เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่18 เดิมพันกับนักบุญ

ตอนที่18 เดิมพันกับนักบุญ

ตอนที่18 เดิมพันกับนักบุญ


ตอนที่18 เดิมพันกับนักบุญ

มองจากภายนอก ฉินเฟิงดูเหมือนจะมีระดับการบ่มเพาะเพียงขอบเขตหลอมกายาระดับที่ 9 เท่านั้น

แต่หารู้ไม่ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉินเฟิงได้ลอบโคจรเคล็ดวิชามหาเต๋าซ่อนเร้นอยู่ตลอดเวลา

กดระดับการบ่มเพาะทั้งหมดไว้ที่ขอบเขตหลอมกายา

เคล็ดวิชามหาเต๋าซ่อนเร้นนั้นลึกลับพิสดาร แม้แต่กระจกแสงธรรมวิเศษยังไม่อาจตรวจสอบระดับการบ่มเพาะที่แท้จริงของฉินเฟิงได้

แล้วนักบุญกระบี่ชิงเสวียนจะล่วงรู้ได้อย่างไร?

“พวกเรามาเดิมพันกันสักหน่อยเป็นอย่างไร?”

ฉินเฟิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนทำสีหน้าไม่ยี่หระ

ในฐานะนักบุญ การจะสังหารมดปลวกระดับหลอมกายาสักตัว ช่างง่ายดายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ

ใยต้องมาเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงกับมันด้วย

เห็นนักบุญกระบี่ชิงเสวียนไม่สนใจ

ฉินเฟิงจึงราดน้ำมันเข้ากองไฟ “ทำไม? ท่านเป็นถึงนักบุญ หรือว่าไม่กล้ารับคำท้า? หรือว่าท่านกลัวแพ้?”

ได้ยินดังนั้น หางตาของนักบุญกระบี่ชิงเสวียนกระตุกยิกๆ

เจ้าเด็กนี่ หรือว่าจะมีไพ่ตายอะไรซ่อนอยู่ ถึงได้กล้ามาท้าทายนักบุญ?

ฉินเฟิงผู้นี้ ภายนอกดูเหมือนมีเพียงระดับหลอมกายา แต่ความจริงแล้วอาจไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็น

ไม่แน่ว่าอาจจะมีไม้ตายก้นหีบที่คนอื่นไม่รู้ซ่อนอยู่จริงๆ

แม้ว่ามันจะเป็นเพียงระดับหลอมกายาตัวจ้อย แต่ก็ประมาทไม่ได้ เพราะมันดูใจเย็นเกินไปแล้ว

“งั้นเจ้าลองว่ามา เจ้าอยากจะเดิมพันอะไร?”

ฉินเฟิงยักไหล่ “ก็ไม่มีอะไรมาก ผลัดกันรับการโจมตีคนละหนึ่งครั้ง หากข้าไม่ล้มลง ก็ถือว่าท่านแพ้”

สิ้นเสียง นักบุญกระบี่ชิงเสวียนก็หัวเราะร่า

สมองของเจ้าฉินเฟิงนี่มีปัญหาหรือเปล่า?

ข้อเสนอแบบนี้ยังกล้าพูดออกมาได้?

หากเป็นเช่นนี้ จะต้องกลัวอะไร?

ต่อให้มันมีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เพียงใด ก็เป็นแค่ขอบเขตหลอมกายา จะทนรับการโจมตีของเขาโดยไม่ล้มลงได้อย่างไร?

แต่พอลองตรองดูให้ดี

เล่ห์เหลี่ยมในเรื่องนี้ลึกซึ้งนัก

เจ้าฉินเฟิงนี่ต้องคำนวณไว้แล้วแน่ๆ ว่าเขาจะไม่ลงมือเต็มกำลัง เพราะมันรู้ดีว่าตัวมันยังมีประโยชน์ต่อเขา

หากลงมือเต็มกำลัง ฉินเฟิงต้องตกตายคาที่แน่นอน

แบบนั้นคงได้ไม่คุ้มเสีย

เจ้าเด็กนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ คิดเผื่อไว้ถึงขั้นนี้เชียว

แต่ทว่า มันก็ยังประเมินความแข็งแกร่งของนักบุญต่ำเกินไป

ต้องเผชิญหน้ากับระดับหลอมกายาระดับที่ 9 จำเป็นต้องใช้กำลังทั้งหมดด้วยหรือ?

อย่ามาตลกหน่อยเลย

ต่อให้เป็นการโจมตีแบบขอไปที ก็ไม่ใช่สิ่งที่มันจะรับไหวแล้ว

“แค่นี้เองรึ?”

“แค่นี้แหละ!”

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศอย่างมั่นคง

“แล้วถ้าเจ้าแพ้ จะทำอย่างไร?”

ฉินเฟิงผายมือทั้งสองข้างออก “แล้วแต่ท่านจะจัดการ”

แต่แววตาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างรวดเร็ว “แต่ถ้าท่านแพ้ล่ะ? จะทำอย่างไร?”

ได้ยินดังนั้น นักบุญกระบี่ชิงเสวียนก็หัวเราะลั่นไม่หยุด “ดูท่าเจ้าจะไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำจริงๆ เจ้าคิดว่าเจ้าจะรับการโจมตีของนักบุญโดยไม่ล้มลงได้งั้นรึ?”

“ฝันกลางวันชัดๆ”

“แต่ในเมื่อเจ้ามั่นใจขนาดนั้น ข้าก็จะรับคำท้า! หากเจ้าชนะ ข้าจะยอมเป็นผู้พิทักษ์ให้เจ้า 5,000 ปี ในช่วง 5,000 ปีนี้ ขอเพียงไม่ใช่เรื่องผิดมโนธรรม ข้ายินยอมให้เจ้าเรียกใช้ได้ตามใจชอบ!”

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนมั่นใจว่าตนเองไม่มีทางแพ้ จึงกล้าคุยโวโอ้อวดเช่นนี้

ฉินเฟิงได้ยินแล้วสีหน้าไม่เปลี่ยน แต่ในใจกลับลิงโลด

นักบุญผู้นี้แม้จะมีระดับการบ่มเพาะสูงส่งเทียมฟ้า แต่กลับหลงตัวเอง คิดว่าตนเองชนะแน่แล้ว?

ความจริงจะโทษนักบุญกระบี่ชิงเสวียนก็ไม่ได้

ต้องโทษฉินเฟิงที่เจ้าเล่ห์เพทุบายเกินไป หรือจะพูดให้ถูกคือ เคล็ดวิชามหาเต๋าซ่อนเร้นนี่มันหลอกคนได้เนียนจริงๆ

ไม่ว่านักบุญคนไหนก็ต้องเป็นแบบนี้ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับระดับหลอมกายาระดับที่ 9 ก็เหมือนมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง

ใครจะไปถือสาหาความกับมดปลวกกันเล่า?

ที่ยอมตกลงตามคำขอของฉินเฟิง ก็เพียงเพราะฉินเฟิงยังมีประโยชน์ต่อนักบุญกระบี่ชิงเสวียนเท่านั้น

มิเช่นนั้นคงดีดนิ้วสังหารไปนานแล้ว

ฉินเฟิงทำสีหน้าเรียบเฉย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านก็สาบานต่อฟ้าดินเสีย เพื่อพิสูจน์ว่าท่านพูดจริง มิฉะนั้นถ้าถึงเวลาท่านกลับคำ ข้าจะไปร้องเรียนกับใครได้”

เจ้าฉินเฟิงนี่ช่างเรื่องมากจริง นักบุญกระบี่ชิงเสวียนเริ่มหงุดหงิด “ทำไมถึงได้พูดมากนัก!”

ฉินเฟิงทำท่าไม่ยี่หระ “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็ขอลา!”

“ถ้าท่านคิดว่าจะตามข้าทัน ก็เชิญตามสบาย!”

พอได้ยินฉินเฟิงบอกว่าจะหนี โทสะของนักบุญกระบี่ชิงเสวียนก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที อยากจะตบฉินเฟิงให้ตายคาฝ่ามือเสียเดี๋ยวนี้

แต่พอนึกถึงวิชาตัวเบาอันแปลกประหลาดของมัน ที่แม้แต่เขาก็ยังตามไม่ทัน ก็จำต้องข่มกลั้นความโกรธในใจเอาไว้

คิดในใจว่า รอให้เจ้าหมดประโยชน์เมื่อไหร่ คอยดูเถอะข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร

จากนั้นเขาก็สาบานต่อฟ้าดินต่อหน้าฉินเฟิง

“เอาล่ะ ผู้อาวุโสต้องมาก่อน ท่านลงมือก่อนเถอะ”

เมื่อเห็นฉินเฟิงยังคงทำท่าทางสบายๆ ไม่เกรงกลัวสิ่งใดเช่นนี้

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนก็เริ่มแปลกใจ หรือว่ามันจะสามารถต้านทานการโจมตีของเขาโดยไม่ล้มลงได้จริงๆ?

แต่มันเป็นแค่ระดับหลอมกายา

หรือว่ามันแค่ถ่วงเวลา เพื่อหาจังหวะหนี?

คิดได้ดังนั้น เขาก็ลอบโคจรลมปราณ ผนึกพื้นที่โดยรอบ เตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า

ต่อให้วิชาตัวเบาของฉินเฟิงจะพิสดารเพียงใด ก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้ มีแต่ต้องยอมจำนนแต่โดยดี

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนยิ้มมุมปาก ฉินเฟิงที่อยู่ตรงหน้า ได้กลายเป็นลูกไก่ในกำมือของเขาแล้ว

“เจ้าหนู ระวังตัวไว้ให้ดี!”

“หากเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้นมา อย่ามาโทษว่าข้าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน!”

ฉินเฟิงไม่ยี่หระ “หากข้าเป็นอะไรไป ข้าเชื่อว่าท่านก็คงทุ่มสุดตัวเพื่อยื้อชีวิตข้ากลับมาแน่”

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้ายังจะต้องกลัวอะไรอีก?”

พูดจบก็กางแขนออก เตรียมพร้อมรับการชำระล้างจากนักบุญทุกเมื่อ!

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เพียงแค่ยกมือขึ้น ใช้นิ้วชี้ไปที่ฉินเฟิงเบาๆ!

วิ้ง!

ห้วงอากาศสั่นสะเทือน มิติส่งเสียงครางหึ่งๆ

การโจมตีครั้งนี้ แม้จะเป็นเพียงการโจมตีแบบขอไปทีของนักบุญกระบี่ชิงเสวียน

แต่ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตตำหนักเทพมารับตรงๆ ก็คงเจ็บหนักเอาการ

เขาเริ่มนึกเสียใจขึ้นมานิดๆ เสียใจที่ลงมือหนักเกินไป

ถ้าเผลอทำฉินเฟิงตายไปจริงๆ คงได้ไม่คุ้มเสีย

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของนักบุญ ฉินเฟิงกลับยังคงยืนนิ่งดั่งขุนเขา

ไม่มีท่าทีว่าจะหลบหลีกแม้แต่น้อย

ในขณะเดียวกัน บนใบหน้าของฉินเฟิงกลับปรากฏรอยยิ้มจางๆ ขึ้นมา

ตูม!

ปราณกระบี่จากปลายนิ้วพุ่งทะยาน

บนความว่างเปล่า ณ ตำแหน่งของฉินเฟิง บัดนี้มีดอกไม้ดอกหนึ่งเบ่งบานงดงามตระการตา

ดอกไม้ดอกนี้ช่างเจิดจ้าบาดตา แต่ทว่าภายใต้ความงดงามนั้นกลับแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันไร้ขอบเขต!

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนขมวดคิ้วมุ่น

ใจหายวาบ

แย่แล้ว!

ลงมือหนักเกินไป!

แต่ในขณะที่เขากำลังจะขยับตัวเข้าไปดูอาการของฉินเฟิง

ทันใดนั้นดวงตาก็หรี่ลง

ท่ามกลางแสงสีแห่งพลังทำลายล้าง เงาร่างหนึ่งยังคงยืนตระหง่าน เอามือไพล่หลัง

สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง

การโจมตีเมื่อครู่ ราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

หากไม่ได้เห็นเสื้อผ้าของเขาที่ถูกลมพัดจนปลิวไสว และคลื่นพลังที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในความว่างเปล่า

คงต้องคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตาอย่างแน่นอน

วินาทีนี้ หัวใจของนักบุญกระบี่ชิงเสวียนราวกับหยุดเต้น

เขาบำเพ็ญเพียรมาจนถึงบัดนี้ปาเข้าไป 9,000 ปีแล้ว

ระดับหลอมกายาสามารถต้านทานการโจมตีของนักบุญได้

นี่มันเรื่องเหลือเชื่อ ชนิดที่ไม่เคยได้ยินไม่เคยเห็นมาก่อน

พลังทำลายล้างสลายไป นักบุญกระบี่ชิงเสวียนยังคงยืนอึ้ง

ยังไม่หายตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ในตอนนั้นเอง ฉินเฟิงก็ขยับตัว

เสียงกระบี่หวีดหวิวดังก้องฟ้าสะเทือนดิน

ทันใดนั้น แสงสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากความว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว เข้ามาอยู่ในมือของฉินเฟิง

กระบี่เล่มนี้เต็มไปด้วยสนิมเกรอะกรังดูธรรมดาสามัญยิ่งนัก

แต่ในความเป็นจริง เขารู้ดีว่ามันไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น

จบบทที่ ตอนที่18 เดิมพันกับนักบุญ

คัดลอกลิงก์แล้ว