- หน้าแรก
- ทะลุมิติแดนเซียน บำเพ็ญเพียรสองโลก
- บทที่ 84 ซุ่มโจมตี
บทที่ 84 ซุ่มโจมตี
บทที่ 84 ซุ่มโจมตี
บทที่ 84 ซุ่มโจมตี
หลังจากออกจากงานประมูล ฟางซีก็เดินวนอยู่สองสามรอบ
แล้วจึงแอบออกจากตลาด ยืนยันว่าไม่มีใครตามมาแล้ว ถึงได้เปลี่ยนกลับเป็นโฉมหน้าเดิม กลับไปยังถ้ำพำนักอักษรปิ่งหมายเลขสามสิบเจ็ด
“ช่างเป็นสถานที่ที่ดีจริงๆ น่าเสียดายที่อยู่ได้ไม่นาน”
เมื่อมองดูต้นไม้ใบหญ้าในถ้ำพำนัก สัมผัสได้ถึงปราณวิญญาณระดับหนึ่งที่บริสุทธิ์รอบกาย ฟางซีอดที่จะถอนหายใจในใจไม่ได้
เขาได้ทำเรื่องขอคืนห้องแล้ว สิ้นเดือนนี้ก็ต้องไปแล้ว
อย่างไรเสีย ต่อไปก็ต้องทุ่มเทให้กับการปลูกต้นไม้!
“ผู้ใดขวางทางข้าปลูกต้นไม้ ต้องตาย!”
ในดวงตาของฟางซีฉายแววเย็นชา เตรียมการให้พร้อมก่อนลงมือ เขาเริ่มตรวจสอบอุปกรณ์ของตนเอง
ด้านการป้องกัน มี ‘โล่เต่าเขียว’ ระดับหนึ่งขั้นกลาง ในยามคับขันมียันต์วัชระ บวกกับร่างกายที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าและปราณแท้ของตนเอง ปัญหาไม่ใหญ่นัก
ด้านการโจมตี กระบี่ชิงเหอดูไม่น่ามอง สามารถใช้กระบี่เหล็กอุกกาบาตนอกพิภพที่เพิ่งซื้อมาแทนได้ สุดท้ายกระบี่มังกรทองและระดับบ่มเพาะวิถียุทธ์คือไพ่ตาย
มีเพียงด้านการเคลื่อนที่ ถุงเมฆาดำค่อนข้างช้าไปหน่อย
‘อืม พรุ่งนี้สามารถไปยืมหินวิญญาณยี่สิบก้อนจากนักพรตซิ่วมู่ได้ ซื้อ ‘ยันต์เหินฟ้า’ ไว้สำรอง’
นี่ไม่ใช่ว่าฟางซีไม่มีหินวิญญาณแล้ว
หากเขาไม่มีหินวิญญาณก็แค่ไปต้าเหลียงสักรอบ สัตว์อสูรต่างๆ มีอยู่มากมาย
โดยเฉพาะแปดราชันย์อสูร ถูกสืบรู้ที่อยู่มานานแล้ว ทั้งสติปัญญายังไม่เปิด ไม่รู้เคล็ดอสูร ก็เหมือนกับของฟรี
ทว่าฟางซีต้องการจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักพรตซิ่วมู่
อย่างน้อยๆ หลังจากยืมหินวิญญาณยี่สิบก้อนนี้ไปแล้ว นักพรตชราผู้นั้นแปดในสิบส่วนคงจะไม่อยากให้ตนเองตาย แล้วไม่มีใครคืนหินวิญญาณให้เขา!
‘ล้วนเป็นพี่น้องร่วมรบ ยืมหินวิญญาณยี่สิบก้อนก็ไม่เกินไปกระมัง?’
‘อย่างมากก็รอให้ข้าทำนาสำเร็จ ค่อยเอาข้าววิญญาณคืนเขา’
หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง ฟางซีก็หยิบหีบที่ใส่ ‘ค่ายกลเมฆาพิรุณน้อย’ ออกมา ดูแผ่นหยกศึกษาอย่างละเอียด
ครึ่งชั่วยามต่อมา เขาก็ลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยล้าเล็กน้อย “เข้าใจแล้ว แต่ข้าก็ยังทำไม่เป็น!”
หากจะบอกว่าผู้ฝึกตนหญิงที่เป็นปรมาจารย์ค่ายกลคนนั้นเป็นนักเรียนดีเด่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฟางซีก็คือนักเรียนท้ายห้องในเรื่องค่ายกล!
นักเรียนท้ายห้องตัวปลอม: นักเรียนเก่งบอกแนวทางการแก้ปัญหาให้ แล้วก็แทนค่าในสูตรคำนวณ เอ๊ะ ข้าทำได้แล้ว!
นักเรียนท้ายห้องตัวจริง: นักเรียนเก่งบอกแนวทางการแก้ปัญหาให้ ข้าก็ยังทำไม่เป็นอยู่ดี!
ฟางซีในตอนนี้ ก็คือนักเรียนท้ายห้องตัวจริง!
โชคดีที่ในแผ่นหยกนี้ไม่เพียงแต่เป็นแนวทางการแก้ปัญหาของ ‘ค่ายกลเมฆาพิรุณน้อย’ ยังมีคำตอบด้วย
แม้ว่าจะเป็นนักเรียนท้ายห้องตัวจริง การลอกคำตอบ ก็ยังไม่มีปัญหามากนัก
‘รู้สึกว่าความพยายามก่อนหน้านี้สูญเปล่าหมด ข้าโง่จริงๆ ข้าไม่ควรจะเรียนค่ายกลเลย’
‘ครั้งหน้ามีเวลา เรียนการสร้างยันต์จะดีกว่า!’
‘ก่อนหน้านี้ไม่มีเคล็ดวิชาของศิลปะบำเพ็ญเพียรอื่นๆ ตอนนี้ต่อให้ข้าอดตาย ก็ไม่… ช่างเถอะ เรื่องตบหน้าตัวเองอย่าพูดเลย’
‘เมื่อเทียบกับการเรียนค่ายกล ข้าไปฆ่าสัตว์อสูรอีกสองสามตัวจะดีกว่า’
ฟางซีหยิบกระบี่เหล็กอุกกาบาตนอกพิภพออกมาจากถุงเก็บของ ถือไว้ในมือ ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าแขนทั้งข้างหนักขึ้นหลายส่วน
กระบี่เล่มนี้มีรูปร่างเรียบง่าย คมกระบี่กลับแหลมคมอย่างยิ่ง ลูบไล้แล้วไม่รู้สึกเย็น กลับมีความรู้สึกอุ่นๆ
น่าเสียดายที่เหล็กอุกกาบาตนี้ไม่สามารถรองรับพลังเวทใดๆ ได้ มิฉะนั้นต้องเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับหลอมศาสตราวิเศษอย่างแน่นอน
กระบี่เล่มนี้ไม่สามารถใช้ขี่กระบี่บินและควบคุมจากระยะไกลได้ ทำได้เพียงถือไว้ในมือฟันแทง ไม่ค่อยมีมาดของผู้ฝึกตนเท่าไหร่ แต่ฟางซีไม่สนใจ
ฟู่! ฟู่!
เขาอาศัยพละกำลังแขนที่มาก เหวี่ยงไปสองสามครั้ง
ในถ้ำพำนัก ทันใดนั้นก็เกิดลมพายุขึ้น!
เปรี้ยง!
ปลายกระบี่พาดผ่าน หินเขียวก้อนหนึ่งถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างสม่ำเสมอ
“กระบี่ดี! แค่อาศัยน้ำหนักนี้ ก็ทุบคนตายได้แล้ว”
“กระบี่หนักมีคม ฝีมือฟ้าประทาน ข้าเรียกเจ้าว่ากระบี่เหล็กนิลก็แล้วกัน!”
ฟางซีเหวี่ยงกระบี่เหล็กนิลสองสามครั้ง รู้สึกว่าค่อนข้างถนัดมือ
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย ตะโกนเบาๆ ปราณแท้พลุ่งพล่าน อัดฉีดเข้าไปในกระบี่เหล็กนิล
ฉากมหัศจรรย์ก็ปรากฏขึ้น!
ปราณแท้สายแล้วสายเล่าแผ่ซ่านไปทั่วกระบี่เหล็กนิล ทำให้กระบี่ยักษ์สีดำสนิทพลันมีสีแดงเข้มขึ้นมา!
ฟางซีดีดนิ้ว ตัวกระบี่ส่งเสียงหึ่งๆ หนักแน่นและเรียบง่าย
ส่วนที่ปลายกระบี่ ก็มีปราณแท้สีแดงฉานยาวสามชุ่นปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ราวกับคมกระบี่
กระบี่เล่มนี้ ดูเหมือนจะไม่ขัดแย้งกับปราณแท้สินะ?
“ไม่เลว ไม่เลว ถึงตอนนั้นข้าก็ปราณแท้คลุมทั่วร่างก่อน แล้วก็ใช้กระบี่เหล็กนิลที่เสริมด้วยปราณแท้ ที่ดีที่สุดคือสวมเกราะศาสตราวิเศษระดับสูงครบชุด จากนั้นต้องเป็นอสูรร้ายในร่างมนุษย์อย่างแน่นอน! กระบี่เดียวฆ่าฟันศัตรูราวตบเด็กน้อย!”
…
หลายวันต่อมา
ห่างจากเกาะเถาฮวาหลายสิบลี้ บนโขดหินใต้น้ำแห่งหนึ่ง
ร่างหลายสายกำลังนั่งขัดสมาธิ อาศัยหมอกน้ำแห่งหนึ่งซ่อนตัว
“ยอดเยี่ยมนัก ‘ยันต์ซ่อนเร้นในหมอก’ ของสหายเต๋าหร่วน ช่างลึกล้ำโดยแท้ วันนี้เจ้าโจรแซ่หลูต้องตายอย่างแน่นอน!”
นักพรตซิ่วมู่ใช้นิ้วมือเล่นกับหมอกน้ำสายหนึ่ง กล่าวชม
เหวยอีซินและฮวาฉานเจวียนสองคนเงียบขรึม เพียงแค่ตรวจสอบยันต์และเช็ดศาสตราวิเศษอย่างเงียบๆ
สำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิตและทรัพย์สิน พลาดไม่ได้เด็ดขาด!
ฟางซีถือโล่เต่าเขียวแสร้งทำเป็นเช็ด แล้วก็เงยหน้ามองดูท้องฟ้า “ศัตรูจะมาทางนี้จริงๆ รึ?”
อันที่จริงเขาไม่ชอบการรอคอยที่ไม่แน่นอนเช่นนี้
หากหลูจิ้งชิงผู้นั้นอยู่บนเกาะ เขาก็ยินดีที่จะลองลอบเข้าไปซุ่มโจมตีสักครั้ง
ไม่!
การแสดงพลังอย่างยิ่งใหญ่จนโดดเด่น ไม่ใช่รูปแบบของฟางซี
เขาจะเพียงแค่ปลอมตัว แอบทำร้ายหลูจิ้งชิงผู้นั้นจนบาดเจ็บสาหัส แล้วก็ปล่อยให้คนกลุ่มนี้ของตนเองเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อย่างง่ายดาย
น่าเสียดายที่หร่วนซิงหลิงยืนยันอย่างหนักแน่น และพวกนักพรตซิ่วมู่ก็ไม่ต้องการที่จะบุกโจมตีค่ายกล เลือกที่จะซุ่มโจมตี
หร่วนซิงหลิงที่หลับตาพักผ่อนอยู่ตลอดเวลาก็ลืมตาขึ้น “เจ้าโจรแซ่หลูขนส่งของวิเศษชุดหนึ่งไปขายที่ตลาดเรือมหาสมบัติ แล้วก็เข้าร่วมงานประมูล ตอนนี้กำลังเดินทางกลับ การเคลื่อนไหวของเขา ล้วนอยู่ในความควบคุมของข้า”
“คนผู้นี้จะรู้ข่าวก่อนหรือไม่?” ฟางซีถามอย่างระมัดระวัง
“ไม่มรทาง คนที่รู้ว่าข้ากลับมามีน้อยมาก คนที่ข้าติดต่อด้วย ล้วนรับปากว่าจะเก็บเป็นความลับ” หร่วนซิงหลิงดูเหมือนจะมั่นใจ
เมื่อเห็นดังนั้น ฟางซีก็ไม่สะดวกที่จะพูดอะไรมาก
มิฉะนั้น คู่รักเต๋าคู่นั้นคงจะต้องทำหน้าบึ้งตึงอีกเป็นแน่
‘ก็แค่ระดับหลอมลมปราณขั้นห้าไม่ใช่รึ? ไม่แน่ว่าอีกสองสามวันข้าก็ทะลวงผ่านแล้ว’
ฟางซีชักกระบี่ชิงเหอออกมา เช็ดอย่างละเอียด
แม้ว่ากระบี่เล่มนี้จะเป็นเพียงศาสตราวิเศษระดับต่ำ และยังมีตำหนิอยู่บ้าง แต่กลับบรรจุชีวิตของชาวนาวิญญาณคนหนึ่งไว้
ก็เหมือนกับเคล็ดวิชานักปลูกพืขวิญญาณของเจี่ยเฟยไฉผู้นั้น
ผู้ฝึกตนอิสระส่วนใหญ่ในโลกบำเพ็ญเพียร ล้วนตายเหมือนสุนัขข้างถนน
หร่วนซิงหลิงเห็นกระบี่ชิงเหอเล่มนี้ ดูเหมือนจะอยากพูดอะไรหลายครั้ง แต่ก็ฝืนทนไว้
นางอยากจะถามสักประโยคว่า ในเมื่อยืมหินวิญญาณยี่สิบก้อนจากนักพรตซิ่วมู่แล้ว เหตุใดจึงไม่ซื้อศาสตราวิเศษที่ดีกว่านี้ กลับไปซื้อ ‘ยันต์เหินฟ้า’ ใบหนึ่ง?!
แต่ก็เหมือนกับเคล็ดวิชาลับ พลังโดยรวมอย่างศาสตราวิเศษและยันต์ล้วนเป็นความลับของผู้ฝึกตน นางไม่สะดวกที่จะเอ่ยปาก
ฟุ่บ!
ในตอนนี้เอง เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้น ยันต์ส่งเสียงใบหนึ่งก็บินมา!
หร่วนซิงหลิงรับมา ใบหน้าปรากฏความยินดี “เจ้าโจรแซ่หลูใกล้จะถึงแล้ว พวกเขามากันห้าคน หนึ่งคนหลอมลมปราณขั้นปลาย สี่คนหลอมลมปราณขั้นกลาง ในจำนวนนั้นยังมีคนของข้าอีกคนหนึ่ง!”
‘มิน่าเล่าหญิงสาวผู้นี้ถึงรู้ความเคลื่อนไหวของตระกูลหลูทุกฝีก้าว ที่แท้ก็ส่งสายลับเข้าไปแล้วสินะ?’
คู่รักเหวยอีซินและนักพรตซิ่วมู่ล้วนมีสีหน้าเข้าใจ
ทั้งห้าคนพลันกระปรี้กระเปร่า กำศาสตราวิเศษไว้แน่น
เนิ่นนานต่อมา เรือบินขนาดเล็กเริ่มปรากฏขึ้นจากแดนไกล เพียงแค่พริบตาเดียว ก็ข้ามระยะทางไกล มาถึงเหนือโขดหิน
“ลงมือ!”
หร่วนซิงหลิงตะโกนเบาๆ ลงมือก่อน แสงสีชมพูส่องประกาย ท่ามกลางนั้น แสงกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ในแสงกระบี่ ที่แท้ก็คือกระบี่เล่มหนึ่งที่พื้นผิวสลักอักขระยันต์จำนวนมาก ไม่มีด้ามจับ ตัวกระบี่ส่องประกายเย็นเยียบ เป็นศาสตราวิเศษระดับสูง!
ในขณะที่หร่วนซิงหลิงลงมือ นักพรตซิ่วมู่ คู่รักเหวยอีซิน และฟางซีก็เคลื่อนไหวพร้อมกันเกือบจะในทันที
มีดบินสองเล่ม แส้ปัดธุลีหนึ่งด้าม และกระบี่ชิงเหอหนึ่งเล่มก็บินขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกัน
ลำแสงห้าสายเพียงแค่พุ่งเข้าไป สกัดเรือบินไว้ได้
“หึๆ กล้าดีนี่ ถึงกับกล้าสกัดตระกูลหลูของข้า?”
ท่ามกลางเสียงคำรามเย็นชา เรือบินพลันหายไป ผู้ฝึกตนห้าคนก็ปรากฏขึ้น ผู้นำเป็นชายวัยกลางคนร่างใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยไอสีม่วง ไม่โกรธก็มีบารมี
ด้านหลังชายวัยกลางคนร่างใหญ่ ยังมีผู้ฝึกตนหญิงอายุสามสิบสี่สิบปี ท่าทางยั่วยวน และผู้ฝึกตนระดับหลอมลมปราณขั้นกลางอีกสามคน
“หลูจิ้งชิง!”
หร่วนซิงหลิงเหยียบกระเช้าดอกไม้ บินขึ้นไปบนท้องฟ้า คำรามเย็นชา “วันนี้คือวันตายของเจ้า!”
เปรี้ยง!
ดูเหมือนว่าคำพูดของหร่วนซิงหลิงจะเป็นสัญญาณบางอย่าง ทันทีที่สิ้นเสียง ผู้ฝึกตนหญิงที่ยืนอยู่ด้านหลังหลูจิ้งชิงก็พลันตบฝ่ามือออกไป ตบเข้าที่จุดตายหลังหัวใจของหลูจิ้งชิง!
บนนิ้วทั้งห้าของนางถึงกับสวมแหวนสีดำสนิทห้าวง เหมือนกับศาสตราวิเศษประหลาดบางชนิด
“อั๊ก!”
ด้วยความไม่ทันตั้งตัว หลูจิ้งชิงก็พ่นเลือดออกมาคำหนึ่ง สีหน้าแดงก่ำ มองดูผู้ฝึกตนหญิงที่หนีไปอย่างรวดเร็ว “นางแพศยา เจ้ากล้า?!”
“เหอะ! เจ้าฆ่าล้างผู้ฝึกตนตระกูลหร่วนของข้า ทั้งยังบังคับแต่งงานกับข้า ข้าอยากให้เจ้าตาย!”
ผู้ฝึกตนหญิงแซ่หร่วนตบยันต์ใบหนึ่งบนตัว ทันใดนั้นก็ปรากฏเกราะป้องกันสีทองขึ้นมา
นางฝ่าการล้อมของสหายร่วมทางอีกสามคนไปได้ พลางด่าทอพลางบินไปยังหร่วนซิงหลิง “น้องหญิงช่วยข้าด้วย!”
เกิดเรื่องไม่คาดฝัน!
เมื่อเห็นฉากนี้ ใบหน้าของคู่รักเหวยอีซินเต็มไปด้วยความยินดี
ภรรยาของหลูจิ้งชิงยังทรยศ ครั้งนี้ชนะแน่นอน!
ฟางซีและนักพรตซิ่วมู่กลับสบตากัน ถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเงียบๆ
รู้สึกว่าเรื่องนี้ง่ายเกินไป
พริบตาต่อมา เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีก!
หญิงสาวแซ่หร่วนเข้าใกล้หร่วนซิงหลิง มือขวาที่สวมแหวนก็พลันคว้าไปยังหัวใจของหร่วนซิงหลิง!
ส่วนหร่วนซิงหลิงดวงตางดงามสบตา ทันใดนั้นก็อ้าปากเชอร์รี่เล็กๆ ตะปูสีขาวเล็กๆ อันหนึ่งบินออกมา!
ฉึก!
ตะปูสีขาวเล็กๆ อันนี้ที่แท้ก็คือศาสตราวิเศษระดับกลางที่ใช้แล้วทิ้ง พลันระเบิดออก ทำลายเกราะป้องกันสีทอง
หญิงสาวแซ่หร่วนถูกตะปูเข้าที่หน้าอก สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมอย่างยิ่ง “นางแพศยา เจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“เจ้าเป็นเพียงสายรอง ข้าไม่เคยเชื่อเจ้า ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าแต่งงานกับคนผู้นั้น จากสายรองเลื่อนขึ้นเป็นสายตรง ควบคุมทั้งเกาะเถาฮวา จะยอมทรยศเพื่อความแค้นเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างไร? ข้าเพียงแค่ผลักเรือไปตามกระแสน้ำ ใช้งานเจ้า เพื่อให้ได้ข่าวของเจ้าโจรแซ่หลูเท่านั้น”
หร่วนซิงหลิงตอบอย่างเย็นชา บนใบหน้าที่ธรรมดาๆ พลันมีแววฉลาดหลักแหลมขึ้นมา
“เถาเอ๋อร์?”
หลูจิ้งชิงเห็นดังนั้น ความซีดขาวบนใบหน้าก็หายไป กลิ่นอายฟื้นคืนกลับจุดสูงสุดของขอบเขตหลอมลมปราณขั้นแปด พุ่งเข้ามาอย่างดุร้าย!
ก่อนหน้านี้เขาบาดเจ็บ ที่แท้ก็แสร้งทำ!
ไม่เพียงเท่านั้น พร้อมกับเสียงคำรามยาวของเขา ทันใดนั้นก็มีลำแสงที่ซ่อนเร้นอยู่สายหนึ่งปรากฏขึ้น กลายเป็นผู้ฝึกตนในชุดคลุมสีดำคนหนึ่ง หน้าตาชั่วร้าย ระดับบ่มเพาะถึงกับอยู่ที่ขอบเขตหลอมลมปราณขั้นเจ็ด
ผู้ฝึกตนในชุดคลุมสีดำควบคุมธงเล็กๆ สีดำผืนหนึ่ง กลิ่นอายไม่เหมือนฝ่ายธรรมะ พูดกับหลูจิ้งชิงที่กำลังกอดเถาเอ๋อร์ร้องไห้โหยหวน “เจ้าควรจะทำตามที่ข้าผู้เฒ่าเคยบอก ฆ่านังหนูนี่ซะโดยตรง จะต้องทำให้ยุ่งยากขนาดนี้ไปทำไม ซ้ำยังต้องเสียภรรยาไปอีก”