เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 ผมช่วยเธอได้

บทที่ 28 ผมช่วยเธอได้

บทที่ 28 ผมช่วยเธอได้


“แม่ครับ? มีเรื่องอะไรเหรอครับ?”

“เสี่ยวเฟย ได้ข่าวว่าผู้จัดการที่ทำงานกับลูก อยู่ดีๆ ก็หมดสติไปตอนเช้า รีบไปดูหน่อยสิลูก” หลี่ชิ่วหลานพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“ครับแม่ ผมทราบแล้วครับ เดี๋ยวผมจะรีบไป...” ไป๋อวิ๋นเฟยสั่งงานคนงานเสร็จสรรพก็รีบบึ่งไปโรงพยาบาลทันที

ตลอดทางเขาได้แต่โทษตัวเอง ถ้าเขาคะยั้นคะยอให้ซุนเยว่ไปตรวจหน้าอกเร็วกว่านี้ เรื่องร้ายๆ แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้พูดไปก็สายเกินแก้แล้ว

ไม่นานไป๋อวิ๋นเฟยก็มาถึงโรงพยาบาล เห็นโอวหยางเซิงม่าน เจ้าของโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อยืนอยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เดินวนไปวนมาด้วยความกระวนกระวายใจ

“คุณโอวหยาง คุณซุนต้องได้รับการผ่าตัดด่วนครับ ไม่อย่างนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ทางโรงพยาบาลอำเภอของเราเกรงว่าเครื่องมือและเทคโนโลยีจะไม่พร้อม แนะนำให้รีบส่งตัวไปโรงพยาบาลในตัวเมืองด่วนครับ” แพทย์ชายคนหนึ่งถือแฟ้มประวัติคนไข้ พยายามอธิบายให้โอวหยางเซิงม่านเข้าใจสถานการณ์

“ผ่าตัดอะไรครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยรีบวิ่งเข้าไปถามโอวหยางเซิงม่านทันที

“หมอบอกว่าในหน้าอกของเสี่ยวเยว่มีถุงน้ำขนาดใหญ่ ยังไม่รู้ว่าเป็นเนื้อร้ายหรือเปล่า แต่มันใหญ่มากจนไปกดทับเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ การผ่าตัดมีความเสี่ยงสูง อาจจะต้องตัดหน้าอกข้างซ้ายทิ้ง เผลอๆ อาจจะยื้อชีวิตไว้ไม่ได้ด้วยซ้ำ” โอวหยางเซิงม่านพูดจบก็เม้มปากแน่น ไม่พูดอะไรต่ออีก

ไป๋อวิ๋นเฟยทั้งโกรธทั้งเสียใจ ถ้าตอนนั้นที่เขาตรวจเจอความผิดปกติที่หน้าอกของซุนเยว่ เขาเตือนเธอให้จริงจังกว่านี้ และคะยั้นคะยอให้เธอไปตรวจร่างกาย เรื่องคงไม่บานปลายขนาดนี้ แต่ช่วงที่ผ่านมาเขาก็มัวแต่ยุ่งเรื่องขายปูจนลืมเรื่องนี้ไปสนิท

ขณะนั้นเอง ประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก หมอกำลังจะเข็นเตียงซุนเยว่ออกมา

ไป๋อวิ๋นเฟยพยายามจะวิ่งเข้าไปดูอาการซุนเยว่ แต่ถูกหมอคนหนึ่งขวางไว้

“คุณจะทำอะไร? ญาติห้ามเข้านะครับ”

“ผมช่วยเธอได้! หลีกไป!” ไป๋อวิ๋นเฟยปัดมือหมอออก แล้วพุ่งเข้าไปข้างในโดยไม่สนคำทัดทาน

“นี่คุณจะทำบ้าอะไรเนี่ย?!” หมอตะโกนไล่หลังด้วยความโมโห

“เสี่ยวเฟย! อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ!” โอวหยางเซิงม่านร้องห้ามด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าไป๋อวิ๋นเฟยจะไปทำให้อาการแย่ลง เธอรีบวิ่งตามเข้าไป

ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นซุนเยว่นอนอยู่บนเตียง ลมหายใจรวยริน ใบหน้าซีดเผือด หน้าอกข้างซ้ายบวมเป่ง ใหญ่กว่าข้างขวาอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งเธอยังส่งเสียงครางแผ่วเบาด้วยความเจ็บปวด ไป๋อวิ๋นเฟยสังเกตเห็นว่าเธอผิวคล้ำลงและผอมลงไปมาก ช่วงหลังมานี้ซุนเยว่วิ่งวุ่นจัดการเรื่องในฟาร์มเกษตรทั้งในและนอกสถานที่ ในขณะที่เขาแค่คอยคุมคนงาน แทบไม่ต้องลงแรงอะไรเลย ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดจับใจ

ซุนเยว่รู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองเธออยู่ แต่ไม่มีแรงพอที่จะลืมตา จึงถามออกไปเสียงแผ่วเบา “หมอเหรอคะ?”

“พี่เยว่ ผมเองครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยนั่งลงข้างเตียง มองเธอด้วยความสงสาร

“เสี่ยวเฟย... เธอมาทำไม... งานที่ฟาร์มเรียบร้อยแล้วเหรอ?” ซุนเยว่ยังคงเป็นห่วงงานที่ฟาร์มของเขา

ได้ยินแบบนั้น ไป๋อวิ๋นเฟยยิ่งปวดใจ

“พี่เยว่ ผมน่าจะพาพี่ไปตรวจเร็วกว่านี้” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดโทษตัวเอง

ซุนเยว่นึกย้อนไปถึงวันแรกที่เจอไป๋อวิ๋นเฟย วันนั้นเขาทักเรื่องความผิดปกติที่หน้าอกเธอ แต่เธอกลับคิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิตลามก จึงไม่ได้ใส่ใจ ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นความจริง เธอฝืนยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า “ไม่โทษเธอหรอก โทษพี่เองที่ไม่เชื่อเธอ คงเป็นเวรกรรมของพี่เองแหละ”

“พี่เยว่ ไม่ต้องกลัวนะ ผมมั่นใจแปดสิบเปอร์เซ็นต์ว่ารักษาพี่ได้” ไป๋อวิ๋นเฟยใช้พลังเนตรทิพย์มองทะลุเสื้อผ้าและผิวหนัง เห็นถุงน้ำขนาดเท่าพุทราจีนลูกใหญ่อยู่ที่หน้าอกข้างซ้ายของซุนเยว่ ตำแหน่งของมันอยู่ชิดกับหัวใจมาก ซึ่งถือว่าอันตรายและรักษายากพอสมควร

“เสี่ยวเฟย... เธอรักษาพี่ได้จริงๆ เหรอ?” ซุนเยว่จับแขนไป๋อวิ๋นเฟยแน่นด้วยความหวัง ผู้หญิงคนไหนก็ไม่อยากสูญเสียหน้าอกไป และเธอก็เคยเห็นฝีมือการรักษาของเขาที่ช่วยเจ้าของร้านเบเกอรี่มาแล้ว จึงมีความเชื่อมั่นในตัวเขาอยู่บ้าง แม้เคสของเธอจะยากกว่าเพราะอยู่ใกล้หัวใจ แต่เธอก็อยากจะลองเสี่ยงดู

“พี่เยว่ วางใจเถอะครับ ผมรักษาหายแน่นอน เราเริ่มรักษากันเลยดีกว่า” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดพลางหันไปมองโอวหยางเซิงม่านเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะเขาไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ และนี่ก็เป็นโรงพยาบาล ผู้อำนวยการคงไม่ยอมให้เขาผ่าตัดที่นี่ง่ายๆ

โอวหยางเซิงม่านเดินเข้ามาในห้องผ่าตัด กุมมือซุนเยว่ไว้ แล้วหันมาตวาดไป๋อวิ๋นเฟยด้วยความโกรธ “อย่ามาล้อเล่นนะ! ถ้าพลาดขึ้นมา ไม่ใช่แค่เสียหน้าอก แต่เธออาจจะเสียชีวิตเลยนะ!”

หมอเจ้าของไข้ก็ตามเข้ามาขวาง “พวกคุณทำบ้าอะไรกัน! ห้ามทำอะไรบ้าๆ ในโรงพยาบาลนะ นี่มันเรื่องความเป็นความตาย ไม่ใช่เรื่องเล่นขายของของเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!”

ไม่แปลกที่โอวหยางเซิงม่านและหมอจะโกรธขนาดนี้ เพราะโรคนี้โดยปกติแล้วต้องตัดหน้าอกทิ้งเพื่อรักษาชีวิตไว้

ซุนเยว่ตบหลังมือโอวหยางเซิงม่านเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน แล้วส่งสายตาอ้อนวอน “บอสคะ ให้เสี่ยวเฟยรักษาเถอะค่ะ ฉันอยากเก็บหน้าอกไว้”

“ต่อให้เขารักษาพลาด ฉันก็ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ของฉันเอง ฉันไม่โทษเขาหรอกค่ะ”

ตอนนี้ซุนเยว่ฝากชีวิตไว้ในมือของไป๋อวิ๋นเฟยแล้ว เธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเชื่อใจเขาขนาดนี้ รู้แต่ว่าใจสั่งให้ทำแบบนี้

โอวหยางเซิงม่านมองหน้าซุนเยว่ สลับกับไป๋อวิ๋นเฟยที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ด้วยท่าทางจริงจัง แล้วถอนหายใจ “ก็ได้ ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้ว ฉันก็จะเคารพการตัดสินใจของเธอ”

เธอกันกลับมาจ้องไป๋อวิ๋นเฟยเขม็ง พูดเสียงเข้ม “ทำให้สำเร็จในครั้งเดียว ไม่งั้นฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่”

ไป๋อวิ๋นเฟยรู้ดีว่าคำขู่นั้นมาจากความเป็นห่วงซุนเยว่ จึงไม่ได้โต้ตอบอะไร

“พวกคุณ! บ้ากันไปใหญ่แล้ว! ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาอย่ามาโทษโรงพยาบาลนะ!” หมอเจ้าของไข้ชี้หน้ากราด แล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องไป เพราะไม่อยากรับผิดชอบ

ไป๋อวิ๋นเฟยล้างมือ สวมชุดผ่าตัดอย่างรวดเร็ว จัดเตรียมอุปกรณ์พร้อมสรรพ เขาปลดกระดุมเสื้อของซุนเยว่ออก เผยให้เห็นหน้าอกข้างซ้าย ใช้เนตรทิพย์มองหาเส้นประสาทและหลอดเลือดภายในอย่างแม่นยำ จากนั้นจึงลงเข็มปิดจุดชีพจรสำคัญเพื่อระงับความรู้สึก แล้วลองกดบริเวณที่มีถุงน้ำ

“เจ็บไหมครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถามเสียงเรียบ

“ไม่รู้สึกอะไรเลย” ซุนเยว่ตอบ ตอนนี้หน้าอกของเธอชาจนไร้ความรู้สึก แต่การที่มีผู้ชายมาจ้องมองและสัมผัสหน้าอกแบบนี้ก็ทำให้เธออดหน้าแดงไม่ได้

“งั้นผมเริ่มเลยนะ”

ไป๋อวิ๋นเฟยลงมือทันทีโดยไม่รอคำตอบ เขาใช้มีดผ่าตัดกรีดผิวหนังบริเวณหน้าอกอย่างเบามือ ใช้เข็มเงินจี้สกัดเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงถุงน้ำเพื่อตัดขาดสารอาหาร จากนั้นใช้มีดเลาะถุงน้ำออกมาอย่างชำนาญ เย็บแผลด้วยไหมละลาย เช็ดทำความสะอาดเลือด และปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ ก่อนจะติดกระดุมเสื้อให้ซุนเยว่ตามเดิม

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมายืนดูอยู่ได้สักพักแล้ว แต่เห็นไป๋อวิ๋นเฟยกำลังผ่าตัดอย่างมีสมาธิ จึงไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะ ได้แต่ยืนลุ้นตัวโก่งอยู่ข้างๆ

เมื่อเห็นการผ่าตัดเสร็จสิ้นเรียบร้อย โอวหยางเซิงม่านจึงรีบเข้ามาช่วยเข็นเตียงพาซุนเยว่กลับห้องพักฟื้น

ไป๋อวิ๋นเฟยนึกขึ้นได้ว่าน้ำทิพย์ในแหวนน่าจะช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดี จึงไปหาน้ำอุ่นใส่แก้วกระดาษมา แล้วแอบหยดน้ำทิพย์สีทองจากแหวนลงไปหนึ่งหยด

“พี่เยว่ ดื่มน้ำหน่อยครับ จะได้หายไวๆ” ไป๋อวิ๋นเฟยยื่นแก้วน้ำให้

“ขอบใจจ้ะเสี่ยวเฟย” ซุนเยว่รับมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว

“ถ้าไม่มีเธอ พี่คง... คงแย่แน่ๆ” ซุนเยว่พูดด้วยความซาบซึ้งใจ

“พี่เยว่ เป็นความผิดของผมเองที่ไม่ได้เตือนพี่ให้ไปตรวจร่างกายเร็วกว่านี้ ไม่งั้นพี่คงไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้” ไป๋อวิ๋นเฟยยังคงรู้สึกผิด เพราะถ้ารักษาตั้งแต่เนิ่นๆ แค่กินยาจีนก็หายแล้ว ไม่ต้องถึงขั้นผ่าตัด

“คุณคือคุณไป๋อวิ๋นเฟยใช่ไหมครับ?”

ชายวัยกลางคนสวมชุดกาวน์ท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามาในห้องพักฟื้น ด้านหลังมีหมอเจ้าของไข้เมื่อครู่และพยาบาลอีกสองคนเดินตามมาด้วย

จบบทที่ บทที่ 28 ผมช่วยเธอได้

คัดลอกลิงก์แล้ว