- หน้าแรก
- ระบบปล้นสะท้านพหุภพ
- บทที่ 29 - การนำปฏิสสารมาประยุกต์ใช้
บทที่ 29 - การนำปฏิสสารมาประยุกต์ใช้
บทที่ 29 - การนำปฏิสสารมาประยุกต์ใช้
บทที่ 29 - การนำปฏิสสารมาประยุกต์ใช้
☆☆☆☆☆
"ตูม——!!!" เสียงระเบิดนิวเคลียร์ดังกึกก้องอย่างต่อเนื่อง ดาวเคราะห์ทั้งใบเกิดการสั่นสะเทือนเบาๆ
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมืองของก็อบลินที่อยู่ใจกลางการระเบิดเลย จอมเวทระดับมหาเวทนับหมื่นชีวิตถูกพลังสะท้อนกลับอันรุนแรงเล่นงานจนกระอักเลือดออกมาคำโต
"เป็นไปได้ยังไง!" ถึงแม้จะล้มลงไปกองกับพื้นแต่พวกมันก็ยังคงฝืนทนกางม่านพลังป้องกันเวทมนตร์เอาไว้ เพราะหากแนวป้องกันนี้พังทลายลง สิ่งที่รออยู่ก็คือความตายของเผ่าพันธุ์ก็อบลินนับร้อยล้านชีวิต
บรรดาปุโรหิตเองก็ไม่ลังเลอีกต่อไป พวกมันพากันร่ายเวทมนตร์ระดับทวยเทพออกมา
"การคุ้มครองแห่งเปลวเพลิงสีชาด จงรับฟังคำอัญเชิญของพวกข้า และปฏิบัติตามพันธสัญญา ณ บัดนี้ บาเรียแห่งไฟ!"
เปลวเพลิงอันร้อนแรงแปรเปลี่ยนเป็นม่านพลังขนาดมหึมาเข้าห่อหุ้มเมืองทั้งเมืองเอาไว้
...
เวทมนตร์พิทักษ์ระดับทวยเทพถูกร่ายออกมาอย่างต่อเนื่องทีละบท
เมื่อมีเวทมนตร์เหล่านี้คอยค้ำจุน บรรดาจอมเวทระดับมหาเวทจึงพอจะได้หายใจหายคอได้บ้าง
แรงระเบิดนิวเคลียร์ภายนอกยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เมืองทั้งเมืองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง อาคารบ้านเรือนพังทลายลงมาเป็นจำนวนมาก
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วทุกหนแห่ง
จัวหยวนหมิงและคนอื่นๆเฝ้ามองดูภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านทางหน้าจอถ่ายทอดสด อานุภาพการโจมตีระดับนี้มันช่างอลังการงานสร้างเหลือเกิน เขาแอบตั้งตารอคอยภาพตอนที่ระเบิดนิวเคลียร์สสารมืดนับหมื่นลูกถูกจุดระเบิดพร้อมกันเลยทีเดียว มันจะต้องงดงามตระการตามากแน่ๆ
"ท่านมหาปุโรหิต ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ศัตรูน่าจะสามารถรับมือกับการปูพรมระเบิดนิวเคลียร์ของพวกเราได้แล้วล่ะครับ" พวกเขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เวทมนตร์แบบนี้บางทีมันก็มีประโยชน์มากจริงๆ เห็นแล้วก็แอบอิจฉาอยู่เหมือนกัน
"ไม่ต้องไปอิจฉาพวกคนเถื่อนหรอก นายเหนือหัวเคยสัญญาเอาไว้แล้วว่าหากพวกเรายึดโลกของพวกมันมาได้ พระองค์จะประทานความเป็นอมตะให้แก่พวกเรา" จัวหยวนหมิงปรายตามองพวกเขาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"จริงเหรอครับ!" ทุกคนดีใจจนเนื้อเต้น
"ทำไม นายกำลังสงสัยในคำพูดของนายเหนือหัวงั้นรึ" นัยน์ตาของเขาฉายแววเย็นเยียบ
"มิกล้าครับ มิกล้า! เป็นผมเองที่วู่วามจนพูดจาพล่อยๆออกไป นายเหนือหัวทรงอานุภาพไร้เทียมทาน กะอีแค่ความเป็นอมตะก็เป็นเพียงพลังเศษเสี้ยวของพระองค์เท่านั้น!" ชายคนนั้นรีบเอ่ยขอขมาทันที
"อืม อย่าให้มีคราวหน้าอีกล่ะ นายเหนือหัวไม่ลดตัวลงมาหลอกลวงพวกเราหรอก ขอเพียงแค่พวกเรานำโลกใบนี้ไปถวายแด่พระองค์ได้ ความเป็นอมตะก็จะเป็นเพียงแค่ก้าวแรกเท่านั้น รีบเร่งมือพัฒนาอาวุธให้เร็วเข้า ต้องยึดเมืองนี้ให้ได้ภายในสิบปี!"
"รับคำสั่ง!"
ปีปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 131 เผ่าพันธุ์มนุษย์ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่ในด้านปฏิสสาร ปืนปฏิสสารขนาดเล็กถูกผลิตขึ้นมาจนสำเร็จ
เผ่าพันธุ์มนุษย์เร่งมือผลิตอาวุธชนิดนี้และนำไปติดตั้งให้กับกองทัพจักรกล
เพียงไม่นานผลลัพธ์อันน่าทึ่งก็ปรากฏให้เห็น อาวุธปฏิสสารขนาดเล็กสามารถสังหารก็อบลินไปได้อย่างมหาศาล
การเปิดตัวของอาวุธชนิดใหม่นี้ทำให้พวกก็อบลินถึงกับหวาดผวา อานุภาพการโจมตีของมันรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว
ถึงแม้ความรู้ด้านเวทมนตร์ของพวกมันในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะพัฒนาขึ้นบ้าง แต่มันก็ยังเทียบไม่ได้เลยกับการเติบโตแบบก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีของเผ่าพันธุ์มนุษย์
ความเร็วในการวิวัฒนาการอารยธรรมของทั้งสองฝ่ายนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ระดับผู้นำของก็อบลินเริ่มตระหนักถึงผลลัพธ์อันเลวร้ายที่กำลังจะตามมา
พวกมันไม่ยอมมุดหัวอยู่แต่ในเมืองอีกต่อไป กองทัพก็อบลินถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเปิดฉากโต้กลับ
ปีปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 132 ก็อบลินคลุ้มคลั่งนับล้านตัวนำกองกำลังชั้นยอดเปิดฉากบุกทะลวง
ก็อบลินคลุ้มคลั่งเหล่านี้มีสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแกร่งมาก ขีปนาวุธทั่วไปไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้พวกมันได้เลยแม้แต่น้อย
ร่างกายของก็อบลินคลุ้มคลั่งนั้นใหญ่โตมโหฬารมาก ตัวที่เล็กที่สุดยังสูงถึงยี่สิบหรือสามสิบเมตร
ส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดนั้นมีความสูงทะลุเจ็ดสิบเมตรเลยทีเดียว
ร่างกายอันใหญ่โตบดขยี้กองทัพจักรกลของเผ่าพันธุ์มนุษย์จนแหลกเป็นชิ้นๆอย่างโหดเหี้ยม
มีเพียงอาวุธปฏิสสารเท่านั้นที่สามารถสร้างความตื่นตระหนกให้พวกมันได้
ทว่าในตอนนี้อาวุธปฏิสสารของเผ่าพันธุ์มนุษย์ยังมีจำนวนไม่มากนัก นี่เป็นครั้งแรกที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ต้องเป็นฝ่ายล่าถอยเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการบุกทะลวงของก็อบลิน
ฝูงก็อบลินคลุ้มคลั่งแหงนหน้าคำรามก้องฟ้าเพื่อประกาศชัยชนะ
ปีปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 135 การโต้กลับของก็อบลินคลุ้มคลั่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทำให้เผ่าพันธุ์มนุษย์เริ่มสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม เทคโนโลยีจึงเกิดการเติบโตแบบก้าวกระโดดขึ้นมาอีกครั้ง
พวกเขาได้สร้างอาวุธลับเพื่อนำมาต่อกรกับก็อบลินคลุ้มคลั่งโดยเฉพาะ นั่นก็คือ กองทัพหุ่นรบ!
หุ่นรบจำนวนมหาศาลถูกพัฒนาขึ้นมา โดยอ้างอิงจากขนาดตัวที่ใหญ่ที่สุดของก็อบลินคลุ้มคลั่ง หุ่นรบเหล่านี้จึงถูกออกแบบให้มีความสูงขั้นต่ำที่หนึ่งร้อยเมตร
ในด้านของอาวุธยุทโธปกรณ์ หุ่นรบเหล่านี้ถูกติดตั้งด้วยอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีปฏิสสารอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นดาบเลเซอร์ปฏิสสาร เครื่องยนต์ปฏิสสาร ขีปนาวุธปฏิสสาร ลำแสงปฏิสสาร และอื่นๆอีกมากมาย
การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีทำให้กำลังการผลิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล หุ่นรบขนาดยักษ์ถูกผลิตขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหามรุ่งหามค่ำ
ทรัพยากรบนดาวโลกก็ถูกนำมาใช้อย่างเต็มพิกัด ในตอนนี้ระดับอารยธรรมของพวกเขาพัฒนาไปไกลจนสามารถดึงทรัพยากรทั้งหมดบนดาวโลกมาใช้เพื่อการวิวัฒนาการอารยธรรมได้อย่างเต็มที่
ระดับผู้นำของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่กลัวว่าทรัพยากรบนดาวโลกจะร่อยหรอลงไปเลย เพราะตราบใดที่พวกเขายึดโลกของก็อบลินมาได้ ทรัพยากรทั้งหมดของที่นั่นก็จะตกเป็นของพวกเขา
ปีปฐมศักราชแห่งเทวะที่ 138 ภายในเวลาเพียงสามปี จำนวนหุ่นรบก็พุ่งสูงขึ้นถึงหลายล้านเครื่อง ซึ่งเทียบเท่ากับจำนวนของก็อบลินคลุ้มคลั่งพอดี
เผ่าพันธุ์มนุษย์เริ่มเปิดฉากสงครามโต้กลับ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ส่งทหารที่เป็นมนุษย์จริงๆเข้าร่วมสมรภูมิ
เนื่องจากหุ่นรบจำเป็นต้องใช้มนุษย์เป็นผู้บังคับการ กองทัพจึงได้จัดการฝึกอบรมการขับหุ่นรบมาโดยตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
หุ่นรบความสูงหนึ่งร้อยเมตรค่อยๆทยอยเดินข้ามประตูมิติจากดาวโลกเข้าสู่โลกของก็อบลินทีละเครื่อง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำทัพของก็อบลินคลุ้มคลั่ง พวกมันสามารถยึดดินแดนที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้เกือบหมดแล้ว ชัยชนะที่ได้รับทำให้เผ่าพันธุ์ก็อบลินดำดิ่งอยู่กับความเพ้อฝันอันแสนหวาน
และวันนี้ก็คือเวลาที่พวกมันจะต้องตื่นจากฝันเสียที
"หุ่นรบหมายเลข 001 เตรียมพร้อมปฏิบัติการ โปรดสั่งการ!"
"หุ่นรบหมายเลข 002 เตรียมพร้อมปฏิบัติการ โปรดสั่งการ!"
...
เสียงรายงานดังเข้ามายังศูนย์บัญชาการอย่างต่อเนื่อง กองทัพหุ่นรบแต่ละกองพลจะประกอบไปด้วยหุ่นรบหนึ่งหมื่นเครื่อง
กองพลแบบนี้มีมากถึงหลายร้อยกองพล พวกเขายืนเรียงรายบดบังแสงอาทิตย์อยู่บนทุ่งกว้างของโลกก็อบลินเพื่อรอรับคำสั่ง
"เด็กๆเอ๋ย... เวลาแห่งการล่ามาถึงแล้ว!"
"เพื่อนายเหนือหัว จงอุทิศร่างกายของพวกนายซะ! จงละทิ้งความเป็นความตาย ละทิ้งความรู้สึกทั้งปวง แล้วกลายเป็นคมดาบของนายเหนือหัว ทะลวงขวากหนามทุกอย่างที่ขวางหน้า! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวิวัฒนาการอันทรงเกียรติซะ!" จัวหยวนหมิงกล่าวปลุกใจอย่างบ้าคลั่ง ผู้คนต่างก็รู้สึกฮึกเหิมและมีอารมณ์พลุ่งพล่าน
"กลายเป็นคมดาบ! ทะลวงขวากหนาม! วิวัฒนาการอันทรงเกียรติ!"
"กลายเป็นคมดาบ! ทะลวงขวากหนาม! วิวัฒนาการอันทรงเกียรติ!"
...
"วูบ!"
หุ่นรบแต่ละเครื่องเริ่มเดินเครื่อง เพียงไม่นานกองทัพหุ่นรบที่บดบังแสงอาทิตย์ก็บินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและบดบังผืนดินเอาไว้
ดินแดนที่พวกก็อบลินเพิ่งจะยึดคืนไปได้เริ่มถูกโจมตีด้วยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วทุกแห่งหน พวกก็อบลินสูญเสียกำลังพลไปอย่างมหาศาล
เพียงไม่กี่อึดใจพวกมันก็ตั้งสติได้ และเริ่มสั่งให้ก็อบลินคลุ้มคลั่งบุกโจมตี
หากเป็นเมื่อก่อนเผ่าพันธุ์มนุษย์คงจะเลือกที่จะล่าถอย ทว่าตอนนี้ก็อบลินคลุ้มคลั่งที่สูงที่สุดเมื่อมายืนอยู่ตรงหน้าหุ่นรบสูงร้อยเมตรก็ดูไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อย
เผ่าพันธุ์มนุษย์ไม่ได้ประมาท พวกเขาเล็งปืนเลเซอร์ปฏิสสารและเริ่มกราดยิง ร่างกายอันทรงพลังที่พวกก็อบลินคลุ้มคลั่งภาคภูมิใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีระดับนี้ก็กลับกลายเป็นเปราะบางราวกับเต้าหู้
เลเซอร์ปฏิสสารทะลวงผ่านร่างกายของพวกมันไปอย่างง่ายดาย ตามมาด้วยการระดมยิงของขีปนาวุธปฏิสสารที่ลบพวกมันให้หายไปจากฟ้าดิน
ก็อบลินคลุ้มคลั่งถึงกับยืนอึ้ง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เพียงชั่วพริบตาก็อบลินคลุ้มคลั่งนับหมื่นก็ล้มตายลงไป
พวกมันเริ่มหวาดกลัวและอยากจะล่าถอย แต่บรรดาประปุโรหิตได้ออกคำสั่งเด็ดขาดเอาไว้แล้วว่าให้สู้ตาย!
"โฮก!" ก็อบลินคลุ้มคลั่งแผดเสียงคำราม พวกมันพุ่งตัวเข้าใส่กองทัพหุ่นรบอย่างบ้าคลั่ง
[จบแล้ว]