- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 50 พ่อของฉันอยู่ที่ไหน
บทที่ 50 พ่อของฉันอยู่ที่ไหน
บทที่ 50 พ่อของฉันอยู่ที่ไหน
ไป๋อวิ๋นเฟยขับรถผ่านประตูรั้วเข้าไป จอดรถให้เรียบร้อยแล้วตัดสินใจลงไปดูลาดเลาก่อน
“เดี๋ยว! คุณอย่าออกมานะ ออกมาตอนนี้วิญญาณสลายแน่” ตอนนี้แดดข้างนอกแรงจัด วิญญาณไม่สามารถสู้แสงแดดได้
ไป๋อวิ๋นเฟยเดินไปเคาะประตูเหล็กหน้าบ้าน
หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งเดินมาเปิดประตู พอเห็นไป๋อวิ๋นเฟยในชุดชาวนาบ้านนอก ก็แสดงสีหน้ารังเกียจออกมาอย่างชัดเจน แต่ก็ถามอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “มาหาใคร?”
“จางชุ่ยพักอยู่ที่นี่ไหมครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยทำเป็นมองไม่เห็นสีหน้าบึ้งตึงของเธอ แล้วเอ่ยถาม
“ที่นี่ไม่มีคนชื่อจางชุ่ย ไม่รู้จัก! รีบไสหัวไปเลยไป” หญิงสาวกระแทกประตูปิดดังปัง
ไป๋อวิ๋นเฟยเบิกเนตรทิพย์มองเข้าไปในตัวบ้าน เห็นหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งกำลังปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนาน แต่ไม่มีใครที่มีเค้าโครงหน้าตาเหมือนสองแม่ลูกตระกูลจางเลย
ไป๋อวิ๋นเฟยเดินกลับมาที่รถ แล้วพูดขึ้นว่า “เซี่ยเหยียนจวิน คนในบ้านบอกว่าไม่รู้จักจางชุ่ย ผมลองส่องดูแล้ว ข้างในมีแต่วัยรุ่น ไม่มีคนอายุสามสิบกว่าเลย”
“เป็นไปไม่ได้! แล้วพวกเธอไปอยู่ที่ไหนกัน” เซี่ยเหยียนจวินได้ยินว่าไม่เจอลูกเมียก็ร้อนรนจนอยากจะพุ่งตัวออกมา
“ผมรู้ว่าคุณร้อนใจ แต่ใจเย็นๆ ก่อน ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ผมต้องตามหาลูกเมียคุณจนเจอแน่” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดปลอบประโลมเซี่ยเหยียนจวิน
“ท่านเทพ ท่านต้องช่วยผมนะครับ เมื่อก่อนผมหาเงินได้เยอะมาก ถ้าท่านช่วยตามหาพวกเธอเจอ ผมจะให้พวกเธอมอบเงินตอบแทนท่านสิบล้านหยวนเลย” เซี่ยเหยียนจวินพูดด้วยความร้อนรน
“คุณตายไปตั้งหลายปีแล้ว พวกเขาอาจจะย้ายบ้านไปแล้วก็ได้ คุณบอกว่าเคยเปิดบริษัทไม่ใช่เหรอ? ชื่ออะไรล่ะ ลองไปเช็กดูไหม เผื่อพวกเธอจะอยู่ที่นั่น” ไป๋อวิ๋นเฟยเสนอแนะ
“จริงด้วย ลองไปดูครับ บริษัทผมทำเกี่ยวกับแปรรูปสินค้าเกษตร ชื่อบริษัท 'เหยียนหรูอี้' ตั้งอยู่ที่นิคมธุรกิจแถวนี้นี่แหละครับ”
ไป๋อวิ๋นเฟยขับรถบรรทุกมุ่งหน้าไปยังนิคมธุรกิจ ไม่นานก็มาถึง ที่นี่เป็นแหล่งรวมบริษัทมากมาย บริษัทเหยียนหรูอี้แปรรูปสินค้าเกษตรมีขนาดใหญ่โต กินพื้นที่หลายร้อยหมู่ ดูท่ารายได้ของเซี่ยเหยียนจวินคงไม่ธรรมดาจริงๆ
ไป๋อวิ๋นเฟยจอดรถที่ลานจอด กำลังจะเดินไปที่ประตูใหญ่ จู่ๆ เซี่ยเหยียนจวินก็ร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น
“ท่านเทพ! เดี๋ยวครับ คนที่ยืนอยู่หน้าประตูนั่นเหมือนลูกสาวผมเลย เธอชื่อ เซี่ยอวี่เฟย”
ไป๋อวิ๋นเฟยมองตามไป ก็เห็นสาวน้อยแรกรุ่นวัยสิบห้าสิบหกปี หน้าตาสะสวย สวมกระโปรงสั้นลายสกอต อวดเรียวขายาวขาวเนียน เสื้อผ้าที่สวมใส่ล้วนเป็นแบรนด์เนม ดูออกทันทีว่าเป็นลูกคุณหนูที่เติบโตมาอย่างสุขสบาย
“คุณดูให้ดีๆ นะ แน่ใจหรือเปล่า” ไป๋อวิ๋นเฟยถามย้ำ
“ผมมั่นใจครับ นั่นลูกสาวผมแน่ๆ ที่หางตาเธอมีไฝเม็ดหนึ่ง ไม่เจอกันสองปี เธอโตขึ้นมากเลย” เซี่ยเหยียนจวินพูดด้วยความตื่นเต้น แล้วตะโกนเรียกสุดเสียง “เฟยเฟย!”
“คุณจะตะโกนทำไม ต่อให้ตะโกนจนคอแตก เธอก็ไม่ได้ยินหรอก”
แม้เซี่ยอวี่เฟยจะไม่ได้ยินเสียงเรียกของพ่อ แต่เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสายใยบางอย่างสื่อถึงกัน จึงหันขวับมามองทางรถบรรทุก แต่พอเห็นว่าเป็นแค่รถบรรทุกธรรมดา ก็ส่ายหน้าเบาๆ แล้วหันกลับไป
ข้างกายเซี่ยอวี่เฟยมีชายหนุ่มอายุราวๆ ยี่สิบปี กำลังดึงแขนเธออย่างถือวิสาสะ พลางพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าชู้ว่า “เสี่ยวเฟย ยอมมาเป็นยาหยีของพี่เถอะนะจ๊ะ”
เซี่ยอวี่เฟยสะบัดมือหนีอย่างรังเกียจ ตวาดกลับไปว่า “หวังเฉียง! นายเลิกฝันกลางวันได้แล้ว บ้านนายโกงบ้านฉัน ขโมยหุ้นบริษัทพ่อฉันไป ชาตินี้ต่อให้ฉันต้องอยู่เป็นโสดจนตาย ฉันก็ไม่มีวันคบกับคนอย่างนาย!”
หวังเฉียงได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายทันที ขู่ตะคอกว่า “นังตัวดี! ปีกกล้าขาแข็งนักนะ ฉันขอเตือนไว้เลย ถ้าวันนี้เธอไม่ยอมปรนนิบัติฉันให้ถึงใจ หุ้นส่วนน้อยนิดที่เหลืออยู่ก็อย่าหวังว่าจะได้คืน ถึงตอนนั้นแม่ขี้โรคของเธอคงได้ตายสมใจแน่”
“ไอ้คนสารเลว! ไสหัวไป!” เซี่ยอวี่เฟยด่ากราดด้วยความโกรธแค้น
จังหวะนั้นเอง ไป๋อวิ๋นเฟยเปิดประตูลงจากรถบรรทุก เดินตรงเข้าไปหาหญิงสาว
“เซี่ยอวี่เฟย?” ไป๋อวิ๋นเฟยเอ่ยถาม
เซี่ยอวี่เฟยหันกลับมามองไป๋อวิ๋นเฟยในชุดชาวนาด้วยความสงสัย “คุณเป็นใคร? รู้จักฉันได้ยังไง?”
“พ่อของคุณชื่อเซี่ยเหยียนจวินใช่ไหมครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถาม
เมื่อได้ยินชื่อพ่อ มือของเซี่ยอวี่เฟยก็สั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้น สองปีแล้วที่เธอไม่ได้เจอหน้าพ่อ และแทบไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อเขาเลย พอได้ยินชื่อพ่ออีกครั้ง เธอจึงตื้นตันใจจนเสียงสั่นเครือ “ใช่ค่ะ พ่อฉันเอง คุณรู้จักเขาเหรอ? คุณเจอเขาเหรอคะ?”
“ผมรู้จักเขา และเจอเขาแล้วครับ ผมได้รับคำไหว้วานจากพ่อคุณ ให้เดินทางจากหมู่บ้านไป๋จู๋มาตามหาพวกคุณโดยเฉพาะ” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบเสียงเรียบ
“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนคะ?” เซี่ยอวี่เฟยถามด้วยความร้อนรน
“อวี่เฟย อย่าไปเชื่อมันนะ มันก็แค่ไอ้กระจอกคนหนึ่ง จะไปรู้จักพ่อเธอได้ยังไง อีกอย่าง พ่อเธอหายสาบสูญไปตั้งสองปีกว่าแล้ว ป่านนี้คงตายกลายเป็นผีไปแล้วมั้ง” หวังเฉียงดึงแขนเซี่ยอวี่เฟยไว้ แล้วมองไป๋อวิ๋นเฟยด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาตายแล้ว?” ไป๋อวิ๋นเฟยจ้องมองหวังเฉียงด้วยสายตาคมกริบ
หวังเฉียงหลบสายตา ตอบด้วยน้ำเสียงโมโหกลบเกลื่อน “ฉะ... ฉันไม่รู้หรอก ก็แค่เดาเอานั่นแหละ”
“หวังเฉียง! ห้ามพูดถึงพ่อฉันแบบนี้นะ พ่อฉันยังไม่ตาย!” เซี่ยอวี่เฟยตวาดลั่น
“ถ้าอยากรู้ข่าวพ่อก็ตามผมมา คุยตรงนี้ไม่สะดวก มีคนนอกเกะกะ” ไป๋อวิ๋นเฟยปรายตามองหวังเฉียง
เซี่ยอวี่เฟยลังเลเล็กน้อยเมื่อต้องไปกับคนแปลกหน้า ซึ่งถือว่าเธอมีความระมัดระวังตัวดีพอสมควร
“ถ้าคุณอยากเจอพ่อ ก็ตามผมมา แต่ถ้าไม่เชื่อใจผม ผมก็จะกลับ ไม่รบกวนคุณแล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยทำท่าจะเดินหนี
“ตกลงค่ะ ฉันจะไปกับคุณ ไปกันเถอะ” เซี่ยอวี่เฟยตัดสินใจตอบตกลง
“เซี่ยอวี่เฟย! ไม่กลัวมันเป็นสิบแปดมงกุฎหรือไง?” หวังเฉียงตะโกนไล่หลัง แล้วหันมาคำรามใส่ไป๋อวิ๋นเฟย “ไอ้หนุ่มบ้านนอก! กล้าเป็นศัตรูกับตระกูลหวังของพวกเรา แกเจอดีแน่”
เซี่ยอวี่เฟยไม่สนใจเสียงนกเสียงกา เดินตามไป๋อวิ๋นเฟยขึ้นรถไป
ไป๋อวิ๋นเฟยสตาร์ทรถแล้วขับไปจอดใต้ร่มไม้ที่ลานจัตุรัส
เซี่ยเหยียนจวินที่อยู่ในตุ๊กตาผ้าตื่นเต้นดีใจมาก แต่ก็กลัวว่าสภาพผีของตัวเองจะทำให้ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนตกใจกลัว จึงพยายามข่มใจให้สงบ
“พ่อของฉันอยู่ที่ไหนคะ?” เซี่ยอวี่เฟยถามอย่างร้อนใจ
“สถานการณ์ของพ่อคุณไม่ค่อยดีนัก เอาเป็นว่าไปที่บ้านคุณก่อน แล้วผมจะค่อยๆ เล่าให้ฟัง” ไป๋อวิ๋นเฟยเตรียมจะออกรถ
“ไม่! ฉันอยากรู้ข่าวพ่อเดี๋ยวนี้ เขาอยู่ที่ไหน?” เซี่ยอวี่เฟยดึงแขนไป๋อวิ๋นเฟยไว้ ไม่ยอมให้ขับรถ
“คุณแน่ใจนะครับว่าอยากรู้เดี๋ยวนี้?” ไป๋อวิ๋นเฟยถามย้ำ
“ใช่ค่ะ” เซี่ยอวี่เฟยจ้องหน้าไป๋อวิ๋นเฟยด้วยแววตามุ่งมั่น
“งั้นรอผมสักครู่ ผมขอไปซื้อของที่ร้านขายยาแป๊บนึง” ไป๋อวิ๋นเฟยเปิดประตูลงจากรถ เดินไปซื้อสมุนไพรจีนและวาสลีนที่ร้านขายยา
พอกลับมาบนรถ เขาบดสมุนไพรผสมกับวาสลีน แล้วยื่นให้เซี่ยอวี่เฟย
“ความจริงแล้ว... พ่อของคุณเสียชีวิตไปแล้วครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยมองหน้าเซี่ยอวี่เฟยแล้วบอกความจริง
“ฉันไม่เชื่อ! เป็นไปไม่ได้” พอได้ยินข่าวร้าย น้ำตาของเซี่ยอวี่เฟยก็ไหลพรากออกมาทันทีราวกับทำนบแตก