- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 46 - รอยลิขิตและแม่ทัพตัวต่อ
บทที่ 46 - รอยลิขิตและแม่ทัพตัวต่อ
บทที่ 46 - รอยลิขิตและแม่ทัพตัวต่อ
"ฉีกอกภูตผีด้วยมือเปล่า?" อู๋เสียนลอบตื่นตระหนกในใจ
ต้องรู้ก่อนนะว่าโดยทั่วไปแล้วพวกภูตผีจะมีร่างกายเป็นวิญญาณ ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่อการโจมตีทางกายภาพสูงมากโดยธรรมชาติ
การฉีกอกภูตผีด้วยมือเปล่าแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ด้วยพลังวิญญาณเพียงอย่างเดียว
"ใช่ครับ มันเหลือเชื่อมาก! พวกจางหน้าปรุต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่" จ้าวเหอทำหน้าจริงจัง "ผมเลยให้พี่น้องคอยจับตาดูอยู่ไม่กี่วัน ก็พบว่าพวกมันชอบไปที่ที่หนึ่งบ่อยๆ แต่พวกเราไม่กล้าเข้าไปดูให้แน่ชัด"
"ที่ไหน?"
"แถวปากทางเข้าตรอกหนูในเขตถนนเหนือครับ"
อู๋เสียนจดจำสถานที่นี้ไว้เงียบๆ แล้วบอกให้จ้าวเหอกับพวกแยกย้ายกันกลับไป
บอกได้แค่ว่าตู้กออีฝานพูดถูก เขตถนนเหนือนี่เสือหมอบมังกรซ่อนจริงๆ มีคนร้อยพ่อพันแม่
ไม่นึกว่าจะมีคนทำเรื่องเหลือเชื่ออย่างการผสานสสารวิญญาณเข้ากับร่างกายมนุษย์ได้ ไม่รู้ว่าทำได้ยังไงกันนะ?
เขาไขกุญแจเข้าบ้าน
ปู่ยังคงออกไปเดินเล่นข้างนอกตามประสาคนเกษียณสำราญ
หลังจากกินอะไรรองท้องง่ายๆ เขาก็เริ่ม "เผาผลาญ" วัสดุต่างๆ เพื่อกลั่นและยกระดับแผนภาพเทพวิญญาณ
วัสดุที่มีสสารวิญญาณหายากมูลค่ากว่าล้านหยวนถูกทุ่มลงไป ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่าๆ ก็ถูกแผนภาพเทพประจำตัวดูดซับและกลั่นกรองจนหมดเกลี้ยงแบบอัตโนมัติ
ในระหว่างกระบวนการกลั่นกรอง ดูเหมือนว่าม้วนภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภจะเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
เขารีบนำม้วนภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภออกมาจากแผนภาพเทพ แกนภาพสีเลือดดูประณีตงดงามขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ภายในแกนภาพมีลวดลายสีทองแดงซึมออกมาจากภายในสู่ภายนอก และรอบๆ ม้วนภาพก็มีแสงสีทองแดงสายหนึ่งไหลเวียนวนรอบดูตระการตามาก
"นี่คือ... อัปเกรดแล้ว?"
เขาลองเรียกเทพเจ้าแห่งโชคลาภออกมาทันที กลิ่นอายโดยรวมดูแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ
ระหว่างที่ครุ่นคิด เขาก็ล็อกอินเข้าสู่เว็บบอร์ดรวมพวกเทพเฉพาะกลุ่มนั่นอีกครั้ง ในกล่องข้อความหลังไมค์ยังมีข้อความที่พวกท่านเทพส่งมาคราวก่อน
อู๋เสียนขี้เกียจเปิดอ่าน เลยตั้งกระทู้ใหม่ถามตรงๆ ว่า "แกนชีวิตสีเลือดไม่มีการแบ่งระดับขั้นที่ชัดเจนใช่ไหม?"
กระทู้เพิ่งโพสต์ไปไม่นาน ก็ได้รับคำตอบอันอบอุ่นจากเหล่าท่านเทพ
เฒ่าโจวทะเลเหนือ: "มาแล้วๆ ไอ้นักต้มตุ๋นนี่มาอีกแล้ว!"
สี่รุ่นสืบสาน: "ใจศรัทธา ฟ้าดินรับรู้? ท่านเล่นแบบนี้สนุกมากไหม?"
หมัดทลายภูผา: "กล้ามาปั่นหัวพวกเราถึงที่ วันนี้ต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง!"
ข้าหยิ่งแล้วไง: "เลิกเล่นมุกทำทรงลึกลับได้แล้ว แน่จริงลงรูปสิโว้ย!"
เฒ่าโจวทะเลเหนือ: "คิดว่าพวกเราคนแก่หลอกง่ายหรือไง?"
โดนรุมสวดชุดใหญ่ตั้งแต่เปิดตัว อู๋เสียนถึงกับไปไม่เป็น ดูท่าถ้าไม่โชว์ของสักหน่อย คงยากที่จะล้วงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้
เขาจึงถ่ายรูปม้วนภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภแบบส่งๆ แล้วโพสต์ลงในกระทู้ พร้อมแคปชันว่า "???"
พอรูปถูกโพสต์ลงไป ท่าทีของพวกท่านเทพก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที
หมัดทลายภูผา: "เชี่ย ม้วนภาพวิถีโบราณของจริง?!"
ข้าหยิ่งแล้วไง: "ขอทราบชื่อแซ่ท่านเทพได้ไหมครับ?"
เฒ่าโจวทะเลเหนือ: "เมื่อกี้ผมเสียงดังไปหน่อย ผู้อาวุโสอย่าถือสา ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ~!"
สี่รุ่นสืบสาน: "เพิ่งควบรวมได้หนึ่งรอยลิขิตเหรอ? สงสัยเพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน ดูไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่น่าใช่คนรุ่นเก่า น่าจะเป็นเด็กหนุ่มที่โชคหล่นทับมากกว่า"
เฒ่าโจวทะเลเหนือ: "มีเหตุผล!"
ข้าหยิ่งแล้วไง: "รุ่นน้องสายไหนเนี่ย? สนใจมาเติบโตที่สำนักเติงเฟิงไหม? เดี๋ยวเฮียเปิดทางสะดวกให้"
หมัดทลายภูผา: "หลังไมค์ครับหลังไมค์ มีของสมนาคุณอย่างงาม~!"
สี่รุ่นสืบสาน: "พ่อหนุ่มเชื่อในพรหมลิขิตไหม?"
ข้าหยิ่งแล้วไง: "เวรเอ๊ย หนีไปอีกแล้ว!"
เห็นอู๋เสียนออฟไลน์หนีไป พวกท่านเทพแทบจะคลั่งตาย
ส่วนอู๋เสียนในตอนนี้กำลังจ้องมองแสงสีทองแดงที่ไหลเวียนบนแกนชีวิตสีเลือดอย่างครุ่นคิด "สรุปว่าม้วนภาพวิถีโบราณแบ่งระดับกันด้วยสิ่งที่เรียกว่า 'รอยลิขิต' สินะ?"
ยังไงซะคนแก่ก็อาบน้ำร้อนมาก่อน ความรู้แน่นจริงๆ
มีม้วนภาพวิถีโบราณอยู่ในมือ วันหลังค่อยมาตกเบ็ดหลอกถามข้อมูลพวกท่านเทพอีกก็ได้
"ได้ใบอนุญาตมาแล้ว ก็ควรไปหาความรู้เพิ่มเติมในบอร์ดจิตรกรม้วนภาพหน่อย"
เขาหยิบใบอนุญาตจิตรกรม้วนภาพฝึกหัดออกมา ใช้หมายเลขบนใบอนุญาตสมัครสมาชิกและล็อกอินเข้าสู่บอร์ดจิตรกรม้วนภาพ
โลกใบใหม่เปิดออกต้อนรับเขา
แม้ข้อมูลในบอร์ดจะสะเปะสะปะ แน่นอนว่าเทียบไม่ได้กับการเรียนการสอนที่เป็นระบบในโรงเรียนศิลปะ แต่สำหรับอู๋เสียนแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
เพราะสิ่งที่เขาขาดคือความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอาชีพจิตรกรม้วนภาพ และเกร็ดความรู้พื้นฐานบางอย่าง
ตลอดหลายวันต่อมา อู๋เสียนขลุกอยู่แต่ในบอร์ดจิตรกรม้วนภาพ
เขาไม่ตั้งกระทู้ แต่ไล่อ่านกระทู้อย่างบ้าคลั่ง ดูดซับความรู้ราวกับฟองน้ำ
ยิ่งเข้าใจอาชีพจิตรกรม้วนภาพลึกซึ้งขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตระหนักถึงความเก่งกาจของอาจารย์พี่ที่เป็นถึงจิตรกรจากสำนักวิญญาณมากขึ้นเท่านั้น
แน่นอนว่าเรื่องการฝึกฝนพลังวิญญาณเขาก็ไม่ได้ละทิ้ง
ด้วยการสนับสนุนจากต้นกุ้ยฮวาและน้ำยาเร่งพลังวิญญาณ พลังวิญญาณของเขาเลื่อนระดับขึ้นสู่ขั้นสามได้อย่างราบรื่น ปริมาณพลังวิญญาณเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สมรรถภาพร่างกายก็ได้รับการยกระดับขึ้นไม่น้อย
ภายในบ้านใหม่ที่อบอุ่น กฎเกณฑ์ฟ้าดินค่อยๆ ก่อตัวรวมกัน
"กระดาษวาดภาพเกรดพรีเมียมแผ่นละสามพันนี่มันต่างกันจริงๆ แฮะ~!"
กระดาษวิญญาณแบ่งออกเป็นเกรด ดี เยี่ยม ยอดเยี่ยม และ พิเศษ ยิ่งคุณภาพสูง ก็ยิ่งรองรับค่าพลังได้มาก กระบวนการผสานระหว่าง "ระบบ" และ "ฮาร์ดแวร์" ก็จะยิ่งเสถียร
ยิ่งเป็นม้วนภาพที่ซับซ้อนและระดับสูง ก็ยิ่งต้องการกระดาษคุณภาพสูง
ที่สำคัญที่สุดคือ ตัวกระดาษคุณภาพสูงเองก็มีค่าพลังและพลังวิญญาณที่สูงมากในตัว ซึ่งจะช่วยยกระดับเลเวลเริ่มต้นของภูตภาพวาดได้ในระดับหนึ่ง
ตามทฤษฎีแล้ว ขีดจำกัดของกระดาษเกรดพรีเมียมคือภูตภาพวาดสามดาว แต่ในขั้นตอนการปฏิบัติจริง ยากที่จะรักษาค่าพลังและพลังวิญญาณเหล่านั้นไว้ได้สมบูรณ์
จะรักษาไว้ได้มากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของจิตรกรม้วนภาพแล้ว
บนกระดาษวาดภาพที่ส่องแสงวิญญาณระยิบระยับ รูปร่างของตัวต่อยักษ์ในรูปแบบกึ่งมนุษย์ค่อยๆ ปรากฏขึ้น มีลวดลายสีดำ เหลือง และน้ำตาลสลับกัน ด้านหลังมีปีกใสพับเก็บอยู่ บนหัวมีหนวดคู่น่าขนลุก ปากดูดน่ากลัว ข้อต่อขาแข็งแรง และเหล็กในที่หางส่องประกายเย็นยะเยือก ในมือถือสวิงจับแมลงที่ดูคล้ายธงเรียกวิญญาณ
รูปลักษณ์โดยรวมดูมืดมนน่าสยดสยอง รับรองว่าเป็นสไตล์ที่อาจารย์พี่ต้องชอบแน่ๆ
ในแผนภาพเทพสิบขุนพลยมทูตในห้วงจิตสำนึก เงาร่างของแม่ทัพตัวต่อค่อยๆ สว่างขึ้น
กระดาษวาดภาพตรงหน้าถูกพลังแห่งกฎเกณฑ์ล็อกเป้า แสงศักดิ์สิทธิ์สาดส่อง แกนภาพสีเงินค่อยๆ ก่อตัวขึ้น สายใยแสงสีทองถักทอเป็นเส้นด้ายบินว่อน ปักขอบสีทองให้แก่ม้วนภาพ
[แม่ทัพตัวต่อ]
ประเภท: ต้นฉบับ (ขอบปักดิ้นทอง)
ระดับ: แกนเงิน
ภูตภาพวาด: ★★
ค่าพลัง: 53
คุณสมบัติพรสวรรค์: เข็มพิษกลืนวิญญาณ จับวิญญาณล่าเงา
"จุ๊ๆ พอใช้วัสดุดีๆ แล้วมันต่างกันจริงๆ"
อู๋เสียนพอใจกับผลงานแม่ทัพตัวต่อชิ้นนี้มาก
วัสดุเผ่าแมลงระดับสี่ ผสมกับสสารวิญญาณหายากอีกหลายชนิด สีชุดนี้ของแม่ทัพตัวต่อถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซของอู๋เสียนในตอนนี้เลยทีเดียว
ส่วนในด้านกระดาษเกรดพรีเมียม สามารถรักษาระดับภูตภาพวาดไว้ได้ที่สองดาวก็ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมแล้ว
"วันหลังต้องหาของดีๆ มาทำใหม่ให้ยมทูตขาวดำบ้างแล้ว"
ขณะที่กำลังคิดว่าจะพาแม่ทัพตัวต่อ ไปบินเล่นในดันเจี้ยนเผ่าแมลง โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
"อ้อ ใช่" อู๋เสียนตบหน้าผากตัวเอง "เกือบลืมเรื่องงานการไปเลย!"
เสียงตื่นเต้นของพี่ชายถังเปิงดังมาจากปลายสาย "น้องรัก งานมอเตอร์โชว์ใกล้เริ่มแล้ว รีบมาเร็ว!"
"ได้ครับ"
วางสายแล้วเขาก็รีบออกจากบ้าน
เพิ่งก้าวขาพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงบ่นดังมาจากแถวถังขยะหน้าบ้าน
"อะไรวะเนี่ย? นึกว่ามีคนมาอยู่แล้วจะมีของดีซะอีก ทำไมไม่มีขยะมีค่าเลยสักชิ้น?"
"สงสัยจะเป็นผู้ควบคุมภูตไส้แห้งอีกคนมั้ง เซ็งเป็ด ไปเถอะ ไปเถอะ"
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังบ่น ก็สบตาเข้ากับอู๋เสียนพอดี แววตาที่กระอักกระอ่วนแฝงไปด้วยความตกใจ
บรรยากาศดูน่าอึดอัดเล็กน้อย
อู๋เสียนจำทั้งสองคนได้ พวกเขาคือลูกน้องของจางหน้าปรุ จึงเอ่ยทักทายอย่างขำๆ "ไม่เห็นพี่จางหน้าปรุเลยช่วงนี้ ไปรวยอยู่ที่ไหนเหรอครับ?"
"ละ... ลูกพี่... ไม่ต้องเก็บขยะแล้ว"
ลูกน้องทั้งสองตอบอึกๆ อักๆ ตัวสั่นงันงก
"มิน่าล่ะ" อู๋เสียนถือโอกาสสืบข่าว "จะว่าไป ผมเห็นการดัดแปลงร่างกายของพวกพี่แล้วดูเจ๋งดีนะ ใครทำให้เหรอครับ? ช่วยแนะนำให้หน่อยได้ไหม ผมสนใจอยู่เหมือนกัน"
"ดัดแปลงร่างกายอะไร? นั่นมันศิลปะม้วนภาพร่างกายมนุษย์ต่างหาก!"
ลูกน้องทั้งสองดูจะซีเรียสกับคำนี้มาก รวบรวมความกล้าเถียงกลับอู๋เสียน
(จบแล้ว)