เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 หินหยกเย็น

ตอนที่ 14 หินหยกเย็น

ตอนที่ 14 หินหยกเย็น


ถังฮวนอยากจะรับมัน แต่ก่อนที่เขาจะได้ยื่นมือออกไป ก้อนแสงสีขาวก็มาหยุดตรงหน้าเขาและค่อย ๆ ลอยลงมาอย่างกับขนนกในฝ่ามือขเา

ถังฮวนมองชิงเย่ด้วยความตกตะลึง การควบคุมปราณแท้ของจ้าวหอนั้นสุดยอดมาก เขาไม่รู้เลยว่าระดับพลังบ่มเพาะของนางคือเท่าใด

แต่ถังฮวนก็ไม่มีกระจิตกระใจจะสนใจเรื่องนี้ ความเยือกเย็นถึงกระดูกนั้นกำลังดึงความสนใจของเขาไป ในตอนนี้ มีหินสีขาวขนาดเท่าไข่ไก่ในฝ่ามือเขา มันกลมเหมือนกับก้อนหินและเป็นหยกที่เปล่งประกายอย่างต่อเนื่องในแสงสีขาว

การถือหินหยกเย็นในมือให้ความรู้สึกเหมือนกับถือก้อนน้ำแข็ง แต่ความเย็นนั้นมันเหนือยิ่งกว่าน้ำแข็งและหิมะใดที่ถังฮวนเคยเห็นมา

“ทุกท่าน เวลาเริ่มนับแล้ว!”

เสียงสดใสดังที่เหมือนกับเสียงนกดังขึ้น

ในขณะเดียวกันนั้น แผ่นหยกขาวหกแผ่นก็ลอยออกมาจากกล่องไม้ของชิงเย่และร่อนลงที่หน้าทั้งหกคนอย่างสง่างาม มันใช้เพื่อเก็บหินหยกเย็นที่หลอมแล้ว

ชายชราและคนอื่น ๆ รีบปรับอารมณ์และเริ่มทดสอบ

ถังฮวนหายใจเข้าลึก และทันใดนั้นก็วางหินหยกเย็นไว้ที่ระหว่างฝ่ามือ เมื่อใช้ความคิดเล็กน้อย เตาหลอมเทพเก้าหยางก็เริ่มหมุนในตันเถียน ลูกไฟเพลิงแท้เริ่มกระเพื่อมในทันทีอย่างรุนแรง และจากนั้นคลื่นความร้อนสองสายก็ไหลออกมาจากเตาหลอม ความร้อนนั้นไหลตามเส้นปราณด้วยการนำของปราณแท้มาถึงฝ่ามือทั้งสองของถังฮวน

“ฟู่ว!”

เมื่อคลื่นความร้อนออกมาจากฝ่ามือมันก็กลายเป็นความร้อนสูงปกคลุมหินหยกเย็นและฝ่ามือเองด้วย พลังความร้อนที่เหนือกว่าความร้อนอื่นใดกระจายออกไปเพิ่มความร้อนในพื้นที่รอบข้างทันที

ทั้งสองมือของเขาอาบไปด้วยเพลิง ถังฮวนเพียงแค่รู้สึกอุ่นและไม่ได้แสบร้อนทรมานเหมือนตอนที่เขาผสานเพลิงแท้อีกแล้ว

“เอ๋?”

ที่ไม่ไกลออกไปนัก ชิงเย่อุทานออกมาเบา ๆ และแสดงความแปลกใจออกมาด้วยดวงตาที่งดงามนั้น

ทั้งหกนั้นลงมือแทบจะพร้อมกัน และห้าคนอื่นก็เพิ่งจะสร้างประกายไฟเล็ก ๆ ได้เท่านั้น ส่วนอีกสี่คนยังสร้างประกายไฟไม่ได้เลย ส่วนชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้จะสร้างเปลวเพลิงในฝ่ามือ แต่เปลวเพลิงยังแข็งแกร่งจนปกคลุมมือทั้งสองของเขา

“ความเร็วในการใช้เพลิงแท้มันมากขนาดนี้เลยรึ?”

ชิงเย่ประทับใจเล็กน้อย นางพูดด้วยเสียงที่มีแต่นางที่ได้ยินเท่านั้น และความสนใจในดวงตาอันงดงามนั้นก็มีมากขึ้น

ความร้อนที่เกิดขึ้นทำให้ห้าคนที่เหลือเสียสมาธิจากการใช้เพลิงแท้ของตัวเอง

“เร็วยิ่งนัก!”

หญิงสาวชุดแดงที่นั่งใกล้สุดกับเขารู้สึกร้อนมากกว่าใคร เมื่อนางเห็นเพลิงลูกใหญ่ในมือถังฮวนก็อดร้องออกมาด้วยความตกใจไม่ได้ ดวงตาดำของนางเบิกกว้าง เช่นเดียวกับปากสีแดงเข้ม

เมื่อชายชรา หญิงสาว และชายหนุ่มที่ไกลออกไปเห็นภาพนี้ พวกเขาก็ตกใจจนพูดไม่ออก ใบหน้าต่างอึ้ง

เวลาผ่านไปนานเพียงใดกัน? เด็กที่ไม่เคยจะสร้างอาวุธระดับต่ำสักชิ้นแต่ก็ก่อร่างเพลิงแท้ออกมาภายนอกได้ในระยะเวลาอันสั้น ยิ่งไปกว่านั้นเพลิงยังรุนแรงจนทำให้พวกเขาที่เคยสร้างอายุระดับต่ำมาแล้วหลายปียังแข่งด้วยไม่ได้

“ฮื่ม!”

เสียงถอนหายใจแรงทำให้พวกเขาหลุดจากความหยุดนิ่ง ชิงเย่พูดเบา ๆ

“ทุกท่าน อย่าลืมว่าการสอบรอบแรกมีเวลาสี่ชั่วโมงเท่านั้น!”

พวกเขาหลุดจากภวังค์และรีบหันมาตั้งสมาธิอย่างรวดเร็ว

การทดสอบกินเวลาอันสั้นในสี่ชั่วโมง การเสียเวลาเพียงเล็กน้อยอาจทำให้พวกเขาสอบตกได้

“อ๊ะ ไฟข้าดับแล้ว!”

สาวน้อยในชุดแดงร้องออกมาเบา ๆ ใบหน้าน่ารักของนางเต็มไปด้วยความเศร้า การเหม่อลอยเมื่อครู่นั้นทำลายประกายไฟในมือนางจนหมด นางไม่มีทางเลือกนอกจากเริ่มใหม่

ถังฮวนหลับตาช้า ๆ เขาตั้งสมาธิเต็มที่

ในตันเถียนนั้น เตาหลอมเทพเก้าหยางหมุนด้วยความเร็วสูงและถังฮวนก็ผลักดันเพลิงแท้ออกมาจนถึงขีดจำกัด เพลิงร้อนสูงหนาแน่นสองสายหลั่งไหลออกมาจากเตาหลอมและไหลมาที่ฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว ก้อนเปลวเพลิงใหญ่ขยายอย่างรวดเร็วและใหญ่เท่ากับอ่างล้างหน้า

“หืม?”

สายตาชิงเย่มองอยู่เป็นระยะ ความสงสัยที่อยู่ในส่วนลึกของดวงตางดงามในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นความตกใจ

ไม่เพียงแต่เขาจะใช้เพลิงแท้ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนทั่วไป แต่เปลวเพลิงที่เขาสร้างขึ้นยังอยู่ในระดับนั้นเชียวหรือ? ทุกคนรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นนักตีอาวุธระดับต่ำด้วยซ้ำไป แต่ดูจากความร้อนที่ปล่อยออกมา เขานั้นไปถึงระดับของนักตีอาวุธระดับกลางแล้ว

สาวน้อยจากเมืองช่างสวรรค์นั้นเป็นที่รู้กันว่าเป็นนักตีอาวุธที่มีพรสวรรค์ดีและมักจะปรากฏในรอบพันปี แต่เมื่อนางเข้าร่วมการทดสอบนักตีอาวุธระดับต่ำเมื่อไม่กี่ปีก่อน เพลิงที่นางจุดก็อยู่ได้แค่ระดับนั้นใช่ไหม? หรือว่าเด็กคนนี้จะเป็นอัจฉริยะไร้เทียมทานที่อยู่ในระดับเดียวกับนาง?

ต่อมาชิงเย่ก็มองลูกไฟอีกครั้ง ที่กลางลูกไฟนั้นมีสีขาว ไม่ได้สีแดงเหมือนกับคนอื่น

“ช้าก่อน นั่นมัน…”

ต่อมาจิตใจของนางก็สั่นคลอนอย่างหนัก ถ้าหากนางไม่ได้ปิดปากเอาไว้อย่างดีนางก็อาจจะตะโกนเสียงดังออกมาแล้ว แต่แม้ว่านางจะข่มเสียงในคอเอาไว้ได้ ความตกตะลึงที่ไม่อาจเชื่อสายตาก็เกิดขึ้นในดวงตาอันงดงามของนาง

แกนเพลิงสีขาวนั้นมองดูได้ยาก แต่มันซ่อนจากสายตานางไม่ได้

“เขามีร่างกายธาตุโลหะ!”

ชิงเย่เบิกตากว้าง คลื่นคลั่งเกิดขึ้นในอกของนาง แกนกลางของเพลิงกลายเป็นสีขาวและมีความเป็นไปได้เดียวเท่านั้นที่เกิดจากร่างกายของเขา

ในฐานะนักตีอาวุธ นางชัดเจนมากว่าร่างกายของเขาเป้นธาตุอะไร

ในห้าธาตุ โลหะนั้นเป็นธาตุที่แพ้ไฟ จอมยุทธที่มีร่างกายเช่นนี้ที่อยากจะผสานตัวเองกับเพลิงแท้นั้นมันเกินจินตนาการได้ ยิ่งไปกว่านั้น ขั้นตอนการผสานกับเพลิงแท้ ความเจ็บปวดที่จอมยุทธต้องแบกรับนั้นมันจะเหนือกว่าธาตุไฟหลายเท่าตัว บางทีอาจจะเกินสิบเท่าของจอมยุทธธาตุไฟก็ได้

ถ้าหากเป็นจอมยุทธที่มีพลังแข็งแกร่งและใช้ปราณแท้ต่อต้านการเผาของเพลิงแท้ไปได้ แต่ถ้าหากอยากจะเป็นนักตีอาวุธ พวกเขาต้องผสานเพลิงแท้ให้เสร็จเมื่อตอนที่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ เมื่อกงล้อจิตถูกสร้างขึ้นมาแล้วก็ไม่มีโอกาสที่พวกเขาจะกลายเป็นนักตีอาวุธได้อีก

ด้วยเหตุนี้ การมีอยู่ของนักตีอาวุธจึงหาได้ยาก

ยิ่งไปกว่านั้น การผสานเพลิงแท้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ด้วยเวลาข้ามคืน

แม้ว่าจอมยุทธจะมีร่างกายธาตุไฟเหมือนนาง เมื่อนางผสานกับเพลิงแท้ครั้งแรก นางเกือบถูกเผาตายด้วยความร้อนสูง ไม่ต้องพูดถึงจอมยุทธที่มีร่างกายธาตุเหล็กที่แพ้ไฟ ถ้าหากเป็นนาง นางคงยังมีความกลัวเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงภาพในอดีต นางจะไม่มีวันผสานเพลิงแท้อีกแล้วเป็นครั้งที่แล้ว

แต่ว่านางไม่คิดว่าเด็กตรงหน้านางจะทำได้สำเร็จ

จากที่นางรู้ คนที่ผสานกับเพลิงแท้ได้เร็วที่สุดน่าจะเป็นสาวน้อยจากเมืองช่างสวรรค์ นางใช้เวลาเพียงแค่ 45 นาทีเท่านั้น

ถ้าหากเด็กคนนี้ผสานเพลิงแท้ได้เร็ว พรสวรรค์ของเขาก็น่าจะเทียบเท่ากับสาวน้อย แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเหนือกว่านาง

ด้วยเวลาที่นานเช่นนั้น ใครจะไปรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ต้องอดทนต่อความเจ็บปวดยาวนานเท่าใด สำหรับจอมยุทธทั่วไปที่เป็นธาตุเหล็กนั้น พวกเขาทนได้ไม่ถึง 15 นาทีด้วยซ้ำและสติของพวกเขาก็หลุดลอยไป

เมื่อเสียสติไปแล้ว มันก็ไม่ห่างไกลจากความตายนัก

“กริ๊ก!”

หยดของเหลวกระทบแผ่นหยกเสียงสดใส แม้ว่ามันจะเบา แต่มันก็เป็นเสียงที่ดังทะลุหูได้อย่างประหลาดในชั้นสองอันเงียบงันที่ได้ยินแม้แต่เสียงเข็มหล่น

ชิงเย่ได้ยินเสียงและมองดูใกล้ นางเห็นหินหยกเย็นในฝ่ามือถังฮวนละลายเป็นหยดที่เริ่มไหลลงมาในแผ่นหยกด้านล่าง

“เด็กคนนี้อาจจะเป็นนักตีอาวุธที่มีร่างธาตุโลหะคนแรกในดินแดนรุ่นโรจน์ ข้าไม่เคยได้ยินว่ามีนักตีอาวุธธาตุโลหะปรากฏตัวมาหลายร้อยปีแล้ว”

ชิงเย่วางมือที่ปิดปากสีแดงนางลงไป นางหายใจเข้าลึก นางแสดงสีหน้าของการยอมรับออกมาโดยไม่รู้ตัว

แต่ทันทีหลังจากนั้น ที่มุมปากของชิงเย่ก็ยิ้มประหลาด

นางมีอายุมากกว่ายี่สิบปีแล้ว และนักตีอาวุธที่มีพรสวรรค์มากที่สุดที่นางเคยเห็นก็คือสาวน้อยที่มาจากเมืองช่างสวรรค์ เสาเงาเพลิงในเมืองช่างสวรรค์นั้นมีนางที่จุดได้ถึงสิบสองเมตรซึ่งไปถึงขีดจำกัดของเสาเงาเพลิง

แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะมีอัจฉริยะนักตีอาวุธที่เหมือนกับนางแล้ว

ไม่เพียงแต่จะใช้เพลิงแท้ได้อย่างแข็งแกร่งเทียบเท่ากับนักตีอาวุธระดับกลาง เขายังมีร่างกายธาตุโลหะอีกด้วย ถ้าหากสาวน้อยจากเมืองช่างสวรรค์รู้เข้า นางจะตกใจมากเพียงใดกัน

แต่เด็กคนนี้เพิ่งจะเข้าร่วมการทดสอบนักตีอาวุธระดับต่ำซึ่งหมายความว่าเขาเพิ่งจะเดินบนวิถีแห่งการตีอาวุธ ส่วนสาวน้อยนั้นนำหน้ามาไกลแล้ว ถ้าหากเด็กคนนี้อยากจะไปถึงระดับของนาง เขายังมีเส้นทางอีกไกลให้เดิน

“กริ๊ก! กริ๊ก กริ๊ก…”

เสียงแหลมยังคงหยดดังอย่างต่อเนื่อง และอีกห้าคนที่อยู่ไม่ไกลจากถังฮวนตกใจอีกครั้ง

หญิงสาวชุดแดงหันหน้าไปมอง และเมื่อเห็นหยกสีขาวบนแผ่นหยกหน้าถังฮวน นางก็ตกใจอีกครั้ะง แต่ก่อนที่นางตะอุทานออกมานางก็รีบตั้งสติทำไฟในมือที่สั่นไหวให้มั่นคง

สาวน้อยในชุดแดงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและไม่มองดูเขาอีก แต่นางก็มิอาจปิดบังควาตกใจในดวงตาไปได้

ในเวลาไม่ถึงสิบนาที หินหยกเย็นของคนคนนี้เริ่มละลายแล้ว…มันเร็วเกินไป!

อีกสี่คนที่อยู่ไกลจากถังฮวนมากกว่าเองก็จ้องมองด้วยดวงตาว่างเปล่า

แต่พวกเขาก็เหมือนกับสาวชุดแดงที่ไม่กล้ามองต่อไปเพราะถ้าหากตั้งใจดูถังฮวน พวกเขาก็จะเสียสมาธิทำให้ไฟดับจนต้องเริ่มใหม่อีกครั้ง

พวกเขาตั้งใจหลอมหินหยกเย็นโดยข่มความตกใจเอาไว้

“กริ๊ก! กริ๊ก กริ๊ก…”

เสียงหยดกระทบแผ่นหยกยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ทีแรกต้องใช้เวลาหลายลมหายใจกว่าที่จะเกิดเสียงหยดสองครั้ง แต่จากนั้นเวลาก็ยิ่งสั้นลงเรื่อย ๆ สุดท้ายเสียงก็ดับแทบจะต่อเนื่องและดังขึ้นกว่าเดิม

ยิ่งชายชราและคนอื่นไม่อยากจะได้ยินมากเพียงใด เสียงมันก็ยิ่งชัดใสมากขึ้นเท่านั้น

แค่เพียงได้ยินเสียง พวกเขาก็ระบุได้อย่างชัดเจนว่าหินหยกเย็นในมือถังฮวนนั้นกำลังละลายเร็วขึ้นเรื่อย ๆ มันทำให้พวกเขารำคาญใจเล็กน้อยและเพลิงในมือของพวกเขาก็สั่นไหวเป็นเพลิงร้อนและเพลิงอุ่น กลับกัน สาวน้อยในชุดแดงนั้นถูกรบกวนน้อยที่สุด

เมื่อผ่านมานาน หยดของเหลวก็เริ่มหลดลงมาจากฝ่ามือของนาง

“กริ๊ก!”

เสียงสดใสดังขึ้นอีกครั้ง ถังฮวนลืมตาขึ้นและแบมือ เขาเห็นว่าไม่มีร่องรอยของหินหยกเย็นอยู่ในเปลวเพลิงอันบ้าคลั่งอีกแล้ว แแต่เขาเห็นกองของเหลวสีขาวที่อยู่ใต้ฝ่ามือเขาแทน

“ข้าเสร็จแล้ว!”

ถังฮวนทำหน้าประหลาดใจอย่างเสียไม่ได้ ในทันทีที่เพลิงในมือของเขาหายไปและเขาก็มองไปที่ด้านข้างตัว หญิงสาวในชุดแดงเองก็เริ่มมีหยดละลายบนแผ่นหยกแล้ว ส่วนอีกสี่คนที่นั่งไกลกว่านั้นไม่มีอะไรอยู่ในแผ่นหยก

จบบทที่ ตอนที่ 14 หินหยกเย็น

คัดลอกลิงก์แล้ว