- หน้าแรก
- ม่านหมอกอาถรรพ์ เจียงซานกับคำสาปพลิกโลก
- บทที่ 18 - อาณาเขตผีที่กลายพันธุ์
บทที่ 18 - อาณาเขตผีที่กลายพันธุ์
บทที่ 18 - อาณาเขตผีที่กลายพันธุ์
เจียงซานนั่งอยู่บนโซฟา มองดูยอดเงินหกร้อยเจ็ดสิบกว่าล้านในโทรศัพท์ด้วยความสบายใจ
ในขณะที่เย่เฝิงและหวังเสี่ยวเฉียงที่นั่งอยู่อีกโซฟาหนึ่งหน้าซีดเผือก สีหน้าดูแย่ยิ่งกว่าญาติเสีย ทั้งสองคนต่างนิ่งเงียบจมอยู่ในความคิดของตัวเอง
คนหนึ่งกำลังเสียดายเงิน
อีกคนหนึ่งกำลังคิดว่าจะจัดการกับเจียงซานยังไง
คนที่เสียดายเงินย่อมเป็นเย่เฝิง ส่วนหวังเสี่ยวเฉียงนั้น เขาไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะวางเจียงซานไว้ในตำแหน่งไหน
"คนสนิท?"
หวังเสี่ยวเฉียงรู้ดีว่า ต่อให้มีผลประโยชน์ผูกมัด ก็ไม่มีทางไว้ใจเจียงซานได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขนาดเย่เฝิงกับเขาก็ยังเป็นแค่ความสัมพันธ์แบบร่วมมือกัน
จะสยบเจียงซานงั้นเหรอ?
เป็นไปไม่ได้
"สมาชิกคลับ?"
ในสายตาของหวังเสี่ยวเฉียง คงทำได้แค่นั้น เพราะเจียงซานเป็นคนขอเข้าร่วมเองตั้งแต่แรก แต่เขาก็ยังรู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างรุนแรง
สาเหตุหลักก็เพราะหวังเสี่ยวเฉียงไม่ค่อยอยากจะเชื่อ
เจียงซานที่ควบคุมผีที่น่ากลัวถึงสองตน จะสนแค่เรื่องเงินจริงๆ เหรอ?
ผู้ควบคุมผีขาดเงินเหรอ? หวังเสี่ยวเฉียงถามตัวเอง
ผู้ควบคุมผีในคลับของเขาคนไหนบ้างไม่มีรถหรู? แต่ละคนใช้เงินเหมือนเทน้ำทิ้ง พวกเขาไม่สนใจเรื่องเงินทองเลยสักนิด
เพราะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่เดือน ตายไปก็เอาเงินไปด้วยไม่ได้
แต่หวังเสี่ยวเฉียงไม่มีทางรู้เลยว่า เจตนาเริ่มแรกที่เจียงซานมาที่คลับแห่งนี้ ก็เพื่อเงินจริงๆ
มีเงิน มีทองคำ จะช่วยให้เจียงซานลดเรื่องปวดหัวไปได้เยอะ อย่างน้อยเขาก็จะไม่ขาดแคลนภาชนะสำหรับขังผี
เมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศในคลับเงียบเหงาผิดปกติ เจียงซานรู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร แต่เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หันไปถามหวังเสี่ยวเฉียง
"ประธานหวัง การมาที่คลับนี่ผมต้องทำอะไรบ้าง? ตอนเย็นกลับได้กี่โมง?"
"ปกติคลับจะมีงานจ้างวานจากพวกเศรษฐี แล้วก็พวกงานค่าหัว แต่เรื่องพวกนั้นสมาชิกในคลับก็ทำได้ คุณแค่มาประจำอยู่ที่คลับก็พอ ถ้ามีภารกิจที่พวกเขาทำไม่ได้ ผมค่อยหาคุณ"
หวังเสี่ยวเฉียงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ "อยากอยู่ถึงกี่โมงก็แล้วแต่คุณ"
ความจริงแล้วหวังเสี่ยวเฉียงมีข้อกำหนดเรื่องเวลาที่สมาชิกต้องอยู่ที่คลับ แถมแต่ละเดือนยังมีโควตาภารกิจขั้นต่ำที่ต้องทำให้สำเร็จด้วย
เพราะคลับของเขาไม่ใช่องค์กรการกุศล เขาลงแรงไปขนาดนั้นจะมาเลี้ยงดูผู้ควบคุมผีพวกนี้ฟรีๆ ได้ยังไง
การใช้พวกมันหาเงินก็แค่เรื่องผลพลอยได้ เจตนาแรกเริ่มที่เขาก่อตั้งคลับเสี่ยวเฉียงขึ้นมาก็เพื่อพัฒนาคลับให้ไปถึงระดับเดียวกับฟอรั่มสื่อสารเรื่องลี้ลับ
การวางแผนยึดครองเมือง หรือแม้แต่ระดับประเทศ คือความตั้งใจของเขาหวังเสี่ยวเฉียง
น่าเสียดาย แม้ความทะเยอทะยานของหวังเสี่ยวเฉียงจะยิ่งใหญ่ และกล้าคิดกล้าทำ แต่สำหรับวิธีการบริหารจัดการเหล่า "คนเดนตาย" ที่มีอายุขัยเฉลี่ยไม่ถึงสี่เดือนพวกนี้
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขาล้มเหลว
วิสัยทัศน์ที่คับแคบนั่นแหละคือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของเขา!
เจียงซานพยักหน้า แสดงว่ารับทราบแล้ว จากนั้นเขาก็หันไปมองเย่เฝิงแล้วถามว่า
"เย่เฝิง ปืนอินทรีทะเลทรายทองคำที่นายพกอยู่นั่นซื้อมาจากไหน เท่ชะมัด ฉันอยากจะซื้อปืนสั่งทำพิเศษพวกนี้บ้าง"
เมื่อครู่ตอน "เจรจาธุรกิจ" ในอาณาเขตผี เจียงซานสังเกตเห็นปืนที่ตัวเย่เฝิง
เขากำลังกลุ้มใจเรื่องช่องทางซื้อทองคำและอาวุธพิเศษพวกนี้อยู่พอดี พอเห็นแบบนี้ก็ดีใจขึ้นมา
เย่เฝิงที่ถูกเจียงซานเอ่ยชื่อทำหน้าไม่เต็มใจสุดๆ แต่ก็ยังตอบกลับไปว่า
"เดี๋ยวฉันให้ที่อยู่ นายไปดูเอาเอง"
"ได้"
เจียงซานรับนามบัตรสีทองที่เย่เฝิงยื่นให้มาก้มลงดูที่อยู่
"ตึกซ่างทง"
ถ้าเขาจำไม่ผิด ในนิยายต้นฉบับ นักล่าผู้ควบคุมผีที่อยู่ในตึกนี้แหละที่รับงานลอบสังหารหยางเจียนจากหวังเสี่ยวเฉียง จนสุดท้ายโดนหยางเจียนกวาดล้างยกแก๊ง
"ในห้องหนึ่งที่ชั้นบนสุดของที่นั่น มีหีบสามใบ หีบสามใบที่บรรจุศพของผู้ควบคุมผี" เจียงซานนึกในใจ
สถานที่แห่งนี้เจียงซานตั้งใจจะไป "ล้างบาง" ตั้งแต่แรกแล้ว นึกไม่ถึงว่าอาวุธสำหรับจัดการผู้ควบคุมผีของพวกเย่เฝิงก็ซื้อมาจากที่นี่เหมือนกัน ดูท่าจะเป็นลิขิตสวรรค์
ไม่ใช่แค่เพื่อทองคำและอาวุธสั่งทำพิเศษ แต่เพื่อผีสามตนนั้นด้วย เพราะต่อไปเจียงซานจะต้องไปทำข้อตกลงกับตู้ผี
องค์กรต่างชาติ เจียงซานต่อให้ฆ่าล้างโคตร เขาก็ไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
"ผมไปละนะ ประธานหวัง"
เจียงซานไม่สนใจว่าสีหน้าของหวังเสี่ยวเฉียงจะดูแย่แค่ไหน เขาโบกมือลาแล้วเดินออกจากคลับไป
หลังจากจอดรถที่ใต้ตึกในชุมชน เจียงซานมองดูตึกเก่าทรุดโทรมตรงหน้าแล้วอดถอนหายใจไม่ได้
"ควรเปลี่ยนที่อยู่ได้แล้ว ที่บ้านมีแค่โต๊ะตัวเดียว เตียงตัวเดียว ขโมยขึ้นบ้านยังต้องทิ้งเงินไว้ให้สองร้อยก่อนไป"
เนื่องจากเจ้าของร่างเดิมเป็นเด็กกำพร้า ที่พักปัจจุบันของเจียงซานจึงเป็นที่พักสวัสดิการที่รัฐให้อยู่ฟรี แม้แต่เรื่องเรียนและความเป็นอยู่ รัฐก็ยังมีเงินช่วยเหลือให้ระดับหนึ่ง
สำหรับประเทศแบบนี้ เจียงซานมีความรู้สึกผูกพันและยอมรับอย่างบอกไม่ถูก
ชุมชนแห่งนี้ทรุดโทรมมาก ตึกรามบ้านช่องเป็นสไตล์สถาปัตยกรรมยุคหกศูนย์เจ็ดศูนย์
ทั้งชุมชนแทบไม่มีไฟถนน เจียงซานที่เดินมาถึงทางขึ้นตึกอาศัยแสงไฟสลัวๆ มองเห็นวัยรุ่นท่าทางนักเลงไม่กี่คนยืนอยู่ที่ทางเข้า
หนึ่งในนั้นที่เป็นนักเลงหัวเหลืองเหมือนจะมองเห็นเจียงซาน เขาตบไหล่เพื่อนข้างๆ แล้วบุ้ยใบ้ไปทางที่เจียงซานยืนอยู่
กลุ่มคนรู้กันทันที เดินตรงเข้ามาหาเจียงซาน
"พี่ชาย เพิ่งเลิกเรียนเหรอ ผมก็เพิ่งเลิกเหมือนกัน คืนนี้ไม่มีเงินกินข้าวแล้ว ขอยืมเงินใช้หน่อยสิ" นักเลงหัวเหลืองเอ่ยปาก
จากนั้นเขาก็พูดต่อ
"ไม่ต้องห่วงนะพี่ชาย เดี๋ยวพอผมมีเงินจะคืนให้สองเท่า ยืมไม่เยอะ ห้าร้อยก็พอ"
ทันใดนั้น นักเลงหัวเหลืองก็หรี่ตามอง เขาสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าบนตัวเจียงซานดูเหมือนจะเป็นแบรนด์หรู ทันใดนั้นเขาก็ยิ้มตาหยีแล้วพูดต่อ
"โอ๊ย ตายจริง ผมเพิ่งนึกได้ แม่ผมเข้าโรงพยาบาลคืนนี้ หมอเรียกค่ารักษาตั้งสามหมื่น ผมจะอยู่ยังไงไหว พี่ชายช่วยหน่อยเถอะ ให้ผมยืมสักห้าหมื่น ผมหาเงินได้เมื่อไหร่จะรีบคืนให้จริงๆ นะ ผมไม่โกหก"
เจียงซานยืนดูการแสดงของเขาเงียบๆ กวาดสายตามองพวกนักเลงที่เหลือ ก็เห็นแสงสีเงินแวบวับที่เอวของพวกเขา
"มีด"
เจียงซานที่เป็นตำรวจมาเจ็ดแปดปีรับรองว่ามองไม่ผิดแน่ เขามองแววตาของพวกนักเลงกลุ่มนี้
ดุร้าย และมองเขาด้วยสายตาหยอกล้อเหมือนมองของเล่น
"งั้นฉันก็ไม่เกรงใจละนะ ถือโอกาสใช้พวกแกทดสอบดูหน่อยว่าอาณาเขตผีของผีหน้าคนตายมีความลับอะไรซ่อนอยู่อีก" เจียงซานคิด
เขาจึงโยนเงินสดหลายหมื่นในกระเป๋าขึ้นไปบนฟ้า
"เงิน! เงิน! เงินเยอะแยะเลย!"
"ฮ่าๆๆๆๆ รวยเละแล้ว กูว่าแล้วไอ้หมอนี่ต้องรวย ฮ่าๆๆๆๆ" หัวเหลืองหัวเราะลั่น
แต่จู่ๆ เสียงหัวเราะของเขาก็หยุดชะงัก เพราะตอนนี้เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัว เหมือนโดนไฟเผา!
"อ๊ากกก เจ็บ! เจ็บ!"
เขารู้สึกเหมือนกำลังจะเจ็บจนตาย!
หมอกสีเทาเริ่มหนาตาขึ้นรอบตัวพวกนักเลง ทุกคนลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้นโดยไม่มีข้อยกเว้น ใครไม่รู้คงนึกว่าไฟไหม้ตัว
ความเจ็บปวดจากการเน่าเปื่อยเจียงซานรู้ซึ้งดี ความเจ็บปวดที่ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนสามารถทำให้คนเสียสติได้เลย
เจียงซานมองดูพวกนักเลงที่กลิ้งเกลือกอยู่กับพื้นด้วยสายตาเย็นชา เขาค้นพบว่าอาณาเขตผีของเขาดูเหมือนจะมีคุณสมบัติเพิ่มมาอีกอย่างหนึ่ง
การเน่าเปื่อย!
[จบแล้ว]