- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 354 - นิมิตวิญญาณและรอยสัก
บทที่ 354 - นิมิตวิญญาณและรอยสัก
บทที่ 354 - นิมิตวิญญาณและรอยสัก
อู๋หมิงชางเห็นดังนั้น ก็พยักหน้าให้ทุกคนเล็กน้อย รู้ว่าเป็นเพื่อนร่วมสโมสรของหลานชาย
เพียงแต่สายตาที่มองไปที่เซวียเจิ้งอิง มีความนัยแอบแฝงอยู่บ้าง
"ปู่ครับ แนะนำให้รู้จัก" อู๋เสียนดึงพี่เถียวมาข้างกาย "นี่แฟนผม และก็เป็นอาจารย์พี่ของผม แล้วก็เป็นหุ้นส่วนสโมสรด้วย"
"แฟน?" อู๋หมิงชางสีหน้าแปลกๆ
ไม่ได้มีปัญหากับเซวียหลิงหลิง แต่หลานชายสุดที่รักของเขาเพิ่งสิบแปดไม่ใช่เหรอ?
"คุณปู่... สวัสดีค่ะ" เซวียหลิงหลิงเขินอาย
"ดีๆๆ" อู๋หมิงชางยิ้มอย่างใจดี ถึงจะเร็วไปหน่อย แต่โบราณว่าไว้ ลูกหลานมีบุญวาสนาของตัวเอง "ต่อไปก็ดูแลกันดีๆ นะ เข้าใจไหม?"
อู๋เสียนยิ้มกว้าง ส่งสัญญาณให้ปู่วางใจ
จากนั้นก็แนะนำคนในสโมสรให้ปู่รู้จักคร่าวๆ โดยเน้นแนะนำเซวียเจิ้งอิงและคุนโย่วเนียงเป็นพิเศษ
ปู่ดูจะไม่มีอคติกับปีศาจต่างมิติ อันที่จริง บิ๊กๆ ทุกฝ่ายในที่นี้ก็ไม่มีใครมีอคติกับปีศาจต่างมิติเท่าไหร่
หลังจากนั้น ผู้ว่าการหยางและพรรคพวกแบ่ง [สสารต้นกำเนิดกฎเกณฑ์] เสร็จ ก็เข้ามาคุยกับปู่ทีละคน
ปู่แค่ตอบรับตามมารยาท ไม่ได้คุยอะไรมาก
"ทุกท่าน เรื่องใหญ่จบลงแล้ว ให้ทุกอย่างกลับสู่ความสงบเถอะ"
หวังเฟิงเหนียนก้าวออกมาพูดอย่างเป็นทางการ
ผู้ว่าการหยางและคนอื่นแม้จะสงสัย แต่ก็เข้าใจความหมายของหวังเฟิงเหนียน จึงไม่ได้ซักไซ้ไล่เรียงอะไร
"วันหน้าหากท่านอาวุโสอู๋มีเรื่องอะไรให้รับใช้ บอกได้เลยนะครับ"
ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง แล้วทุกคนก็ขอตัวกลับอย่างรู้ตาน
"นึกไม่ถึงว่าเจ้าหนูอู๋เสียนจะเป็นทายาทวีรชนเก่าแก่ท่านนี้" ชุยเหวินเซวียนอดทอดถอนใจไม่ได้ "มิน่าล่ะถึงได้โดดเด่นขนาดนี้"
"วีรชนอะไรกัน" อู๋หมิงชางโบกมืออย่างถ่อมตัว "ต้องขอบคุณประธานชุยที่ช่วยดูแลหลานชายผมมากกว่า"
"ท่านอาวุโสอู๋พูดเหมือนคนอื่นคนไกล" ชุยเหวินเซวียนยิ้ม "ผมก็นับเป็นครูครึ่งตัวของนังหนูหลิง เจ้าหนูอู๋เป็นศิษย์นังหนูหลิง ก็ถือว่ามีสายสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์กันอยู่ แถมเจ้าหนูอู๋ก็สร้างความดีความชอบให้เมืองเย่าหยางไว้ไม่น้อย"
นายกเทศมนตรีเฉินซื่อหลงเสริม "ผลงานของปรมาจารย์น้อยอู๋ต่อเมืองเย่าหยางเป็นที่ประจักษ์ครับ"
อู๋หมิงชางพยักหน้าเบาๆ ไม่พูดอะไรมาก
ไม่นานนัก อู๋เสียนก็พาปู่ไปเยี่ยมชมสโมสรยมโลกอย่างกระตือรือร้น
ส่วนเฉินซื่อหลงและชุยเหวินเซวียนก็เริ่มจัดการฟื้นฟูเมืองหลังสงคราม
ศึกครั้งนี้สร้างความเสียหายให้เมืองเย่าหยางไม่น้อยเลย
ทางฝั่งสโมสร หลายคนสงสัยตัวตนของปู่มาก แต่ก็รู้งานไม่ถามอะไรซี้ซั้ว
สรุปสั้นๆ คือเก่งและเทพมาก
"ไม่ต้องเกร็ง" อู๋หมิงชางเก็บกลิ่นอาย กลับกลายเป็นตาแก่ข้างบ้านที่ใจดี "คิดซะว่าเป็นผู้ใหญ่ในบ้านก็พอ วันหน้าใครสนใจฝึกร่างกาย ตาแก่คนนี้ยินดีชี้แนะให้"
"จริงเหรอครับคุณปู่อู๋? ดีจังเลย" หวางเสี่ยวชงตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
"สำรวมหน่อย" หวางเฟิงเหนียนส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
"เจ้าหนูเสี่ยวชงนี่ใช้ได้เลย น่าจะได้รับยีนดีมาจากทางย่า" อู๋หมิงชางพยักหน้าชม ก่อนจะหันไปมองเซวียเจิ้งอิง สายตามีความหมาย "ว่าแต่พี่รองตระกูลเซวียคนนี้ สนใจจะฝึกวิชาหลอมกายกับตาแก่ไหม?"
"หือ? ผมเหรอ?" เซวียเจิ้งอิงงง
อู๋เสียนฟังออกทันทีว่าปู่หมายถึงอะไร นี่คือคิดจะรับศิษย์
แถมไม่ใช่แค่ชี้แนะธรรมดา แต่กะจะถ่ายทอดวิชาให้หมดเปลือก
"ปู่ครับ ปู่อาจจะไม่รู้สถานการณ์ของพี่รอง พี่รองเขาโดยกำเนิด..."
อู๋เสียนกำลังจะอธิบายเรื่องร่างกายพิเศษของเซวียเจิ้งอิง
แต่ปู่กลับพูดเรียบๆ ว่า "ปู่รู้อยู่แล้ว"
"ปู่รู้?" อู๋เสียนตกใจ
หวังเฟิงเหนียนยิ้มพูดแทรก "ก็เพราะรู้น่ะสิ ถึงได้เหมาะจะสืบทอดวิชาของท่านหัวหน้า"
"หมายความว่าไงครับ?" อู๋เสียนงงหนัก "ร่างกายพิเศษของพี่รองมีผลดีกับการฝึกร่างกายด้วยเหรอ?"
อู๋หมิงชางยิ้มเรียบๆ "เป็นไปได้ไหมว่า ปู่กับเขามีร่างกายแบบเดียวกัน?"
"หา?" อู๋เสียนอึ้งกิมกี่
อะไรนะ?
ปู่อู๋หมิงชางก็เป็น "กายาเต๋าโดยกำเนิด" เหมือนกัน?
"มีแต่คนที่มีร่างกายแบบพวกเราเท่านั้น ที่จะมีโอกาสฝึกฝนวิชาหลอมกายด้วยพลังวิญญาณจนถึงขีดสุด" อู๋หมิงชางถามอีกครั้ง "ว่าไง สนใจลองดูไหม?"
เซวียเจิ้งอิงตกอยู่ในห้วงความคิด "แต่ว่าผู้น้อย..."
"วิชาหลอมกายด้วยพลังวิญญาณอาจช่วยให้เจ้ากดข่ม หรือกระทั่งควบคุมพลังของแมงมุมตัวนั้นได้อย่างสมบูรณ์ เผลอๆ อาจเปลี่ยนให้เป็นข้อได้เปรียบโดยธรรมชาติด้วยซ้ำ" อู๋หมิงชางรู้ดีว่าเซวียเจิ้งอิงกังวลเรื่องอะไร
"จริงเหรอครับ?" เซวียเจิ้งอิงตาเป็นประกาย
อู๋หมิงชางยิ้ม พลังวิญญาณไหลเวียน ร่างกายเผยให้เห็น [นิมิตวิญญาณ] ที่มีลวดลายโครงร่างคล้ายเสือโคร่งอันน่าเกรงขามอีกครั้ง อธิบายว่า "นี่คือนิมิตวิญญาณที่เกิดจากวงจรพลังงานหลังฝึกกายภาพถึงระดับสิบ เป็นวิธีที่ผู้บำเพ็ญกายอย่างพวกเราใช้แสวงหาพลังกฎเกณฑ์ หากเจ้าใช้พลังจากโลกแมลงในตัวมาสร้างนิมิตวิญญาณของตัวเอง อาจจะบรรลุผลลัพธ์แบบเดียวกับพวกเด็กๆ ที่สักลายพวกนั้นได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง"
ได้ยินดังนั้น เซวียเจิ้งอิงตาลุกวาว "แต่ทางผู้ควบคุมภูต..."
"ไม่มีผลกระทบ" อู๋หมิงชางยิ้ม "ผู้บำเพ็ญกายก็ควบคุมม้วนภาพได้เหมือนกัน แค่พอถึงระดับหนึ่ง ม้วนภาพทั่วไปจะกลายเป็นภาระ เสียเวลาร่ายรำ สู้กระโดดถีบเปรี้ยงเดียวจบไม่ได้"
พูดจบ ก็ปล่อยเสือโคร่งที่มีอานุภาพกดดันมหาศาลออกมา ตัวนี้คือพยัคฆ์เทพพิทักษ์เรือนที่อู๋เสียนทำให้ปู่ตอนนู้น
แม้จะเป็นแค่แกนทองแดงเจ็ดดาว แต่ตอนนี้กลิ่นอายของพยัคฆ์เทพตัวนี้กลับดุดันจนน่าเหลือเชื่อ
มองจากออร่า น่ากลัวยิ่งกว่าเทพนักษัตรเหว่ยฮั่วที่เป็นหนึ่งในยี่สิบแปดนักษัตรเสียอีก
จนอู๋เสียนที่เป็นคนสร้างเองกับมือยังเริ่มสงสัยว่านี่ใช่ผลงานตัวเองหรือเปล่า "ปู่ครับ นี่มัน...?"
"หลานก็เห็น นิมิตวิญญาณของปู่ก็เป็นเสือ เหมือนกัน เลยเข้ากันได้ดีกับม้วนภาพสายเสือในแง่ของพรสวรรค์การหลอมกาย" อู๋หมิงชางอธิบาย
"พรสวรรค์การหลอมกาย?" อู๋เสียนและทุกคนงง
หวังเฟิงเหนียนยิ้มอธิบาย "หลังจากผู้บำเพ็ญกายสร้างนิมิตวิญญาณสำเร็จ จะก่อให้เกิดคุณสมบัติพรสวรรค์ที่ทรงพลัง เป็นคุณสมบัติพรสวรรค์ที่ส่งผลต่อตัวมนุษย์เอง"
ได้ยินดังนั้น ทุกคนก็ทึ่ง สนใจวิถีผู้บำเพ็ญกายขึ้นมาทันที
แต่อู๋เสียนกลับเริ่มจับทางอะไรได้บางอย่าง
[นิมิตวิญญาณ] ของผู้บำเพ็ญกาย ดูเหมือนจะมีจุดร่วมบางอย่างกับภูตภาพวาดม้วนภาพ
พูดง่ายๆ ไม่ใช่ว่าผู้บำเพ็ญกายใช้ม้วนภาพไม่ได้ แต่เมื่อฝึกกายภาพถึงระดับหนึ่ง ความแกร่งของม้วนภาพทั่วไปจะตามความเก่งของร่างกายไม่ทัน
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ เพราะการผูกขาดวัสดุแกนดำของโลกเบื้องบน ทำให้การพัฒนาม้วนภาพถูกจำกัด
เพราะผู้บำเพ็ญกายระดับสิบก็เทียบเท่ากับม้วนภาพแกนดำในร่างมนุษย์แล้ว แถมยังเป็นแบบเลเวลเต็ม
แต่ในปัจจุบัน ม้วนภาพแกนดำในโลกเบื้องล่างนั้นหาได้ยากยิ่ง
"แต่ว่าหลังจากทำม้วนภาพสักลายบนตัวแล้ว ดูเหมือนจะใช้ม้วนภาพปกติไม่ได้นะครับ?" เซวียเจิ้งอิงถามจุดสำคัญ
"ไม่ๆๆ นั่นเป็นเพราะหนทางฝึกตนของพวกเขเพิ่งจะเริ่มต้น พลังของตัวเองกับรอยสักม้วนภาพยังไม่ผสานกันสมบูรณ์" อู๋หมิงชางอธิบาย "แต่เจ้าต่างออกไป ขอแค่เจ้าตามข้าฝึกวิชาหลอมกาย นิมิตวิญญาณในอนาคตจะไม่มีข้อบกพร่องนี้"
มาถึงตรงนี้ อู๋เสียนและทุกคนก็เข้าใจแจ่มแจ้ง
[นิมิตวิญญาณ] ของผู้บำเพ็ญกาย จริงๆ แล้วก็คือร่างสมบูรณ์ในอนาคตของการฝึกตนของนักรบรอยสัก
"เข้าใจแล้ว การฝึกกายภาพกับการฝึกม้วนภาพรอยสัก โดยเนื้อแท้แล้วคือเส้นทางการฝึกเดียวกัน?" อู๋เสียนบรรลุ
"จะเข้าใจแบบนั้นก็ได้" อู๋หมิงชางพยักหน้า "แต่ม้วนภาพรอยสักก็มีข้อดีของมัน"
(จบแล้ว)