- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่จ้าวศาสตรา มังกรทะยานข้ามสวรรค์เก้าชั้น
- บทที่ 4 ข้ากลายเป็นประมุขร่วมแห่งเหล่าสัตว์วิญญาณงั้นหรือ?
บทที่ 4 ข้ากลายเป็นประมุขร่วมแห่งเหล่าสัตว์วิญญาณงั้นหรือ?
บทที่ 4 ข้ากลายเป็นประมุขร่วมแห่งเหล่าสัตว์วิญญาณงั้นหรือ?
บทที่ 4 ข้ากลายเป็นประมุขร่วมแห่งเหล่าสัตว์วิญญาณงั้นหรือ?
หลินอวิ๋นที่ลอยตัวอยู่เหนือผืนทะเลค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีทองอร่ามสะท้อนภาพดวงอาทิตย์สีเขียวดวงใหญ่บนท้องฟ้า
ความสับสนและพร่ามัวในแววตาค่อยๆ จางหายไป เขาลุกขึ้นนั่งโดยใช้สองมือยันพื้นผิวน้ำเอาไว้
"ที่นี่มันที่ไหนกัน?"
เดี๋ยวนะ ทำไมฉันถึงพูดว่า "ที่ไหนกัน" ล่ะ?
สมองของหลินอวิ๋นหยุดทำงานไปชั่วขณะ เขาเริ่มกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
"ที่นี่คือห้วงจิตของเจ้า"
เสียงชราภาพดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับลูกแก้วสีเทาลูกหนึ่งที่ลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินอวิ๋นช้าๆ
"อ้อ ที่แท้ก็ห้วงจิตของฉันนี่เอง! แล้วคุณคือ...? เดี๋ยวนะ ลูกแก้วสีเทา!" หลินอวิ๋นพยักหน้าตามสัญชาตญาณ แต่พอฉุกคิดได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างจนแทบถลน กรามแทบจะค้าง
ลูกแก้วสีเทาในห้วงจิต แถมน้ำเสียงยังดูเก่าแก่โบราณ พล็อตเรื่องคุ้นๆ แบบนี้ เดจาวูชัดๆ หลินอวิ๋นไม่ได้โง่ เขาคิดถึงอัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์และจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นขึ้นมาทันที
จอมเวทศักดิ์สิทธิ์แห่งความตาย ภัยพิบัติแห่งความตาย อิเล็กโทรลักซ์!
ลูกแก้วสีเทาหรือก็คืออิเล็กโทรลักซ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของหลินอวิ๋น เขาถามด้วยความฉงนว่า "ดูเหมือนเจ้าจะรู้จักตาเฒ่าผู้นี้รึ?"
"เปล่าครับ ผมแค่นึกถึงภาพสุดท้ายก่อนจะหมดสติ ตอนนั้นผมนึกว่าเป็นภาพหลอน ไม่คิดว่าท่านจะเข้ามาอาศัยอยู่ในห้วงจิตของผมจริงๆ" หลินอวิ๋นพยายามฝืนทำใจดีสู้เสือ
เขาไม่อยากเปิดเผยเรื่องที่เป็นผู้ข้ามมิติ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้
แม้จะเคยอ่านต้นฉบับและรู้ว่าอิเล็กโทรลักซ์ไม่ใช่คนชั่วร้าย กลับกันยังเป็นทั้งครูและเพื่อนที่ดี แต่ความสัมพันธ์ในตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จะเปิดอกคุยกันได้ทุกเรื่อง
ลูกแก้วสีเทาสั่นไหวเล็กน้อยราวกับพยักหน้า "เป็นเช่นนี้นี่เอง ว่าไปแล้วก็เป็นตาเฒ่าผู้นี้ที่ถือวิสาสะ หากไม่ใช่เพราะเศษเสี้ยวจิตสัมผัสนี้จวนเจียนจะมอดดับ ข้าคงไม่ใช้วิธีการบุ่มบ่ามเช่นนี้"
"แต่เจ้าวางใจเถิด ท่านเจ้าของร่าง ตาเฒ่าผู้นี้จะไม่อยู่ฟรีๆ ในอนาคตข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างสมน้ำสมเนื้อแน่นอน"
"ไม่มีปัญหาครับ ผมไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยอยู่แล้ว" หลินอวิ๋นโบกมือ น้ำเสียงดูสบายๆ
แต่นั่นเป็นเพียงการปกปิดความตื่นเต้นในใจ ในบรรดาสูตรโกงของฮั่วอวี่ฮ่าวในนิยายต้นฉบับ อิเล็กโทรลักซ์ติดท็อปสามแน่นอน!
ถ้าฮั่วอวี่ฮ่าวรู้วิธีใช้งาน ประโยชน์ที่ได้จากอิเล็กโทรลักซ์ย่อมเหนือกว่า 'หนอนน้ำแข็งเทียนเมิ่ง' ที่เป็นแค่พาวเวอร์แบงค์พกพาเสียอีก!
ตอนนี้เทพองค์นี้ย้ายเข้ามาอยู่ในห้วงจิตแล้ว หลินอวิ๋นดีใจจนเนื้อเต้น จะให้ไล่ออกไปได้ยังไง!
"ท่านผู้อาวุโส ทราบไหมครับว่าผมหมดสติไปนานแค่ไหน?" หลินอวิ๋นเอ่ยถาม
แม้จะไม่รู้ระยะเวลาที่แน่ชัด แต่หลินอวิ๋นรู้ว่าคงไม่ใช่น้อยๆ ถ้ารู้ว่าจะต้องหลับลึกหลังผสานสายเลือดราชามังกรทอง เขาคงหาที่ปลอดภัยกว่านี้เพื่อทำการผสานสายเลือดตั้งแต่แรก
แต่สถานการณ์ตอนนั้นมันคับขัน ถ้าไม่ผสานก็คงตายกลางทางก่อนจะทันได้เริ่ม กลายเป็นอาหารให้สัตว์วิญญาณสองตัวนั้นไปแล้ว
ดูเหมือนเขาจะไม่มีทางเลือกอื่นเลย!
"สามปี" อิเล็กโทรลักซ์ตอบสั้นๆ ได้ใจความ
?!
สามปี?!
พระเจ้าช่วย ผมสลบเหมือดกลางป่าใหญ่ซิงโต้วตั้งสามปีแต่กลับไม่ตาย ไม่โดนสัตว์วิญญาณที่เดินผ่านไปมาเขมือบลงท้องงั้นเหรอ?
หลินอวิ๋นตกตะลึงจนลืมสงสัยไปเลยว่าทำไมไม่ได้กินอะไรมาสามปีถึงไม่หิวตาย การไปนอนสลบในป่าใหญ่ซิงโต้วมันก็ไม่ต่างอะไรกับขนมหวานวางล่อตาล่อใจ สัตว์วิญญาณแค่ยืดคอมางับก็เรียบร้อยแล้วไม่ใช่รึไง?
อิเล็กโทรลักซ์ดูเหมือนจะเข้าใจความตกใจของหลินอวิ๋น จึงอธิบายว่า "หลังจากข้าเข้ามาในห้วงจิตของเจ้าได้ไม่นาน ก็มียอดฝีมือผู้หนึ่งที่มีระดับพลังใกล้เคียงกับข้าสมัยยังมีชีวิตอยู่พาตัวเจ้าไป เนื่องจากยอดฝีมือลึกลับผู้นั้นเดินทางด้วยการเคลื่อนย้ายมิติ ข้าจึงไม่รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ห่างจากจุดที่เจ้าหมดสติมาไกลแค่ไหน"
"ส่วนเรื่องราวหลังจากนั้น ตาเฒ่าผู้นี้ก็ไม่รู้เช่นกัน เพราะดูเหมือนจะมีตัวตนที่ทรงพลังยิ่งกว่าคอยอยู่เคียงข้างกายเนื้อของเจ้าตลอดเวลา เศษเสี้ยวจิตสัมผัสของข้าไม่กล้าเผยตัวต่อหน้าตัวตนระดับนั้นหรอก"
"..." หลินอวิ๋นอ้าปากค้าง สมองเริ่มประมวลผลอย่างหนัก
คำประเมินว่า 'ใกล้เคียงกับข้าสมัยยังมีชีวิตอยู่' อิเล็กโทรลักซ์เคยใช้พูดถึงแค่มู่เอิน ซึ่งเป็นพรหมยุทธ์สุดขีดเลเวล 99 หนึ่งในมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
และใครก็ตามที่อิเล็กโทรลักซ์ใช้คำนี้ประเมิน ย่อมต้องไม่ด้อยไปกว่ามู่เอิน หรืออาจจะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ
อยู่ในป่าใหญ่ซิงโต้ว เดินทางด้วยพลังมิติ มีความแข็งแกร่งไม่ด้อยไปกว่าหรืออาจเหนือกว่ามู่เอิน และยังพาเขาไปหาตัวตนที่ทรงพลังยิ่งกว่า...
เรื่องราวปะติดปะต่อกันได้ง่ายๆ ด้วยสามัญสำนึก
"คนที่พาผมไปมีธาตุอะไรครับ?" หลินอวิ๋นถามคำถามสุดท้าย คำตอบนี้จะยืนยันข้อสันนิษฐานของเขา
"ถ้าเป็นคนอื่นข้าคงไม่แน่ใจ แต่สำหรับเจ้านั่น ข้ากล้ายืนยันว่าต้องเป็นธาตุมืดแน่นอน" อิเล็กโทรลักซ์ตอบอย่างมั่นใจ
"ตาเฒ่าผู้นี้คุ้นเคยกับธาตุแสงและธาตุมืดเป็นที่สุด ยิ่งเจ้านั่นสัมผัสตัวเจ้าโดยตรง ข้าย่อมจับสัมผัสได้!"
เพียะ—!
ชัดเลย!
เขาถูกตี้เทียนลักพาตัวกลับไปที่ป่าใหญ่ซิงโต้ว!
หลินอวิ๋นตบหน้าผากตัวเอง เงยหน้ามองฟ้าด้วยความรู้สึกสับสน สายตาเหม่อมองดวงอาทิตย์สีเขียว
อิเล็กโทรลักซ์ไม่รู้ว่าหลินอวิ๋นกำลังสับสน เขาคิดว่าเด็กหนุ่มสงสัยเรื่องดวงอาทิตย์สีเขียวเหนือหัว จึงอธิบายต่อ "ดวงอาทิตย์ที่เจ้ามองอยู่นั้น จริงๆ แล้วคือ 'ทองคำแห่งชีวิต' มันถูกหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเจ้าโดยคนข้างนอกนั่น"
"ห๊ะ?" สมองของหลินอวิ๋นรวนอีกรอบ
หลอมรวมทองคำแห่งชีวิตเข้ากับร่างกายของฉันเนี่ยนะ?
ล้อกันเล่นหรือเปล่า?
ทองคำแห่งชีวิตคือเส้นเลือดใหญ่ของป่าใหญ่ซิงโต้ว เอาไว้รักษาอาการบาดเจ็บของกู่เยว่หน้า พวกนั้นกล้าตัดแบ่งมาให้เขาเชียวเหรอ?
"ตาเฒ่าผู้นี้ก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้พบกับทองคำแห่งชีวิตโดยบังเอิญ" อิเล็กโทรลักซ์กล่าวด้วยความตื้นตัน "ตอนที่ข้ามาถึงโลกนี้ จิตสัมผัสของข้าก็ริบหรี่ดั่งเทียนไขกลางสายลม หากไม่ใช่เพราะทองคำแห่งชีวิตชิ้นนี้ ข้าคงไม่อาจประคองสติสัมปชัญญะให้แจ่มชัดเช่นนี้ได้"
"ด้วยพลังของทองคำแห่งชีวิต นอกจากจะช่วยให้จิตสัมผัสของข้ามั่นคงแล้ว ข้ายังใช้พลังชีวิตมหาศาลในตัวมันช่วยขัดเกลาร่างกายและจิตวิญญาณของเจ้าด้วย เจ้าได้รับประโยชน์มหาศาลเลยล่ะ"
"อืม ขอบคุณครับ" หลินอวิ๋นพยักหน้า
สมกับเป็นคาแรคเตอร์ของปู่ นอกจากพวกป่าซิงโต้ว ก็มีแค่ปู่นี่แหละที่รู้วิธีใช้ประโยชน์จากทองคำแห่งชีวิต
สุดยอดไปเลย!
เอาล่ะ ปัญหาคือ—
ทำไมตี้เทียนกับกู่เยว่หน้าถึงพาเขากลับมายังพื้นที่อันตราย แถมยังใช้ทองคำแห่งชีวิตกับเขาอีก?
ตามหลักแล้ว กู่เยว่หน้าน่าจะกลืนกินเขาเพื่อเติมเต็มสายเลือดราชามังกรทองแล้วกลับร่างเป็นเทพมังกรไปเลยไม่ใช่เหรอ?
หรือว่าพวกนั้นจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือราชามังกรทองตัวจริง เลยรับเข้าพวกได้สำเร็จ?
เยี่ยมไปเลย
หรือว่าประมุขร่วมแห่งเหล่าสัตว์วิญญาณ ก็คือฉันคนนี้?