เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 ปัญหานอกในรุมเร้า

ตอนที่ 9 ปัญหานอกในรุมเร้า

ตอนที่ 9 ปัญหานอกในรุมเร้า


ตอนที่ 9 ปัญหานอกในรุมเร้า

แปล Tarhai

 

 

ในส่วนของตระกูลหลิงนั้นจี้เทียนซิงมีแผนการของเขาเอง จี้ชางคงจึงมิอาจเอ่ยอันใดได้อีก

 

จากนั้นจี้เทียนซิงก็กล่าวออกมาด้วยท่วงท่าที่สง่างาม “ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องที่ต้องแจ้งให้ท่านทราบ”

“ข้าเพิ่งไปที่หอวิญญาณโอสถมาเพื่อรอพบปรมาจารย์เสวี่ย แต่ข้ามีเรื่องกับคุณชายสามกู่เฮา มันลวนลามฮวนเอ๋อสมาชิกของตระกูลเรา ข้าจึงลงมือไปด้วยความโกรธ เดิมคิดเพียงสั่งสอนบทเรียนให้มันเท่านั้น คาดไม่ถึงว่าข้าจะพลั้งมือสังหารมันเข้า.....”

จี้เทียนซิงเล่าเหตุการณ์ที่พลั้งมือสังหารกู่เฮาด้วยฝ่ามือเดียวให้บิดาฟัง

 

ใบหน้าของจี้ชางคงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขายกคิ้วขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงอย่างมีราศรีว่า “กู่เฮางั้นหรือ คุณชายสาม บุตรชายคนที่สามของผู้ว่ารัฐ แม้ว่าเจ้าเด็กคนนั้นจะไม่ได้เรื่อง แต่บิดาของมันก็ไม่อาจมองข้ามได้ จะอย่างไรมันก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไข มันเกี่ยวพันถึงหน้าตาของตระกูลกู่  เรื่องนี้ค่อนข้างยุ่งยาก แต่เอาเถอะมันก็แค่ปัญหาเล็กน้อย”

 

จี้ชางคงหยุดคิดไปครู่หนึ่งและกล่าวกับบุตรชายอย่างสงบว่า “เทียนซิง เรื่องนี้พ่อจัดการเอง เจ้าเพียงแค่ไม่ต้องออกไปไหนสักพัก ดูแลร่างกายให้ดีก็พอ”

“ตระกูลกู่มีเขตปกครอง แม้ว่าขุมอำนาจพวกมันจะมิธรรมดา แต่พวกมันคงไม่กล้าสู้กับตระกูลจี้ของข้าตรงๆหรอก !”

 

คำพูดของจี้ชางคงเต็มไปด้วยความหนักแน่นและกดขี่ผู้คน เขาแสดงออกถึงความรักถนอมในตัวบุตรชายอย่างยิ่งด้วยคำพูดไม่กี่คำ เขากล่าวราวกับต้องการประกาศให้ผู้คนรับรู้ว่า บุตรชายเจ้ากระจอกเองที่ตายด้วยฝ่ามือเดียวของบุตรชายข้า !

 

“เช่นนั้นต้องรบกวนท่านพ่อแล้ว” จี้เทียนซิงโค้งคำนับ จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องหนังสือของบิดา

 

เมื่อจี้เทียนซิงเดินออกไปไม่นาน จี้ชางคงที่อยู่ลำพังในห้องอย่างเงียบงันก็แสดงสีหน้าประหลาดพิลึกออกมา มุมปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

“ว่ากันว่าเจ้าเด็กกู่เฮามีพลังในระดับปรับแต่งกายาขั้นที่ 5  ส่วนเทียนซิงตอนนี้มีพลังขั้นที่ 3 ...  บุตรชายข้าสังหารกู่เฮาได้อย่างไรกัน... ?”

“หึหึ  สมแล้วที่เป็นบุตรชายข้า ขนาดระดับพลังเพียงแค่ปรับแต่งกายาก็ยังสังหารผู้ที่มีพลังสูงกว่าได้ ข้ามั่นใจว่าสักวันเขาต้องกลับมาผงาดอีกครั้งไม่ช้าก็เร็ว!”

 

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้อารมณ์ขุ่นมัวของจี้ชางคงก็ผ่อนคลายลงอย่างมาก เมฆหมอกแห่งความกลัดกลุ้มที่สะสมอยู่ในหัวใจของเขาช่วงสองสามวันที่ผ่านมาก็ลดลงไปมากเช่นกัน

 

 

......

 

จี้เทียนซิงกลับไปที่ห้องและได้เห็นฮวนเอ๋อกำลังนั่งอยู่อย่างเหม่อลอย ใบหน้าที่สดใสน่ารักของนางก็ยังคงเห็นรอยน้ำตา

 

ชายหนุ่มยิ้มเล็กน้อยและทักทายฮวนเอ๋อเบาว่า

“เด็กโง่ เจ้าคิดอะไรอยู่ ? กู่เฮานั่นก็เป็นเพียงหนึ่งในคุณชายน้อยตระกูลกู่ ฆ่ามันแล้วก็แล้วกัน ใยสกุลจี้ของเราจะต้องกลัวพวกมันด้วย ?”

“ยิ่งไปกว่านั้นกู่เฮาก็เป็นคนโหดเหี้ยมไร้ความปรานีอาศัยพึ่งพาแต่บารมีของตระกูล  ไม่รู้ว่ามีสตรีดีงามมากน้อยเท่าใดที่ต้องเป็นทุกข์เพราะมันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  ผู้บริสุทธิ์กี่คนต้องตายเพราะมัน ? ความตายของมันนับว่าช่วยกำจัดโจรร้ายต่อบ้านเมืองไปคนหนึ่ง !”

เมื่อฟังคำอธิบายของจี้เทียนซิง ฮวนเอ๋อก็รู้สึกมีที่พึ่งพิง

 

หลังจากชายหนุ่มปลอบโยนอยู่ไม่นาน ฮวนเอ๋อก็สงบลงอย่างรวดเร็วและเช็ดน้ำตา

“ฮวนเอ๋อ เจ้าไปพักผ่อนเถิด ข้าจะเก็บตัว”

 

หลังจากฮวนเอ๋อออกจากห้องไป จี้เทียนซิงก็เปิดช่องลับที่มุมห้องและเข้าไปในห้องลับเพื่อฝึกฝน

 

ภายในห้องลับที่แสงไฟมืดสลัว ชายหนุ่มนั่งในข่ายปราณและเริ่มฝึกฝนวิถีดวงใจกระบี่

ตอนนี้ศัตรูที่แข็งแกร่งของตระกูลจี้กลับเพิ่มตระกูลกู่เข้าไปอีกหนึ่ง  และสถานการณ์ก็เริ่มอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ

 

จี้เทียนซิงต้องการฝึกฝนปราณกระบี่เพื่อทะลวงจุดชีพจรทั้งสิบสองโดยเร็ว จากนั้นก็ควบแน่นตัวอ่อนกระบี่ในร่างกายและพัฒนาความแข็งแรงโดยเร็วที่สุด  (จุดฝังเข็มขอเปลี่ยนเป็นจุดชีพจร)

 

ในโลกของผู้ฝึกยุทธ์ มีเพียงผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถปกป้องตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นได้

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อจี้เทียนซิงสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่ทั้งสองสายในร่าง สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปจนเผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่ลึกซึ้งและดูตื่นตระหนก

 

“มารดามันเถอะ ! เมื่อคืนนี้ข้าควบแน่นปราณกระบี่ได้สองเล่มในร่างแล้ว ทำไมตอนนี้เหลือเพียงหนึ่ง ?”

เมื่อคืนชายหนุ่มฝึกฝนอย่างหนักตลอดทั้งคืนเพื่อควบแน่นปราณกระบี่สองเล่มไว้ที่จุดชีพจรฮุ้ยจงที่แขนขวา และอีกจุดหนึ่งอยู่ที่จุดชีพจรหยางชื่อด้านหลัง

 

ตอนนี้ปราณกระบี่ในจุดชีพจรฮุ้ยจงยังคงอยู่ แต่ปราณกระบี่ในจุดชีพจรหยางชื่อกลับหายไปแล้ว

 

จี้เทียนซิงทั้งหดหู่และงงงวย

เขาขมวดคิ้วและขบคิดอยู่เป็นเวลานานและจู่ๆก็นึกถึงภาพโลหิตที่ไหลซึมตรงหน้าอกของกู่เฮาหลังการตายของมัน

 

ในตอนนั้นข้าซัดฝ่ามือในหน้าอกซ้ายของมันและเกิดบาดแผลขึ้นที่หน้าอกซ้าย  ใช่แล้ว หัวใจของมันได้รับความเสียหายนั่นเอง”

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ดวงตาของจี้เทียนซิงก็ทอประกายสว่างขึ้นและคาดเดาสาเหตุได้ทันที

 

"ข้าเข้าใจแล้ว ! สิ่งที่ทำให้กู่เฮาตายก็คือปราณกระบี่ของข้านี่เอง !”

“ไม่แปลกที่มันตกตายลงหลังจากรับฝ่ามือของข้าเข้าไป ! คิดไม่ถึงว่าปราณกระบี่ที่ข้าควบแน่นเอาไว้จะหนาแน่นและทรงพลังเพียงนี้ !”

จี้เทียนซิงตระหนักเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว อารมณ์ของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

 

“มีเพียงความแข็งแกร่งของเขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงเท่านั้นที่สามารถปลดปล่อยพลังต้นกำเนิดแท้จริงออกจากร่างกายไปเพิ่มพลังโจมตีได้  ไม่คิดเลยว่าแม้ข้าจะมีพลังเพียงแค่ปรับแต่งกายาขั้นที่สามก็สามารถสังหารผู้คนได้ด้วยปราณกระบี่ในแนวทางเดียวกันกับพลังต้นกำเนิดของเขตแดนต้นกำเนิดแท้จริง  ! วิถีดวงใจกระบี่นี่ช่างยอดเยี่ยมนัก มันทรงพลังเกินไปแล้ว !”

“ตอนนี้ข้าเพียงแค่ควบแน่นปราณกระบี่ หากวันข้างหน้าข้าประสบความสำเร็จในการควบแน่นตัวอ่อนกระบี่มันจะทรงพลังแค่ไหนกันนะ ?  ข้าว่ามันคงไม่ด้อยไปกว่าเขตแดนต้นกำเนิดแท้จริงเป็นแน่”

จี้เทียนซิงคลุมเครืออยู่กับความรู้สึกที่ว่า ถึงแม้วิถิดวงใจกระบี่ที่เขาฝึกปรือจะดูชั่วร้าย แต่มันก็ยังมีพลังในแนวทางเดียวกับวิชายุทธ์ดั้งเดิม !

 

หลังจากนั้นไม่นานอารมณ์ของชายหนุ่มก็สงบลง เขาเริ่มมีสมาธิในการฝึกฝนและยังคงควบแน่นปราณกระบี่ต่อไป

 

ด้วยประสบการณ์ในการควบแน่นปราณกระบี่ ทำให้ตอนนี้เขาฝึกฝนปราณกระบี่และเร่งความเร็วในการควบแน่นได้มากขึ้นเล็กน้อย

 

เขาฝึกฝนเป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนติดต่อกันและประสบความสำเร็จในการควบแน่นปราณกระบี่ห้าเล่ม !

 

ปราณกระบี่ถูกเพิ่มในจุดชีพจรฮุ้ยจงอีกครั้ง ตอนนี้เขามีปราณกระบี่ในจุดชีพจรถึงหกเส้นแล้ว

จำเป็นต้องควบแน่นปราณกระบี่ทั้ง 12 เส้นทางเพื่อควบแน่นเป็นตัวอ่อนกระบี่ บัดนี้เขาทำได้ครึ่งทางแล้ว !

 

จี้เทียนซิงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายและต้องการฝึกฝนต่อไป

แต่เขาได้ฝึกฝนมาเป็นเวลาสิบสองชั่วโมงติดต่อกัน ตอนนี้เขาทั้งอ่อนล้าและหิวโหย เขาจำเป็นต้องหยุดการบ่มเพาะ

 

ณ ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่ผู้ฝึกยุทธ์ปรับแต่งกายาขั้นที่3ที่หาได้ทั่วไปตามท้องถนน และยังอยู่ห่างไกลจากเขตแดนพลังของผู้ฝึกยุทธ์

 

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ฝึกยุทธ์ปรับแต่งกายานั้นเดิมต้องบริโภคอาหารเป็นจำนวนมากทุกวันเพื่อเสริมสร้างเลือดเนื้อและเปลี่ยนเป็นพลังลมปราณเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

 

จี้เทียนซิงเดินออกจากห้องลับและกลับไปที่ห้องของตนก็พบว่าดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว  มันส่องสว่างในตอนเช้าตรู่

 

ชายหนุ่มขอให้ฮวนเอ๋อนำอาหารจำนวนมากจากห้องอาหารเพื่อทำอาหารเช้าให้เขา

ฮวนเอ๋อทำอาหารที่ดูน่าอร่อยมาถึงเก้าชนิดทำให้บนโต๊ะของเขาเต็มไปด้วยอาหาร

 

จี้เทียนซิงชำเลืองที่โต๊ะอาหารและอดไม่ได้ที่จะมีรอยยิ้ม

“เนื้อเผ็ดร้อน, เนื้อแพะจิตวิญญาณ, เนื้อเสือดำ, และไก่วิญญาณโอสถล้วนแต่เป็นส่วนผสมสัตว์อสูรในการทำอาหารชั้นสูง”

“อาหารมื้อนี้คงมีมูลค่ามิใช่น้อย ท่านพ่อดีกับข้าอย่างมาก”

 

ฮวนเอ๋อพยักหน้าด้วยความวิตกกังวล นางกล่าว “ใช่ค่ะคุณชายใหญ่ เพื่อท่านแล้ว นายท่านไม่ได้ลดเงินเดือนของท่าน แต่กลับเพิ่มให้เป็นสองเท่าอีกด้วย”

“ผู้อาวุโสคนอื่นๆของตระกูลไม่พอใจอย่างมากกับการกระทำของคุณชาย เมื่อคืนก่อน เพื่อประโยชน์ของตระกูลกู่ พวกเขารวมหัวกันทะเลาะกับนายท่านยกใหญ่ในห้องโถง”

 

จี้เทียนซิงแสยะยิ้มและกล่าวในขณะที่กำลังกินอยู่ว่า “เหอเหอ ท่านลุงทั้งสองของข้าถูกท่านพ่อทุบตีเป็นประจำ แถมลูกๆของพวกเขาก็ยังถูกกดดันจากข้า”

“ตอนนี้ข้าโชคร้ายพลังถดถอย พวกเขาถึงได้ดูผ่อนคลาย”

 

ฮวนเอ๋อเลียริมฝีปากของนางและกล่าวต่อไปว่า "คุณชายใหญ่คะ เมื่อวานคนของตระกูลกู่มาที่ตระกูลเราและส่งเสียงเอะอะโวยวายข่มขู่ว่าจะให้ท่านต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่นายท่านก็แก้ไขสถานการณ์ไปได้ชั่วคราว"

“วันนี้ตระกูลกู่กลับมาอีกครั้ง และพาตระกูลชนชั้นสูงมาด้วยอีกสองตระกูลเพื่อช่วยเหลือพวกมันให้ร่วมมือกันกดดันนายท่าน  วันนี้นายท่านได้ต่อรองกับพวกมันไปแล้ว”

“ผู้อาวุโสทั้งสามของตระกูลเราไม่เพียงไม่ช่วยพูดให้นายท่าน แต่พวกเขายังทำท่าทีมีความสุขในความทุกข์ของผู้อื่นลับหลัง ด้วยการเจรจาให้ส่งตัวคุณชายไปชดใช้ให้ตระกูลกู่ …”

 

จี้เทียนซิงยังคงกินอาหารโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยน เห็นได้ชัดว่าเขาคาดเดาได้ถึงปฏิกิริยาของลุงทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี  เขาไม่แปลกใจหรือมีความโกรธ

 

จบบทที่ ตอนที่ 9 ปัญหานอกในรุมเร้า

คัดลอกลิงก์แล้ว