงที่นี่ทำไมไม่แจ้งผมสักคำครับ ผมจะได้จัดคนไว้ต้อนรับ”

ทุกคนในห้องต่างพากันมึนงงไปหมด ชายวัยกลางคนระดับผู้อำนวยการโรงพยาบาล กลับแสดงท่าทีพินอบพิเทาต่อเด็กหนุ่มรุ่นลูกราวกับขุนนางเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ปกติแล้วแม้แต่ผู้นำระดับอำเภอหรือระดับเมืองยังต้องให้เกียรติผู้อำนวยการ ไม่เคยมีใครเห็นเขาแสดงความเคารพใครขนาดนี้มาก่อน ดูราวกับนักเรียนที่กำลังขอความรู้จากอาจารย์

“รอสักครู่ ผมขอทำธุระให้เสร็จก่อน” ไป๋อวิ๋นเฟยยกมือห้าม แล้วหันไปฝังเข็มต่อ

ผู้อำนวยการเห็นดังนั้น จึงลากหมอจางออกไปให้ไกลอีกนิด แล้วกระซิบเสียงเข้ม “หุบปาก ห้ามพูดอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้ท่านเทพไป๋รักษาคนไข้ไป”

ชั่วขณะหนึ่ง ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด ทุกคนต่างจับจ้องไปที่การฝังเข็มของไป๋อวิ๋นเฟย ซึ่งเจ้าตัวจดจ่ออยู่กับการรักษาจนไม่ทันสังเกตว่าบรรยากาศรอบข้างเงียบกริบไปแล้ว ผ่านไปราวสี่สิบนาที ในที่สุดเขาก็หยุดมือและเก็บเข็ม

“อาจารย์หลี่ครับ ผมสลายเลือดคั่งและน้ำเหลืองเสียที่ขาออกหมดแล้ว เหลือแค่ขั้นตอนการต่อกระดูกและฟื้นฟูเส้นประสาทครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยกล่าว

“เสี่ยวเฟย ครูขอบใจเธอมากจริงๆ นะ” หลี่เยี่ยนเสียมองดูศิษย์รักที่เธอภาคภูมิใจที่สุดด้วยความปลาบปลื้ม

“อาจารย์หลี่ครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมควรทำครับ เดี๋ยวผมจะกลับบ้านไปเอายามารักษาเรื่องกระดูกและเส้นประสาทให้นะครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยยิ้มตอบ

“ดีจ้ะ เสี่ยวเฟยได้ดิบได้ดีจนกลับมาตอบแทนครูได้แล้ว ลำบากเธอแย่เลย ไปนั่งพักกินผลไม้ตรงโน้นก่อนสิ” หลี่เยี่ยนเสียรู้สึกว่าความบวมตึงที่ขาหายไป และความเจ็บปวดก็แทบไม่เหลือแล้ว ทำให้เธอยิ่งประทับใจและเอ็นดูลูกศิษย์คนนี้มากขึ้นไปอีก

“ท่านเทพไป๋ครับ” ผู้อำนวยการฉวยโอกาสแทรกขึ้นมา

“ผู้อำนวยการครับ เรียกชื่อผมเฉยๆ เถอะครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดอย่างเกรงใจ

“ท่านเทพ... เอ่อ คุณไป๋ครับ ช่วงนี้ทำไมไม่เห็นแวะมาที่โรงพยาบาลเลย ยุ่งอยู่เหรอครับ?” ผู้อำนวยการถาม

ครึ่งเดือนก่อน หลังจากที่ไป๋อวิ๋นเฟยรักษาคนไข้ที่เป็นซีสต์จนหาย เขาก็ไม่ได้มาอีกเลย ประกอบกับงานในมือล้นมือ และเรื่องการรักษาเนื้องอกเหล่านี้ หากข่าวแพร่สะพัดออกไป คนไข้คงแห่กันมาหาจนรับมือไม่ไหว มันคงเป็นเรื่องที่น่ากลัวพิลึก เขาจึงตัดสินใจไม่มาร่วมตรวจรักษาที่โรงพยาบาลอีก

“งานที่บ้านยุ่งมากครับ เรื่องมานั่งตรวจที่โรงพยาบาลคงต้องพักไว้ก่อน” ไป๋อวิ๋นเฟยปฏิเสธอย่างอ้อมๆ

ผู้อำนวยการไม่ใช่เด็กหนุ่มที่จะถูกหลอกง่ายๆ เขารู้ว่ายอดคนอย่างไป๋อวิ๋นเฟยนั้นต้องใช้วิธีเชิญแบบพิเศษ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่านอกจากรักษาซีสต์และเนื้องอกแล้ว ตอนนี้เขายังรักษาอัมพาตได้ด้วย?!

“อาจารย์ท่านนี้กระดูกสันหลังหัก เส้นประสาทเสียหาย ต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต อาการแบบนี้คุณก็รักษาได้เหรอครับ?!” ผู้อำนวยการถามด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี

“ก็น่าจะได้มั้งครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ แล้วรีบพูดต่อ “ไม่ทันแล้ว ผมต้องรีบกลับบ้านไปเอายา ขอตัวก่อนนะครับ”

“หมอเจียง! จัดการย้ายคนไข้ท่านนี้ไปห้อง วีไอพี เดี๋ยวนี้เลย!” ผู้อำนวยการครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปสั่งงานทันที

จบบทที่ บทที่ 68 จัดเตรียมห้องพักผู้ป่วย

คัดลอกลิงก์แล้ว