- หน้าแรก
- ในเมื่อจนนักก็วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภขึ้นมาซะเลย
- บทที่ 8 - สินเชื่อม้วนภาพ
บทที่ 8 - สินเชื่อม้วนภาพ
บทที่ 8 - สินเชื่อม้วนภาพ
"เรื่องข้อมูล เถียวเถียวกำลังศึกษาอยู่พอดี ให้ส่งให้นายชุดหนึ่งก็ได้" ถังเจิ้งหงครุ่นคิดสักพัก "นอกจากนี้ฉันจะจ่ายเพิ่มให้อีกสองล้านเหรียญวิญญาณ พ่อหนุ่มพอใจไหม"
"แน่นอนครับ" อู๋เสียนตอบทันควัน
เทียบกับเงินสองล้าน เขาอยากได้ความรู้พื้นฐานม้วนภาพสายเครื่องจักรมากกว่า
แต่เงินก้อนโตสองล้านใครจะไม่ชอบล่ะ จริงไหม?
ครู่ต่อมา ถังเถียวเถียวก็ส่งข้อมูลเข้ามือถืออู๋เสียนพร้อมกับคุยเล่นไปด้วย ยอดโอนสองล้านตามมาติดๆ
วินาทีที่เงินเข้าบัญชี อู๋เสียนสัมผัสได้เลยว่าไอโชคลาภของเทพเจ้าแห่งโชคลาภในม้วนภาพพุ่งสูงขึ้น แม้แต่ระดับภูตภาพวาดก็ขยับขึ้นเป็นสองดาวครึ่ง
ส่งครอบครัวถังเถียวเถียวกลับไปแล้ว อู๋เสียนยังใจเต้นไม่หาย
"นี่สินะความรู้สึกของการเป็นเศรษฐี?"
ข้างๆ ปู่ยังคงช็อกค้างกับยอดเงินสองล้าน
นั่นมันสองล้านนะ เก็บขยะมาทั้งชีวิตยังหาไม่ได้ขนาดนี้
"ปู่ครับ เชื่อหลานสักครั้งเถอะ เราเลิกเก็บขยะกันได้ไหม?"
ปู่เงียบไปครู่หนึ่ง "เก็บก็ต้องเก็บ ถือว่าออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย"
"..."
อีกด้านหนึ่ง สามคนตระกูลถังนั่งรถออกไปแล้ว
"เป็นไงลูกสาว แบบนี้พอใจหรือยัง?" ถังเจิ้งหงถามเสียงดุๆ
ถังเถียวเถียวพยักหน้าอย่างพอใจ "จะให้ลูกน้องตัวเองเสียเปรียบได้ไง เจ้าหนูเสียนคือว่าที่ผู้ติดตามในอนาคตที่หนูเล็งไว้เชียวนะ"
"ยังไม่ได้เป็นจิตรกรม้วนภาพเต็มตัว ก็คิดเรื่องผู้ติดตามแล้วเหรอ?" ถังเปิงอดบ่นไม่ได้
"เขาเรียกว่ามองการณ์ไกลย่ะ" ถังเถียวเถียวเบ้ปาก
"สองล้าน พอให้เขาซื้อม้วนภาพสายต่อสู้ดีๆ ในท้องตลาดได้สักอัน" ถังเจิ้งหงขับรถไปพูดไป
ถังเปิงพยักหน้าเห็นด้วย "พ่อหนุ่มนั่นจิตใจใช้ได้ น่าจะกลายเป็นผู้ควบคุมภูตที่ดีได้ เสียแต่ยึดติดกับการเป็นจิตรกรม้วนภาพมากไปหน่อย"
"วัยรุ่นเลือดร้อน ไม่ยอมรับความธรรมดา เป็นเรื่องเข้าใจได้" ถังเจิ้งหงหัวเราะ "เดี๋ยวพอเจอทางตัน ก็ล้มเลิกไปเอง"
ถังเปิงยิ้มเห็นด้วย
"ถ้าเขาแตกฉานหลักการม้วนภาพเครื่องจักรได้ ก็อาจพิจารณารับเข้าทำงานในบริษัทเรา"
"รอให้แตกฉานก่อนเถอะ" ถังเปิงส่ายหน้าขำๆ "แต่จะว่าไป ไอเดียกระต่ายหยกตำยาเยี่ยมมากจริงๆ พ่อว่าเขาจะมีไอเดียอื่นที่สร้างเป็นม้วนภาพได้อีกไหม?"
ถังเจิ้งหงแค่นหัวเราะ "แกคิดว่าไอเดียม้วนภาพเป็นผักกาดขาวหรือไง?"
"ก็จริง" ถังเปิงจนแต้ม
ในสายตาพวกเขา ไอเดียม้วนภาพของอู๋เสียนก็เหมือนคนธรรมดาถูกหวย โชคดีล้วนๆ ฟลุคเจอหนูตาย
ต้องรู้ก่อนนะว่า สำหรับจิตรกรม้วนภาพ แค่คิดค้นไอเดียม้วนภาพที่ใช้งานได้จริงสักสองสามอย่างตลอดชีวิต ก็เพียงพอให้จารึกชื่อในประวัติศาสตร์แล้ว
"คิดค้นม้วนภาพมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ?" ถังเถียวเถียวสงสัย
"ยิ่งกว่ายากอีก" ถังเปิงแซว "เดี๋ยวพอเข้าโรงเรียนศิลปะ เธอจะค่อยๆ เข้าใจเอง"
ทันใดนั้น มือถือของถังเจิ้งหงก็ดังขึ้น
"สวัสดีครับ ผมถังเจิ้งหง..."
ถังเจิ้งหงรับสายตามสัญชาตญาณ สีหน้าชะงักไปก่อนจะเปลี่ยนเป็นตกตะลึงและตื่นเต้น
พวางสาย สองพี่น้องก็รีบถามด้วยความอยากรู้
"เกิดอะไรขึ้นคะ? บริษัทมีปัญหาเหรอ?"
"ฮ่าๆๆ การประมูลงานกองทัพปีนี้เราชนะเฉยเลย!" ถังเจิ้งหงหัวเราะลั่น ยังไม่อยากจะเชื่อ "ไปๆๆ รีบกลับบริษัท!"
"อะไรนะ?" ถังเปิงทั้งตกใจทั้งดีใจ "จริงเหรอพ่อ?"
"จริงสิ" ถังเจิ้งหงรู้สึกเหมือนฝันไป "ตามหลักไม่น่าถึงคิวเรา หรือว่าเจ้าอื่นเกิดปัญหาอะไรขึ้น?"
...
เนินสามหายนะ เขตถนนเหนือ
อู๋เสียนผู้กำเงินสองล้านในมือ ได้สัมผัสความเจริญของเมืองแบบ "ของจริง" เป็นครั้งแรก
มาถึงร้านขายวัสดุที่เคยมาขายของเมื่อวาน เถ้าแก่จำเขาได้ทันที "อ้าว พ่อหนุ่ม มีของมาปล่อยอีกเหรอ?"
"เปล่าครับ" อู๋เสียนรีบโบกมือ "วันนี้จะมาหาซื้อวัสดุเกรดดีหน่อย"
"อยากได้อะไรล่ะ?"
"วัสดุอสุรกายสัตว์ปีก ขอทรงไก่ แล้วก็วัสดุอสุรกายประเภทเสือ" อู๋เสียนระบุเป้าหมายชัดเจน
"มีๆๆ" เถ้าแก่ยิ้มรู้ทัน รีบคัดวัสดุที่เหมาะสมออกมา "มีทุกธาตุ ทุกระดับ ราคาตามป้ายเลย"
อู๋เสียนมองรายการวัสดุบนแท็บเล็ตแล้วตาลาย "ครบขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
"แน่นอน ร้านเราเป็นแฟรนไชส์มาตรฐาน แหล่งของมีทั่วประเทศ" เถ้าแก่ตอบอย่างมั่นใจ
อู๋เสียนพยักหน้า หลังจากเลือกดูสักพัก ก็จัดวัสดุ [ไก่เปลวเพลิง] อสุรกายสายเอลฟ์ระดับสองเกรด A มาหนึ่งชุด และวัสดุ [พยัคฆ์วายุ] สายเอลฟ์ระดับสองเกรด A อีกหนึ่งชุด
คำว่าเกรด A หมายถึงชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงสุดในตัวอสุรกาย เป็นส่วนที่มีคุณสมบัติวิญญาณบริสุทธิ์ที่สุด มีสิ่งเจือปนน้อยที่สุด
อีกอย่าง เพราะเมืองเย่าหยางไม่มีหายนะมิติ 'โลกเอลฟ์' วัสดุสายเอลฟ์เลยแพงกว่าหน่อย
รวมสองชุด 5,780 เหรียญวิญญาณ ก็ถือว่าไม่แพงมาก
เพราะเป็นแค่อสุรกายระดับสอง
"จริงสิ มีของพรีเมียมธาตุสายฟ้าไหมครับ?" อู๋เสียนถามขึ้นมาดื้อๆ
"มี" เถ้าแก่ตอบไม่ต้องคิด "เอาระดับไหน?"
อู๋เสียนกะว่าจะบอกว่ายิ่งสูงยิ่งดี แต่คิดไปคิดมา เอาแค่ระดับสามสี่ก็พอ ปลอดภัยกว่า
สุดท้าย จ่ายไป 38,955 สอยวัสดุธาตุสายฟ้าเกรดดีมาอีกหลายชุด
เสร็จแล้วก็แวะไปร้านขายม้วนภาพข้างๆ
ตั้งใจจะไปสำรวจตลาดม้วนภาพปัจจุบัน แต่แป๊บเดียวก็โดนพนักงานขายรุมทึ้ง
"คุณลูกค้าสนใจม้วนภาพเหรอคะ? ร้านเรามีม้วนภาพครบทุกประเภท ตรงนั้นเป็นตู้โชว์ผลงานพิเศษระดับปรมาจารย์ แถมยังมีบริการสั่งทำพิเศษด้วยนะคะ!"
"ตรงนี้เป็นโซนฉบับสำเนา ข้างในมีโซนฉบับทางการด้วย แต่ราคาจะสูงหน่อย"
"ลองดูชิ้นนี้ไหมคะ ผลงานยอดฮิตของปรมาจารย์เฝิงช่วงนี้ [เปลวเพลิงกังวาน] ม้วนภาพสกิลแกนทองแดงสามดาว อาวุธสังหารเผ่าแมลงชั้นยอด"
"หรือจะลองพิจารณา [สัตว์สยบวิญญาณ] ม้วนภาพคลาสสิกขายดีตลอดกาลร้อยปี ปรมาจารย์เฝิงจิตรกรพิเศษประจำร้านเราวาดเองกับมือ มีม้วนภาพนี้ติดตัว รับรองเดินในหุบเหวลึกลับได้สบายหายห่วง!"
อู๋เสียนโดนยิงคำโฆษณาใส่รัวๆ จนมึน
"ขอโทษครับ ผมขอดูก่อน..."
"ได้เลยค่ะตัวเอง" น้องพนักงานยิ้มหวาน "ถ้าสุดหล่อคิดว่าแพงไป ลองดูสินค้าทางนี้ได้นะคะ ออกแบบมาเพื่อผู้ควบคุมภูตมือใหม่โดยเฉพาะ มีครบทุกแบบ"
"..." อู๋เสียนพูดไม่ออก
"ร้านเราผ่อนได้ทุกชิ้นนะคะ" น้องพนักงานยังไม่ยอมหยุด "ถ้าผ่อนครั้งแรก ดอกเบี้ยต่ำสุดๆ
แถมถ้าใช้บัตรนักศึกษา ยังมีโปรโมชั่นปลอดดอกเบี้ยด้วยนะ
อุ๊ย... สุดหล่ออย่าเพิ่งไปสิคะ โอกาสทองนะเนี่ย!"
เขารีบหนีออกจากร้านม้วนภาพ ไม่กล้าหันหลังกลับ
เพราะรู้ว่าถ้าหันกลับไป น้องพนักงานคงวิ่งตามมาแน่
อึดอัด อึดอัดชะมัด!
ตลาดม้วนภาพแข่งขันกันดุเดือดขนาดนี้ วงการจิตรกรม้วนภาพก็น่าจะเดือดไม่แพ้กัน
ของดีแค่ไหนถ้าไม่มีคนรู้จักก็ขายไม่ออก ชื่อเสียงและปากต่อปากสำคัญมาก
แม้จะมีเงินล้านในกระเป๋า แต่พอเดินผ่านถังขยะ ก็อดใจไม่ได้ต้องเข้าไปคุ้ยสักหน่อย
น่าเสียดายที่ไม่มีอะไร ดูเหมือนจะโดนนักล่าของเก่าคนอื่นเก็บไปแล้ว
"หรือจะลองไปคุยกับพวกนักเลงเก็บขยะพวกนั้นดู?"
ตัวเขาเองคงไม่มีเวลามาเก็บขยะแล้ว แต่เศษวัสดุและสีเหลือใช้จากเขตถนนเหนือมันใช้ดีจริงๆ
เศษวัสดุมีหลากหลายประเภท เหมาะแก่การฝึกผสมสี ส่วนสีเหลือใช้ก็เอามาเป็นตัวอย่างอ้างอิงได้ดี ที่สำคัญคือราคาถูก ประหยัดเงินไปได้เยอะ
ถ้าใช้วัสดุดีๆ มาฝึกผสมสี ต้นทุนคงพุ่งกระฉูดหลายเท่า
สรุปสั้นๆ: อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด เป็นพ่อบ้านใจกล้า!
พวกล่าของเก่าหาตัวไม่ยาก ไม่นานก็เจอพวกจ้าวเหอหน้าบากแถวตรอกซอย
แต่ดูเหมือนพวกนี้จะเจอปัญหา ท่าทางตื่นกลัว ไม่กล้าเข้าใกล้จุดกองขยะตรงนั้น
และที่กองขยะนั่น ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างอาละวาดอยู่
"ซวยชะมัด ช่วงนี้ทำไมอสุรกายหลุดมาบ่อยจัง วันก่อนก็ภูตผี วันนี้มาเจอเผ่าแมลงอีก" ไอ้หัวทองบ่นอุบ "จะให้คนทำมาหากินอยู่ยังไงเนี่ย?"
"แจ้งหน่วยป้องกันให้พวกผู้ใหญ่มาจัดการดีไหม?" ลูกน้องตัวผอมแห้งเสนอเสียงอ่อย
"เอ็งโง่รึเปล่า?" หัวทองสวนกลับ "หน่วยป้องกันมา แล้ววัสดุบนตัวแมลงนั่นจะตกถึงมือเราเหรอ?"
"แต่ว่า..."
"แต่บ้าอะไร ค่านมลูกเดือนหน้าหาได้ยัง?" หัวทองแค่นเสียง "ตอนนี้เราลำบากแค่ไหนเอ็งก็รู้ ลูกพี่รักษาตัวหมดเงินไปตั้งเท่าไหร่ พี่น้องแทบจะไม่มีข้าวกินกันอยู่แล้ว"
จ้าวเหอจ้องมองอสุรกายแมลงในกองขยะเขม็ง ในใจลังเล
จัดการน่ะจัดการได้แน่ ประเด็นคือคุ้มไหม ถ้าแค่เจ็บตัวหน่อยก็โอเค แต่ถ้ามีคนตายขึ้นมา ขาดทุนยับเยิน
"อสุรกายแมลงประเภทนักล่าระดับสอง ทุกคนระวังหน่อย ช่วยๆ กัน ไม่น่ามีปัญหา"
หลังชั่งใจอยู่พักหนึ่ง จ้าวเหอก็ตัดสินใจเสี่ยง
ช่วยไม่ได้ ช่วงนี้เกิดเรื่องเยอะเกินไป พี่น้องจะอดตายกันหมดแล้ว
"ลูกพี่วางใจ" ลูกน้องหัวทองจ้องแมลงยักษ์ตาเขียว ในมือปรากฏม้วนภาพขึ้นมา ก่อนจะกลายเป็นปืนจักรกลหนักท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน "รอบนี้ผมพกของหนักมาด้วย!"
"เชรดดด ปืนพ่นน้ำแข็ง?!" เพื่อนๆ ร้องเสียงหลงด้วยความอิจฉา "ไอ้เอ้อร์โก่ว เอ็งไปถอยมาตอนไหน?"
"กู้ซื้อมา" หัวทองกัดฟันพูด "เดิมทีกะจะเอามางัดกับแก๊งจางหน้าปรุ แก้แค้นให้ลูกพี่ พอดีเลยเอามาลองของกับแมลงนี่ก่อน"
จ้าวเหอซาบซึ้งใจแปลกๆ "ผ่อนนานไหม? ไหวเหรอ?"
"ผมคำนวณแล้ว ขอแค่ไล่พวกจางหน้าปรุไปได้ จ่ายไหวแน่นอน"
ได้ยินแบบนั้น ขวัญกำลังใจทีมจ้าวเหอก็พุ่งปรี๊ด เตรียมเปิดฉากโจมตีอสุรกายแมลงในกองขยะ
ปัง!
ปืนพ่นน้ำแข็งในมือหัวทองเปิดฉาก ยิงกระสุนพลังน้ำแข็งออกไป อานุภาพร้ายแรง
อสุรกายประเภทนักล่าที่โดนยิงกระเด็นไปชนกำแพง เกล็ดน้ำแข็งเกาะตัว ผิวหนังแข็งๆ เริ่มเคลื่อนไหวช้าลง
มันอ้าปากกว้างส่งเสียงคำรามแสบแก้วหู พุ่งเข้าใส่ทุกคนด้วยความบ้าคลั่ง
"ตายซะ—!"
จ้าวเหอถือดาบผ่ามารกระโดดฟัน แม้จะฟันไม่เข้าเกราะแข็งๆ ของแมลง แต่ก็ทำให้มันถอยไปได้
ลูกน้องคนอื่นๆ รีบกระจายกำลัง อาศัยการเสริมพลังวิญญาณและอาวุธธรรมดาเข้าพัวพัน
"แย่แล้ว ทำไมมีอีกตัว?!"
หัวทองที่คอยยิงกดดันจากด้านหลังตะโกนเตือน ทีมจ้าวเหอที่เมื่อกี้ยังมั่นใจ หน้าถอดสีทันที
กองขยะสั่นสะเทือน แมลงรูปร่างอ้วนฉุเหมือนลูกชิ้นเนื้อเจาะดินขึ้นมา มันคืออสุรกายแมลงที่กำลังกลายสภาพเป็นนางพญา
ฉากนี้ทำเอาอู๋เสียนที่ยืนดูอยู่ไกลๆ ตกใจเหมือนกัน
เป็นที่รู้กันว่าเผ่าแมลงมีรังแม่และนางพญาเป็นใหญ่ มีแค่นางพญาเท่านั้นที่ขยายพันธุ์ได้
แต่เมื่ออสุรกายแมลงบางส่วนขาดการติดต่อกับรังแม่ และเจอสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ก็มีโอกาสที่แมลงธรรมดาจะวิวัฒนาการเป็นนางพญาตัวใหม่
เหมือนกลุ่มแม่ไก่ที่ขาดตัวผู้ไปนานๆ ก็จะมีบางตัวเปิดโหมดตัวผู้ขึ้นมาแทน
(จบแล้ว)