เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 - มิติมืด ชิปเทวะ

บทที่ 37 - มิติมืด ชิปเทวะ

บทที่ 37 - มิติมืด ชิปเทวะ


บทที่ 37 - มิติมืด ชิปเทวะ

☆☆☆☆☆

ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกในช่วงนี้เลย

ไม่นานทั้งสองก็มาถึงหน้าห้องประชุม

"ถึงแล้วครับมหาปุโรหิต การประชุมจัดอยู่ข้างในนี้ ผมขอส่งแค่นี้นะครับ..." ชายผู้นำทางเอ่ยลาเมื่อทำหน้าที่เสร็จสิ้น เรื่องราวข้างในไม่ใช่สิ่งที่เขาจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้

จัวหยวนหมิงผลักประตูเข้าไป ทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องสายตาหลายคู่ก็จับจ้องมาที่เขา

จัวหยวนหมิงไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่กระตุ้นพลังของคทาอีกครั้ง

"อะแฮ่ม... ที่แท้ก็มหาปุโรหิตนี่เอง รูปลักษณ์ของท่าน..." ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธสถานะของเขา

"อืม เคล็ดวิชายีนที่องค์เทพประทานให้นั้นทรงพลังมาก ฉันเพียงแค่ทะลวงขีดจำกัดยีนระดับหนึ่งก็มีอายุขัยเพิ่มขึ้นหลายพันปี รูปลักษณ์จึงกลับไปสู่ช่วงวัยหนุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดโดยธรรมชาติ" จัวหยวนหมิงอธิบาย

"ทรงพลังขนาดนี้เชียว!" ทุกคนร้องอุทาน พวกเขายังไม่ได้เก็บตัวฝึกฝนเหมือนจัวหยวนหมิง จึงยังห่างไกลจากการทะลวงระดับอยู่บ้าง

"เล่ามาสิ ช่วงนี้มีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง แล้วเรียกฉันมาทำไม" จัวหยวนหมิงเดินไปนั่งที่ตำแหน่งประธานอย่างคุ้นเคย คนอื่นๆ รีบยกน้ำชามาให้

"ความเปลี่ยนแปลงช่วงนี้... หลักๆ จะเป็นเรื่องประชากรและเทคโนโลยีครับ หลังจากที่เคล็ดวิชาฝึกฝนยีนขององค์เทพแพร่กระจายออกไป เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็มีอายุขัยยืนยาวขึ้นมาก อัตราการเกิดเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด คนเฒ่าคนแก่หลายคนกลับมาเป็นหนุ่มสาวอีกครั้งก็เลยมีความคิดเรื่องพรรค์นั้น... รองลงมาคือเรื่องการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราถูกจำกัดในบางสาขา ตอนนี้เราเลยพัฒนาการวิจัยในทุกแขนงอย่างเต็มที่ และเรื่องที่เชิญท่านมาในครั้งนี้ก็เกี่ยวข้องกับการวิจัยครับ ช่วงนี้เราเพิ่งเสนอทฤษฎีหนึ่งขึ้นมา..." ชายคนหนึ่งบอกเล่า ขณะที่คนอื่นๆ ก็คอยรายงานข้อมูลส่วนอื่นทีละเรื่อง

จัวหยวนหมิงรับฟังอย่างใจเย็นแล้วเอ่ยถาม "ทฤษฎีอะไร"

"คือ... ทฤษฎีนี้เป็นการนำยีนมาผสานเข้ากับเทคโนโลยีครับ... เราจินตนาการถึงชิปอันทรงพลังที่สามารถวิวัฒนาการตัวเองได้ มันจะเชื่อมต่อกับยีนของเราและแข็งแกร่งขึ้นตามการกลายพันธุ์ของยีน รวมถึงการเรียนรู้ความรู้ขั้นสูงของตัวผู้ใช้ มันสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ในการต่อสู้ให้เราได้ ทั้งยังสามารถตรวจสอบข้อมูลสสารและรับรู้ถึงอดีตของสิ่งมีชีวิตอื่น..."

จัวหยวนหมิงถามอย่างสงสัย "ทรงพลังขนาดนั้นเลยรึ"

"ครับ ในทางทฤษฎีถือว่าเป็นไปได้ จักรวาลของเราประกอบด้วยอนุภาคพื้นฐาน ตราบใดที่ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในอวกาศ กิจกรรมทุกอย่างของพวกเขาก็จะทิ้งร่องรอยข้อมูลไว้ในจักรวาล โดยปกติแล้วข้อมูลเหล่านี้จะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ มันเกี่ยวข้องกับสสารมืดซึ่งสสารมืดนั้นครอบครองพื้นที่ถึงแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของสสารทั้งหมดในจักรวาล สิ่งมีชีวิตหนึ่งชีวิตตั้งแต่เกิดมาก็จะทิ้งร่องรอยไว้ในมิติของสสารมืด ขอเพียงชิปมีพลังมากพอก็จะสามารถจำลองเส้นทางการเติบโตของสิ่งมีชีวิตเพื่อดึงข้อมูลของพวกเขาออกมาได้ และเมื่อเปิดใช้งานชิป ผู้ใช้ก็จะเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง เราเรียกมันว่า มิติมืด!" ชายผู้นั้นค่อยๆ อธิบายออกมา

"เป็นแนวคิดที่ไม่เลวเลย ฉันดูแล้วเส้นทางนี้น่าจะเป็นไปได้ พวกนายลองวิจัยเจาะลึกดูสิ" จัวหยวนหมิงกล่าวชมเชย

ชายคนนั้นดีใจมาก ทว่าสีหน้าของบางคนกลับดูไม่ค่อยสู้ดีนัก จัวหยวนหมิงมองดูท่าทีของทุกคนพลางหรี่ตาลง คล้ายกับเข้าใจแล้วว่าการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นมาเพื่ออะไร

"มหาปุโรหิตครับ... นี่เป็นเพียงแค่ทฤษฎีของเขาเท่านั้น หากการวิจัยนี้ใช้ทรัพยากรไม่มากพวกเราก็คงเห็นด้วยไปแล้ว แต่... ทรัพยากรที่ต้องใช้นั้นมันมากเกินไปจริงๆ..." หลายคนต่างแสดงความคิดเห็นคัดค้าน

จัวหยวนหมิงหันไปมองคนที่เพิ่งพูดจบเพื่อรอให้เขาอธิบายสถานการณ์

"เรื่องนี้... ก็เป็นอย่างที่พวกเขาพูดจริงๆ ระดับเทคโนโลยีในปัจจุบันยังห่างไกลนัก ทุกอย่างยังคงเป็นเพียงทฤษฎี หากต้องการวิจัยชิปตัวนี้ให้สำเร็จ เราจำเป็นต้องระดมกำลังนักวิจัยทั้งหมดของเผ่าพันธุ์มนุษย์เพื่อมุ่งเน้นไปที่เส้นทางนี้เพียงอย่างเดียว การพัฒนาในด้านอื่นก็จะถูกระงับไปก่อน..." ผู้เสนอแนวคิดกล่าวอย่างขมขื่น นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจไม่ได้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับมวลมนุษยชาติ พวกเขาไม่มีอำนาจมากพอ มีเพียงมหาปุโรหิตเท่านั้นที่ตัดสินใจได้ ทฤษฎีนี้มีคนเห็นดีเห็นงามด้วยมาก แต่ก็มีคนคัดค้านไม่น้อย จึงเกิดเป็นสถานการณ์อย่างในตอนนี้

"มีผลลัพธ์ทางทฤษฎีแบบละเอียดไหม" เรื่องนี้สำคัญมาก จัวหยวนหมิงจึงไม่อาจด่วนตัดสินใจได้ง่ายๆ

"มีครับ!" ชายคนนั้นรีบส่งข้อมูลผลลัพธ์ทางทฤษฎีให้กับจัวหยวนหมิงทันที

จากนั้นบรรยากาศในห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

เวลาค่อยๆ ผ่านไป จัวหยวนหมิงตั้งใจอ่านอย่างละเอียดและพิจารณาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่

เผลอแปบเดียวเวลาก็ล่วงเลยไปสามวัน

ตลอดสามวันทุกคนล้วนอยู่แต่ในห้องประชุมไม่ได้ออกไปไหนเลย ถึงแม้จะไม่ได้กินอะไรแต่สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ในตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ยีนที่ด้อยคุณภาพหลายอย่างถูกคัดทิ้งไปหมดแล้ว พวกเขาสามารถดูดซับพลังงานที่ล่องลอยอยู่ในอากาศเพื่อรักษาสภาพร่างกายได้

"ฟู่~" จัวหยวนหมิงขยี้ตาแล้วพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา

คนอื่นๆ ต่างหันมามอง ทิศทางการพัฒนาของเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของมหาปุโรหิตแล้ว

"เป็นไปได้ ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ปรับเปลี่ยนทิศทางการวิจัย ระดมบุคลากรทั้งหมดมาพัฒนาทฤษฎีนี้ ต้องวิจัยให้สำเร็จจงได้!" จัวหยวนหมิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

เมื่อเห็นดังนั้นคนอื่นก็ไม่พูดอะไรอีก คำพูดของมหาปุโรหิตถือเป็นตัวแทนคำกล่าวขององค์เทพ ดังนั้นทุกคนจึงไม่มีข้อโต้แย้ง

"รับทราบ!"

ด้วยเหตุนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์จึงระงับการวิจัยทุกอย่างและหันมามุ่งเน้นเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องกับชิปตัวนี้

ปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 10 สาขาที่เกี่ยวข้องกับชิปตัวนี้ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ผลงานทางทฤษฎีมากมายค่อยๆ ทยอยเปิดตัวออกมา และในช่วงหลายปีนี้ก็มีสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นมาไม่น้อย

ปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 20 ผลงานทางทฤษฎีทั้งหมดสมบูรณ์พร้อม เผ่าพันธุ์มนุษย์เริ่มลงมือวิจัยและพัฒนาตัวชิป

ปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 30 ชิปตัวแรกเปิดตัวขึ้น มันเปล่งประกายงดงามไร้ที่เปรียบ ลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างเงียบสงบ ราวกับว่ามันไม่ใช่สิ่งของที่ถูกสร้างขึ้นในโลกใบนี้

นักวิจัยทุกคนต่างจับจ้องไปที่มัน จัวหยวนหมิงยืนมองอยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ

"มหาปุโรหิตครับ ในที่สุดชิปก็วิจัยสำเร็จแล้ว ท่านช่วยตั้งชื่อให้มันหน่อยสิครับ"

"ดี... ให้มันชื่อว่า... ชิปเทวะก็แล้วกัน เป็นสัญลักษณ์ว่านี่คือผลึกแห่งความศรัทธาที่พวกเราเหล่าสาวกมีต่อองค์เทพ" จัวหยวนหมิงกล่าวด้วยความเลื่อมใส

"ดีเลย!"

"ชื่อนี้ไม่เลวเลย!"

"สมกับเป็นมหาปุโรหิตจริงๆ!" ทุกคนต่างพากันประจบสอพลอ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปของสังคมมนุษย์ได้อย่างชัดเจน

จัวหยวนหมิงหัวเราะหึหึ คำประจบใครบ้างจะไม่ชอบฟัง ตัวเขาเองก็ยังชอบประจบองค์เทพอยู่บ่อยๆ พวกเราต่างก็เป็นปุถุชนคนธรรมดากันทั้งนั้น

"ชิปเทวะรุ่นแรกนี้ให้มหาปุโรหิตเป็นคนติดตั้งเถอะครับ!"

ชิปเทวะสามารถวิวัฒนาการไปได้อย่างช้าๆ หากในอนาคตเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามันก็จะสามารถอัปเกรดตัวเองได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะล้าหลัง ในทางกลับกันยิ่งติดตั้งเร็วเท่าไหร่ ผู้ใช้ก็จะยิ่งสามารถยกระดับชิปเทวะให้สูงขึ้นได้เร็วเท่านั้น

จัวหยวนหมิงไม่ได้ปฏิเสธ เขาเดินเข้าไปช้าๆ แล้วยกมือขึ้นสัมผัสชิปเทวะที่ลอยอยู่กลางอากาศ

ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโดน ชิปเทวะก็แตกกระจายเป็นละอองแสงและแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของจัวหยวนหมิง

ละอองแสงเหล่านี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วก็เริ่มหลอมรวมเข้ากับยีนของจัวหยวนหมิงทีละน้อย

"กำลังเชื่อมต่อชิปเทวะ... กำลังดูดซับข้อมูลสสาร... พลังงานสสาร..."

"กำลังสร้างมิติมืด... สิบเปอร์เซ็นต์... สี่สิบเปอร์เซ็นต์..."

"กำลังปรับระดับความเข้ากันได้..."

"กำลังเชื่อมต่อกับยีน..."

...

ข้อมูลต่างๆ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในหัวของจัวหยวนหมิงอย่างต่อเนื่อง

หลังจากรอคอยอยู่นาน

"เปิดใช้งานชิปเทวะสำเร็จ!"

"เชื่อมต่อกับยีนสำเร็จ!"

"สร้างมิติมืดสำเร็จ!"

...

"สวัสดี ฉันคือชิปเทวะ ที่นี่คือมิติมืด ผู้เชื่อมต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ จัวหยวนหมิง มีอะไรให้ฉันรับใช้..."

เมื่อได้ยินเสียงเตือน จัวหยวนหมิงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น

ภาพที่เห็นตรงหน้าคือตัวเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางอวกาศอันกว้างใหญ่ เขามองไปรอบๆ เพื่อตามหาคนอื่นๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 37 - มิติมืด ชิปเทวะ

คัดลอกลิงก์แล้ว