เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ทำงานพาร์ทไทม์หาค่าเทอม

บทที่ 9 ทำงานพาร์ทไทม์หาค่าเทอม

บทที่ 9 ทำงานพาร์ทไทม์หาค่าเทอม


หลังจากทานอาหารเสร็จ ทั้งสามคนก็เดินคุยกันไปเรื่อยๆ จนมาถึงบ้านของซุนเยว่

บ้านของซุนเยว่เป็นห้องชุดขนาดสามห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางมากนัก แต่จัดแต่งได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและดูอบอุ่น

'สาวสวยอายุน้อยขนาดนี้ ไม่มีแฟนเหรอเนี่ย?' ไป๋อวิ๋นเฟยคิดในใจพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็ไม่พบร่องรอยข้าวของเครื่องใช้ของผู้ชายเลยสักชิ้น

“พวกเธอไปอาบน้ำอาบท่าแล้วรีบเข้านอนเถอะ เดินทางเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” ซุนเยว่หยิบเสื้อยืดแขนสั้นตัวหนึ่งออกมาส่งให้ไป๋อวิ๋นเฟย เขาถึงกับทำหน้าไม่ถูก

“เดิมทีเสื้อตัวนี้พี่ซื้อให้พ่อใส่น่ะ แต่พ่อเขาไม่ชอบ ก็เลยวางทิ้งไว้เฉยๆ เธอเอาไปใส่เปลี่ยนตอนอาบน้ำเสร็จเถอะ” ซุนเยว่ตัดป้ายราคาออกแล้วยัดใส่มือชายหนุ่ม

“เอ่อ... จะดีเหรอครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยโบกมือปฏิเสธ

“มีอะไรไม่ดีกัน แค่เสื้อตัวเดียว ไม่ใช่ของมีค่าอะไรสักหน่อย รีบไปอาบน้ำเถอะ” ซุนเยว่คะยั้นคะยอ

หลังจากอาบน้ำเสร็จ ไป๋อวิ๋นเฟยเดินกลับเข้ามาในห้องพักแขก เขารู้สึกว่าแหวนที่นิ้วเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้ง จึงนั่งลงที่โต๊ะ ถอดแหวนออกมาพิจารณา

“เอ๊ะ วันนี้ตอนอยู่บนรถเขย่าแล้วมีเสียงน้ำ ไหนลองดูซิว่ายังมีอยู่ไหม”

ไป๋อวิ๋นเฟยลองเขย่าแหวนดูอีกรอบ

ทันใดนั้น หยดของเหลวก็ไหลซึมออกมาจากแหวน หยดลงบนโต๊ะ พร้อมกับเปล่งประกายแสงสีทองสว่างไสว

“เฮ้ย! ไหลออกมาจากตรงไหนเนี่ย?” ไป๋อวิ๋นเฟยหมุนแหวนดูรอบๆ พยายามหาที่มา

“อ้าว ตรงนี้มีน้ำซึมออกมานี่นา”

ลวดลายบนแหวนดูชัดเจนขึ้นกว่าเดิม บริเวณที่เป็นลวดลายรูปปากนกกำลังมีของเหลวไหลซึมออกมา ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นของเหลวสีทองไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จึงรีบคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะมารองไว้ ไม่นานก็ได้ของเหลวสีทองเกือบครึ่งแก้ว

“แหวนวงแค่นี้ ทำไมถึงมีน้ำไหลออกมาได้นะ?”

เมื่อเห็นว่าแหวนหยุดปล่อยของเหลวแล้ว เขาจึงสวมมันกลับที่นิ้วชี้ตามเดิม

“พี่ใหญ่ หลับหรือยัง?” เสียงไป๋เสี่ยวเสี่ยวเรียกจากหน้าห้อง

“หลับแล้ว!”

ไป๋อวิ๋นเฟยรีบปิดไฟทันที แต่พอมืดลง แสงสีทองจากของเหลวในแก้วกลับยิ่งส่องสว่างจ้ากว่าเดิม เขาตกใจทำอะไรไม่ถูก มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นฝาปิดแก้ว สายตาเหลือบไปเห็นกระถางต้นกุหลาบสีน้ำเงินที่เหี่ยวเฉาอยู่ริมหน้าต่าง จึงตัดสินใจเทของเหลวในแก้วลงไปในกระถางนั้น ของเหลวซึมหายลงไปในดินอย่างรวดเร็ว แสงสีทองก็เลือนหายไปพร้อมกัน

“งั้นหนูไปนอนแล้วนะ!” ไป๋เสี่ยวเสี่ยวเดินกลับไปที่ห้องนอนเล็ก

เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าน้องสาวเดินห่างออกไป ไป๋อวิ๋นเฟยถึงค่อยๆ ย่องกลับไปนอนบนเตียง

“ไอ้น้ำนั่นมันคืออะไรกันนะ? มีพิษหรือเปล่า? กินได้ไหม?”

ไป๋อวิ๋นเฟยยกมือขึ้นดูแหวน พบว่าลวดลายกลับมาเลือนรางเหมือนปกติแล้ว คิดไปคิดมา ความง่วงก็เข้าครอบงำจนผล็อยหลับไป

...

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ไป๋เสี่ยวเสี่ยวตื่นแต่เช้า ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็เดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น

“เอ๊ะ พี่เยว่คะ หอมจังเลย พี่ได้กลิ่นไหมคะ?” ไป๋เสี่ยวเสี่ยวนั่งลงที่โซฟา จมูกได้กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยฟุ้ง

“อืม เหมือนกลิ่นกุหลาบเลย ลมคงพัดกลิ่นเข้ามามั้ง” ซุนเยว่นึกถึงกุหลาบกระถางนั้นที่ใกล้ตายเต็มที จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก

“ไปปลุกพี่ชายเธอเถอะ จะได้รีบออกเดินทาง”

“พี่ใหญ่! ตื่นได้แล้ว! กลับบ้านกัน!” ไป๋เสี่ยวเสี่ยวไปเคาะประตูห้องไป๋อวิ๋นเฟย

“รู้แล้วๆ” ไป๋อวิ๋นเฟยงัวเงียลุกขึ้น สวมเสื้อผ้าแล้วเดินไปเปิดประตู

“ว้าว! ดอกไม้สวยจังเลย!”

ทันทีที่ประตูเปิดออก ไป๋เสี่ยวเสี่ยวก็ได้กลิ่นหอมตลบอบอวล พอหันไปมองที่หน้าต่างก็ต้องตาโต เมื่อเห็นกุหลาบสีน้ำเงินกำลังบานสะพรั่ง กลีบดอกดูสดใหม่ชุ่มฉ่ำ ใบสีเขียวขจีดูมีชีวิตชีวา

“ดอกไม้? ไม่ใช่ว่าเหี่ยวตายไปแล้วเหรอ?”

ซุนเยว่ได้ยินเสียงตื่นเต้นของไป๋เสี่ยวเสี่ยวก็รีบวิ่งเข้ามาดู แล้วก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า

“ทำไมจู่ๆ ถึงงามสะพรั่งขนาดนี้?! เมื่อไม่กี่วันก่อนมันยังคอพับคออ่อนอยู่เลย” ซุนเยว่มองกุหลาบสีน้ำเงินแสนสวยด้วยความช็อก

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่นึกถึงของเหลวสีทองที่เทใส่ไปเมื่อคืน

'หรือจะเป็นเพราะน้ำนั่น?' เขาคิดในใจ

“เอ้อ อวิ๋นเฟย ช่วยถือกระถางดอกไม้นี่ลงไปให้หน่อยสิ เราไปกันเถอะ” ซุนเยว่นึกขึ้นได้

“พี่จะไปทำงานไม่ใช่เหรอครับ จะเอากุหลาบไปทำไม?” ไป๋อวิ๋นเฟยสงสัย

“เพื่อนพี่เขาชอบกุหลาบมาก โดยเฉพาะพันธุ์ 'หลานเซ่อเยาจี' ต้นนี้เพื่อนพี่ก็ฝากให้เลี้ยงเพราะมันใกล้ตาย จะทิ้งก็ทำใจไม่ได้ เลยเอามาให้พี่ลองเลี้ยงดู”

ซุนเยว่พาสองพี่น้องไปที่ลานจอดรถ

“ขึ้นรถสิ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่ท่ารถ พอดีทางผ่าน” ซุนเยว่เปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ

ตลอดทางทั้งสามคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

“เสี่ยวเฟย เธอจะไม่มาเป็นรปภ.ที่โรงแรมพี่จริงๆ เหรอ? ถ้าตอนนี้เธอเปลี่ยนใจพี่ยังฝากเข้าทำงานได้นะ ลองคิดดูดีๆ” ซุนเยว่เห็นฐานะทางบ้านของทั้งคู่ไม่ค่อยดี จึงอยากจะช่วยให้ไป๋อวิ๋นเฟยมีงานทำ

“พี่เยว่ ขอบคุณในความหวังดีครับ แต่ผมไม่อยากเป็นรปภ.จริงๆ” ไป๋อวิ๋นเฟยปฏิเสธอีกครั้ง

“เธออย่าทำตัวเลือกงานนักเลย คนหนุ่มสาวต้องรู้จักเริ่มจากงานเล็กๆ น้อยๆ ทำไปสักปีก็ได้เลื่อนเป็นหัวหน้าทีมแล้ว เงินเดือนตั้งสองพัน บวกเบี้ยเลี้ยงโบนัสอะไรอีกก็เยอะอยู่นะ” ซุนเยว่พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนผู้ใหญ่สอนเด็กดื้อ

“ขอบคุณครับพี่เยว่ แต่ผมไม่อยากเป็นจริงๆ” ยิ่งเห็นผลงานจากกุหลาบเมื่อเช้า ไป๋อวิ๋นเฟยยิ่งมั่นใจว่าเขาไม่ต้องไปเป็นยามแน่นอน

“ทำไมหัวรั้นแบบนี้นะ! วุฒิก็ไม่มี แล้วจะทำยังไง” ซุนเยว่ถอนหายใจด้วยความอ่อนใจ

“พี่เยว่คะ พี่ชายหนูเก่งมากเลยนะ สอบติดมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ซีหลินเชียวนะคะ” ไป๋เสี่ยวเสี่ยวได้ยินซุนเยว่ว่าพี่ชายก็รีบแก้ต่างให้

“น้องเล็ก! เงียบเถอะ” ไป๋อวิ๋นเฟยดุน้องสาวเบาๆ

“แล้วเสี่ยวเสี่ยวล่ะ ไหนว่าจะหางานพาร์ทไทม์ทำช่วงปิดเทอมไม่ใช่เหรอ?” ซุนเยว่หันมาถามไป๋เสี่ยวเสี่ยว

“ใช่ค่ะ หนูจะหาเงินค่าเทอม” ไป๋เสี่ยวเสี่ยวยิ้มร่า

“งั้นสนใจมาทำที่โรงแรม เฟยเอ๋อร์เล่อ ของพี่ไหม? ถึงปกติเราจะรับแต่พนักงานประจำ แต่พี่ให้เธอเข้าไปในฐานะเด็กฝึกงานได้ มีเงินเดือนให้เหมือนกัน” ซุนเยว่เห็นเด็กสาวมีความตั้งใจจึงเสนอโอกาสให้

“จริงเหรอคะ! ขอบคุณพี่เยว่มากค่ะ” ไป๋เสี่ยวเสี่ยวดีใจจนเนื้อเต้น

“นี่ยังอยากจะทำงานอยู่อีกเหรอ?” ไป๋อวิ๋นเฟยเริ่มอ่อนใจกับน้องสาว

“หนูเชื่อว่าพี่เยว่เป็นคนดี ที่ทำงานพี่เยว่ต้องไม่มีเรื่องไม่ดีแบบนั้นแน่ๆ” ไป๋เสี่ยวเสี่ยวทำแก้มป่องยืนยันกับพี่ชาย

“วางใจเถอะ โรงแรมเราเป็นที่ถูกกฎหมาย ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้นแน่นอน” ซุนเยว่รับประกัน

“ช่วงฝึกงานให้น้องเธอมาพักกับพี่ก็ได้ พี่อยู่คนเดียวเหงาจะตาย ที่ทำงานมีอาหารเลี้ยงด้วย เธอวางใจฝากน้องไว้กับพี่ได้เลย” ซุนเยว่เสนอตัวดูแล

“งั้นก็ได้ครับ รบกวนด้วยนะครับ” ไป๋อวิ๋นเฟยเห็นความตั้งใจของน้องสาวและเชื่อใจซุนเยว่จึงตอบตกลง “ดูแลตัวเองดีๆ นะน้องเล็ก พี่กลับบ้านก่อน”

ไป๋อวิ๋นเฟยบอกลาน้องสาวแล้วลงจากรถ

“บ๊ายบายจ้ะพี่ใหญ่” ไป๋เสี่ยวเสี่ยวลดกระจกลงโบกมือลา

“อืม ตั้งใจทำงานนะ”

รอไม่นาน ไป๋อวิ๋นเฟยก็ได้ขึ้นรถบัสเพื่อเดินทางกลับบ้าน

จบบทที่ บทที่ 9 ทำงานพาร์ทไทม์หาค่าเทอม

คัดลอกลิงก์แล้ว