- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 29 ขับรถเป็นแล้วเหรอ?
บทที่ 29 ขับรถเป็นแล้วเหรอ?
บทที่ 29 ขับรถเป็นแล้วเหรอ?
“ผมเองครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยมองชายวัยกลางคนตรงหน้า แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวั่นเกรง
“ผมเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลนี้ครับ ได้ยินมาว่าคุณสามารถรักษาคนไข้ที่มีถุงน้ำที่หน้าอกได้โดยไม่ต้องตัดหน้าอกทิ้ง เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ?” ผู้อำนวยการถามด้วยรอยยิ้ม
“จริงครับ คนไข้อยู่นี่ไง” ไป๋อวิ๋นเฟยชี้ไปที่ซุนเยว่ที่นอนอยู่บนเตียง
ตอนนี้ซุนเยว่รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สีหน้าดูมีเลือดฝาด อาการเจ็บปวดที่หน้าอกหายเป็นปลิดทิ้ง เธอรู้สึกดีใจจนยิ้มไม่หุบ
ผู้อำนวยการก้มลงสำรวจซุนเยว่ พบว่าเธอมีสีหน้าสดใส ดูแข็งแรงผิดกับคนไข้ทั่วไปที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด ซึ่งมักจะดูอิดโรยและซีดเซียว
“คุณหมอครับ คุณเก่งมากจริงๆ นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!” ผู้อำนวยการจับมือไป๋อวิ๋นเฟยเขย่าด้วยความตื่นเต้น
“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณประจำอยู่ที่โรงพยาบาลไหนครับ?” ผู้อำนวยการถามด้วยความสนใจใคร่รู้ เจตนาชัดเจนว่าอยากจะดึงตัวคนเก่งมาร่วมงาน
“ผมไม่ได้ทำงานที่โรงพยาบาลไหนหรอกครับ พอดีคนไข้เป็นเพื่อนผม ผมเลยช่วยรักษาให้” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบเสียงเรียบ
“ถุงน้ำอยู่ชิดหัวใจขนาดนั้น คุณลงมีดผ่าตัดยังไงครับถึงไม่โดนจุดสำคัญ?” ผู้อำนวยการถามต่อราวกับจะซักไซ้ให้รู้ลึกถึงก้นบึ้ง
“ผมใช้การฝังเข็มเพื่อตัดเส้นประสาทและเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงถุงน้ำบริเวณใกล้หัวใจครับ พอถุงน้ำขาดสารอาหาร มันก็จะผ่าง่ายขึ้น” ไป๋อวิ๋นเฟยอธิบายคร่าวๆ โดยไม่ปิดบัง เพราะเขาก็เคยเป็นนักศึกษาแพทย์ จึงอยากจะแบ่งปันความรู้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรักษา
“เมื่อกี้คุณเพิ่งบอกว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นจะไม่รับผิดชอบไม่ใช่เหรอคะ?” โอวหยางเซิงม่านพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง พลางปรายตามองหมอเจ้าของไข้
“ขอโทษครับๆ ผมใจร้อนไปหน่อย กลัวคนไข้จะเป็นอันตราย” หมอเจ้าของไข้รีบแก้ตัวพร้อมรอยยิ้มแหยๆ
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจว่าคุณหมอหวังดีต่อคนไข้” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ไม่ถือสาหาความ ต่างจากโอวหยางเซิงม่านที่แผ่รังสีอำมหิตกดดันคนรอบข้าง
“แต่ว่า... ถุงน้ำอยู่ใกล้หัวใจมากนะครับ คุณปักเข็มแม่นยำขนาดนั้นได้ยังไง?” ผู้อำนวยการยังคงสงสัย เพราะนี่ถือเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สำคัญ
น่าเสียดายที่ไป๋อวิ๋นเฟยเพียงแค่ยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป
“เอ่อ ท่านผอ.คะ แล้วฉันจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่คะ?” ซุนเยว่เห็นไป๋อวิ๋นเฟยไม่อยากตอบคำถาม จึงช่วยเปลี่ยนเรื่อง
“พักดูอาการสักสองวันก่อนครับ... เอ้อ คุณไป๋ครับ ไม่ทราบว่าอาจารย์ของคุณคือท่านใดครับ?” ผู้อำนวยการยังไม่ละความพยายาม ด้วยวิญญาณแพทย์ที่กระหายใคร่รู้
“ขอโทษครับ ผมเปิดเผยไม่ได้จริงๆ” ไป๋อวิ๋นเฟยปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
“ฮ่าๆๆ เข้าใจครับๆ ความลับสวรรค์เปิดเผยไม่ได้สินะ” ผู้อำนวยการพูดติดตลก แต่ก็ยอมถอย
“คุณไป๋ครับ ไม่ทราบว่าคุณสนใจมาเป็นหมอที่ปรึกษาให้โรงพยาบาลเราไหมครับ? ที่นี่ยังมีคนไข้เนื้องอกหรือถุงน้ำอีกหลายคนที่รอการรักษา พวกเราจนปัญญาจริงๆ แต่ไม่อยากทิ้งความหวังสุดท้าย หวังว่าคุณจะรับพิจารณานะครับ” ผู้อำนวยการเปลี่ยนมาใช้ลูกตื๊อ
“เอ่อ... ผมไม่มีใบประกอบโรคศิลปะนะครับ คงจะไม่เหมาะ” แม้ไป๋อวิ๋นเฟยต้องการรักษาคนเพื่อสะสมน้ำทิพย์ แต่การทำงานเป็นหมอโดยไม่มีใบอนุญาตอาจสร้างปัญหาตามมาได้
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ ฝีมือคุณเป็นที่ประจักษ์แล้ว” ผู้อำนวยการยืนยันเสียงแข็ง ไม่อยากปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมือ
“งั้นเอาอย่างนี้ครับ เรื่องรักษาให้หายขาดร้อยเปอร์เซ็นต์ผมไม่รับปากนะครับ และการรักษาแบบนี้ใช้พลังจิตสมาธิสูงมาก อาทิตย์หนึ่งผมรักษาได้เต็มที่แค่สองสามคนเท่านั้น” ไป๋อวิ๋นเฟยคิดในใจว่า ในเมื่อผู้อำนวยการตื๊อขนาดนี้ และเขาก็ต้องการน้ำทิพย์ จึงตัดสินใจจะมาตรวจคนไข้สัปดาห์ละวัน ส่วนเวลาที่เหลือเขาต้องทุ่มเทให้กับฟาร์ม
“เสี่ยวเฟย งานที่ฟาร์มคงต้องลำบากเธอวิ่งเต้นคนเดียวแล้วนะช่วงนี้” ซุนเยว่พูดด้วยความรู้สึกผิด
“พี่เยว่ ผมทำคนเดียวไหวครับ! พี่พักผ่อนให้หายดีเถอะ เดี๋ยวมีงานรอพี่อยู่อีกเพียบ” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดให้กำลังใจอย่างร่าเริง
โอวหยางเซิงม่านเดินออกมาส่งไป๋อวิ๋นเฟยหน้าโรงพยาบาล ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำธุระ
“เสี่ยวเฟย ขับรถเป็นไหม? ถ้าขับเป็น เดี๋ยวฉันให้โรงแรมจัดรถให้คันหนึ่ง จะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมาวันละหลายกิโล เสียเวลาเปล่าๆ” โอวหยางเซิงม่านหันกลับมาถาม สำหรับนักธุรกิจอย่างเธอ เวลาเป็นเงินเป็นทอง การให้หุ้นส่วนเดินเท้าทำงานเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
“เอ่อ... ผมขับไม่เป็นครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบอย่างกระดากอาย ลูกผู้ชายส่วนใหญ่มักสนใจเรื่องรถรา แต่เขาจนกรอบมาตลอด อย่าว่าแต่ขับรถเลย จักรยานยังแทบไม่มีปัญญาซื้อ
“ไม่เป็นไร รถบรรทุกของโรงแรมไปส่งของที่ฟาร์มเธอบ่อยๆ ก็ให้เหล่าหลิวสอนขับไปพลางๆ ก่อน พอขับเป็นแล้ว เดี๋ยวฉันจะหาคนจัดการเรื่องใบขับขี่ให้” โอวหยางเซิงม่านพูดอย่างสบายๆ ด้วยเส้นสายของเธอ เรื่องแค่นี้ง่ายเหมือนปอกกล้วย
“ขอบคุณครับพี่โอวหยาง” ไป๋อวิ๋นเฟยยิ้มรับด้วยความยินดี การที่บอสใหญ่ยื่นมือมาช่วยเองแบบนี้ แสดงว่าเธอมองเห็นศักยภาพในตัวเขา ไม่อย่างนั้นนักธุรกิจอย่างเธอคงไม่ยอมขาดทุน
“เรียกบอสทำไม เราหุ้นส่วนกันแล้ว ต่อไปเรียกฉันว่าพี่โอวหยาง หรือพี่ม่านก็ได้” โอวหยางเซิงม่านเป็นคนฉลาดรู้จักวางตัว เมื่อเห็นความสามารถทางการแพทย์ที่เหนือชั้นของไป๋อวิ๋นเฟย เธอย่อมอยากผูกมิตรไว้ การมีหมอเทวดาเป็นพวก ก็เหมือนมีชีวิตสำรองเพิ่มขึ้นมาอีกชีวิตหนึ่ง ซึ่งสำหรับคนรวยแล้ว สุขภาพและชีวิตคือสิ่งสำคัญที่สุด
“ได้ครับพี่โอวหยาง งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ อีกสองวันจะมาเยี่ยมพี่เยว่ใหม่” ไป๋อวิ๋นเฟยโบกมือลา
“จ้ะ ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงซุนเยว่ ฉันจะดูแลเอง” โอวหยางเซิงม่านพูดจบก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไป
เหล่าหลิว คนขับรถบรรทุก พาไป๋อวิ๋นเฟยนั่งรถกลับหมู่บ้าน
เส้นทางจากตัวอำเภอไปหมู่บ้านต้องผ่านถนนคดเคี้ยวเลียบภูเขา ช่วงแรกเหล่าหลิวเป็นคนขับ โดยมีไป๋อวิ๋นเฟยนั่งสังเกตการณ์อยู่ที่เบาะข้างๆ เหล่าหลิวสอนเทคนิคการขับรถไปพลาง ขับไปพลาง คนสอนก็ตั้งใจสอน คนเรียนก็ตั้งใจฟัง
รถแล่นไปบนถนนเลียบหน้าผา ทางแคบและมีเพียงราวกั้นเตี้ยๆ บางช่วงไม่มีราวกั้นด้วยซ้ำ ถ้าเผลอเหยียบคันเร่งแรง หรือเบรกไม่อยู่ มีหวังได้พุ่งลงเหวไปคุยกับยมบาลแน่
เมื่อรถแล่นลงมาถึงตีนเขา เหล่าหลิวก็จอดรถให้ไป๋อวิ๋นเฟยลองขับดู
ไป๋อวิ๋นเฟยนั่งประจำที่คนขับ มือจับพวงมาลัยด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ขับรถ แถมยังเป็นรถบรรทุกอีกต่างหาก
เดิมทีไป๋อวิ๋นเฟยไม่ใช่คนหัวไวเรื่องทักษะการใช้มือไม้ แต่หลังจากฝึกฝนวิชา 'มหาสุทธิกายา' ร่างกายของเขาก็ยืดหยุ่นคล่องแคล่วขึ้น ประสาทสัมผัสและการเรียนรู้ก็ว่องไวขึ้นมาก
ด้วยคำแนะนำของเหล่าหลิว ไป๋อวิ๋นเฟยเรียนรู้ได้รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม ไม่นานก็ขับรถได้อย่างคล่องแคล่ว
“ไอ้น้อง! แกหัวไวจริงๆ! ตั้งแต่ฉันสอนคนขับรถมา ไม่เคยเจอใครเป็นเร็วขนาดนี้มาก่อน ฝีมือระดับนี้ไปขับเครื่องบินรบได้เลยนะเนี่ย! ฮ่าๆๆ” เหล่าหลิวหัวเราะชอบใจ
แต่ไม่นานเสียงหัวเราะก็เปลี่ยนเป็นเสียงสูดปากด้วยความหวาดเสียว เมื่อไป๋อวิ๋นเฟยเริ่มมั่นใจ กดคันเร่งส่งรถพุ่งทะยานเข้าโค้งหักศอกรูปตัวยู เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม เหล่าหลิวต้องรีบคว้ามือจับเหนือประตูไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
เมื่อเข้าสู่ถนนลูกรังในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ไป๋อวิ๋นเฟยยังคงรับหน้าที่ขับต่อ เหล่าหลิวโดนแรงกระแทกจนตัวลอยจากเบาะหลายครั้ง เหงื่อแตกพลั่กด้วยความกลัว ผิดกับไป๋อวิ๋นเฟยที่มีรอยยิ้มเปื้อนหน้า ดูท่าทางจะสนุกกับการขับรถออฟโรดเหลือเกิน
“เสี่ยวเฟย ขับรถเป็นแล้วเหรอ?” หลี่ชิ่วหลานเห็นลูกชายขับรถบรรทุกกลับมาจอดหน้าบ้าน ก็ถามด้วยความแปลกใจปนเป็นห่วง
“ครับแม่ ขับเป็นแล้วครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยไม่กล้าบอกความจริงว่าเพิ่งหัดขับวันนี้วันแรก ขืนบอกไปแม่คงเป็นลมล้มพับไปแน่
ไป๋อวิ๋นเฟยแวะไปดูแปลงผักทางทิศตะวันออก ผักผลไม้โตวันโตคืน
หลายวันมานี้เขาทำกิจวัตรเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา และจากการช่วยชีวิตซุนเยว่ แหวนวิเศษก็ผลิตน้ำทิพย์ออกมาจำนวนหนึ่ง เขาจึงนำไปเจือจางกับน้ำในบ่อพัก แล้วให้คนงานนำไปรดผัก