เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 ยันต์คุ้มภัย

บทที่ 49 ยันต์คุ้มภัย

บทที่ 49 ยันต์คุ้มภัย


“จริงสิ เสี่ยวเฟย เมื่อวานตอนบ่ายฉันไม่ได้ออกหน้าช่วยนาย นายคงไม่โกรธฉันใช่ไหม?” เหยาอวี้หวนเอ่ยถาม

“ผมจะไปโกรธพี่ได้ยังไงล่ะครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบเสียงเรียบ

“ฉันไม่เชื่อหรอก ตอนนั้นนายเงียบกริบไม่พูดสักคำ แต่ในฐานะนายกเทศมนตรี ฉันต้องคำนึงถึงภาพรวมหลายๆ อย่าง ต้องขอโทษจริงๆ นะ” เหยาอวี้หวนกล่าวด้วยความรู้สึกผิด

ไป๋อวิ๋นเฟยจะไม่โกรธเลยก็คงโกหก เพราะเขาอุตส่าห์ช่วยเธอปราบผีอย่างเต็มใจ แต่เธอกลับนิ่งเฉยในยามที่เขาถูกใส่ร้าย แต่เมื่อคิดอีกที ด้วยตำแหน่งหน้าที่ของเธอ การต้องรักษาภาพลักษณ์และคำนึงถึงสถานการณ์โดยรวมก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้

“ช่างเถอะครับ มันผ่านไปแล้ว” ไป๋อวิ๋นเฟยตัดบท

“งั้นก็ได้ ดึกมากแล้ว รีบพักผ่อนกันเถอะ” เหยาอวี้หวนบอกลาแล้วกลับไปนอน

ในใจลึกๆ เหยาอวี้หวนไม่เชื่อว่าไป๋อวิ๋นเฟยจะทำเรื่องเลวร้ายอย่างการข่มขืนแล้วฆ่าได้ เพราะจากการที่ได้สัมผัส เขาเป็นคนจิตใจดีและซื่อสัตย์ คิดไปคิดมาเธอก็ผล็อยหลับไป

เช้าวันรุ่งขึ้น รถตำรวจมารับตัวหวังเฉวียนผิงไป พร้อมกับติดประกาศแจ้งว่าหวังเฉวียนผิงถูกคุมขังเป็นเวลา 15 วัน ข้อหากระทำอนาจาร

ชาวบ้านต่างพากันดีใจที่เห็นหวังเฉวียนผิงถูกตำรวจคุมตัวไป สายตาที่มองไป๋อวิ๋นเฟยก็เปลี่ยนไปจากเดิม คราวก่อนไป๋อวิ๋นเฟยถูกจับเพราะตีคน แต่ไม่กี่วันก็ถูกปล่อยตัวออกมา แต่ครั้งนี้หวังเฉวียนผิงกลับโดนขังถึงครึ่งเดือน ทุกคนต่างรู้ดีว่าสองคนนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน แต่ตอนนี้บารมีของไป๋อวิ๋นเฟยดูจะเหนือกว่าเห็นๆ ทำให้ทุกคนยิ่งยำเกรงเขามากขึ้น

โดยเฉพาะครอบครัวของเถี่ยต้านและเฮยหวา ที่รีบหอบของขวัญมาหาไป๋อวิ๋นเฟยแต่เช้าตรู่ สองหนุ่มถึงกับคุกเข่าโขกศีรษะขอขมา

“เสี่ยวเฟยเอ๊ย เมื่อก่อนไอ้เถี่ยต้านมันไม่รู้ประสีประสา ไปล่วงเกินเธอเข้า เธอเป็นผู้ใหญ่ใจกว้าง อย่าถือสาหาความมันเลยนะ” แม่ของเถี่ยต้านพูดเสียงเครือหน้าตาเศร้าสร้อย

“ใช่ครับพี่เสี่ยวเฟย อย่าโทษพวกเราเลย ทั้งหมดเป็นเพราะผู้ใหญ่บ้านคนเดียว เขาบังคับให้เราไปวางยาพิษ ถ้าไม่ไปเขาขู่จะหักขาผม” เถี่ยต้านบีบน้ำตาเล่าความเท็จผสมความจริง

“อย่าทำแบบนี้เลย ลุกขึ้นเถอะ ผมรับไหว้ไม่ไหวหรอก คนกันเองทั้งนั้น จะโทษโกรธเคืองอะไรกันนักหนา” ไป๋อวิ๋นเฟยดึงทั้งสองให้ลุกขึ้น

“ป้าเอาเนื้อรมควันมาฝาก หอมอร่อยมากนะ ถือซะว่าเป็นคำขอโทษจากพวกเรา” แม่ของเฮยหวาวางชิ้นเนื้อรมควันลงบนโต๊ะ

“ครับ ผมรับคำขอโทษไว้ เรื่องเก่าๆ ก็ให้มันแล้วกันไป” ไป๋อวิ๋นเฟยรับของและส่งแขกกลับไป

“ฮึ! พวกนกสองหัว ดูทิศทางลมแล้วก็ลู่ตาม เมื่อวานยังพูดจาแดกดันแม่ไม่หยุด วันนี้รีบแจ้นมาขอโทษ คงไม่ได้จริงใจอะไรหรอก” หลี่ชิ่วหลานบ่นอย่างไม่พอใจ

“แม่ครับ พวกเขาคงเห็นว่าหวังเฉวียนผิงหมดอำนาจแล้ว เลยกลัวว่าผมจะไปคิดบัญชีทีหลัง ก็เลยรีบมาขอสงบศึก ช่างเถอะครับ คนบ้านเดียวกัน อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยเลย ให้อภัยไปเถอะ ยังไงพวกเขาก็คงไม่กล้ามาแหยมกับเราอีกแล้วล่ะ” ไป๋อวิ๋นเฟยปลอบใจแม่

เถี่ยต้านกับเฮยหวาคงเห็นว่าลูกพี่ใหญ่โดนจับเข้าคุก ก็เลยร้อนตัว กลัวไป๋อวิ๋นเฟยจะเอาคืน จึงรีบมาชิงขอโทษไว้ก่อน

ความจริงไป๋อวิ๋นเฟยไม่ได้สนใจหรอกว่าพวกเขาจะจริงใจหรือไม่ คนพวกนี้มองแค่ผลประโยชน์เป็นหลัก การที่พวกเขายอมก้มหัวขอโทษ แสดงว่าอำนาจของหวังเฉวียนผิงกำลังเสื่อมถอย อีกไม่นานคงกระเด็นตกเก้าอี้ผู้ใหญ่บ้านแน่นอน

หลังจากทานมื้อเช้า ไป๋อวิ๋นเฟยก็หยิบตำรายันต์มาอ่านแทนตำราฮวงจุ้ยที่อ่านจบไปเมื่อวาน ด้วยความจำที่เป็นเลิศ อ่านรอบเดียวเขาก็จำได้หมด

ในตำรายันต์เล่มนี้ มีทั้งวิชายันต์เหาะเหินเดินอากาศที่หลวงจีนเฒ่าเคยใช้ ยันต์กระสุนน้ำแข็ง ยันต์ล่องหน ยันต์เมฆอัคคี และอื่นๆ อีกมากมาย

ในตำรายังอธิบายวิธีการเขียนยันต์ไว้ด้วย ยิ่งอ่านไป๋อวิ๋นเฟยก็ยิ่งอยากลอง จึงไปหยิบกระดาษยันต์และพู่กันมาเตรียมพร้อม

การเขียนยันต์มีหลายระดับ ระดับต่ำสุดคือใช้น้ำหมึกธรรมดาสีดำหรือแดง ซึ่งอานุภาพจะต่ำที่สุด ระดับกลางคือใช้เลือดไก่ตัวผู้หรือเลือดสุนัขดำ อานุภาพจะดีขึ้นมาหน่อย ส่วนระดับสูงสุดคือการใช้พลังปราณเขียนยันต์โดยตรง ซึ่งจะมีอานุภาพรุนแรงที่สุด ยิ่งผู้เขียนมีพลังปราณกล้าแข็ง ยันต์ก็จะยิ่งทรงพลัง

ไป๋อวิ๋นเฟยลองใช้พลังปราณเขียน 'ยันต์กระสุนน้ำแข็ง' ตามแบบในตำรา ครั้งแรกยังไม่สำเร็จ เขาลองใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากล้มเหลวไปสิบกว่าครั้ง ในที่สุดก็สำเร็จ พลังปราณก่อตัวเป็นรูปร่าง ปรากฏเป็นลวดลายสีฟ้าจางๆ บนกระดาษยันต์ ดูคล้ายเกล็ดน้ำแข็ง

“ไหนลองดูหน่อยสิว่าแรงแค่ไหน?” ไป๋อวิ๋นเฟยถือยันต์เดินไปยังที่ลับตาคน เลือกต้นไม้แห้งต้นหนึ่งเป็นเป้าหมาย แล้วขว้างยันต์กระสุนน้ำแข็งใส่

ตูม!

ชั่วพริบตา ก้อนน้ำแข็งจำนวนมหาศาลก็ร่วงหล่นลงมาจากยอดไม้ใส่ต้นไม้แห้งนั้น ภายในไม่กี่วินาที ต้นไม้แห้งก็หักโค่นลงมา

“โห! แรงเวอร์! ถ้าโดนคนเข้าไปมีหวังตายคาที่แน่” ไป๋อวิ๋นเฟยรู้สึกโชคดีที่มาลองทดสอบดูก่อน ไม่งั้นถ้าเผลอใช้ใส่คนคงกลายเป็นเรื่องใหญ่

เขากลับมาที่ห้องทำงาน แล้วใช้พลังปราณเขียนยันต์ต่อ คราวนี้ราบรื่นขึ้นมาก เขาเขียนยันต์คุ้มภัย ยันต์กระสุนน้ำแข็ง และยันต์ล่องหนออกมาได้หลายแผ่น

โครกคราก...

ท้องไป๋อวิ๋นเฟยร้องประท้วง การใช้พลังปราณเขียนยันต์กินพลังงานมหาศาล เขาจึงให้ชิวจวี๋ไปจับปูยักษ์จากบ่อมานึ่งให้กินเพื่อบำรุงกำลัง

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลอดหลายวันมานี้ ไป๋อวิ๋นเฟยเอาแต่ฝึกเขียนยันต์จนชำนาญ อัตราความสำเร็จสูงถึง 80% และอ่านตำรายันต์จนจบเล่ม เขาจึงเตรียมตัวพาเซี่ยเหยียนจวินไปเยี่ยมครอบครัวที่อำเภอฟู่อวี้

เช้าวันเดินทาง หลังมื้อเช้า ไป๋อวิ๋นเฟยเดินไปหาพ่อแม่ที่กำลังทำงานอยู่ในแปลงผัก

“พ่อครับ แม่ครับ พกยันต์คุ้มภัยนี้ติดตัวไว้นะครับ ผมมีธุระต้องไปต่างเมืองสักพัก” ไป๋อวิ๋นเฟยยื่นยันต์คุ้มภัยที่เขียนเองกับมือให้ทั้งสองคน

“เอามาจากไหนเนี่ย? จะได้ผลเหรอ?” หลี่ชิ่วหลานรับมาพลิกดูด้วยความสงสัย

“ผมเขียนเองครับ พกไว้ให้ดีนะครับ ห้ามทำหายเด็ดขาด” ไป๋อวิ๋นเฟยกำชับ

“ลูกเขียนเอง? ลูกเขียนยันต์เป็นด้วยเหรอ?” ไป๋ต้าจ้วงถามด้วยความทึ่ง

“พ่อกับแม่ลืมท่านผู้เฒ่าคนนั้นไปแล้วเหรอครับ? ท่านสอนผมมาครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยอ้างชื่อท่านผู้เฒ่าอีกตามเคย

“อ๋อๆ ได้จ้ะ พ่อกับแม่จะพกติดตัวไว้ตลอดเวลาเลย” หลี่ชิ่วหลานรีบเอาผ้าแดงมาห่อยันต์ แล้วใช้เข็มกลัดติดไว้ที่เสื้อด้านในอย่างมิดชิด

เมื่อเห็นพ่อแม่เก็บยันต์เรียบร้อย ไป๋อวิ๋นเฟยก็ขับรถบรรทุกออกจากหมู่บ้าน ที่ปากทางเขาเจอชิวจวี๋ จึงมอบยันต์คุ้มภัยให้เธอแผ่นหนึ่ง แล้วขับรถมุ่งหน้าสู่อำเภอฟู่อวี้

ระหว่างทาง เขาหยิบตุ๊กตาผ้าออกมาสื่อสารกับเซี่ยเหยียนจวิน วิญญาณพ่อค้าบอกที่อยู่ให้ทราบ ไป๋อวิ๋นเฟยจึงเปิดจีพีเอสนำทางไปยังบ้านของเซี่ยเหยียนจวิน

ขับรถมาได้ชั่วโมงกว่า ก็เข้าเขตอำเภอฟู่อวี้ สมชื่ออำเภอแห่งความมั่งคั่ง เพราะอำเภอนี้ติดอันดับต้นๆ เรื่องความเจริญในเขตนี้

“อย่าเพิ่งออกมานะ” ไป๋อวิ๋นเฟยสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของเซี่ยเหยียนจวิน

“ครับท่านเทพ ผมแค่ตื่นเต้นมากไปหน่อย” เซี่ยเหยียนจวินตอบเสียงสั่น

ไป๋อวิ๋นเฟยขับตามจีพีเอสไปเรื่อยๆ จนถึงบริเวณใจกลางอำเภอ ใกล้สวนสาธารณะ บรรยากาศและการตกแต่งแถวนี้ดูหรูหรา บ่งบอกว่าเป็นย่านคนรวย

“ที่นี่เหรอ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถาม

“ใช่ครับท่านเทพ ตอนผมมีชีวิตอยู่ ผมทำธุรกิจจนร่ำรวยเลยมาซื้อบ้านที่นี่ครับ หลังที่สองจากประตูใหญ่ทางโน้นคือบ้านของผมครับ” เซี่ยเหยียนจวินมองเห็นบ้านตัวเองอยู่ตรงหน้าก็น้ำตาคลอด้วยความคะนึงหา

จบบทที่ บทที่ 49 ยันต์คุ้มภัย

คัดลอกลิงก์แล้ว