เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 ปัญหาใหญ่หลวง

ตอนที่ 36 ปัญหาใหญ่หลวง

ตอนที่ 36 ปัญหาใหญ่หลวง


ตอนที่ 36 ปัญหาใหญ่หลวง

หลังจากออกจากภูเขาที่ถล่มไปแล้ว จี้เทียนซิงก็รีบวิ่งไปในหุบเขาลึกพร้อมกับจิ้งจอกตัวน้อยที่ซุกอยู่ในย่าม

ระหว่างทางเขาขบคิดในใจอย่างเงียบงัน

วันนี้เป็นเวลาที่ดอกไม้ดาราแดงจะเบ่งบานเต็มที่ ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนต้องมารวมตัวกันในเทือกเขาเย่เป็นแน่ ข้าต้องตามหาดอกไม้ดาราแดงโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นหากต้องปะทะกับจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งคนอื่นๆซึ่งหน้าย่อมเป็นปัญหาใหญ่แน่แล้ว !

 

อย่างไรก็ตาม เทือกเขาเย่นั้นกว้างมากและมีระยะทางร่วมหนึ่งพันไมล์ ตลอดทั้งเทือกเขาไม่ทราบว่ามีทั้งหมดภูเขากี่ลูกด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าจี้เทียนซิงจะมีเข็มทิศสื่อวิญญาณดาราอยู่ในมือ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไปถึงจุดที่ดอกไม้เบ่งบานในเวลาอันสั้น

ด้วยหัวใจที่กระวนกระวาย ชายหนุ่มหันหน้าไปถามเสี่ยวปิงหูว่า “เสี่ยวปิงหู ดอกไม้ดาราแดงอยู่บนเขาลูกไหนเจ้าพอรู้ไหม ?”

เสี่ยวปิงหูกำลังขดตัวและนอนอยู่ในย่าม เมื่อมันได้ยินเสียงไตร่ถามของจี้เทียนซิง มันก็ตอบกลับโดยไม่แยแสว่า “วิ่งไปเหอะ เดี๋ยวใกล้พื้นที่แถวนั้นแล้วข้าจะบอกเอง  พวกเรายังอยู่ไกลออกไปมาก”

แน่นอนว่าคำตอบส่งเดชของมันทำให้จี้เทียนซิงไม่พอใจอย่างแน่นอน

เขาทุบหัวมันและจ้องมองอย่างจริงจังพลางกล่าวว่า “เสี่ยวปิงหู ข้าจริงจัง ดอกไม้ดาราแดงมีความสำคัญต่อข้ามาก  ไม่ว่าอย่างไรข้าต้องได้มันมา หากเจ้ากล้ามีลูกเล่นกับข้า ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ !”

เสี่ยวปิงหูมิได้เก็บคำพูดข่มขู่ของจี้เทียนซิงมาใส่ใจ มันยังอ้าปากหาวบิดขี้เกียจอีกต่างหาก มันเอียงคอและมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “เฮ้ เจ้าเชื่อมั่นในตัวข้าหน่อยได้ไหม? ข้าเป็นดั่งเหนือหัวของเทือกเขาเย่ ข้าอยู่ที่นี่มาเป็นร้อยปีแล้ว !”

“ดอกไม้ดาราแดงอยู่ในเขตนี้แหละ ข้ามั่นใจว่าจะพาเจ้าไปถึงที่นั่นได้ก่อนมืดแน่นอน”

จี้เทียนซิงเห็นว่ามันไม่ได้มีท่าทางเหมือนโกหก เขาจึงเชื่อคำพูดของมันและมุ่งหน้าต่อไป

เสี่ยวปิงหูไม่ได้งีบหลับแล้ว มันเพียงโผล่หัวออกมาจากย่ามอย่างเกียจคร้านและพูดคุยกับชายหนุ่มว่า “เฮ้ เจ้าชื่ออะไร ?”

จี้เทียนซิงตอบกลับคำถามของมันด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “แซ่จี้ นามว่าเทียนซิง”

เสี่ยวปิงหูกล่าวพร้อมมีรอยยิ้มว่า “งั้นให้ข้าเรียกเจ้าว่าอะไรดี  เสี่ยวจี้ ?  จี้เอ๋อร์ ? หรือเทียนซิงน้อย ?  เลือกมาสักชื่อซิ”

“………..…”

จี้เทียนซิงหน้ามืดครึ้มและกล่าวว่า “เจ้าช่วยเอาคำต่อท้ายพวกนั้นออกไปได้ไหมเล่า !?”  (ทั้งหมดมันมีความหมายประมาณว่า หนูน้อยจี้)

“จะว่าไป เจ้ามันโคตรอ่อนแอเลย ทำไมต้องเสี่ยงชีวิตมาตามหาดอกไม้ดาราแดงในเทือกเขาเย่ด้วย ?”

“…………”

ใบหน้าของจี้เทียนซิงยิ่งมืดมนเข้าไปอีก

“เฮ้ ! ข้าถามเจ้านะ ทำไมไม่พูดเล่า ?”

จี้เทียนซิงไม่สามารถทนได้อีกต่อไปและขมวดคิ้วพร้อมทั้งกล่าวว่า “เจ้ามันเป็นปีศาจเฒ่าที่มีอายุร่วมร้อยปีแต่มาตะโกนใส่ข้าถามเอาๆแบบนี้มียางอายบ้างไหม”

“ไอ้หยา อย่าพูดแบบนี้ซี่.....”

เสี่ยวปิงหูยิ้มเยาะและแสร้งทำเสียงเหมือนเด็กน้อยอยากโดนเอาใจ  “ข้ายังไม่แก่นะ  ความจริงแล้วอายุของข้าก็นับว่าเทียบเท่ากับมนุษย์อายุสิบขวบนั่นแหละ”

น้ำเสียงและลมหายใจของตระกูลจิ้งจอกมีเสน่ห์แต่โดยกำเนิด

น้ำเสียงที่ละเอียดอ่อนนุ่มนวลของเสี่ยวปิงหูนั้นทำให้ผู้คนรู้สึกตัวสั่นเทาและอดไม่ได้ที่อยากจะปกป้องดูแล

อย่างไรก็ตาม จี้เทียนซิงไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น เขามีแต่ความรู้สึกขนลุกซู่ อาจเป็นเพราะเขาเคยเห็นธาตุแท้ที่ดุร้ายเจ้าเล่ห์ของมันมาก่อนแล้ว

“สมองกลับเหรอ ? ไม่ต้องมาทำเสียงอ่อย ถูกขังในถ้ำมืดๆมานานจนสมองฟั่นเฟือนหรือไง ?”

เสี่ยวปิงหูไม่โกรธต่อคำเสียดสีของจี้เทียนซิง มันเพียงยิ้มอย่างภาคภูมิ “เจ้าโกรธเหรอ ?  เฮ้.... ไม่เอาน่า แก้เบื่อไง”

“เจ้ามนุษย์เฒ่าที่จับข้ามาขังไว้มันเล่าเรื่องราวมากมายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ในข้าฟัง  เช่นนิทานอะไรนะ ที่มีคนช่วยสุนัขจิ้งจอกที่บาดเจ็บ.....”

“…”

จี้เทียนซิงหมดคำพูดอย่างสิ้นเชิง เขาเพียงทำทีไม่สนใจมันและส่ายหัว ปล่อยให้มันพล่ามไปคนเดียว

เขาส่งเสียงพึมพำในใจ “ไม่น่าแปลกใจเลยที่ตามตำนานกล่าวไว้ว่าจิ้งจอกล้วนเฉลียวฉลาดแสนรู้และเจ้าเล่ห์มาก  เจ้าตัวนี้อยู่มาแค่ 100 ปีก็เขี้ยวลากดินขนาดนี้แล้ว หากปล่อยให้มันเติบโตไปอีกสัก 300 หรือ 500 ปี มันไม่ครอบครองอาณาจักรทั้งทวีปและทำร้ายล้างโลกหรือ ?

ผ่านไปสามชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว

จี้เทียนซิงวิ่งไปตามทางเรื่อยๆจนข้ามภูเขาเจ็ดลูกติดต่อกัน และในที่สุดเขาก็เข้าสู่ส่วนลึกสุดของเทือกเขาเย่

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นชายหนุ่มที่มีพละกำลังสูงและมีความอดทน อย่างไรก็ตาม เขาเร่งรีบมาเป็นเวลานานแล้วและเต็มไปด้วยเหงื่อไหลท่วมตัวจากการเดินทางติดต่อกันไม่หยุด

พอตกเย็นเขาจึงหยุดที่เชิงเขาและนั่งที่เชิงเขาเพื่อพักผ่อน

เขาหยิบกาต้มน้ำและอาหารแห้งออกจากย่ามเพื่อนั่งกินอาหารฟื้นฟูพลังและร่างกาย เขารู้สึกกระชุ่มกระชายขึ้นมาก

เสี่ยวปิงหูก็หยิบเนื้อตากแห้งสองชิ้นจากในย่าม มันเรียนรู้ลักษณะการกินจากจี้เทียนซิง และใช้กรงเล็บเล็กๆจิกกินทีละชิ้นเพื่อค่อยๆลิ้มรสชาติอาหาร

จี้เทียนซิงเอนหลังผิงต้นไม้และถามว่า “เสี่ยวปิงหู เจ้าแน่ใจนะว่าดอกไม้ดาราแดงอยู่ในภูเขานี้”

เสี่ยวปิงหูเหลือบมองชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจและพยักหน้า "แน่นอน ! ถามเซ้าซี้จัง เจ้าไม่เชื่อข้าหรือไง ข้าได้กลิ่นอายของมันแล้ว”

“กลิ่นของดอกไม้ดาราแดง !?” จี้เลิกคิ้วขึ้นแล้วถามด้วยความประหลาดใจ

“เราเข้าใกล้มันแล้วหรือ ?”

หลังจากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆอีกครั้ง

เสี่ยวปิงหูขดริมฝีปากและกล่าวว่า “ไม่ต้องมองหาหรอก อย่างน้อยๆพวกเราก็ห่างจากมันร่วมสิบไมล์”

“นี่เจ้าได้กลิ่นไกลถึงสิบไมล์เลยหรือ ?!”

จี้เทียนซิงแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมา

เสี่ยวปิงหูเชิดศีรษะขึ้นและยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าผู้นี้สุดยอดแค่ไหน  ประสาทสัมผัสทั้งห้าของข้าแหลมคมเหลือเชื่อจนเจ้าไม่อาจจินตนาการออกด้วยซ้ำ !”

“นอกจากนี้ดอกไม้ดาราแดงต้องได้รับแก่นแท้จากดวงทิตย์และดวงจันทร์เพื่อเจริญเติบโต แน่นอนว่ามันไม่ได้ทางอยู่ตามเชิงเขาโล่งๆแบบนี้หรอก มันน่าจะอยู่ในภูเขาด้านใน เจ้าต้องข้ามเขาลูกนี้ไปก่อนแล้วลองหาดูตามหน้าผา......”

เสี่ยวปิงหูพูดไม่ทันจบดีก็หยุดชะงักและตะลึงงัน  ดวงตาเป็นประกายแปลกๆ

จี้เทียนซิงเก็บข้าวของและกล่าวว่า “เวลาไม่คอยท่าแล้ว เรารีบไปกันเถอะ ขึ้นมา”

แต่ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังก้าวเท้า เขาก็สังเกตเห็นว่าเสี่ยวปิงหูมีท่าทางแปลกไป จึงกระซิบถามว่า “เกิดอะไรขึ้น หรือว่ามีการเคลื่อนไหวอื่นใดของดอกไม้ดาราแดง ?”

เสี่ยวปิงหูกระโดดเข้าไปในย่ามและขดตัวกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึงว่า “ดอกไม้ดาราแดงจะย้ายที่หลังจากเที่ยงวันและเที่ยงคืนหลังจากที่มันได้รับแก่นพลังจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์  เจ้าต้องหามันให้เจอก่อนจะถึงเที่ยงคืน”

“แต่ตอนนี้เราอาจมีปัญหาเล็กน้อย....  เจ้าต้องเร่งฝีเท้าแล้ว ให้ไวด้วย !”

จี้เทียนซิงขมวดคิ้วและรีบวิ่งไปที่ภูเขาทัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากวิ่งไปได้เพียงครึ่งชั่วโมงและมาถึงกลางเขาก็มีเสียงดังกระหึ่มจากทางด้านหลังของเขา

เขาหันหน้าไปมองตามสัญชาตญาณและเห็นบางสิ่งที่มีสีแดงเข้มอยู่ทางด้านหลัง  มันคือสัตว์อสูรที่มีรูปร่างเหมือนวานรกำลังวิ่งออกจากป่าและพุ่งเข้าหาเขา

สัตว์อสูรตัวนี้มีขนาดใหญ่มาก แขนขาใหญ่หนาเหมือนถังขนาดใหญ่ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามันเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาล

“นี่คือ… วานรเพลิงสีชาด ?!” จี้เทียนซิงขมวดคิ้วทันทีและใบหน้าของเขาก็มืดครึ้ม

“วานรเพลิงสีชาดมีพลังเทียบเท่ากับยอดฝีมือเขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงขั้นที่ 6 อีกทั้งยังฉลาดและทรงพลังมากในบรรดาสัตว์อสูร!  เสี่ยวปิงหู นี่เหรอปัญหาเล็กน้อยที่เจ้าว่า ? นี่มันปัญหาใหญ่หลวงชัดๆ !”

จบบทที่ ตอนที่ 36 ปัญหาใหญ่หลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว