เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - การประลองฝีมือทางวิทยาการของทั้งสองฝ่าย

บทที่ 40 - การประลองฝีมือทางวิทยาการของทั้งสองฝ่าย

บทที่ 40 - การประลองฝีมือทางวิทยาการของทั้งสองฝ่าย


บทที่ 40 - การประลองฝีมือทางวิทยาการของทั้งสองฝ่าย

☆☆☆☆☆

ในชั่วพริบตายานสำรวจยาวสามจุดห้าเมตรที่มีรูปร่างคล้ายหยดน้ำก็พุ่งตรงไปยังประตูมิติในอวกาศ ด้วยความเร็วถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของแสง ระยะทางเพียงเท่านี้จึงใช้เวลาแค่ไม่กี่อึดใจ

"รายงานท่านผู้บัญชาการ หยดน้ำตรวจพบยานสำรวจของศัตรูแล้วครับ! คาดการณ์ว่าอีกฝ่ายก็น่าจะเป็นอารยธรรมวิทยาศาสตร์เหมือนกัน!" ทุกคนต่างเลิกเล่นแล้วหันมาตั้งใจทำงาน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอารยธรรมสายวิทยาศาสตร์เหมือนกันพวกเขาจึงไม่กล้าประมาท เพราะในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยีพวกเขาย่อมรู้ดีถึงอานุภาพของมัน

สงครามครั้งนี้อาจจะเป็นงานหินที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลยก็ว่าได้ งานนี้ต้องมาวัดกันว่าวิทยาการของใครจะล้ำหน้ากว่ากันและสายงานที่วิจัยมาจะข่มกันได้หรือไม่

"สั่งการให้หยดน้ำทำลายยานสำรวจทั้งหมดซะ! ต้องทำให้ศัตรูสับสนจนจับต้นชนปลายไม่ถูกให้ได้!" ผู้บัญชาการรีบออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว

"รับทราบครับ!"

เมื่อคำสั่งถูกส่งออกไป ยานหยดน้ำก็เร่งความเร็วไปถึงระดับที่น่ากลัวแล้วพุ่งเข้าชนยานสำรวจเหล่านั้นอย่างบ้าคลั่ง ด้วยอานุภาพของแรงปฏิสัมพันธ์อย่างเข้มทำให้ผิวของหยดน้ำเรียบลื่นและแข็งแกร่งจนถึงขีดสุด มันจึงพุ่งผ่านเป้าหมายได้อย่างง่ายดายราวกับเข็มที่ทิ่มลงบนเต้าหู้

"ตู้ม!" เสียงระเบิดดังก้องในอวกาศเป็นระยะๆ ราวกับเสียงจุดประทัด

ผู้บัญชาการฉีกยิ้มกว้าง ทุกครั้งที่เขาได้เห็นความทรงพลังของหยดน้ำเขามักจะหลงใหลในตัวมันเสมอ นี่สิถึงจะเรียกว่าพลังแห่งเทคโนโลยีที่แท้จริง!

"รายงานครับ ยานสำรวจของศัตรูถูกทำลายหมดแล้ว! โปรดสั่งการขั้นต่อไปด้วยครับ!"

"ไม่ต้องรีบ ฝ่ายตรงข้ามต้องส่งยานสำรวจมาเพิ่มเพื่อสืบข่าวแน่ สั่งให้หยดน้ำซุ่มรอไว้ พอพวกมันโผล่มาอีกก็จัดการสั่งสอนให้เข็ดหลาบไปเลย!"

เหตุการณ์เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ พวกจัวหยวนหมิงรีบส่งยานสำรวจจำนวนมหาศาลออกมาดูสถานการณ์ทันที

"มาชมการแสดงดอกไม้ไฟกันเถอะ!" หยดน้ำเริ่มทำงานทันที ยานสำรวจทีละลำถูกทำลายลงตั้งแต่วินาทีแรกที่ปรากฏตัว หยดน้ำเปรียบเสมือนเคียวของยมทูตที่ไล่เก็บเกี่ยววิญญาณของยานสำรวจเหล่านั้น

"ฮ่าฮ่าฮ่า!" ผู้บัญชาการระเบิดหัวเราะออกมา คนอื่นๆ ก็พลอยสนุกสนานไปด้วย นี่คือเครื่องพิสูจน์ว่าวิทยาการของพวกเขาข่มศัตรูได้อย่างอยู่หมัด จะไม่ให้ตื่นเต้นได้ยังไงล่ะ

"ท่านผู้บัญชาการครับ ผมว่าตอนนี้ศัตรูคงยังมืดแปดด้านอยู่แน่ๆ"

"หึหึ... มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ยานสำรวจของเรามีความเร็วถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของแสง ลำพังยานสำรวจพวกนั้นอย่างมากก็จับภาพได้แค่เงาดำๆ เท่านั้นแหละ"

"หมายความว่าศัตรูจะต้องงัดไม้เด็ดอื่นออกมาเพื่อสืบข่าวแน่ ซึ่งนี่แหละคือโอกาสดีที่เราจะได้รู้ระดับเทคโนโลยีของพวกมัน ศัตรูอยู่ในที่สว่างส่วนเราอยู่ในที่มืด ความได้เปรียบอยู่ที่เราเต็มๆ!" ทุกคนต่างตื่นเต้นกันยกใหญ่ ผู้บัญชาการเองก็พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมรอยยิ้ม

ผ่านไปไม่นาน อุปกรณ์ขนาดมหึมาเครื่องหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในระยะตรวจจับของหยดน้ำ

"นี่มันอะไรกันเนี่ย ส่งมาแค่เครื่องเดียวเองงั้นเหรอ" ทุกคนต่างมองหน้าจอด้วยความงุนงง

"หรือว่าพวกมันจะปอดแหกไปแล้ว" บางคนสันนิษฐาน ซึ่งก็เป็นข้อสรุปที่พอจะฟังขึ้น เพราะในเมื่อยังไม่รู้เลยว่าฝ่ายนี้ใช้วิธีไหนจัดการ ความไม่รู้นี่แหละคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด!

"จะกี่เครื่องก็ช่าง ผู้บัญชาการครับ จะให้หยดน้ำโจมตีเลยไหม"

"ลงมือเลย อย่าปล่อยให้อุปกรณ์ของศัตรูเก็บข้อมูลฝั่งนี้ไปได้มากนัก" ผู้บัญชาการพยักหน้าสั่งการ

ดังนั้นหยดน้ำจึงใช้วิธีเดิม มันพุ่งทะยานเข้าใส่อุปกรณ์เครื่องนั้นด้วยความเร็วสูง แต่ทว่าพอมันเข้าใกล้ในระยะสิบเมตร มันกลับหายวับไปต่อหน้าต่อตาทุกคน

"เกิดอะไรขึ้น!" ผู้บัญชาการตาค้าง และเมื่อหยดน้ำหายไปสัญญาณภาพก็ขาดหายตามไปด้วย หน้าจอกลายเป็นภาพสีขาวโพลนทันที

"นี่มัน..." ทุกคนต่างลนลานรีบเข้าไปตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมต่างๆ

"แย่แล้วครับผู้บัญชาการ เราสูญเสียการควบคุมหยดน้ำแล้ว! ตอนนี้ตรวจไม่พบตำแหน่งของหยดน้ำเลยครับ!" ชายคนหนึ่งร้องเสียงหลง คนอื่นๆ ได้ยินเข้าก็อาการไม่ต่างกัน

"ว่ายังไงนะ! หยดน้ำหายไปแล้วงั้นเหรอ?!" ผู้บัญชาการสีหน้าดูไม่ได้เลย "มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกนายรู้หรือยัง"

"คือ... พวกเราก็ไม่ทราบครับ..." ทุกคนมีสีหน้าขมขื่น ก่อนจะพูดเสริมขึ้นมาว่า "ต้องเป็นฝีมือของฝ่ายตรงข้ามแน่ๆ ครับ!"

"ก็แหงล่ะสิ ไม่ใช่ฝีมือพวกมันแล้วจะเป็นฝีมือพวกเราหรือไง! สงครามนี้มันสู้กันอยู่สองฝ่าย ฉันสั่งให้พวกนายไปหาวิธีการที่พวกมันใช้มาต่างหาก!" ผู้บัญชาการตะคอกด้วยความโมโห

ยานหยดน้ำที่เคยสร้างผลงานมานักต่อนักในโลกอื่นกลับหายไปดื้อๆ แบบนี้ เขาจะใจเย็นอยู่ได้ยังไง และสิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวที่สุดก็คือวิธีการ! วิธีการที่ใช้จัดการนี่แหละ! ความไม่รู้นี่แหละคือสิ่งที่สยองที่สุด!

"คือ... ภาพมันน้อยเกินไปครับ เราวิเคราะห์อะไรไม่ได้เลย..." ทุกคนส่ายหน้า

"เฮ้อ ส่งหยดน้ำลำที่สองออกไป" ผู้บัญชาการรู้ดีว่านี่ไม่ใช่ความผิดของลูกน้อง จึงจำใจต้องส่งหยดน้ำอีกลำออกไป พวกเขามีหยดน้ำทั้งหมดแค่สามลำ ตอนนี้เสียไปแล้วลำหนึ่งจึงเหลืออยู่แค่สองลำเท่านั้น

"แต่ว่า... ท่านผู้บัญชาการครับ ถ้าส่งหยดน้ำออกไปอีกรอบมันก็น่าจะโดนเล่นงานเหมือนเดิมนะครับ..." ทุกคนดูลังเล

"ฉันรู้ และนี่คือบทเรียนราคาแพงจากการที่เราประมาท พวกนายต้องจำใส่หัวเอาไว้ให้ดี! ชัยชนะในอดีตมันได้มาง่ายเกินไปจนทำให้เราดูถูกอารยธรรมอื่น คิดว่าตัวเองเจ๋งที่สุด ตอนนี้ความจริงมันตบหน้าเราเข้าให้แล้วว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า! สงครามแห่งอารยธรรมประมาทไม่ได้แม้แต่นิดเดียว ครั้งนี้เราเสียแค่ยานหยดน้ำ แต่ถ้าขืนยังประมาทต่อไปล่ะก็ ทั้งอารยธรรมของเราอาจจะต้องพินาศย่อยยับก็ได้!" ผู้บัญชาการตักเตือนลูกน้อง

"ครับ! พวกเราเข้าใจแล้วครับ!"

"หยดน้ำลำที่สองเริ่มทำงานแล้ว ครั้งนี้ต้องรู้ให้ได้ว่าศัตรูใช้วิธีอะไร!"

"ฟิ้ว——!" หยดน้ำพุ่งทะยานเข้าสู่อวกาศทันที คราวนี้พวกเขาระวังตัวมากขึ้นโดยสั่งให้หยดน้ำสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ไม่ยอมผลีผลามเข้าไปใกล้

ทางฝั่งดาวโลก

"นั่นคงจะเป็นของเล่นเมื่อกี้สินะ รูปร่างเหมือนหยดน้ำเลยแฮะ สวยจริงๆ" จัวหยวนหมิงมองหน้าจอมอนิเตอร์พลางเอ่ยชม ถึงแม้จะจับมาได้ลำหนึ่งแล้วแต่ยังไม่ได้กู้คืนกลับมาเลยยังไม่เห็นรูปร่างที่แท้จริง

"น่าจะเป็นไอ้ลำที่โจมตียานสำรวจของเรานั่นแหละครับ เมื่อกี้เราลองส่งสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปที่หยดน้ำลำนั้นแล้ว ปรากฏว่ามันสะท้อนกลับมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ผิวของมันเรียบเนียนอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ ครับ!"

จัวหยวนหมิงมองภาพบนจอแล้วเอ่ยเรียบๆ "ดูเหมือนคราวนี้ฝ่ายนั้นจะระวังตัวแจเลยแฮะ เอาแต่จ้องอยู่ห่างๆ ไม่ยอมเข้ามาใกล้เครื่องมือของเราเลย มีวิธีจับมันจากระยะไกลไหม"

"ตามทฤษฎีแล้วอุปกรณ์ของเราสามารถพับมิติจากระยะไกลได้ครับ แต่ระยะสูงสุดคือสามแสนแปดหมื่นสี่พันสี่ร้อยเอ็ดกิโลเมตร ทว่าเป้าหมายอยู่ห่างออกไปสี่แสนกิโลเมตร ซึ่งมันเกินระยะทำการไปหน่อยครับ ต้องขยับเข้าไปใกล้กว่านี้อีกนิดถึงจะจัดการได้"

จัวหยวนหมิงสั่งการทันที "ระยะห่างแค่นั้นไม่เท่าไหร่หรอก สั่งให้อุปกรณ์ของเราแกล้งทำเป็นรวบรวมข้อมูลโลกของพวกมันซะ เพื่อล่อให้พวกมันบุกเข้ามาโจมตี ต่อให้พวกมันไม่บุกเข้ามาเราก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปหาได้ ทันทีที่เข้าสู่ระยะทำการเมื่อไหร่ก็เปิดระบบจับกุมทันที!" เขาสั่งต่อเพราะรู้อยู่แล้วว่าในระยะสิบเมตรรอบอุปกรณ์มีการพับมิติเตรียมไว้ ถ้าศัตรูพุ่งชนเมื่อไหร่ก็เท่ากับเดินเข้ากรงเอง

"รับทราบครับ!"

ไม่นานนักอุปกรณ์ที่จอดนิ่งก็เริ่มขยับเข้าหาโลกฝั่งนั้นทีละน้อย แกล้งทำเป็นปล่อยสัญญาณวิทยุและรวบรวมข้อมูลสสารในอวกาศ การกระทำที่โจ่งแจ้งขนาดนี้ถูกหยดน้ำบันทึกภาพและส่งกลับไปแบบวินาทีต่อวินาที

"แย่แล้วครับท่านผู้บัญชาการ ศัตรูกำลังมุ่งหน้ามายังโลกของเราครับ!"

"เอายังไงดีครับ จะสั่งให้หยดน้ำเข้าโจมตีเลยไหม" ผู้บัญชาการลังเล การโจมตีหมายถึงการเสี่ยงเสียยานหยดน้ำที่แสนล้ำค่าไปอีกหนึ่งลำ แต่ถ้าปล่อยให้ศัตรูเข้ามาสืบข้อมูลได้จนถึงขีดจำกัดล่ะก็ นั่นจะยิ่งอันตรายกว่ามาก เพราะศัตรูอาจจะงัดวิธีแก้ทางมาใช้จนเราตั้งตัวไม่ติด!

"โจมตีเลย! แล้วบันทึกทุกภาพเหตุการณ์ไว้ด้วย ต้องรู้ให้ได้ว่าฝ่ายนั้นใช้วิธีอะไรจัดการยานเรา!"

"ครับ!"

ทันใดนั้นหยดน้ำที่เคยจอดนิ่งก็พุ่งเข้าใส่เครื่องมือของพวกจัวหยวนหมิงทันที

"หึหึ ในที่สุดก็ทนไม่ไหวสินะ แผนซ้อนแผนนี่แหละที่ทำให้คนสู้ไม่ได้ ต่อให้รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็ต้องบุกเข้ามา!" จัวหยวนหมิงยิ้มมุมปาก "ไม่ต้องรีบร้อนเปิดระบบพับมิติจากระยะไกลนะ เราจะอุบไต๋ไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยให้รางวัลพวกมันเป็นความประหลาดใจครั้งใหญ่ซะเลย!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - การประลองฝีมือทางวิทยาการของทั้งสองฝ่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว