เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่17 ปัญหามาเยือนถึงหน้าประตู

ตอนที่17 ปัญหามาเยือนถึงหน้าประตู

ตอนที่17 ปัญหามาเยือนถึงหน้าประตู


ตอนที่17 ปัญหามาเยือนถึงหน้าประตู

ฉินเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ตนเองเพิ่งจะออกไปนอนข้างนอกแค่คืนเดียว

รังเก่าก็ถูกคนอื่นยึดครองไปเสียแล้ว?

แต่ฉินเฟิงหาได้สนใจว่าผู้มาเยือนจะเป็นใคร

เขายังคงไพล่มือไว้ด้านหลัง เดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเดินอยู่ในที่รกร้างไร้ผู้คน

เมื่อเดินเข้าไปถึงส่วนลึกแล้วมองดู

กลับกลายเป็นท่านนักบุญผู้นั้น

“ท่านมาทำอะไรที่กันดารนกไม่ขี้ของข้าแต่เช้าตรู่เช่นนี้ มีธุระอันใดหรือ?”

ฉินเฟิงพูดพลางเดินไปยังตำแหน่งที่ตนนั่งสมาธิฝึกฝนเป็นประจำ แล้วนั่งขัดสมาธิลง

การกระทำนี้ทำให้นักบุญกระบี่ชิงเสวียนแปลกใจเล็กน้อย

เจ้าหนู่นี่ไม่เกรงกลัวเขาเลยงั้นรึ?

ลำพังแค่กลิ่นอายกดดันของนักบุญ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ศิษย์ระดับหลอมกายาระดับที่ 9 จะต้านทานไหว

เจ้าหนู่นี่ ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่!

“เจ้าสำนักของพวกเจ้าเวลาเจอข้ายังต้องทำความเคารพ แล้วเรียกข้าว่าท่านนักบุญอย่างนอบน้อม”

“แต่เจ้ากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“ถ้าไม่ใช่พวกลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือ ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ”

“ก็คงเป็นพวกมีที่พึ่งพิง จนหลงคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่เทียมฟ้า”

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นคนประเภทไหน?”

ฉินเฟิงยักไหล่

“พูดมาตรงๆ เถอะ ท่านมาหาข้าด้วยเรื่องอันใด หากจะให้ข้าชดใช้ค่ากระจกแสงธรรมวิเศษของท่าน เกรงว่าจะต้องทำให้ท่านผิดหวังแล้ว”

“ข้าไม่มีปัญญาจ่ายหรอกนะ”

ได้ฟังวาจาของฉินเฟิง

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนก็หัวเราะร่า

“น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ”

“สำนักกระบี่ไท่สิงที่เป็นสำนักเคร่งขรึมขนาดนั้น ไฉนถึงมีศิษย์กะล่อนอย่างเจ้าออกมาได้”

“ดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะไม่พูดอ้อมค้อมแล้ว”

“เจ้าบอกข้ามาตามตรงได้หรือไม่ ว่าเจ้าคือศิษย์ลึกลับที่มีระดับการบ่มเพาะขอบเขตสยบความว่างเปล่าระดับที่ 8 ผู้นั้น?”

ฉินเฟิงแค่นหัวเราะเยาะตัวเอง

“หึหึ ถ้าข้ามีฝีมือขนาดนั้น ข้าจะถูกสั่งขังให้สำนึกตนในสุสานกระบี่เพราะไปล่วงเกินนักบุญหญิงงั้นรึ?”

“ท่านอย่ามาตลกหน่อยเลย”

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนยิ้มกริ่ม

“ยังจะมาหลอกข้าอีก? คิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบหรือไง? เรื่องที่เจ้าถูกทำโทษให้สำนักตน เจ้าสำนักของเจ้าเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว”

“ทางสำนักอนุญาตให้เจ้าออกมาตั้งนานแล้ว แต่เป็นเจ้าเองที่ปฏิเสธ”

“การที่เจ้าอาลัยอาวรณ์สุสานกระบี่แห่งนี้ หรือว่าที่นี่จะซุกซ่อนโชควาสนาอันยิ่งใหญ่เอาไว้?”

“บอกมาซะดีๆ ที่นี่มีความลับอะไรซ่อนอยู่ ถึงทำให้เจ้าก้าวเข้าสู่ขอบเขตสยบความว่างเปล่าได้ตั้งแต่อายุยังน้อย แถมยังบรรลุวิถีกระบี่ถึงขั้นขอบเขตใจกระบี่!”

ฉินเฟิงผายมือออก “ข้าก็แค่ศิษย์หัวทึบคนหนึ่งของสำนักกระบี่ไท่สิง ที่มาหลบอยู่ที่นี่ก็เพื่อไม่ให้นักบุญหญิงมาหาเรื่องข้าอีก”

“ส่วนที่นี่จะมีความลับอะไร ท่านก็ดูเอาเองสิ จะมาถามข้าทำไม?”

สิ้นเสียง แววตาของนักบุญกระบี่ชิงเสวียนก็เปลี่ยนเป็นดุดันทันที

จิตสังหารอันเย็นเยียบแผ่ออกมาปกคลุมร่างของฉินเฟิง

“เจ้ากล้าพูดจาสามหาวกับข้าเชียวรึ!”

“แม้แต่เจ้าสำนักของเจ้ายังไม่กล้า...”

ฉินเฟิงรีบยกมือห้าม

“ช้าก่อน เจ้าสำนักก็ส่วนเจ้าสำนัก ข้าก็ส่วนข้า หวังว่าท่านผู้เฒ่าจะไม่เอาพวกเราไปเหมารวมกัน”

นักบุญกระบี่ชิงเสวียนแค่นเสียงเย็น “เจ้ากล้าลบหลู่ข้าถึงเพียงนี้ ไม่กลัวว่าข้าบันดาลโทสะ แล้วถล่มสำนักกระบี่ไท่สิงของพวกเจ้าจนราบเป็นหน้ากลองหรือไร?”

แต่คิดไม่ถึงว่า ฉินเฟิงจะยังคงทำท่าทองไม่รู้ร้อนรู้หนาว ราวกับไม่ยี่หระต่อสิ่งใด

“นั่นก็เป็นเรื่องของท่าน ต่อให้ท่านจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน มีอิทธิฤทธิ์ล้นฟ้า ดีดนิ้วเดียวโลกพินาศแล้วอย่างไร?”

“สำนักกระบี่ไท่สิงจะถูกท่านทำลายหรือไม่ เกี่ยวอะไรกับข้า?”

สำหรับฉินเฟิงแล้ว เขาไม่ได้มีความผูกพันกับสำนักกระบี่ไท่สิงมากนัก

ความผูกพันที่เขามีต่อสำนักกระบี่ไท่สิง ล้วนมาจากหลี่ไท่หรานและหลี่ซานหลิง

อาจารย์ของเขาหลี่ไท่หรานจากไปแล้ว ความอาลัยอาวรณ์ที่มีต่อสำนักแห่งนี้ก็น้อยลงไปอีก

ตอนนี้ห่วงกังวลเดียวที่มี ก็คือหลี่ซานหลิง

ดังนั้นคำขู่ของนักบุญที่จะถล่มสำนักกระบี่ไท่สิง สำหรับฉินเฟิงแล้ว มันไม่ได้ระคายผิวเขาเลยแม้แต่น้อย

ถอยออกมามองอีกมุม หากนักบุญผู้นี้เกิดบ้าคลั่งจะถล่มสำนักกระบี่ไท่สิงจริงๆ อย่างมากเขาก็แค่พาหลี่ซานหลิงหนีไปก็สิ้นเรื่อง

ไม่มีอะไรต้องกังวล

รอยยิ้มของนักบุญกระบี่ชิงเสวียนยิ่งดูดุร้ายขึ้น “เจ้ามีปัญหาจริงๆ ด้วย”

ระหว่างที่พูด เขาก็เพิ่มแรงกดดันใส่ฉินเฟิงมากขึ้นเรื่อยๆ

“หากเจ้ายอมบอกความจริงว่าเจ้าได้โชควาสนาเหล่านี้มาได้อย่างไร ข้าจะไม่เอาความ และจะรับเจ้าเป็นศิษย์ด้วย”

“วันหน้าเจ้าเองก็จะได้กลายเป็นนักบุญผู้ยิ่งใหญ่!”

ฉินเฟิงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

“ข้าต้องพูดอย่างไรท่านถึงจะเข้าใจ ว่าข้าไม่ใช่ศิษย์ลึกลับคนนั้น! ทำไมท่านถึงไม่เชื่อข้าบ้างเลย?”

“ดื้อด้านจริงๆ!”

เมื่อถูกปฏิบัติด้วยความไม่เคารพเช่นนี้ นักบุญกระบี่ชิงเสวียนจะทนได้อย่างไร

“ดื่มสุรามงคลไม่ชอบ ชอบดื่มสุราจับกรอก งั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”

พูดจบ

พลังอำนาจแห่งนักบุญระเบิดออกมาในพริบตา ถาโถมเข้าใส่ฉินเฟิงอย่างไม่ปรานี

ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาลเช่นนี้ อย่าว่าแต่ศิษย์ระดับหลอมกายาระดับที่ 9 เลย ต่อให้เป็นระดับเปิดจิตระดับที่ 9 ก็ต้องถูกบดขยี้จนแหลกเหลวเป็นเนื้อบด!

แต่สิ่งที่ทำให้นักบุญกระบี่ชิงเสวียนคาดไม่ถึงคือ

ฉินเฟิงที่อยู่ตรงหน้ากลับยืนนิ่งไม่ไหวติง

และดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลยแม้แต่น้อย

ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เฮ้อ...”

“ข้าแค่อยากจะฝึกฝนอย่างสงบเงียบ ทำไมปัญหาถึงต้องวิ่งเข้าหาข้าตลอดเลยนะ”

ฉินเฟิงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา

“ถ้าท่านอยากจะลงมือกับข้า... เฮ้อ... ก็เข้ามาเลย!”

สิ้นเสียง วิชาย่างก้าวท่องความว่างเปล่าถูกกระตุ้นขึ้นอย่างเงียบเชียบ

ทันใดนั้น ฉินเฟิงก็ก้าวข้ามความว่างเปล่า เพียงชั่วพริบตาเดียว ก็ไปปรากฏตัวอยู่ห่างออกไปสิบลี้

กลิ่นอายของนักบุญอันเกรียงไกรพุ่งทะยานไล่ตามทิศทางของฉินเฟิงไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

บนใบหน้าของฉินเฟิงปรากฏรอยยิ้มจางๆ

ก้าวเท้าออกไปอีกครั้ง

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม

ฉินเฟิงไม่รู้ว่าตนเองเคลื่อนย้ายข้ามมาไกลกี่หมื่นลี้แล้ว

เขายืนเอามือไพล่หลัง ลอยตัวอยู่กลางอากาศ

รอคอยการมาถึงของนักบุญ

ต้องยอมรับว่าวิชาย่างก้าวท่องความว่างเปล่านี่ช่างมหัศจรรย์นัก แม้แต่นักบุญก็ยังทำได้แค่ตามดมฝุ่นอยู่ข้างหลังฉินเฟิง

และนี่เป็นเพียงผลลัพธ์จากวิชาย่างก้าวท่องความว่างเปล่าขั้นต้นเท่านั้น

หากฝึกฝนจนถึงขั้นสูง ยากจะจินตนาการได้ว่าจะมีอานุภาพร้ายกาจเพียงใด

และวิชาย่างก้าวท่องความว่างเปล่านี้ ไม่ได้มีไว้ใช้แค่เดินทางเท่านั้น

หากฝึกฝนจนชำนาญ สามารถนำมาใช้ในการต่อสู้ได้

เมื่อนำวิชาย่างก้าวท่องความว่างเปล่ามาผสมผสานกับการต่อสู้จริง จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนับพันหมื่น พลิกแพลงดุจภูตผี

ไปมาไร้ร่องรอย ในการต่อสู้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงได้

ขณะที่กำลังครุ่นคิด กลิ่นอายอันทรงพลังก็พุ่งตรงมาจากขอบฟ้าไกล

นักบุญผู้นั้นตามมาทันแล้ว

ต้องใช้เวลาถึงร้อยลมหายใจ กว่านักบุญผู้นี้จะตามฉินเฟิงทัน

ตอนออกจากสุสานกระบี่ ฉินเฟิงออกตัวก่อนนักบุญกระบี่ชิงเสวียนเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น

แต่ตอนนี้กลับทิ้งห่างกันถึงขนาดนี้

เรื่องนี้ทำให้ฉินเฟิงตระหนักได้ว่า

วันหน้าหากเจอคู่ต่อสู้ที่สู้ไม่ได้จริงๆ เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถหนีรอดจากเงื้อมมืออีกฝ่ายได้

ฉินเฟิงมีไพ่ตายสำหรับรักษาชีวิตเพิ่มขึ้นอีกใบแล้ว

ผ่านไปอีกไม่กี่ลมหายใจ นักบุญกระบี่ชิงเสวียนก็มาถึงจุดที่ห่างจากฉินเฟิงร้อยจ้าง

สีหน้าและแววตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

จากการตรวจสอบกลิ่นอายของฉินเฟิง ชัดเจนว่าเป็นเพียงขอบเขตหลอมกายาระดับที่ 9

แค่ระดับหลอมกายาระดับที่ 9 แต่กลับมีความสามารถถึงเพียงนี้ ดูท่าศิษย์สำนักกระบี่ไท่สิงผู้นี้จะไม่ธรรมดาจริงๆ

มิน่าเล่าถึงกล้าลบหลู่เขา ที่แท้ก็มีดีอยู่นี่เอง

แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นแล้วอย่างไร?

ขอบเขตหลอมกายาก็คือขอบเขตหลอมกายา หากต้องลงมือจริงๆเขาใช้นิ้วเดียวก็บี้ให้ตายคามือได้

จบบทที่ ตอนที่17 ปัญหามาเยือนถึงหน้าประตู

คัดลอกลิงก์แล้ว