- หน้าแรก
- ยอดช่างสัก เริ่มต้นด้วยการผูกมัดแผนภาพเทพมาร
- บทที่ 25 นับถอยหลังหนึ่งนาที
บทที่ 25 นับถอยหลังหนึ่งนาที
บทที่ 25 นับถอยหลังหนึ่งนาที
บทที่ 25 นับถอยหลังหนึ่งนาที
"เฮอะ ในเมื่อคณบดีหลิวไม่คิดจะยื่นมือเข้าห้ามปราม ก็อย่าให้ถึงตอนที่นักเรียนวิทยาลัยคุณถูกอัดจนพิการ แล้ววิ่งไปร้องห่มร้องไห้ฟ้องอธิการบดีก็แล้วกัน"
เหอเทียนหมิงกอดอกแค่นเสียงเย็นชา
"เรื่องนั้นย่อมไม่เกิดขึ้นแน่นอน"
"แต่ว่า ถ้าเกิดนักเรียนของผมชนะขึ้นมาล่ะ? วิทยาลัยการต่อสู้ของพวกคุณจะไม่ขายหน้าแย่เหรอ?"
หลิวฝูเฟิงอารมณ์ดี ไม่ได้แปลว่าจะยอมให้ใครมาบีบเค้นได้ตามใจชอบ จึงตอกกลับไปทันควัน
ทั้งสองคนเพิ่งเสร็จจากการประชุมช่วงเช้า ระหว่างทางกลับบังเอิญมาเจอเหตุการณ์นี้เข้าพอดี จึงแวะดูเสียหน่อย
เทียบกับเหอเทียนหมิงแล้ว ความจริงในใจของหลิวฝูเฟิงกลับคาดหวังผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งนี้เป็นอย่างมาก!
เมื่อผนวกข้อมูลของเย่เฉินที่เขาได้รับมาจากซูมู่ก่อนหน้านี้ เข้ากับสีหน้าท่าทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเย่เฉินในตอนนี้
ทำให้ในใจของเขาอดไม่ได้ที่จะมีความคาดหวังเล็กๆ ผุดขึ้นมา
หากเย่เฉินสามารถยืนหยัดได้ครบหนึ่งนาทีจริงๆ วิทยาลัยสายสนับสนุนจะต้องล้างอายได้สำเร็จแน่
หรือถอยออกมาสักหมื่นก้าว ต่อให้เย่เฉินทนไม่ถึงหนึ่งนาที การที่วิทยาลัยการต่อสู้ใช้คนมากรังแกคนน้อยก็ไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจอะไร ส่วนเรื่องความปลอดภัย มีเขาอยู่ตรงนี้ จะปล่อยให้เย่เฉินตกอยู่ในอันตรายจริงๆ ได้อย่างไร
เย่เฉินเพิ่งอยู่ปีหนึ่ง
ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกเยอะ!
ภายนอกวิทยาลัยการต่อสู้
เย่เฉินและซูมู่ที่เดินจูงมือกันปรากฏตัวขึ้น ทำเอานักศึกษาชายในที่นั้นตาแดงก่ำด้วยความอิจฉา
เทพธิดาของพวกเขาถูกไอ้ขยะจากวิทยาลัยสายสนับสนุนคาบไปรับประทานเสียแล้ว
เดิมทีก็ขัดหูขัดตาไอ้หมอนี่อยู่แล้ว ตอนนี้ยังกล้ามาโอบกอดดาวโรงเรียนอย่างเปิดเผย ช่างรนหาที่ตายชัดๆ
ค่าความโกรธของคนในวิทยาลัยการต่อสู้พุ่งทะลุปรอททันที
"เย่เฉิน แกกำลังดูถูกคนของวิทยาลัยการต่อสู้พวกเราอยู่ใช่ไหม!"
"อย่าว่าแต่หนึ่งนาทีเลย ถ้าสามสิบวินาทีฉันยังทำให้แกลงไปกองกับพื้นไม่ได้ ก็ถือว่าฉันขายหน้าแล้ว!"
"ราคาคุยโตเกินไปไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะเย่เฉิน เมื่อก่อนฉันยังนึกว่าแกพอจะมีสมองอยู่บ้าง แต่ดูจากตอนนี้ นอกจากจะเป็นขยะแล้ว สมองยังดูไม่ค่อยดีอีกด้วย!"
สิ้นเสียง ก็มีคนพุ่งตัวเข้ามาทันที
"งั้นก็ดี เริ่มนับถอยหลังหนึ่งนาทีได้เลย!"
เย่เฉินปล่อยมือซูมู่ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
ซูมู่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทันที แล้วกดปุ่มจับเวลา
"ลูกพี่ซ่ง พวกเราเอาไงดี?"
ซ่งอวี้ในตอนนี้ยังคงวางมาดเป็นสุภาพบุรุษผู้สง่างาม เพียงแต่ความอาฆาตที่เล็ดลอดออกมาจากแววตาได้เปิดเผยธาตุแท้ของเขา
นับตั้งแต่เย่เฉินจูงมือซูมู่ปรากฏตัว เขาก็ไม่เคยสงบใจลงได้เลย เพียงแต่ติดที่สถานะ จึงไม่สามารถระเบิดอารมณ์ออกมาได้ทันทีก็เท่านั้น
บรรดาลูกสมุนที่ยืนอยู่ข้างกายเขา ต่างพากันกระตือรือร้นอยากลองของ
"ไปซะ จัดการมันให้พิการ!"
"ไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นมีไพ่ตายอะไร ถ้าท่าไม่ดีก็ใช้สิ่งที่พวกแกถนัด เข้าใจไหม?"
"ถ้าซูมู่คิดจะหาเรื่องพวกแกจริงๆ ฉันจะช่วยกันออกให้เอง!"
"หลังจบงานนี้ ฉันรับรองว่าพอเรียนจบพวกแกจะได้เข้าร่วมกับตระกูลซ่ง เผลอๆ อาจจะมีโอกาสได้เข้าถึงตระกูลซูด้วย เข้าใจแล้วใช่ไหม?"
ซ่งอวี้กระซิบสั่งการ
บรรดาลูกสมุนที่อยู่รอบตัวเขา ต่างเผยสีหน้าดีใจออกมาทันที
พวกมันเหมือนหมาบ้าที่หลุดจากโซ่ตรวน พากันกรูเข้าไปร่วมวงต่อสู้
ในสนามต่อสู้ เย่เฉินพลิ้วไหวราวกับผีเสื้อบินวนเวียนอยู่ในหมู่บุปผา
ทักษะการต่อสู้ที่เรียนรู้มาจากชาติก่อน ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในเวลานี้
และในขณะนี้ บนหน้าต่างระบบ คูลดาวน์ของ 【การเสริมพลังซิงโครไนซ์】 ได้สิ้นสุดลงแล้ว!
เขาเปิดใช้งาน 【การเสริมพลังซิงโครไนซ์】 ในทันที!
ส่วนเป้าหมายที่เลือก ย่อมเป็นซูมู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ นั่นเอง!
เพื่อไม่ให้คนอื่นในที่เกิดเหตุจับได้ว่าเขาสามารถใช้ความสามารถของซูมู่ได้
เย่เฉินในตอนนี้จึงเลือกดึงมาใช้เพียงแค่ค่าสถานะพละกำลังและความว่องไวของซูมู่เท่านั้น!
บวกกับส่วนที่เป็นของเขาเองอยู่แล้ว การเผชิญหน้ากับคนพวกนี้ ก็เพียงพอให้เขาหลบหลีกการโจมตีทั้งหมดได้!
เมื่อผสานเข้ากับทักษะที่ติดตัวมาจากชาติก่อน อย่าว่าแต่สามสิบคนเลย ต่อให้มาห้าสิบคน เขาก็เชื่อมั่นว่าตัวเองสามารถยืนหยัดได้ครบหนึ่งนาที!
ผู้คนที่มามุงดูการต่อสู้ ต่างมองเย่เฉินที่กำลังกระโดดหลบไปมากลางวงล้อมด้วยสีหน้าราวกับเห็นผี
"เย่เฉินคนนี้ ไปเก่งกาจขนาดนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"เก่งกะผีอะไรล่ะ พวกนายไม่สังเกตเหรอ คนรุมเข้าไปตั้งเยอะ แต่พอแต่ละคนจะลงมือ ก็จะถูกคนอื่นขวางทางไว้ตลอด?"
"หรือว่า การประลองครั้งนี้ เย่เฉินจะชนะจริงๆ?"
คนเหล่านี้มองดูเย่เฉินในตอนนี้
มีทั้งคนที่ประหลาดใจ คนที่ชื่นชมจากใจจริง และแน่นอนว่ายังมีคนที่แค่นเสียงดูถูก!
"ฉันว่าเขาคิดมาดีแล้วว่าจะสู้แบบหนึ่งต่อหลายคน พวกนายดูสิ พอคนเยอะเข้า จริงๆ แล้วแต่ละคนกลับไม่สะดวกที่จะออกอาวุธเต็มที่!"
"ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าต้องระวังไม่ให้การโจมตีของตัวเองไปโดนพวกเดียวกันเองอีก!"
"ถ้าสู้ตัวต่อตัวจริงๆ เกรงว่าต่อให้เย่เฉินจะพลิ้วแค่ไหน ก็คงหนีไปไหนไม่รอดหรอก! ไม่ต้องถึง 30 วินาที ป่านนี้คงลงไปนอนเป็นศพอยู่บนพื้นแล้ว!"
ไม่นานนัก ก็มีคนดูออกว่าทำไมเย่เฉินถึงเสนอตัวสู้แบบหนึ่งต่อหลายคน
ซึ่งความคิดของเย่เฉินก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
สถานการณ์ในสนามตอนนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์จุดนี้ได้ดี
คนหลายสิบคน รุมโจมตีคนคนเดียว
มันมีข้อจำกัดมากเกินไป ทำให้พวกเขาไม่สามารถแสดงฝีมือออกมาได้อย่างเต็มที่
และในขณะที่เวลาหนึ่งนาทีใกล้จะหมดลง
คนของซ่งอวี้ก็สบตากันในฝูงชน
แทบจะในพริบตาเดียว ก็มีคนแอบซ่อนกายอย่างลับๆ ถึงขั้นหยิบอาวุธที่ส่องแสงเย็นยะเยือกออกมา!
และสิ่งที่ตามมาติดๆ คือความหนาวเหน็บที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งล็อกเป้าพวกเขาแต่ละคนไว้อย่างแม่นยำ
เสียงของซูมู่ที่เย็นยะเยือกไปถึงกระดูกดังขึ้นที่ข้างหูของพวกเขา
"ฉันบอกแล้วไง ว่าถ้าใครกล้าเล่นสกปรก ฉันจะสู้กับมันให้ตายกันไปข้าง!"
วินาทีต่อมา เสาน้ำแข็งผุดขึ้นมาจากใต้เท้าของพวกเขา และแช่แข็งพวกเขาไว้ในทันที!
เสาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมากลางสนาม ย่อมทำให้คนอื่นออกอาวุธได้ยากลำบากยิ่งขึ้น
แต่เพราะซูมู่ได้ประกาศไว้ก่อนเริ่มแล้วว่าจะจัดการคนที่ลอบกัด คนอื่นๆ จึงพูดอะไรไม่ออก
โดยเฉพาะคนที่เหลืออยู่ แทบทั้งหมดล้วนเป็นผู้ตามจีบซูมู่
ย่อมไม่อยากให้ซูมู่มองตนในแง่ร้ายเพราะเรื่องนี้!
หลังจากลงมือแช่แข็งพวกที่แอบใช้ความสามารถโดยพลการจนหมดแล้ว สายตาของซูมู่ก็มองไปทางซ่งอวี้
"ทำไมหมอนี่ยังไม่ลงมืออีก?"
เธอรู้ดีว่าคนพวกนี้คือลูกสมุนของซ่งอวี้!
การที่พวกมันกล้าทำลายกฎอย่างหน้าด้านๆ แบบนี้ เห็นชัดว่าซ่งอวี้คือผู้บงการอยู่เบื้องหลัง!
ซ่งอวี้ในตอนนี้ยังไม่หายตกตะลึงจากภาพเหตุการณ์เมื่อครู่
เขารู้จักความแข็งแกร่งของซูมู่ดี
แต่นึกไม่ถึงว่า เวลาผ่านไปแค่เดือนเดียว ความแข็งแกร่งของซูมู่จะพัฒนาไปถึงระดับนี้!
การควบคุมและการใช้งานพลังธาตุน้ำแข็ง แทบจะเทียบชั้นได้กับนักศึกษาปีสูงๆ เลยทีเดียว!
ช่องว่างระหว่างเขากับเธอ ทำไมถึงยิ่งห่างชั้นกันไปเรื่อยๆ แบบนี้?
เมื่อตั้งสติได้ สายตาของซ่งอวี้ก็ไปตกอยู่ที่เย่เฉิน
หรือจะเป็นเพราะหมอนั่น?
เขาหรี่ตาลง อาศัยจังหวะสิบกว่าวินาทีสุดท้ายของการนับถอยหลัง พุ่งเข้าโจมตีเย่เฉิน
แม้เย่เฉินจะมั่นใจว่าสามารถหลบการโจมตีของคนพวกนี้ได้
แต่ความถี่ของการโจมตีมันหนาแน่นเกินไป
พละกำลังลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว จนเขาอดไม่ได้ที่จะหอบหายใจอย่างหนัก
ในขณะที่เวลาหนึ่งนาทีกำลังจะครบ และเตรียมจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก สัญญาณเตือนภัยวิกฤตอันรุนแรงก็แล่นพล่านไปทั่วร่าง
เย่เฉินย่อตัวลงด้วยท่าทางแปลกประหลาดโดยสัญชาตญาณ
แทบจะในเวลาเดียวกัน หมัดขนาดมหึมาที่มาพร้อมกับลมปราณรุนแรงก็เฉี่ยวผ่านเหนือศีรษะเขาไป
พลังระดับนี้ แข็งแกร่งยิ่งกว่าฉินเทียนเสียอีก
อสรพิษที่ซุ่มดูอยู่ ในที่สุดก็ลงมือแล้ว