- หน้าแรก
- ยอดหมอเทพแห่งหมู่บ้านเร้นลับ
- บทที่ 13 สิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายปู
บทที่ 13 สิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายปู
บทที่ 13 สิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายปู
“แหมๆ คนสวยซุน ลมอะไรหอบมาถึงนี่ได้ล่ะจ๊ะ หรือว่ามาออกเดต?”
หลิวจู เจ้าของร้านเบเกอรี่เอ่ยทักทาย เธอเป็นหญิงสาววัยสามสิบต้นๆ ที่ดูสวยสะพรั่งและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน
“อย่าพูดมั่วๆ สิคะเจ๊ นี่น้องเขามาเสนอขายปูต่างหาก ฉันเลยจะขอยืมครัวเจ๊หน่อย เขาบอกว่าจะทำให้พวกเราชิมรสชาติปูระดับพรีเมียมฟรีๆ” ซุนเยว่ตบไหล่หลิวจูเบาๆ เป็นกันเอง
“กินคำแรกแล้วอยากกินคำต่อไป? ใส่สารเสพติดอะไรลงไปหรือเปล่าเนี่ย?” หลิวจูหรี่ตามองอย่างจับผิด
“ไม่มีแน่นอนครับ ปูของผมไม่เคยแตะต้องหัวอาหารเลยแม้แต่เม็ดเดียว ยิ่งพวกสารเติมแต่งหรือฮอร์โมนยิ่งไม่มี ผมรับประกันว่าเป็นปูธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยตอบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
“งั้นก็ได้ รีบไปทำให้สุกเถอะ พวกเราอยากชิมจะแย่อยู่แล้ว” ไทยมุงรอบๆ เริ่มส่งเสียงเชียร์ เพราะทนรอลิ้มรสปูยักษ์ไม่ไหว
ไป๋อวิ๋นเฟยเลือกปูตัวใหญ่สามตัวใส่กะละมังแล้วหายเข้าไปในครัว ผ่านไปยี่สิบห้านาที พนักงานเสิร์ฟก็ยกจานปูนึ่งร้อนๆ ออกมา
“ว้าว หอมมาก!”
“นั่นสิ กลิ่นหอมจนน้ำลายจะไหลแล้ว”
แม้กลิ่นหอมจะยั่วน้ำลายจนพยาธิในท้องเริ่มประท้วง แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าหยิบตะเกียบ เพราะยังระแวงเรื่องสารเร่งโตในปู
ไป๋อวิ๋นเฟยไม่รอช้า เขาแกะกระดองปูออก เผยให้เห็นมันปูสีเหลืองทองแวววาวดุจคริสตัล ไร้ซึ่งคราบสกปรกสีดำใดๆ เขาตักมันปูเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย แล้วตักอีกส่วนใส่จานตรงหน้าซุนเยว่
ซุนเยว่มองมันปูสีทองส่งกลิ่นหอมฉุยตรงหน้า แล้วตัดสินใจลองชิมดูบ้าง
“อืม... อร่อยมากจริงๆ ด้วย”
ซุนเยว่รู้สึกราวกับว่าปูที่เคยกินมาทั้งชีวิตคือของปลอม รสชาติที่สัมผัสลิ้นตอนนี้มันล้ำเลิศจนอดใจไม่ไหว ต้องคีบมันปูก้อนโตเข้าปากอีกคำ
“ฉันขอชิมบ้างสิ” หลิวจูที่เมื่อกี้ยังตั้งแง่เรื่องสารเร่งโต พอได้กลิ่นหอมและเห็นสีหน้าเคลิบเคลิ้มของซุนเยว่ ก็ทนไม่ไหวต้องขอลองบ้าง
“นึกไม่ถึงเลยว่าจะอร่อยขนาดนี้!” หลิวจูเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แล้วรีบคีบเข้าปากอีกหลายคำรวด
คนมุงดูเห็นดังนั้นก็ทนไม่ไหว แย่งกันเข้ามาขอชิม ไม่นานปูยักษ์ทั้งสามตัวก็ถูกแบ่งกันจนเกลี้ยง คนที่มาช้าอดกินเนื้อปู ถึงกับต้องหยิบกระดองปูมาดูดเลียนรสชาติ
“วันนี้ฉันตัดสินใจถูกจริงๆ ที่มากินมื้อเช้าที่นี่!”
“ฉันก็เหมือนกัน เกิดมาไม่เคยกินปูที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อน!”
“เอ๊ะ ฉันรู้สึกว่าอาการเวียนหัวหายไปเลยแฮะ”
“ฉันก็ด้วย ปกติจะรู้สึกเพลียๆ เหมือนนอนไม่อิ่ม แต่วันนี้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาเฉยเลย”
เมื่อเห็นทุกคนกินกันอย่างมีความสุขและชื่นชมไม่ขาดปาก ไป๋อวิ๋นเฟยก็โบกมือแล้วกล่าวต่อ
“ขอบคุณที่ชื่นชอบนะครับ อย่างที่ผมบอกไป ปูของผมมีสรรพคุณช่วยบำรุงร่างกาย หากทานเป็นประจำจะช่วยให้อายุยืนยาวด้วยครับ”
“ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ว่าแอบใส่คาเฟอีนลงไปหรอกนะ” เจ้าของร้านเบเกอรี่สาวสวยยังคงแซวเล่นไม่เลิก
“พี่สาวครับ ผมเป็นหมอนะครับ ปูของผมย่อมมีสรรพคุณทางยา แล้วผมก็ดูออกด้วยว่า พี่มักจะมีอาการปวดท้ายทอย เวียนศีรษะ แล้วที่หน้าอก... ก็มีก้อนเนื้ออยู่ด้วย” ไป๋อวิ๋นเฟยยิ้มบางๆ ขณะพูด
เรื่องส่วนตัวขนาดนี้ถูกไป๋อวิ๋นเฟยพูดออกมาต่อหน้าธารกำนัล หลิวจูหน้าแดงซ่านด้วยความอาย รีบยกมือจับแก้มแก้เก้อ
“ถึงเธอจะเป็นหมอ แต่ไม่ได้จับชีพจร ไม่ได้ตรวจร่างกาย แล้วรู้ได้ยังไง?”
“ศาสตร์แพทย์แผนจีนลึกล้ำนักครับ ถ้าพี่เชื่อใจผม ผมสามารถรักษาอาการปวดท้ายทอยให้พี่ได้เดี๋ยวนี้เลย รับรองเห็นผลทันที”
“จริงเหรอ? งั้นรักษาเลย ถ้าหายจริง ต่อไปเธอมากินมื้อเช้าที่ร้านพี่ฟรีตลอดชีพ!” หลิวจูเป็นคนร่าเริงและใจกว้าง จึงตัดสินใจให้ไป๋อวิ๋นเฟยลองรักษาทันที
“เอ๊ะ เสี่ยวเฟย อย่าทำมั่วๆ นะ” ซุนเยว่นึกขึ้นได้ว่าไป๋อวิ๋นเฟยเพิ่งจบมัธยมปลาย กลัวจะทำหลิวจูเป็นอะไรไป
“เชื่อใจผมเถอะครับพี่เยว่” ไป๋อวิ๋นเฟยหันไปยิ้มให้ซุนเยว่เพื่อความมั่นใจ
ไป๋อวิ๋นเฟยรวบผมยาวของหลิวจูไปด้านหน้า หยิบเข็มเงินขนาดยาวออกมาถูในฝ่ามือให้เกิดความร้อน แล้วปักลงไปที่ต้นคอด้านหลังของหลิวจูอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ผ่านไปไม่กี่นาทีเขาก็ถอนเข็มออก
“เอ๊ะ! รู้สึกร้อนวูบๆ ที่คอ อาการเวียนหัวหายไปแล้ว ท้ายทอยก็ไม่ปวดแล้วด้วย!” หลิวจูตบต้นคอตัวเองเบาๆ รู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
“ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนั้นเชียว?” คนในกลุ่มไทยมุงเริ่มฮือฮา
“ว้าว ดูไม่ออกเลยนะเนี่ยว่าพ่อหนุ่มคนนี้จะมีฝีมือขนาดนี้”
“พี่หลิวจูครับ อาการปวดหัวเวียนหัวของพี่เกิดจากการนั่งท่าเดิมนานๆ ทำให้ลมปราณติดขัด กินยาจีนอีกสักสองสามเทียบก็น่าจะหายขาดครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยเก็บเข็มเงินเข้าที่ แล้วอธิบายอย่างผู้เชี่ยวชาญ
“ขอบใจจ้ะเสี่ยวเฟย เมื่อกี้พี่ขอโทษนะที่ไม่ควรสงสัยปูของเธอ อย่าโกรธพี่สาวคนนี้เลยนะ” หลิวจูยิ้มหวานพลางคว้ามือไป๋อวิ๋นเฟยมากุมไว้ แล้วใช้นิ้วเขี่ยเบาๆ ที่กลางฝ่ามือเขา
“พี่หลิวจู... ผม... ผมจะไปโกรธพี่ได้ยังไงครับ พี่ไม่รู้จักผม สงสัยไว้ก่อนก็เป็นเรื่องปกติ” ไป๋อวิ๋นเฟยไม่เคยถูกผู้หญิงจับมือถือแขนแบบนี้มาก่อน ความกระตือรือร้นของหลิวจูทำให้เขาใจเต้นแรงและทำตัวไม่ถูก จึงรีบชักมือกลับ
“น้องชายแสนดี วันหลังมาที่ร้านพี่ กินฟรีทุกอย่างเลยนะ ฮ่าๆๆ” หลิวจูป้องปากหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นท่าทางเขินอายของชายหนุ่ม
ซุนเยว่มองภาพไป๋อวิ๋นเฟยกับหลิวจูหยอกล้อถึงเนื้อถึงตัวกันแล้วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกไม่สบายใจ แต่ที่แน่ๆ เธอไม่ชอบใจเลย
“เสี่ยวเฟย ปูของเธออร่อยมากจริงๆ แถมยังมีสรรพคุณบำรุงร่างกายด้วย เราไปคุยรายละเอียดกันต่อที่โรงแรมเถอะ” ซุนเยว่เดินเข้าไปแทรก ตัดบทสนทนาทันที
เดิมทีซุนเยว่ตั้งใจจะใช้เงินสองหมื่นหยวนซื้อปูพวกนี้เพื่อตัดรำคาญและตอบแทนบุญคุณ แต่หลังจากได้ชิมและสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจ เธอก็รู้ทันทีว่าการตัดสินใจช่วยเขาคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุด
ร้านเบเกอรี่ของหลิวจูไม่ใช่ร้านไก่กา ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะ วันนี้คนเหล่านี้ได้ชิมปูเข้าไป เท่ากับเป็นการโฆษณาฟรีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด หากโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อคว้าสิทธิ์ขายปูนี้ไว้ได้ กิจการของโรงแรมจะต้องก้าวหน้าไปอีกขั้นแน่นอน
แม้ซุนเยว่จะเป็นแค่ผู้จัดการฝ่ายบุคคล แต่ของดีขนาดนี้ เธอต้องรีบนำเสนอเจ้านายให้ตัดสินใจด่วน
“ไปกันเถอะครับพี่เยว่” ไป๋อวิ๋นเฟยสะพายถังใส่ปูเตรียมเดินออกจากร้าน
“เดี๋ยวสิพ่อหนุ่มรูปหล่อ ขายปูให้ฉันบ้างสิ”
“ใช่ๆ ฉันก็จะซื้อ!”
“ฉันให้ตัวละสี่ร้อย! แบ่งขายให้ฉันสักห้าตัวสิ!”
“ฉันให้ตัวละหกร้อย! ฉันก็อยากได้!”
ตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงเช้าแล้ว คนที่มานั่งทานมื้อเช้าเวลานี้ไม่ใช่พนักงานกินเงินเดือนทั่วไป แต่เป็นพวกเถ้าแก่หรือคนมีฐานะ พอได้ชิมปูของไป๋อวิ๋นเฟยเข้าไป ติดใจในรสชาติและสรรพคุณที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า ก็พากันมารุมล้อมขวางประตูไม่ยอมให้ไป๋อวิ๋นเฟยออกไป
ได้ยินราคาตัวละหกร้อยหยวน ไป๋อวิ๋นเฟยก็หูผึ่ง เริ่มลังเลขึ้นมา เพราะปูที่ขนมาวันนี้ถ้าขายหมดก็ได้เงินหมื่นกว่าหยวนเลยทีเดียว
“ต้องขอโทษด้วยนะคะทุกคน! พ่อหนุ่มรูปหล่อคนนี้เขาไม่ขายปลีกค่ะ เขาทำสัญญากับโรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อของเราแล้ว ตอนนี้เราถือสิทธิ์ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ต่อไปถ้าใครอยากทานปูรสเลิศแบบนี้ ขอเชิญที่โรงแรมเฟยเอ๋อร์เล่อได้เลยนะคะ!”
ซุนเยว่ประกาศเสียงดังฟังชัด ตัดหน้าทุกคน ก่อนจะรีบพาไป๋อวิ๋นเฟยเดินออกจากร้านไปทันที