เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ทดสอบระดับพลัง

ตอนที่ 10 ทดสอบระดับพลัง

ตอนที่ 10 ทดสอบระดับพลัง


ตอนที่ 10 ทดสอบระดับพลัง

แปล Tarhai

 

 

หลังจากทานอาหารเช้าแล้วร่างกายของจี้เทียนซิงก็แข็งแรงขึ้นและสภาพจิตใจของเขาก็ดีขึ้นมาก

 

ฮวนเอ๋อกำลังยุ่งอยู่กับการเก็บจาน ชายหนุ่มจึงเดินออกจากห้องและรีบไปที่หอฝึกยุทธ์ เพื่อทดสอบระดับความแข็งแกร่งในปัจจุบัน

 

หลังจากที่เขาได้ควบแน่นปราณกระบี่ทั้งหกสายแล้วความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

 

เขาต้องการที่จะรู้ว่าระดับความแข็งแกร่งของตนพัฒนาขึ้นเพียงใดจากการฝึกฝนวิถีดวงใจกระบี่

 

เคหะสถานของสกุลจี้มีขนาดใหญ่โตและครอบคลุมพื้นที่มากกว่าหนึ่งพันเอเคอร์ มีพื้นที่สนามถึงเจ็ดแห่งจากด้านหน้าและด้านหลัง ประชากรของตระกูลก็มีนับพัน

 

จากลานบ้านที่จี้เทียนซิงอาศัยอยู่ไปยังหอฝึกยุทธ์นั้นใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงในการเดินผ่านลานบ้านสองแห่ง

 

จี้เทียนซิงเดินทางมาก็ได้พบกับสมาชิกตระกูลและบรรดาสาวใช้ แม่บ้านเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงเครือญาติตระกูล ญาติห่างๆไปจนถึงลูกหลานตระกูลสาขา

 

ถึงแม้ว่าพื้นฐานการบ่มเพาะของเขาจะถดถอยลงและตกเป็นตัวตลกของเมืองจักรวรรดิอย่างที่รู้กันดี

 

แต่อย่างไรก็ตาม เขายังคงเป็นคุณชายใหญ่สกุลจี้ คนรับใช้และผู้สนับสนุนตระกูลที่มีสถานะต่ำก็ยังไม่กล้าดูหมิ่นเขา

 

แม้ว่าผู้สนับสนุนบางคนมีความสุขในความโชคร้ายของผู้อื่น แต่ต่อหน้าจี้เทียนซิงพวกเขาเหล่านั้นก็ยังต้องแสดงสีหน้าเคารพ

 

หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง จี้เทียนซิงก็มาถึงจุดหมาย

 

ด้านนอกประตูหอฝึกยุทธ์มีลานสี่เหลี่ยมจัตุรัส เด็กๆสกุลจี้มักจะฝึกฝนกันที่นี่

 

จี้เทียนซิงเป็นคุณชายใหญ่ที่โดดเด่นที่สุดและเป็นทายาทของหัวหน้าตระกูล เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ได้ฝึกฝนปะปนกับเด็กทั่วไป

 

เขามีห้องลับส่วนตัวที่สร้างขึ้นโดยตระกูลจี้ เขาเพลิดเพลินไปกับทรัพยากรบ่มเพาะที่ดีที่สุด

 

เมื่อเขาได้เหยียบย่างลงบนจัตุรัส ก็มีเด็กสาวตระกูลจี้หลายสิบคนที่สำแดงเพลงกระบี่ต่อหน้าเขา

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเด็กสาวเหล่านี้นับว่าอยู่ห่างไกลจากจี้เทียนซิงมากเกินไป พวกนางทำได้เพียงมองเขาจากที่ไกลๆและมองว่าเขาเป็นไอดอลในใจ

 

นานๆครั้งที่จี้เทียนซิงจะปรากฏตัวที่หอฝึกยุทธ์ และทุกครั้งที่มาบรรดาเด็กสาวก็จะมาห้อมล้อมประจบประแจงเขา

 

ใครก็ตามที่ได้รับคำชมและกำลังใจจากชายหนุ่มก็สามารถเอาไปเล่าให้ชาวบ้านฟังได้เป็นเดือนๆ !

 

แต่ตอนนี้เมื่อได้เห็นจี้เทียนซิงเดินผ่านจัตุรัสไปยังหอฝึกยุทธ์ บรรดาหญิงสาวกลับยืนห่างออกไปและมองเขาด้วยการแสดงออกที่ซับซ้อน

 

ไม่มีใครเข้ามาใกล้เขาอีก ไม่มีใบหน้าที่ชื่นชมตื่นเต้น มีเพียงเสียงกระซิบกระซาบและเสียงหัวเราะที่ดังกระทบโสตเท่านั้น....

 

จี้เทียนซิงไม่สนใจพวกนางและไม่โกรธอีกด้วย เขาก้าวหนักๆเข้าสู่หอฝึกยุทธ์ของตระกูล

 

คนธรรมดาเท่านั้นที่จะกลัวเสียเกียรติยศและศักดิ์ศรี คนธรรมดาเท่านั้นที่จะดูแคลนผู้ที่อ่อนแอ คนธรรมดาเท่านั้นที่จะมีความสุขกับความโชคร้าย และคนธรรมดาเท่านั้นที่จะเยาะเย้ยผู้อื่น !

 

จี้เทียนซิงไม่สนใจเรื่องที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะมีพลังบ่มเพาะเพียงแค่ปรับแต่งกายาขั้นที่สาม แต่เขาก็ยังมีหัวใจอันหนักแน่นเข้มแข็ง

 

ในสายตาของเขา รุ่นเยาว์และเด็กสาวในลานฝึกยุทธ์ยังคงนับว่าอ่อนแอและไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง !

 

หลังจากเข้าสู่ห้องโถงใหญ่ของหอฝึกยุทธ์  จี้เทียนซิงก็เดินตรงไปที่แท่นสูงตรงหัวมุม

 

มันเป็นแท่นหินสูงสามเมตรตั้งตระหง่าน เสาหินมีสีดำที่มีเม็ดหิน มันเป็นศิลายุทธ์

 

จี้เทียนซิงเดินขึ้นไปที่แท่นและจ้องมองไปที่เสาหินเกลียว สีหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความคาดหวัง

 

หลังจากสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาก็ยื่นมือออกมาและทาบกดลงบนเสาหินเกลียว

 

เส้นสีดำของเสาหินทำปฏิกิริยา และมีแสงบางส่วนส่องสว่างสีขาวจางๆออกมา

 

แสงสีขาวแสดงถึงความแข็งแกร่งในระดับปรับแต่งกายา และจำนวนเส้นก็แสดงถึงระดับที่เฉพาะเจาะจง

 

จี้เทียนซิงนับจำนวนเส้นในใจของเขา “หนึ่งสองสาม…หก !  ปรับแต่งกายาขั้นที่ 6 !”

ผลลัพธ์ที่ออกมานี้ทำให้คิ้วของเขาเลิกขึ้น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มและหัวใจเต้นแรงขึ้นหลายเท่า

 

“ข้าฝึกวิถีดวงใจกระบี่มาแค่สองวันเท่านั้นก็มาถึงระดับปรับแต่งกายาขั้นที่ 6 จาก 3 เชียว ?”

“เดิมทีข้าคิดว่าต้องใช้เวลาร่วมปีกว่าจะไปถึงปรับแต่งกายาขั้นที่ 6 จาก 3 ความเร็วในการบ่มเพาะเช่นนี้มันอัจฉริยะชัดๆ เด็กสกุลจี้คนอื่นๆยังต้องใช้เวลาถึง 2-3 ปีด้วยซ้ำไป”

“ถึงแม้ว่าข้าจะบ่มเพาะใหม่อีกครั้ง แต่ความรวดเร็วเช่นนี้มันเร็วเกินไปแล้ว  เพียงแค่สองวันก็เลื่อนระดับถึงสามขั้นย่อย นี่มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน”

 

ความมหัศจรรย์ของวิถีดวงใจกระบี่ทำให้จี้เทียนซิงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น มือของเขาไม่สามารถยับยั้งตนเองให้หยุดสั่นได้

 

เขาเต็มไปด้วยความคิดในใจว่า “จากความเร็วขนาดนี้ ข้าจะกลับไปถึงเขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงก่อนเดือนหน้าและคาดว่าจะแก้แค้นนางได้ !”

 

หลังจากสงบใจลงแล้วจี้เทียนซิงก็ถอนมือของเขาออกมาอย่างรวดเร็วและรอยเส้นที่เสาหินเกลียวก็จางลง

 

เขามองไปรอบๆห้องโถงใหญ่และมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดเห็น วิถีดวงใจกระบี่เป็นความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา เขาไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้ว่าตนเองกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

 

จากนั้นไม่นานจี้เทียนซิงก็ก้าวออกจากห้องโถงใหญ่และออกจากหอฝึกยุทธ์ ภายใต้สายตาที่จับจ้องของเด็กสกุลจี้หลายๆคน

 

“ปัญหากับตระกูลกู่ดูแล้วหนักหนามิน้อย แต่ด้วยวิธีการของท่านพ่อเรื่องคงจบลงในไม่ช้า”

“ข้ามีเวลาพยายามอย่างหนักอีกเพียงเดือนเดียว ข้าต้องฟื้นฟูพลังกลับมาโดยเร็วที่สุด !”

จี้เทียนซิงคิดคำนวณในใจอย่างเงียบงันและเตรียมกลับไปที่บ้านเพื่อฝึกฝนต่อไป

 

แต่ในขณะที่เขาเดินออกก็ได้พบกับรุ่นเยาว์ชุดฟ้าผู้หนึ่งที่ถือกระบี่สีทอง

ชายหนุ่มผู้นี้มีรุ่นราวคราวเดียวกับจี้เทียนซิง ใบหน้าขาวหล่อเหลา รูปร่างสูงเหยียดตรง เขาดูราวกับคุณชายหนุ่มผู้กล้าหาญคนหนึ่ง

 

เขาเห็นจี้เทียนซิงและได้เผชิญหน้าตาจ้องตากัน ทันใดนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มที่สุภาพอ่อนโยนขึ้นและก้าวยาวๆไปเบื้องหน้า

“พี่ใหญ่, ข้าตามหาท่านให้ควักเลย มิคาดว่าจะพบท่านที่นี่”

 

จี้เทียนซิงหยุดก้าวเท้า เขาเลิกคิ้วขึ้นและกล่าวอย่างสงบเสงี่ยมว่า “จี้ห่าว ? เจ้าตามหาข้าทำไม ?”

 

จี้ห่าวเป็นบุตรชายของอาวุโสสองสกุลจี้ ซึ่งผู้อาวุโสสองก็คือลุงสองของจี้เทียนซิง กล่าวรวบรัดได้ว่าจี้ห่าวลูกพี่ลูกน้องของเขา

 

อายุของจี้ห่าวและจี้เทียนซิงนั้นห่างกันเพียงหนึ่งปี อีกทั้งพรสวรรค์โดยธรรมชาติในเชิงยุทธ์ก็มิใช่ชั่ว  มันแตะถึงระดับปรับแต่งกายาขั้นที่ 9 ในปีนี้และคาดว่าอีกไม่ช้าคงย่างเข้าสู่เขตแดนต้นกำเนิดแท้จริง

 

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจี้ห่าวสนิทชิดเชื้อกับจี้เทียนซิง ชายหนุ่มปฏิบัติต่ออีกฝ่ายเป็นอย่างดี และจี้ห่าวก็ให้ความเคารพนับถือต่อจี้เทียนซิงเป็นอย่างมาก

 

ในบรรดารุ่นเยาว์ยุคนี้ของครอบครัวตระกูลจี้ มีเพียงเขากับจี้ห่าวที่สนิทชิดเชื้อกันที่สุด

 

ในเวลานี้เอง จี้ห่าวมาหาเขาและด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลห่วงใยว่า “พี่ใหญ่ นับตั้งแต่ที่ท่านประสบอุบัติเหตุ ข้าก็เป็นห่วงท่านมาตลอด”

“ช่วงที่ท่านหมดสติไปข้าไม่อยู่จึงไม่ทราบว่าท่านประสบเหตุ พอข้าจะไปเยี่ยมที่บ้านท่าน สาวใช้ก็บอกข้าว่าท่านมิเป็นอันใดแล้วจึงมาตามท่าน”

 

นับตั้งแต่ที่จี้เทียนซิงเกิดเรื่อง ทั้งตระกูลจี้และเหล่ารุ่นเยาว์ในเมืองจักรวรรดิต่างก็มีความสุขในความโชคร้ายของเขา

 

เดิมทีจี้เทียนซิงคิดว่าทัศนคติของจี้ห่าวที่มีต่อมันจะเปลี่ยนไป ชายหนุ่มคาดไม่ถึงว่าจี้ห่าวจะยังคงจริงใจและเป็นห่วงเป็นใยมันเหมือนเมื่อก่อน

 

ความจริงใจของจี้ห่าวทำให้หัวใจของจี้เทียนซิงรู้สึกอบอุ่นขึ้นไม่น้อย มันพยักหน้าให้อีกฝ่ายและตอบว่า “น้องสอง ขอบใจเจ้าที่เป็นห่วง ข้าไม่เป็นไรแล้ว”

 

“ก็ดี ข้าเชื่อมั่นว่าพี่ใหญ่จะกลับไปสู่สูงสุดได้เหมือนก่อน !”

จี้ห่าวยิ้มและดูเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าเอ่ยปากออกมา

 

จี้เทียนซิงตระหนักถึงสีหน้าที่ดูแปลกประหลาดของอีกฝ่ายจึงถามขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้นหรือน้องสอง ? เจ้ามีอะไรจะพูด ?”

 

จี้ห่าวลังเลอยู่ครู่และเผยรอยยิ้มอันขมขื่นออกมา “พี่ใหญ่ เดิมข้าไม่คิดจะบอกท่าน มันเป็นเรื่องยากที่จะกล่าว  เพียงแต่ท่านลุงไม่อยู่ข้าก็ทำอะไรไม่ได้จึงมาหาท่านเพื่อปรึกษาเรื่องนี้...  ”

 

“เรื่องอะไร ?”

จี้เทียนซิงหรี่ตาลงและเริ่มเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีขึ้น

 

จี้ห่าวตอบกลับตามความเป็นจริงว่า “พี่ใหญ่เรื่องมันเป็นเช่นนี้ เมื่อคืนก่อนหนึ่งในสาขาของโรงหล่อกระบี่แถบชานเมืองส่งข้อความมาว่าจะมีการคืนสินค้า ซึ่งมูลค่าของมันเกินกว่าสองล้าน ...

 

จี้เทียนซิงมุ่นคิ้ว ดวงตาของเขาแสดงออกถึงอาการแปลกใจและโกรธกริ้ว

“สินค้าจากโรงหล่อของเราถูกตีคืน ?”

 

โรงหล่อกระบี่ล้ำลึกทางใต้เป็นหนึ่งในสี่โรงงานผลิตอาวุธระดับสูงของสกุลจี้ ซึ่งเป็นโรงหล่อที่เชี่ยวชาญในการหลอมกระบี่ระดับล้ำลึกที่คมกล้า

 

อาวุธระดับล้ำลึกมีราคาสูงมาก  เพียงกระบี่ระดับล้ำลึกคุณภาพต่ำสุดก็ยังสามารถขายได้ถึง 30,000 เหรียญเงิน และกระบี่ระดับล้ำลึกคุณภาพสูงจะขายได้ถึง 700,000-800,00 เลยทีเดียว

 

นอกจากนี้ ผลกำไรของการค้าอาวุธระดับล้ำลึกก็เป็นที่น่าประทับใจมากเช่นกัน กระบี่ระดับล้ำลึกที่มีมูลค่า 2 ล้านจะนำมาซึ่งผลกำไรให้สกุลจี้อย่างน้อยก็ 600,000 เหรียญ

 

สินทรัพย์ครึ่งหนึ่งของตระกูลจี้สะสมได้มาจากโรงหล่อกระบี่ล้ำลึก และโรงหล่อกระบี่ที่อยู่ทางใต้นั้นมักจะถูกจัดการดูแลโดยจี้ชางคง

 

เมื่อก่อนตอนที่จี้ชางคงไม่ว่างและจี้เทียนซิงที่เป็นกังวลต่อสุขภาพของบิดาก็มักจะเป็นผู้ไปดูแลงานแทนอยู่เสมอ

 

ในเมื่อตอนนี้ธุรกิจของตระกูลที่อยู่ในการดูแลของบิดากำลังประสบปัญหา ใจของจี้เทียนซิงก็ไม่สงบ

 

จบบทที่ ตอนที่ 10 ทดสอบระดับพลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว