- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 19 ลาโลกไปแล้ว
บทที่ 19 ลาโลกไปแล้ว
บทที่ 19 ลาโลกไปแล้ว
“ฮึ ฟังให้ดีนะ เงินค่าเช่าที่นาสามพันหยวนนั่น แกจะจ่ายหรือไม่ก็ต้องจ่าย ไม่มีทางเลือกอื่น” หวังเฉวียนผิงตบโต๊ะเสียงดัง ข่มขวัญอย่างเกรี้ยวกราด สมกับที่เคยไปใช้ชีวิตในตัวเมืองมาก่อน พอได้เป็นผู้ใหญ่บ้านก็วางมาดใหญ่โตดูน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย
“ค่าเช่าที่นาได้รับการยกเว้นไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมต้องมาเรียกเก็บย้อนหลังอีก?” ไป๋อวิ๋นเฟยโกรธจัด เตรียมจะโต้เถียงกับหวังเฉวียนผิงให้รู้ดำรู้แดง
พูดไปแล้วก็น่าเห็นใจ ช่วงที่ไป๋ต้าจ้วงเพิ่งเริ่มเช่าที่นาทำกินได้ไม่นาน ไป๋อวิ๋นเฟยก็หายสาบสูญไป ซ้ำร้ายปีนั้นฝนตกหนักน้ำท่วมใหญ่ ผักที่พ่อแม่เขาปลูกไว้เน่าเสียเสียหายย่อยยับ เก็บเกี่ยวไม่ได้เลย ผู้ใหญ่บ้านคนก่อนเห็นใจในความยากลำบาก จึงยกเว้นค่าเช่าที่นาให้
“นั่นมันเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบของผู้ใหญ่บ้านคนก่อน ตอนนี้ต้องจ่ายคืนให้ครบ” หวังเฉวียนผิงกวักมือเรียกภรรยา
“เซียงอวี้ มาอธิบายให้มันฟังหน่อยสิ เดี๋ยวจะหาว่าพวกเราไม่มีเหตุผล”
หญิงสาวที่ชื่อ เซียงอวี้ คนนี้คือเจ้าหน้าที่บัญชีของหมู่บ้าน และเป็นภรรยาของหวังเฉวียนผิง เธอสวยสง่าสมชื่อ 'หยก' ผิวพรรณขาวผ่องไร้ที่ติ การแต่งกายทันสมัยดูดีมีระดับ ไม่เหมือนสาวชาวบ้านทั่วไป หวังเฉวียนผิงมีบ้านในตัวเมืองด้วย แต่กลับไม่เคยพาภรรยาสาวสวยออกไปเปิดหูเปิดตาเลย ไม่รู้ว่าคนหน้าตาอัปลักษณ์อย่างหวังเฉวียนผิงไปทำบุญด้วยอะไรถึงได้เมียสวยขนาดนี้
เซียงอวี้เดินออกมาจากในบ้าน มองไป๋อวิ๋นเฟยด้วยสายตาที่เจือความสงสาร แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เสี่ยวเฟยจ๊ะ สภาพครอบครัวเธอตอนนั้นลำบากจริงๆ แต่ว่า... มันไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับสิทธิ์เป็นครอบครัวรายได้น้อย ดังนั้นค่าเช่าที่นาที่ค้างไว้จึงจำเป็นต้องจ่ายคืนจ้ะ”
“เซียงอวี้ อธิบายให้มันฟังอีกทีซิ ว่าครอบครัวรายได้น้อยคืออะไร” หวังเฉวียนผิงนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ มองไป๋อวิ๋นเฟยด้วยสายตาเยาะเย้ย
“ครอบครัวรายได้น้อย คือครอบครัวที่มีสมาชิกพิการจนสูญเสียความสามารถในการทำงาน และไม่มีผู้อุปการะเลี้ยงดูตามกฎหมายจ้ะ” เซียงอวี้อธิบายจบก็มองหน้าสามีสลับกับไป๋อวิ๋นเฟยอย่างลำบากใจ
“ได้ยินชัดหรือยัง? เพราะฉะนั้นบ้านแกไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุน” หวังเฉวียนผิงพูดด้วยความสะใจ
“หวังเฉวียนผิง เป็นผู้ใหญ่บ้านประสาอะไรทำแบบนี้?” ไป๋อวิ๋นเฟยโมโหจนเรียกชื่อห้วนๆ
“ไอ้หนู ระวังปากหน่อย ถึงยังไงข้าก็รุ่นลุงเอ็งนะ อย่ามาปีนเกลียว” หวังเฉวียนผิงไม่สนใจจะต่อล้อต่อเถียง
“จ่ายเงินมาให้ครบ แล้วข้าจะปล่อยไฟให้ใช้”
ทันทีที่หวังเฉวียนผิงยื่นคำขาด เซียงอวี้ก็ส่งสายตาเห็นใจไปให้ไป๋อวิ๋นเฟย
“เหอะ จะให้ผมจ่ายเงินก็ได้ แต่ต้องให้ผมเช่าที่ดินผืนนั้นต่อ” ไป๋อวิ๋นเฟยทำท่าทางฉุนเฉียว แต่แววตาเป็นประกายวูบหนึ่ง
“แกยังจะเช่าต่อ? มีเงินเหรอ?” หวังเฉวียนผิงแปลกใจ ได้ข่าวว่าไอ้เด็กนี่เพิ่งได้งานทำ จะเอาเงินที่ไหนมาเช่าที่ หรือว่ามันตกงานถึงได้กลับมาเช่าที่ทำกิน?
“เรื่องนั้นลุงไม่ต้องยุ่ง เอาเป็นว่าผมจะเช่า ถ้าไม่ให้เช่า ผมก็ไม่จ่ายเงินย้อนหลัง” ไป๋อวิ๋นเฟยยื่นคำขาดขู่กลับบ้าง
“ก็ได้ แต่ปีนี้แผนผังหมู่บ้านเปลี่ยนใหม่ ที่ดินที่บ้านแกเคยเช่าตอนนี้ขยายพื้นที่ครอบคลุมไปถึงหาดทรายด้านล่างด้วย” หวังเฉวียนผิงโบกมือเรียกภรรยาอีกครั้ง
“เซียงอวี้ ไปเอาแผนผังหมู่บ้านฉบับใหม่มาซิ ให้ไอ้หนูนี่มันดูให้เต็มตา”
ไม่นานเซียงอวี้ก็นำแผนผังมากางบนโต๊ะ หวังเฉวียนผิงชี้ให้ดู
“เห็นไหม เมื่อก่อนบ้านแกเช่าที่ตรงทิศตะวันออกของหมู่บ้าน สี่ร้อยหมู่ ตอนนี้รวมหาดหินด้านล่างเข้าไปอีกสามร้อยกว่าหมู่ รวมเป็นเจ็ดร้อยกว่าหมู่ แถมราคาตอนนี้ก็ขึ้นแล้ว จะคิดราคาเดิมไม่ได้” หวังเฉวียนผิงยิ้มเหี้ยมเกรียม
“ยังจะขึ้นราคาอีกเหรอ?! ฝันไปเถอะ!” ไป๋อวิ๋นเฟยตบโต๊ะผาง ลุกขึ้นยืนจ้องหน้าหวังเฉวียนผิงอย่างเอาเรื่อง
“นี่เป็นราคาที่ทางการกำหนดมา ข้าไม่ได้ตั้งเอง! แกจะเช่าก็เช่า ไม่มีเงินเช่าก็ไสหัวกลับบ้านไป อย่ามาเสียเวลาข้า” หวังเฉวียนผิงตะคอกใส่ แต่ในใจลอบยิ้มกริ่ม เพราะเงินส่วนต่างพวกนี้เขาเม้มเข้ากระเป๋าตัวเองได้สบายๆ
“ใครบอกว่าผมไม่มีเงิน?! ผมจะเช่ารวดเดียว 20 ปีเลย! เขียนสัญญามาเดี๋ยวนี้” ไป๋อวิ๋นเฟยแกล้งทำโมโหตบโต๊ะแล้วนั่งลง ท่าทางเหมือนคนพูดด้วยอารมณ์ชั่ววูบ
“เอาสิ!” หวังเฉวียนผิงเห็นไป๋อวิ๋นเฟยตกหลุมพรางก็รีบคว้าโอกาสทอง กำลังหาทางจัดการมันอยู่พอดี นี่มันเสนอหน้ามาให้เชือดถึงที่
เซียงอวี้พยายามส่งสายตาเตือนไป๋อวิ๋นเฟยตลอดเวลา ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นแต่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ เขารู้เจตนาดีของเธอ แต่เป้าหมายของเขาในวันนี้คือการเช่าที่ดินผืนนี้ให้ได้
“ออกไป! นังตัวดี!” หวังเฉวียนผิงสังเกตเห็นท่าทีมีพิรุธของภรรยาจึงตวาดไล่
“เช่า 20 ปี งั้นข้าจะลดราคาให้ คิดแค่ 700 หมู่พอ ไร่ละ 10 หยวน เช่า 20 ปี รวมเป็นเงิน 140,000 หยวน” หวังเฉวียนผิงรัวนิ้วดีดเครื่องคิดเลข พอเห็นตัวเลขสุดท้ายก็ยิ้มแก้มปริจนตัวลอย
“ตกลง เขียนสัญญามาเลย!” ไป๋อวิ๋นเฟยเร่งยิกๆ กลัวอีกฝ่ายเปลี่ยนใจ
“ฮึ สมัยนี้ต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร! เซียงอวี้ เข้ามาพิมพ์สัญญามาสองฉบับ!” หวังเฉวียนผิงนั่งกระดิกเท้าสั่งภรรยาราวกับนายทาส
ไม่นานเซียงอวี้ก็นำสัญญาเข้ามา หวังเฉวียนผิงประทับตราและปั๊มลายนิ้วมืออย่างรวดเร็ว
“ตาแกแล้ว!”
ไป๋อวิ๋นเฟยรีบเซ็นชื่อและปั๊มลายนิ้วมือทันที คว้าสัญญาเก็บใส่กระเป๋าแล้วเตรียมตัวกลับบ้าน
“ไปเอาเงินมาจ่ายซะ!” หวังเฉวียนผิงทวง
“ฮึ พรุ่งนี้ค่อยมาจ่าย ต่อให้ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา ผมก็จะเอามาจ่ายให้ได้!” ไป๋อวิ๋นเฟยพูดทิ้งท้ายแล้วเดินจากไปด้วยท่าทางฮึกเหิม
ระหว่างทางกลับบ้าน ไป๋อวิ๋นเฟยเดินผ่านหน้าบ้านของชิวจวี๋ เห็นชาวบ้านมุงดูกันเต็มไปหมด
“ชิวจวี๋นี่โง่จริงๆ ตัวเองเละเทะไปแล้วช่างมันสิ ทำไมต้องมาคิดสั้นด้วยนะ”
“นั่นสิ ใครใช้ให้ทำตัวไม่รักนวลสงวนตัว เที่ยวไปมั่วผู้ชาย”
“แม่ผัวก็น่าสงสาร ลูกสะใภ้ตายไปแล้ว ทีนี้จะอยู่ยังไง ใครจะเลี้ยงดูตอนแก่เฒ่า”
“ฉันว่านะ ต้องโทษไอ้ไป๋อวิ๋นเฟยนั่นแหละ เป็นหนุ่มเป็นแน่นหาผู้หญิงดีๆ ไม่ได้หรือไง ดันมายุ่งกับแม่ม่าย เรื่องเลยจบแบบนี้ ชิวจวี๋เลยต้องตาย”
ไป๋อวิ๋นเฟยได้ยินเสียงชาวบ้านนินทาว่าร้ายก็รู้สึกโกรธและเศร้าใจไปพร้อมกัน
“ป้าหลี่ครับ เกิดอะไรขึ้นครับ?” ไป๋อวิ๋นเฟยถาม
“เสี่ยวเฟย?! มาทำไมเนี่ย? รีบไปเถอะ คนบ้านนี้เขากำลังโทษว่าเธอเป็นต้นเหตุทำให้ลูกสะใภ้เขาตายนะ” ป้าหลี่พยายามผลักดันให้ไป๋อวิ๋นเฟยรีบออกไปจากสถานการณ์ตึงเครียด
“เกิดอะไรขึ้นครับ? เกี่ยวอะไรกับผม?” ไป๋อวิ๋นเฟยงงเป็นไก่ตาแตก
“อย่าถามมากเลยพ่อหนุ่ม รีบไปเถอะ” ชาวบ้านอีกคนช่วยเตือน
“ไม่ได้ครับ วันนี้ถ้าไม่รู้เรื่องให้กระจ่าง ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น”
ป้าหลี่เห็นไป๋อวิ๋นเฟยยืนกรานเสียงแข็ง จึงถอนหายใจเล่าความจริง “เสี่ยวเฟย เรื่องมันเป็นอย่างนี้ แม่ผัวของชิวจวี๋แกด่าว่าลูกสะใภ้เช้าเย็น หาว่าเป็นหญิงแพศยา แอบไปมีอะไรกับเธอ สวมเขาให้ลูกชายแก ทั้งตบทั้งตี ชิวจวี๋ทนไม่ไหวเลยกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตาย”
“ผมบริสุทธิ์ใจ ผมกับพี่ชิวจวี๋ไม่มีอะไรเกินเลยกัน ทำไมต้องมาใส่ร้ายกันแบบนี้ ผมจะเข้าไปช่วยเธอ”
พูดจบ ไป๋อวิ๋นเฟยก็แหวกฝูงชนบุกเข้าไปในลานบ้านชิวจวี๋
ภาพที่เห็นคือชิวจวี๋นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นลานดิน ข้างกายมีคนยืนล้อมอยู่หลายคน หนึ่งในนั้นคือหมอประจำหมู่บ้าน
“ไม่ทันแล้ว... ไปสบายแล้วล่ะ” หมอประจำหมู่บ้านจับชีพจรแล้วส่ายหน้าบอก