เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 - เทพเจ้าแห่งโชคลาภสำแดงเดช

บทที่ 2 - เทพเจ้าแห่งโชคลาภสำแดงเดช

บทที่ 2 - เทพเจ้าแห่งโชคลาภสำแดงเดช


หลังจากเดินออกมาจากโรงเรียนศิลปะเติงเฟิง อู๋เสียนก็รู้สึกฮึกเหิมอย่างประหลาด

ในตอนนี้ เขามองเห็นหนทางที่จะฝ่าฟันวิกฤตชีวิตได้แล้ว

จิตรกรม้วนภาพรุ่นแรกเมื่อพันปีก่อนคงไม่มีอุปกรณ์พร้อมพรั่งเหมือนสมัยนี้หรอกจริงไหม?

คนสมัยก่อนยังเปลี่ยนสิ่งผุพังให้กลายเป็นของวิเศษได้ ตัวเขาในตอนนี้ก็ต้องทำได้เช่นกัน

นั่นหมายความว่า ขอแค่สิ่งที่วาดมีความชัดเจน ทรงพลัง และมีตรรกะที่สมเหตุสมผล จนได้รับการยอมรับจากกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ แม้จะใช้วัสดุพื้นๆ ก็มีโอกาสกลายเป็น 'สุดยอดม้วนภาพ' ได้

และฝีมือพื้นฐานจากชาติก่อนรวมถึงวัฒนธรรมอันรุ่งโรจน์ ก็คือแต้มต่อที่ใหญ่ที่สุดของเขา!

เขาแวะไปร้านรับซื้อของเก่า ขายขวดเปล่าในเป้ได้เงินมาสี่สิบสามหยวนห้าสิบสตางค์

ระหว่างทางกลับบ้าน เขาหยุดยืนหน้าร้านขายอุปกรณ์ม้วนภาพ ราคาข้าวของที่แพงระยับทำเอาเขาต้องถอยกรูด

โปสเตอร์โฆษณากระดาษและสีวิญญาณแบรนด์ดังแปะเต็มตู้โชว์ ราคาแต่ละอย่างน่าตกใจทั้งนั้น

แม้แต่กระดาษฝึกวาดเขียนสำหรับร่างแบบที่ถูกที่สุดยังตกแผ่นละแปดสิบเก้าหยวน มิน่าล่ะพอลูกสอบติดที่บ้านถึงกับต้องขายบ้านขายช่อง

คนจนกรอบอย่างเขาไม่มีปัญญาจริงๆ

เขาจึงหันไปทุ่มเงินร้อยกว่าหยวน ซื้อเหล้ายาปลาปิ้งกลับไปบำรุงปู่ที่แก่ชรา

ปกติเขาต้องนั่งรถเมล์กลับบ้าน แต่วันนี้ตัดสินใจหรูสักวัน โบกแท็กซี่กลับเลย

"พี่ครับ ไปเขตเมืองเก่า เนินสามหายนะ..."

"ได้เลยน้อง" คนขับเหยียบคันเร่งพลังวิญญาณ รถพุ่งทะยานออกไป

อู๋เสียนมองสำรวจภายในรถด้วยความสนใจ "พี่ครับ รถพี่ดูเก่าพอสมควร กินพลังวิญญาณเยอะไหมครับ?"

"ก็พอตัว... ร้อยกิโลเมตรกินไปแปดจุดเก้าหน่วยวิญญาณ แถมจุกจิกกวนใจเยอะ ปีหน้าว่าจะถอยคันใหม่ เห็นบีวายดีออกรุ่นใหม่มา ได้ยินว่ากินพลังวิญญาณไม่ถึงห้าหน่วย ราคาก็ไม่แรง เหมาะกับพวกขับแท็กซี่อย่างเรา"

อู๋เสียนพยักหน้าเห็นด้วย

เขาเองก็เคยเห็นโฆษณารถรุ่นใหม่ของบีวายดี คุ้มค่าคุ้มราคาจริงๆ

ถ้าวันหน้าหาเงินได้ เขาว่าจะถอยมาขับเล่นสักคัน

ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะวาดรถขึ้นมาเองสักคัน แต่ก็ยังไม่เข้าใจหลักการสร้างม้วนภาพสายจักรกลหรือเทคโนโลยีพวกนี้

วาดรูปแล้วกลายเป็นรถได้ยังไง? แล้วขับได้จริงๆ เหรอ?

ใช่แล้ว รถในโลกนี้ก็คือ 'ม้วนภาพ' ชนิดหนึ่ง ไม่ได้ใช้น้ำมัน ไม่ได้ใช้ไฟฟ้า แต่ใช้สิ่งที่เรียกว่า 'พลังวิญญาณ'

พลังวิญญาณคือพลังเหนือธรรมชาติที่มาพร้อมกับการรุกรานจากต่างมิติ และเป็นพลังที่เหล่าผู้ควบคุมภูตใช้ในการฝึกฝน

อู๋เสียนปลุกพรสวรรค์พลังวิญญาณได้ตอน ม.4 ตอนนี้เพิ่งจะอยู่ระดับสอง

แต่เพราะไม่มีเงินซื้อ 'ม้วนภาพ' เขาเลยยังเรียกตัวเองว่าเป็นผู้ควบคุมภูตไม่ได้

แท็กซี่แล่นเข้าสู่เขตเมืองเก่า โทนสีของท้องฟ้าดูหม่นหมองลงถนัดตา โดยเฉพาะทางทิศของเนินสามหายนะ ท้องฟ้าที่บิดเบี้ยวและมืดมิดดูราวกับวันสิ้นโลก

เนินสามหายนะเป็นแหล่งรวมคนร้อยพ่อพันแม่ เหตุการณ์พลังต่างมิติรั่วไหลเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ค่าเช่าบ้านจึงถูกกว่าเขตเมืองใหม่มาก

พอกลับมาถึงย่านสลัมแออัด ก็เห็นร่างผอมแห้งของปู่กำลังคัดแยกขยะอยู่แต่ไกล ขาขวาที่เคยถูกสัตว์ประหลาดต่างมิติข่วนเดินกะเผลกๆ นั่นยิ่งทำให้อู๋เสียนมุ่งมั่นที่จะหาเงินให้ได้

คนอื่นอยากเป็นจิตรกรม้วนภาพอาจจะเพื่อเกียรติยศ เพื่อความภูมิใจ หรือเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

แต่อู๋เสียนอยากเป็นจิตรกรม้วนภาพด้วยเหตุผลเดียว: หาเงิน!

"ปู่ครับ หลานโตแล้วนะ ถ้าปู่เบื่อก็ไปเดินหมากรุกหรือเล่นไพ่กับปู่หวังแกเถอะ"

เขาประคองชายชราเข้าบ้าน ในใจเปี่ยมไปด้วยความกระหายในเงินตรา

"ไม่เป็นไรปู่อยู่เฉยๆ ไม่ได้" ชายชราโบกมือยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความเมตตา "เดี๋ยวต้องใช้เงินอีกเยอะตอนเข้ามหาวิทยาลัย"

"ไม่ต้องหรอกครับ" อู๋เสียนขอบตาร้อนผ่าว "หลานกะว่าจะไม่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว"

"หือ?" ชายชราชะงักกึก

"หลานจะเป็นสุดยอดจิตรกรม้วนภาพ ปู่รอเสวยสุขได้เลย!"

"นั่นมันยิ่งต้องใช้เงินไม่ใช่รึ?"

ชายชราเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างเด็ดเดี่ยว "ปู่ยังพอเก็บของเก่าได้อีกสักสองสามปี ได้ยินเขาว่าแถวถนนเหนือมีพวจิตรกรม้วนภาพไปรวมตัวกันบ่อยๆ เผื่อจะเก็บของดีๆ มาให้หลานรักของปู่ได้บ้าง"

"..."

อู๋เสียนรีบเข้าไปห้าม แต่ก็ไม่อาจต้านทานความดื้อรั้นของชายชราได้

มองดูแผ่นหลังของปู่ที่เข็นรถซาเล้งเก่าๆ ออกไป อู๋เสียนหันหลังกลับเข้าห้อง

เขาสูดหายใจลึก หยิบกระดาษและสีธรรมดาที่สุดขึ้นมา แล้วเริ่มลงมือวาด

ไม่นานนัก ภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่คุ้นตาคนในชาติก่อนก็ปรากฏขึ้นบนกระดาษ

จนตรอกขนาดนี้แล้ว ก็ต้องวาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภสิครับ!

ถึงจะไม่รู้ว่าเทพเจ้าแห่งโชคลาภจะมีอิทธิฤทธิ์ในโลกนี้ไหม แต่เผื่อฟลุคไง?

"วาดออกมาดื้อๆ แบบนี้ใช้ไม่ได้จริงๆ เหรอเนี่ย?"

เขาแปะภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภไว้บนผนัง โค้งคำนับด้วยความเคารพ พร้อมอธิษฐานขอให้ท่านช่วยคุ้มครอง

จากนั้นก็เริ่มลองผิดลองถูกด้วยวิธีต่างๆ

เผลอแป๊บเดียว ในห้องก็แปะเต็มไปด้วยภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภหลากหลายรูปแบบ หลากหลายเวอร์ชัน หลากหลายลายเส้น แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของพลังเหนือธรรมชาติใดๆ

"หรือว่าฉันใจร้อนเกินไป? ต้องทำใจให้สงบแล้วใช้ใจวาดเท่านั้น?" อู๋เสียนขบคิดในใจ

ในขณะเดียวกัน

ณ คฤหาสน์หรูในเขตเมืองใหม่

ถังเถียวเถียวกำลังพยายามวาดกระต่ายน้อยที่เธอ 'จินตนาการ' ขึ้นมา ท่ามกลางสายตาของพ่อและพี่ชาย

น่าเสียดายที่ล้มเหลวติดต่อกันหลายครั้ง

"ลูกไม่ต้องเครียด ใช้ใจสัมผัส ค่อยๆ ทำ!" ถังเจิ้งหงผู้นำตระกูลถังปลอบโยนลูกสาวเสียงนุ่ม แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและคาดหวัง

แม้ม้วนภาพของลูกสาวจะล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ปรากฏการณ์และกลิ่นอายที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ลงมือนั้นน่าตื่นตะลึง

ขอแค่ทำสำเร็จ นี่จะต้องเป็นม้วนภาพที่ทรงพลังอย่างแน่นอน แถมยังเป็นม้วนภาพชนิดใหม่ที่เป็นของตระกูลถังแต่เพียงผู้เดียว

ทันใดนั้น กระดาษวาดภาพก็เปล่งแสงเจิดจ้าอีกครั้ง กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินจับจ้องลงมาที่แผ่นกระดาษ กระต่ายน้อยที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นราวกับจะมีชีวิต

แต่วินาทีถัดมา กระดาษทั้งแผ่นก็ระเบิดออก กลายเป็นผุยผง

"น่าเบื่อชะมัด ทำไมขาดอีกนิดเดียวทุกที ไม่วาดแล้ว ไม่วาดแล้ว"

ถังเถียวเถียวเริ่มหมดความอดทน

ถังเปิงเห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจ "ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเถอะ ยังไงซะนี่ก็เป็นภูตภาพวาดที่เถียวเถียวจินตนาการขึ้นมา ใครก็แย่งไปไม่ได้"

"อีกหนึ่งสัปดาห์จะเปิดเทอม ช่วงนี้ลูกก็ทบทวนปรับปรุงให้ดี พยายามวาดออกมาให้ได้ก่อนเปิดเรียน" ถังเจิ้งหงพูดเสียงเข้ม "ตอนนี้ลูกคือความหวังของบ้านเรา จะทำตัวเล่นๆ เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว เข้าใจไหม?"

"รู้แล้วน่า..." ถังเถียวเถียวเบ้ปากรับคำส่งๆ

...

"มีลุ้น?!"

ทางด้านอู๋เสียน เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานบางเบาจากภาพวาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภตรงหน้า หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น

ภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภหลากสไตล์ที่แปะอยู่เต็มห้องดูเหมือนจะส่งกระแสตอบรับพู่กันในมือเขา

หลังจากทำใจให้สงบและตั้งใจวาด ก็เริ่มเห็นผล

"หรือว่าต้องศรัทธาให้มากกว่านี้?"

ขณะที่คิด ในหัวก็พยายามรำลึกถึงตำนานเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ความปรารถนาในเงินตราเปลี่ยนเป็นความศรัทธาต่อองค์เทพ

ในภวังค์นั้น ราวกับได้สื่อสารกับพลังบางอย่างในโลก ร่างเงาเลือนรางค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในส่วนลึกของสมอง

กระดาษวาดเขียนใต้ปลายพู่กันเริ่มเปล่งแสงเรืองรอง แผ่ซ่านคลื่นพลังวิญญาณอันลึกลับออกมา

จากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

"วิ้ง!"

พร้อมกับที่รูปเทพเจ้าแห่งโชคลาภก่อตัวขึ้นบนกระดาษ ภาพจำลองของท่านในสมองก็แจ่มชัดขึ้น และประทับแน่นลงในห้วงจิตสำนึกของเขา

ในขณะเดียวกัน พลังจิตและพลังวิญญาณในร่างก็ไหลทะลักเข้าไปในกระดาษ แม้กระทั่งวิญญาณและพลังชีวิตบางส่วนก็ถูกสูบออกไป

วิ้ง!

แสงศักดิ์สิทธิ์สีแดงทองห่อหุ้มกระดาษ ขอบปักดิ้นทอง แกนภาพหยกสีเลือดเรียบง่ายก่อตัวขึ้นที่ปลายด้านหนึ่ง

พลังแห่งการสร้างสรรค์ของฟ้าดินจัดการเข้ากรอบให้เสร็จสรรพ

บุคคลในภาพดูราวกับมีชีวิต พลังแห่งการมีตัวตนแทบจะล้นทะลักออกมา

[เทพเสวียนถาน - จ้าวกงหมิง]

ประเภท: ต้นฉบับ (ขอบดิ้นทอง)

ระดับ: แกนชีวิตสีเลือด

ภูตภาพวาด: ★☆

ค่าพลัง: 13

คุณสมบัติพรสวรรค์: เรียกทรัพย์รับโชค  เกราะคุ้มกายแห่งโชคลาภ  บัญชาสายฟ้า

"สำเร็จ! สำเร็จแล้ว!"

อู๋เสียนตื่นเต้นจนตัวสั่นเมื่อสัมผัสข้อมูลม้วนภาพในหัว

และเมื่อม้วนภาพเทพเจ้าแห่งโชคลาภก่อตัวขึ้น พลังจิตของเขาก็พุ่งพรวดขึ้นมาช่วงใหญ่

นี่คือความแข็งแกร่งของจิตรกรม้วนภาพ การสร้าง 'ม้วนภาพ' จะช่วยยกระดับพลังจิต ยิ่งม้วนภาพแข็งแกร่งเท่าไหร่ การยกระดับก็ยิ่งมากเท่านั้น

[เทพเสวียนถาน - จ้าวกงหมิง] ในฐานะ 'ต้นฉบับ' ซึ่งปรากฏขึ้นครั้งแรกในโลกนี้ และได้รับการรับรอง 'ลิขสิทธิ์' จากกฎเกณฑ์ของโลก ย่อมให้ผลตอบแทนด้านพลังจิตที่มหาศาล

ประเภทของม้วนภาพแบ่งออกเป็น: ต้นฉบับ (ขอบดิ้นทอง) ฉบับทางการ (ขอบทอง) ฉบับสำเนา (ขอบเงิน) และ ฉบับคัดลอก (ขอบขาว)

คำว่า 'ต้นฉบับ' ก็คือผลงาน 'ออริจินัล' ที่มีลิขสิทธิ์เป็นของตัวเองแบบอู๋เสียน

ส่วน 'ฉบับทางการ' คือลิขสิทธิ์สาธารณะ เช่นถ้าอู๋เสียนตายไป คนอื่นที่วาดเทพเจ้าแห่งโชคลาภได้ ก็จะได้แค่ 'ฉบับทางการ'

ในบรรดาทั้งหมด มีเพียงต้นฉบับและฉบับทางการเท่านั้นที่ช่วยเพิ่มพลังจิต ส่วนฉบับสำเนาและฉบับคัดลอกจะไม่เพิ่มพลังจิต แต่จะให้ประโยชน์ด้านอื่นแทน

"ระดับภูตหนึ่งดาวครึ่ง แกนชีวิตสีเลือด?"

อู๋เสียนขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้อมูลระดับของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ

"ไม่เหมือนกับม้วนภาพปกติจริงๆ ด้วยแฮะ"

ตามความรู้ที่เรียนมา ระดับของม้วนภาพแบ่งเป็น 6 ขั้น: แกนไม้ แกนทองแดง แกนเงิน แกนทอง แกนหยก และ แกนดำ ซึ่งสัมพันธ์กับความแข็งแกร่งของภูต ฝีมือการวาด และวัสดุที่ใช้

แต่ไอ้ [แกนชีวิตสีเลือด] นี่มันคืออะไร?

ระดับพิเศษนอกเหนือจากหกขั้นงั้นเหรอ? หรือเป็นระดับที่เติบโตได้?

อู๋เสียนคร้านจะใส่ใจ รอมีเงินเมื่อไหร่คงมีโอกาสได้สัมผัสความรู้ด้านนี้เอง

ภูตภาพวาด: หนึ่งดาวครึ่ง หมายถึงระดับของภูตเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ค่อยๆ เลี้ยงดู ค่อยๆ พัฒนากันไป

ส่วนคำว่า [ค่าพลัง] เอาให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือคะแนนประสิทธิภาพของม้วนภาพ

ภูตภาพวาดก็เปรียบเหมือนระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ ส่วนตัวม้วนภาพที่ทำจากกระดาษและสีก็เปรียบเหมือนฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ยิ่งฮาร์ดแวร์ดี ประสิทธิภาพก็ยิ่งสูง

แน่นอนว่าระบบและซอฟต์แวร์ที่ยอดเยี่ยมก็ช่วยดึงประสิทธิภาพขึ้นมาได้

ทั้งสองสิ่งเกื้อกูลกัน

สำหรับเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ค่าพลัง 13 แต้มนี้ไม่มีน้ำปน มาจากความเจ๋งของท่านล้วนๆ

เพียงแค่ขยับความคิด ม้วนภาพก็คลี่ออกกลางอากาศ แสงศักดิ์สิทธิ์สีแดงทองสาดส่อง

ร่างของเทพเจ้าแห่งโชคลาภปรากฏขึ้นจากภาพวาด

สวมชุดแดงเกราะทอง หน้าดำหนวดดก ขี่เสือดำ รัศมีเมฆมงคลล้อมรอบ มือหนึ่งถือแส้เหล็ก มือหนึ่งประคองก้อนทองคำ ใบหน้าเคร่งขรึมและทรงอำนาจ

"สมกับเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ รู้สึกได้เลยว่าเทพสุดๆ"

สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังและผลของสามคุณสมบัติพรสวรรค์ อู๋เสียนตื่นเต้นจนแทบคลั่ง

เขารีบก้มกราบภูตเทพเจ้าแห่งโชคลาภ พร้อมอธิษฐานด้วยความศรัทธา

"ท่านเทพเจ้าแห่งโชคลาภช่วยลูกช้างด้วย ลูกไม่ได้ขอให้ร่ำรวยล้นฟ้า ขอแค่ให้ปู่ได้อยู่ดีกินดีขึ้นบ้างก็พอ"

ท่าทางของเทพเจ้าแห่งโชคลาภขยับเล็กน้อย ราวกับตอบรับคำขอของอู๋เสียน

ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เป็นสายวิดีโอคอล

หน้าจอแสดงชื่อ: [เจ๊ถังสายเปย์]

อู๋เสียนกดรับสายด้วยความงุนงง "คุณหนูถัง มีอะไรให้รับใช้ครับ?"

"เรียกเจ๊เถียว!" ถังเถียวเถียวย้ำเสียงจริงจัง "เอ่อ เรื่องงานจบการศึกษาที่ฉันจ้างนายออกแบบไว้ มันเป็นยังไงนะ ฉันจำไม่ค่อยได้แล้ว"

อู๋เสียนเหลือบมองภูตเทพเจ้าแห่งโชคลาภข้างกายด้วยความตกตะลึง

นี่เริ่มสำแดงอิทธิฤทธิ์แล้วเหรอ?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 2 - เทพเจ้าแห่งโชคลาภสำแดงเดช

คัดลอกลิงก์แล้ว