เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 - สิ้นชาติ จุดชนวนภารกิจระบบ

บทที่ 18 - สิ้นชาติ จุดชนวนภารกิจระบบ

บทที่ 18 - สิ้นชาติ จุดชนวนภารกิจระบบ


บทที่ 18 - สิ้นชาติ จุดชนวนภารกิจระบบ

☆☆☆☆☆

"ข้าน้อยจะไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ!" จัวหยวนหมิงโค้งคำนับก่อนจะนำกองทัพพุ่งทะยานออกไป

"มองดูประวัติศาสตร์นับพันปีของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ตั้งแต่โบราณกาลมักจะมีเหล่านักปราชญ์จุติลงมาเพื่อนำพาพวกเราพัฒนาอารยธรรม ภายใต้การนำพาของเหล่านักปราชญ์ พวกเราได้ก้าวข้ามความป่าเถื่อนสู่ความเจริญรุ่งเรือง พวกเราต่างก็มีรากเหง้าเดียวกัน สงครามนำมาซึ่งความเจ็บปวดและการเสียสละ เผ่าพันธุ์มนุษย์สมควรที่จะรวมเป็นหนึ่งเดียวและปรองดองกันเหมือนในอดีต ด้วยเหตุนี้องค์เทพของข้าจึงได้ลงมาจุติด้วยตัวเอง พระองค์จะนำพาพวกเราก้าวไปสู่อารยธรรมที่รวมเป็นหนึ่งและเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง บางทีเหล่านักปราชญ์ในอดีตอาจจะเป็นร่างจำแลงขององค์เทพที่ลงมาชี้แนะการพัฒนาของพวกเราก็เป็นได้ ดังนั้นพวกเจ้าจงละทิ้งความบาดหมางในใจแล้วเข้ามาสู่อ้อมกอดของวิหารเทพเถิด นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปองค์เทพของข้าจะนำพาพวกเราก้าวไปสู่อนาคตใหม่ที่สดใสอย่างแน่นอน" จัวหยวนหมิงกล่าวรำลึกความหลัง

"นักปราชญ์จุติ!"

"ร่างจำแลงแห่งทวยเทพ!"

"เข้าร่วมวิหารเทพ!"

"อ้าแขนรับชีวิตใหม่!"

...

ฝูงชนพากันโห่ร้องด้วยความคลั่งไคล้ เสียงตะโกนดังก้องกังวานไปทั่วฟ้าดินระลอกแล้วระลอกเล่า

เมื่อกู้เป่ยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้ยินถ้อยคำเหล่านี้ สีหน้าของเขาก็ดูไม่ได้สุดๆ เขาไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่ากองทัพเจ็ดแสนนายของตัวเองจะพ่ายแพ้ราบคาบเช่นนี้

พ่ายแพ้ได้อย่างรวดเร็วและหมดรูปถึงเพียงนี้

เทพเจ้างั้นเหรอ ร่างจำแลงของนักปราชญ์งั้นเหรอ ทำไมมันถึงฟังดูไม่สมจริงเอาเสียเลย...

ชั่วขณะนั้นภายในใจของกู้เป่ยก็เต็มไปด้วยความขมขื่น เขาทรุดตัวลงนั่งบนบัลลังก์มังกรอย่างหมดเรี่ยวแรง

"ฝ่าบาท..." หยวนฟางอยากจะเข้าไปปลอบใจกู้เป่ย แต่สุดท้ายก็พูดอะไรไม่ออก บทสรุปของสงครามในครั้งนี้ถูกกำหนดไว้แล้ว และในฐานะกษัตริย์ กู้เป่ยย่อมต้องถูกสังหารอย่างแน่นอน

"เจ้าไปเถอะ ไปยอมจำนนพร้อมกับพวกนั้น อย่างน้อยก็ยังรักษาชีวิตเอาไว้ได้..." กู้เป่ยโบกมือไล่ให้หยวนฟางจากไป

"พระองค์คิดว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ได้จริงๆเหรอพ่ะย่ะค่ะ" หยวนฟางเหม่อมองไปยังรถม้าของเจียงฝาน

"ยุคสมัยใหม่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์งั้นเหรอ... หึ หากเขาคือเทพเจ้าจริงๆ บางทีอาจจะเป็นไปตามสโลแกนที่พวกนั้นพูดก็ได้ การสร้างยุคสมัยใหม่อะไรนั่น..." กู้เป่ยชักดาบประจำกายออกมา

"นั่นสิพ่ะย่ะค่ะ ยุคสมัยใหม่ น่าเสียดายที่กระหม่อมคงไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว..." หยวนฟางยิ้มบางๆพลางชักดาบของตนเองออกมาเช่นกัน

กู้เป่ยหันไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ "เจ้า..."

"หากฝ่าบาทไม่ทรงเมตตาช่วยเหลือกระหม่อมในวัยเด็ก เกรงว่ากระหม่อมคงจะหนาวตายไปตั้งแต่ฤดูหนาวปีนั้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเกรงว่าฝ่าบาทจะทรงเหงาระหว่างการเดินทาง จึงขอติดตามไปเป็นเพื่อนแก้เหงาให้ฝ่าบาทด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ..."

"ขอบใจเจ้ามาก..."

...

กษัตริย์แห่งแคว้นกู้สิ้นพระชนม์ กองทัพของพวกเขาก็พากันวางอาวุธยอมจำนน จัวหยวนหมิงนำกองกำลังเข้าไปรวบรวมไพร่พลเหล่านั้นทีละกอง

ตัดภาพมาที่ฝั่งของเจียงฝาน

[ติ๊ง! จุดชนวนภารกิจระบบ!]

[ภารกิจ: ทำลายล้างเจ็ดอาณาจักร สร้างยุคสมัยใหม่ให้กับเผ่าพันธุ์มนุษย์! ความคืบหน้า (1/7)]

[รางวัล: แต้มระบบสามแสนแต้ม โอกาสสุ่มรางวัลระดับเงินหนึ่งครั้ง]

เจียงฝานที่กำลังพักฟื้นร่างกายอยู่จู่ๆก็ได้รับเสียงแจ้งเตือนจากระบบ เมื่ออ่านรายละเอียดของภารกิจจบ ภายในใจของเขาก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก นึกไม่ถึงเลยว่าการเดินทางในครั้งนี้จะมีโบนัสก้อนโตแถมมาให้ด้วย

รางวัลในครั้งนี้เมื่อรวมกันแล้วก็เท่ากับได้สุ่มรางวัลระดับเงินถึงสี่ครั้งเลยทีเดียว มันสามารถช่วยให้ความแข็งแกร่งของเขาพุ่งพรวดขึ้นไปได้อีกระดับเลยล่ะ

[หากร่างสถิตอยากจะแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วกว่านี้ นายก็ต้องหาทางจุดชนวนภารกิจระบบเอาเองนะ] เย่อวี่เอ่ยเตือน ในสนามสอบพิเศษแห่งนี้ การประกาศภารกิจระบบจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากกฎเกณฑ์เบื้องหลังเสียก่อน

ดังนั้นหากร่างสถิตขยันก่อเรื่องเก่งๆ ภารกิจก็จะถูกจุดชนวนขึ้นบ่อยตามไปด้วย

วิกฤตย่อมมาพร้อมกับโอกาส ตราบใดที่ไม่แกว่งเท้าหาเสี้ยนจนตาย ก็จงแกว่งต่อไปให้สุดเหวี่ยงเถอะ!

"เข้าใจแล้ว ไว้มีโอกาสฉันจะหาเรื่องก่อกวนดูบ้าง" เจียงฝานพยักหน้ารับ เขาเองก็รู้สึกว่าระบบพูดมีเหตุผล รอให้เขาสามารถเดินทางออกจากห้วงดาวได้เมื่อไหร่ เขาจะออกไปก่อเรื่องให้หนำใจเลย

ไม่นานนักจัวหยวนหมิงที่จัดการรวบรวมกองทัพของแคว้นกู้เสร็จเรียบร้อยก็วิ่งมารายงานให้เจียงฝานทราบ

"นายเหนือหัว กองทัพทั้งหมดของแคว้นกู้ถูกรวบรวมเสร็จสิ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ หลังจากนี้พระองค์ทรงมีแผนการอย่างไรต่อไป"

"อืม... เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ประชาชนของแคว้นกู้ในตอนนี้คงกำลังหวาดผวากันอยู่เป็นแน่ ก่อนอื่นก็ต้องเข้าควบคุมดินแดนของแคว้นกู้เอาไว้ให้อยู่หมัดเสียก่อน แล้วค่อยยกทัพไปบุกตีอีกหกอาณาจักรที่เหลือ..." เสียงของเจียงฝานดังลอดออกมาจากในรถม้า ก่อนจะพูดต่อไปว่า "เรื่องจุกจิกพวกนี้ข้ามอบหมายให้เจ้าเป็นคนจัดการทั้งหมด อย่าทำให้ข้าต้องผิดหวังล่ะ..."

"พ่ะย่ะค่ะ!" จัวหยวนหมิงตื่นเต้นจนเนื้อเต้น

จากนั้นกองทัพอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรก็กรีธาทัพเข้าสู่เมืองของแคว้นกู้

เมื่อชาวบ้านเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าก็พากันปิดประตูหน้าต่างหลบซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้านด้วยความหวาดกลัว

ภายในพระราชวัง ข่าวเรื่องกองทัพแนวหน้าแตกพ่าย กษัตริย์สิ้นพระชนม์ และกองทัพข้าศึกบุกทะลวงเข้าเมืองมาได้ถูกส่งกลับมาถึงแล้ว

เหล่านางกำนัลและขันทีภายในวังต่างก็แย่งกันวิ่งหนีตายออกไปข้างนอก ทว่าในเวลานี้จัวหยวนหมิงได้นำกองทัพมาปิดล้อมพระราชวังเอาไว้หมดแล้ว

"ทุกคนจงยอมจำนนแต่โดยดี! หากผู้ใดฉวยโอกาสหลบหนี จะต้องถูกประหารชีวิตโดยไม่มีข้อยกเว้น!"

"เพื่อสานต่ออุดมการณ์การรวมเป็นหนึ่งของนายเหนือหัว พวกเราจะไม่เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างเด็ดขาด! ผู้ใดที่ไม่มีสายเลือดของราชวงศ์กู้จะปลอดภัยทุกคน! ส่วนผู้ที่มีสายเลือดราชวงศ์ หากยอมรับผิดอย่างจริงใจก็จะได้รับการอภัยโทษเช่นกัน!"

สิ้นเสียงประกาศ กลุ่มคนที่กำลังวิ่งหนีแตกกระเจิงก็พากันหยุดชะงัก พวกเขายอมปล่อยให้กองทัพเข้ามาควบคุมตัวแต่โดยดี ขอเพียงแค่รักษาชีวิตเอาไว้ได้ก็พอแล้ว

ส่วนผู้ที่มีสายเลือดราชวงศ์บางคนที่กำลังเลือดร้อนก็พยายามต่อสู้ขัดขืนจนตัวตาย แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่รักตัวกลัวตาย ยอมปล่อยให้ทหารจับกุมตัวไปอย่างว่าง่าย

ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปตามแผนการที่เจียงฝานวางเอาไว้

ชาวบ้านก็ได้รับการปลอบขวัญจากกองทัพ พวกเขาเพียงแค่ต้องใช้ชีวิตตามปกติต่อไป แล้วกองทัพก็จะไม่ทำร้ายพวกเขาราวกับคนไร้เหตุผล

ถึงแม้ชาวบ้านจะยังคงเคลือบแคลงใจในคำพูดของพวกเขา แต่ในเมื่อตัวเองเป็นดั่งลูกไก่ในกำมือ ก็ทำได้เพียงยอมก้มหน้าเชื่อฟังอย่างไม่มีทางเลือก

เวลาล่วงเลยผ่านไปเช่นนี้ถึงสามวัน

ภายในเวลาสามวัน ข่าวการล่มสลายของแคว้นกู้ก็แพร่สะพัดไปถึงหูของอีกหกอาณาจักรที่เหลือ

เมื่อกษัตริย์ของทั้งหกอาณาจักรได้ยินข่าวนี้ในตอนแรก พวกเขาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง พลังอำนาจของแคว้นกู้ถึงแม้จะไม่ได้เป็นอันดับหนึ่งในเจ็ดอาณาจักร แต่ก็จัดอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางสูงเลยทีเดียว

แต่ทว่าแคว้นกู้ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ กลับถูกกองกำลังนิรนามบดขยี้จนพินาศย่อยยับ

ชั่วขณะนั้นกษัตริย์ของทั้งหกอาณาจักรก็เกิดความหวาดระแวงไปตามๆกัน พวกเขาต่างพากันส่งคนจำนวนมากออกไปสืบหาความจริงของข่าวลือนี้

"ข่าวลือนั่นเป็นความจริงงั้นรึ"

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท สายลับของเราได้ยืนยันข้อเท็จจริงของข่าวนี้แล้ว เป็นไปตามข่าวลือทุกประการ แคว้นกู้ล่มสลายลงแล้ว และกองกำลังนิรนามนั่นก็เข้ายึดครองดินแดนของแคว้นกู้ไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

"ไร้สาระ!"

"ช่างไร้สาระสิ้นดี! บนดาวโลกแห่งนี้จะมีกองกำลังลึกลับที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้โผล่มาได้อย่างไรกัน! เหตุใดตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาถึงไม่เคยมีใครระแคะระคายเลย!"

กษัตริย์ของทั้งหกอาณาจักรต่างก็แผดเสียงเกรี้ยวกราดกลางท้องพระโรง ช่วยไม่ได้นี่นา กองกำลังนี้สร้างความหวาดผวาให้กับพวกเขามากเกินไป

เหล่าขุนนางต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมา พวกเขาไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวหรอกนะ

"เหตุใดพวกท่านถึงเอาแต่เงียบกันเล่า! ลองวิเคราะห์มาสิว่ากองกำลังลึกลับนั่นจงใจพุ่งเป้าไปที่แคว้นกู้เพียงแห่งเดียว หรือว่าแคว้นกู้เป็นแค่เป้าหมายแรกของพวกมันกันแน่!"

"เอ่อ..." ท้องพระโรงเต็มไปด้วยเสียงกระซิบกระซาบ ในเมื่อกษัตริย์ตรัสถามขึ้นมาแล้ว พวกเขาก็ต้องหาคำตอบมาถวายให้จงได้

"ฝ่าบาท ขุนนางทั้งหลายมีความเห็นตรงกันว่า การที่กองกำลังนั้นทำลายแคว้นกู้ลงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่พวกมันมาด้วยความเหิมเกริม จากศักยภาพที่พวกมันแสดงให้เห็นในตอนนี้ เกรงว่าเป้าหมายของพวกมันอาจจะเป็นการรวมทั้งเจ็ดอาณาจักรให้เป็นหนึ่งเดียวพ่ะย่ะค่ะ..."

"โอ้ มีเหตุผลอันใดจึงกล่าวเช่นนั้น"

"จากข่าวที่สายลับส่งมา ถึงแม้พวกมันจะทำลายแคว้นกู้ แต่ก็ไม่ได้เข่นฆ่าประชาชนอย่างโหดเหี้ยม เข้ายึดครองแต่ไม่ปล้นชิง นี่คือวิสัยทัศน์ของยอดคนผู้ยิ่งใหญ่ การใช้นโยบายประนีประนอมเพื่อรวบรวมใจคน ถือได้ว่าพวกมันมีความทะเยอทะยานที่จะเป็นใหญ่ กองกำลังที่มีทั้งความทะเยอทะยาน ความแข็งแกร่ง และวิสัยทัศน์กว้างไกล ซุ่มซ่อนตัวมานานหลายร้อยปี ทันทีที่ลงมือก็สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหล้า หากพวกท่านเป็นพวกเขา เป้าหมายสูงสุดของพวกท่านคือสิ่งใดเล่า"

สิ้นคำกล่าวนี้ ท้องพระโรงก็มีเสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง ข้อสันนิษฐานนี้ได้รับการยอมรับจากทุกคน

ข้าศึกจะต้องยกทัพมาบุกอาณาจักรที่เหลือทั้งหกแห่งนี้อย่างแน่นอน

แผ่นดินของพวกเขาตกอยู่ในอันตรายแล้ว!

กษัตริย์พยักหน้าอย่างเห็นด้วย พระองค์ทรงตระหนักได้ว่าในตอนนี้สิ่งที่สามารถทำได้ก็คือการเร่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศ และพยายามคาดเดาความเคลื่อนไหวต่อไปของศัตรูให้จงได้

"ขุนนางทั้งหลายคิดว่า เป้าหมายต่อไปของพวกมันคืออาณาจักรใด"

"แคว้นหลิ่วพ่ะย่ะค่ะ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 18 - สิ้นชาติ จุดชนวนภารกิจระบบ

คัดลอกลิงก์แล้ว