- หน้าแรก
- ระบบปล้นสะท้านพหุภพ
- บทที่ 39 - เมื่ออารยธรรมวิทยาศาสตร์โคจรมาปะทะกัน
บทที่ 39 - เมื่ออารยธรรมวิทยาศาสตร์โคจรมาปะทะกัน
บทที่ 39 - เมื่ออารยธรรมวิทยาศาสตร์โคจรมาปะทะกัน
บทที่ 39 - เมื่ออารยธรรมวิทยาศาสตร์โคจรมาปะทะกัน
☆☆☆☆☆
เวลาสามวันผ่านไปไวเหมือนโกหก เจียงฝานยืนสงบนิ่งอยู่บนจุดสูงสุดของวิหารเทพเพื่อเฝ้ารอเวลา
"ถึงกำหนดเวลาแล้ว กำลังดำเนินการสุ่มจับคู่สงครามปล้นชิงอารยธรรม... จ้าวแห่งดวงดาวเจียงฝาน ระดับอารยธรรมหนึ่งจุดแปด... คู่ต่อสู้ที่จับคู่ได้มีระดับอารยธรรม... หนึ่งจุดแปดเท่ากัน... เริ่มดำเนินการเชื่อมต่อโลก... ปรับเวลาให้ไหลเวียนตรงกัน... ระยะเวลาสงครามครั้งนี้คือหนึ่งร้อยปี..."
กฎเกณฑ์แห่งระเบียบแผ่ซ่านลงมาพร้อมกับเปิดประตูมิติขนาดมหึมาขึ้นบนท้องฟ้าของดาวโลก
"จุดที่ประตูมิติเปิดออกไม่เหมือนกับคราวก่อน... แถมฝ่ายตรงข้ามยังเป็นอารยธรรมระดับหนึ่งจุดแปดเหมือนกันด้วย..." เจียงฝานครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะหันไปสั่งการจัวหยวนหมิงที่อยู่ข้างกาย "ศึกครั้งนี้ข้าให้เจ้าเป็นผู้บัญชาการเหมือนเดิม ข้าจะคอยคุมเชิงอยู่ด้านหลังเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สร้างโลกของอีกฝ่ายลงมือโจมตี"
"รับบัญชาเทวะครับ!" จัวหยวนหมิงรีบคำนับลาเพื่อไปวางแผนกลยุทธ์การศึกทันที
ภายในศูนย์บัญชาการ "ผู้บัญชาการมาแล้วครับ องค์เทพมีโองการว่าอย่างไรบ้าง" ทุกคนต่างเอ่ยถามด้วยความกระตือรือร้น
"อืม ศึกนี้องค์เทพปล่อยให้พวกเราแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่ โดยท่านจะคอยคุ้มกันพวกเราอยู่เบื้องหลัง พวกเจ้าอย่าทำให้องค์เทพต้องผิดหวังล่ะ เข้าใจไหม"
"รับทราบครับ!"
"ส่งยานสำรวจออกไปสืบข่าวเดี๋ยวนี้!" จัวหยาวหมิงออกคำสั่ง
ไม่นานนักยานสำรวจจำนวนมากก็พุ่งทะยานผ่านประตูมิติข้ามโลกไป
ภาพเหตุการณ์ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหน้าจอควบคุม "นี่มัน... อวกาศงั้นรึ..." ทุกคนมองหน้ากันไปมาด้วยความมึนตง พวกเขาไม่เห็นวี่แววของศัตรูเลยแม้แต่น้อย
"ใช้จุดนี้เป็นศูนย์กลางแล้วเริ่มรวบรวมข้อมูล" จัวหยวนหมิงสั่งการต่อ
ยานสำรวจเริ่มปล่อยสัญญาณวิทยุออกไปสำรวจรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว
"รายงานครับ ตรวจพบข้อมูลสัญญาณสะท้อนกลับมาจากดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปสามแสนแปดหมื่นสี่พันสิบกิโลเมตร คาดการณ์ว่า... นั่นคือโลกของศัตรูครับ!"
"ตู้ม!"
"ซ่า——" ทันใดนั้นหน้าจอที่กำลังแสดงภาพก็ดับวูบกลายเป็นภาพหิมะลายตา
"นี่มัน... ผู้บัญชาการครับ ยานสำรวจของเราถูกทำลายแล้วครับ แต่เราไม่รู้เลยว่าศัตรูโจมตีมาด้วยวิธีไหน..." ทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"หึหึ ดูเหมือนศัตรูคราวนี้จะไม่ธรรมดาซะแล้ว ฉันคาดว่าพื้นที่ใจกลางจักรวาลแห่งนี้คือเขตกันชนระหว่างโลกทั้งสองฝ่าย ฝ่ายตรงข้ามคงติดตั้งอาวุธไว้ในอวกาศตั้งนานแล้วเพื่อรอให้เราบุกเข้าไปติดกับ ดีนะที่เราส่งยานสำรวจไปลองเชิงก่อน" จัวหยวนหมิงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ผู้บัญชาการครับ ท่านคิดว่าศัตรูเป็นอารยธรรมรูปแบบไหน"
"น่าจะเป็นอารยธรรมวิทยาศาสตร์เหมือนกับเรา เรื่องอื่นเอาไว้ก่อนเถอะ ตอนนี้ต้องรู้ให้ได้ว่าเขาโจมตีเรายังไง! ส่งยานสำรวจออกไปอีกชุดใหญ่ๆ ตราบใดที่เราสังเกตการณ์มากพอ มันต้องมียานสักลำที่จับภาพการโจมตีของศัตรูได้บ้างล่ะ!"
ยานสำรวจจำนวนมหาศาลพุ่งผ่านประตูมิติออกไปอีกครั้ง เมื่อไปถึงพวกมันก็กระจายตัวกันเป็นรูปวงกลมสามร้อยหกสิบองศาเพื่อตรวจจับทุกความเคลื่อนไหว
"เปรี้ยง!" ชั่วพริบตายานสำรวจชุดนั้นก็ถูกทำลายจนหมดสิ้น แม้จะมียานบางลำจับภาพเงาเลือนรางได้แต่มันก็พร่ามัวจนดูไม่ออกว่าเป็นอะไร
เพียงครู่เดียวยานสำรวจทั้งหมดก็กลายเป็นเศษเหล็ก คราวนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์ถึงกับไปไม่เป็น
"นี่... ผู้บัญชาการครับ... ท่านแน่ใจนะว่านี่คืออารยธรรมวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่อารยธรรมสายลี้ลับน่ะ"
จัวหยวนหมิงไม่ได้ตอบคำถามแต่เขามีสีหน้าที่เคร่งเครียดกว่าเดิม สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจเรียกใช้ชิปเทวะที่เป็นผลึกแห่งปัญญาของมนุษยชาติออกมา
"เปิดใช้งานชิปเทวะ!" แววตาของจัวหยวนหมิงวูบไหวเพียงครู่เดียวเขาก็เข้าสู่มิติมืดทันที
"วิเคราะห์เหตุการณ์เมื่อครู่ที แล้วช่วยคาดการณ์รูปแบบการโจมตีให้ด้วย!"
"ชิปเทวะพร้อมรับใช้... กำลังรวบรวมข้อมูล..."
"ผลการวิเคราะห์... เป้าหมายมีความเร็วถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของความเร็วแสง... ผิวสัมผัสราบเรียบไร้ที่ติ... ผลคาดการณ์คือ..."
"เป้าหมายโจมตีด้วยเครื่องกำเนิดแรงปฏิสัมพันธ์อย่างเข้ม เครื่องกำเนิดนี้จะบังคับให้นิวเคลียสของอะตอมเอาชนะแรงผลักคูลอมบ์จนยึดติดกันแน่นจนกลายเป็นทะเลโปรตอน ในทางทฤษฎีมันจะมีอัตราการสะท้อนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ผิวสัมผัสราบเรียบอย่างสมบูรณ์ อุณหภูมิอยู่ที่ศูนย์องศาสัมบูรณ์ และมีความแข็งแกร่งเหนือกว่าสสารทั่วไปมาก ด้วยความเร็วระดับสิบเปอร์เซ็นต์ของแสงทำให้มันมีพลังงานจลน์มหาศาล เพียงแค่ใช้การโจมตีพื้นฐานที่สุดอย่างการพุ่งชนก็สามารถทำลายล้างสสารเกือบทุกชนิดได้อย่างง่ายดาย" ชิปเทวะตอบกลับมา
จัวหยวนหมิงถึงกับอึ้งไปเลย มันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้พวกเขาพักงานวิจัยด้านโลกจุลภาคเอาไว้ ทำให้ความรู้เรื่องการพันธนาการอนุภาคระดับจิ๋วนี้ยังไม่ลึกซึ้งพอ
เขาออกจากมิติมืดแล้วนำคำตอบของชิปเทวะไปบอกทุกคน
"เหลือเชื่อจริงๆ! สามารถเอาชนะแรงปฏิสัมพันธ์ระหว่างอิเล็กตรอนได้เลยรึนี่!" ทุกคนตาค้าง ดูเหมือนศัตรูในด้านนี้จะมีวิทยาการนำหน้าพวกเขาไปไกลโข
"แล้วยังไงต่อ มีวิธีรับมือไหม" จัวหยวนหมิงถามขึ้น พวกเขาเสียหน้ามาสองครั้งแล้ว แถมองค์เทพยังเฝ้ามองอยู่ด้วย ถ้ายังหาข้อได้เปรียบไม่ได้เขาก็คงรู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
"ผู้บัญชาการครับ คราวนี้ยากหน่อยครับ เพราะวัตถุที่ผิวเรียบสนิทขนาดนี้เราทำลายมันจากภายนอกไม่ได้เลย มันสามารถสะท้อนแรงกระทำภายนอกได้ทุกอย่าง ซึ่งนี่คือจุดแข็งที่มันใช้ทำลายสิ่งอื่น วิธีเดียวที่จะทำลายมันได้คือต้องไปทำลายเครื่องกำเนิดแรงปฏิสัมพันธ์อย่างเข้มที่อยู่ข้างในของมันครับ ถ้าเครื่องนี้พังเมื่อไหร่อิเล็กตรอนก็จะหลุดจากการพันธนาการแล้วของสิ่งนั้นก็จะกลายเป็นแค่เศษเหล็กทันที" นักวิจัยคนหนึ่งอธิบาย
แต่ปัญหาคือในเมื่อเข้าไปข้างในไม่ได้ ก็ทำลายเครื่องกำเนิดไม่ได้อยู่ดี
"หมายความว่าเราไร้หนทางสู้เลยรึ" จัวหยวนหมิงขมวดคิ้ว
"ก็ไม่เชิงครับ..." ชายคนนั้นยิ้มเจื่อนๆ เมื่อเห็นจัวหยวนหมิงจ้องเขม็งเขาก็รีบพูดต่อ "ถึงเราจะทำลายมันไม่ได้แต่เราแค่กักขังมันไว้ก็ได้นี่ครับ ไม่จำเป็นต้องทำลายเสมอไป!"
เขาค่อยๆ อธิบายแผนการ "ดูจากรูปแบบการโจมตีแล้ว ของสิ่งนี้ไม่ใช่อาวุธหรอกครับแต่น่าจะเป็นยานสำรวจมากกว่า ในอนาคตเราก็น่าจะพัฒนาไปทางนี้ได้เหมือนกัน และบังเอิญว่าเรามีความเชี่ยวชาญด้านมิติสูงมาก เราสามารถสร้างมิติกักขังเพื่อพับมันเข้าไปในมิติอื่นได้ เมื่อนั้นมันก็จะไม่มีอันตรายอีกต่อไป แถมเรายังเก็บมันมาวิจัยต่อได้ด้วยนะครับ"
"เยี่ยมมาก! รีบลงมือเลย! ปล่อยให้ศัตรูผยองมานานแล้ว ต้องให้พวกเขารู้ซะบ้างว่าเราไม่ใช่เคี้ยวง่ายๆ" จัวหยวนหมิงตาเป็นประกาย
"รับทราบครับ!"
"ยิงอุปกรณ์พับมิติออกไป!"
อุปกรณ์ขนาดมหึมาพุ่งผ่านประตูมิติเข้าไปในอวกาศฝั่งนั้น
"เริ่มการทำงานของอุปกรณ์พับมิติ!"
"ระยะครอบคลุม... สิบเมตร!"
ทันทีที่อุปกรณ์เริ่มทำงาน เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
เพียงพริบตาเดียวเกิดความผันผวนของมิติขึ้นรอบด้าน แล้วทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความสงบ
"รายงานผู้บัญชาการ! จับกุมเป้าหมายของศัตรูได้แล้วครับ! จะให้กู้คืนกลับมาเลยไหมครับ"
"รอก่อน ฝ่ายตรงข้ามต้องร้อนใจกว่าเราแน่ พวกเขาต้องส่งอย่างอื่นมาสำรวจอีกชัวร์ๆ เดี๋ยวเราจะเขมือบพวกมันเพิ่มอีกสักสองสามลำค่อยว่ากัน!" จัวหยวนหมิงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ หลังจากที่โดนเล่นงานไปเยอะ งานนี้ต้องคืนสนองให้สาสม
เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้อีกโลกหนึ่ง
"แย่แล้วครับ ยานสำรวจของเราขาดการติดต่อ!" ภายในห้องปฏิบัติการสุดล้ำทุกคนต่างพากันลนลาน บรรยากาศรื่นเริงเมื่อครู่หายวับไปกับตา
ย้อนกลับไปในช่วงเริ่มเปิดศึก
"ในที่สุดสงครามก็เริ่มขึ้นซักที รอจนเหงือกแห้งแล้วเนี่ย คราวนี้จะเป็นอารยธรรมดวงซวยที่ไหนมาเจอเราอีกล่ะ!" ทุกคนต่างตื่นเต้น
"ส่งยานสำรวจหยดน้ำออกไป ปิดล้อมพื้นที่แถวนั้นไว้ ทันทีที่ฝ่ายตรงข้ามโผล่หัวออกมาก็ให้จัดการพวกมันด้วยสายฟ้าแลบเลย!" ผู้บัญชาการออกคำสั่ง
[จบแล้ว]