- หน้าแรก
- ระบบปล้นสะท้านพหุภพ
- บทที่ 12 - ระบบอื่นๆและการคัดลอก!
บทที่ 12 - ระบบอื่นๆและการคัดลอก!
บทที่ 12 - ระบบอื่นๆและการคัดลอก!
บทที่ 12 - ระบบอื่นๆและการคัดลอก!
☆☆☆☆☆
เย่อวี่เริ่มอารมณ์ดีขึ้นมา ตอนนี้ฟังก์ชันขยายผลสรรพสิ่งเพิ่งจะขยายผลได้แค่สิบเท่า ถ้าอยากจะเพิ่มอัตราการคูณให้สูงขึ้น เขาคงต้องเลื่อนระดับระบบของตัวเองเสียก่อน
ระบบเลเวลเก้าน่าจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่รู้เลยว่าระดับที่อยู่สูงขึ้นไปจะมีอะไรอีก ขอแค่ก้าวผ่านการทดสอบของระบบในครั้งนี้ไปได้ ฟังก์ชันขยายผลสรรพสิ่งก็น่าจะเพิ่มขึ้นเป็นหลายสิบเท่าแน่ๆ
แต่ถ้าพูดถึงฟังก์ชันระบบสายกฎเกณฑ์ที่โกงสุดๆล่ะก็ เย่อวี่รู้สึกว่า 'การช่วงชิง' น่าจะมีขีดจำกัดสูงสุดมากที่สุดแล้วล่ะ เพราะขอแค่สังหารพวกเดียวกันได้ เขาก็จะสามารถช่วงชิงฟังก์ชันระบบของอีกฝ่ายมาได้ ลองคิดดูก็รู้แล้วว่ามันเจ๋งขนาดไหน
"ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเดียวกันที่ฉันต้องสู้ด้วยจะมีฟังก์ชันอะไร... ถ้าเกิดว่ากากเกินไปก็คงหมดสนุกแน่ๆ..." เย่อวี่พึมพำกับตัวเอง เขามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะต้องคว้าชัยชนะในศึกครั้งนี้มาได้อย่างแน่นอน
ในเมื่อมันเป็นการทดสอบเพื่อเลื่อนระดับ อีกฝ่ายก็คงจะเป็นระบบเลเวลเก้าเหมือนกัน ในระดับที่เท่ากัน เขามีตั้งสามฟังก์ชันเชียวนะ จะไปสู้ไอ้พวกที่มีแค่ฟังก์ชันเดียวไม่ได้ก็ให้มันรู้ไปสิ!
...
ณ สถานที่แห่งหนึ่งภายในโลก
"ขอแสดงความยินดีด้วย จ้าวแห่งดวงดาวสามารถก้าวผ่านภัยพิบัติแห่งการเลื่อนระดับได้สำเร็จ ระดับอารยธรรมได้รับการเลื่อนขั้น"
"ระดับอารยธรรมปัจจุบัน — อารยธรรมระดับหนึ่ง"
"เผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญา — มนุษย์!"
"พลังพิเศษ — เวทมนตร์!"
"คะแนนประเมินภัยพิบัติ... ระดับ S..."
"คะแนนประเมินโดยรวม... ระดับ S+..."
"มอบแต้มสร้างโลกจำนวนมหาศาลเป็นการตอบแทน!"
ชายหนุ่มได้ยินเสียงแจ้งเตือน มุมปากของเขาก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ
ในที่สุดก็มาถึงอารยธรรมระดับหนึ่งเสียที ไม่เสียแรงที่เขาทุ่มเทใช้แต้มสร้างโลกและแต้มระบบไปตั้งมหาศาล
[ขอแสดงความยินดีด้วย ร่างสถิตทำภารกิจการเลื่อนระดับสำเร็จ ภารกิจเสร็จสิ้น!]
[รางวัล: แต้มระบบสามแสนแต้ม โอกาสสุ่มรางวัลระดับเงินสามครั้ง!]
"ระบบ ใช้โอกาสสุ่มรางวัลทั้งสามครั้งเลย!"
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย ร่างสถิตได้รับพรสวรรค์ระดับ B 'หัวใจแห่งปราชญ์'!]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย ร่างสถิตได้รับพรสวรรค์ระดับ A 'บ่อกำเนิดเวทมนตร์'!]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วย ร่างสถิตได้รับแนวเขาผลึกเวทมนตร์หนึ่งแห่ง!]
เมื่อมองดูของรางวัลที่สุ่มได้ทั้งสามอย่าง เฉาเม่าก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ครั้งนี้เขาดวงดีไม่เบาเลย ในที่สุดก็สุ่มได้พรสวรรค์ระดับ A มาสักที
จากนั้นเขาก็เปิดหน้าต่างระบบของตัวเองขึ้นมาดู
[ร่างสถิต: เฉาเม่า]
[ระดับ: จ้าวแห่งดวงดาวเลเวล 3]
[ดาวเคราะห์ที่ผูกมัด: ดาวเวทมนตร์]
[พรสวรรค์: พลังเหนือธรรมชาติ (ระดับ A) หัวใจแห่งปราชญ์ (ระดับ B) บ่อกำเนิดเวทมนตร์ (ระดับ A)]
[อารยธรรมใต้บังคับบัญชา: มนุษย์]
[ระดับอารยธรรม: ระดับ 1]
[ฟังก์ชันระบบ: คัดลอก]
[แต้มระบบ: 300000]
พลังเหนือธรรมชาติ (ระดับ A): อารยธรรมภายใต้การบังคับบัญชาของจ้าวแห่งดวงดาวจะสุ่มให้กำเนิดระบบพลังเหนือธรรมชาติขึ้นมาหนึ่งสาย
หัวใจแห่งปราชญ์ (ระดับ B): สติปัญญาของเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาในอารยธรรมภายใต้การบังคับบัญชาของจ้าวแห่งดวงดาวจะเพิ่มสูงขึ้น
บ่อกำเนิดเวทมนตร์ (ระดับ A): โลกภายใต้การบังคับบัญชาของจ้าวแห่งดวงดาวจะมีพลังเวทมนตร์อัดแน่นอยู่อย่างมหาศาล
เมื่อเห็นสรรพคุณของพรสวรรค์อันใหม่ ดวงตาของเฉาเม่าก็ทอประกายเจิดจ้า มันช่างมาได้ถูกจังหวะจริงๆ!
ก่อนหน้านี้ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ระดับ A อันแรกของเขาจะช่วยให้อารยธรรมถือกำเนิดระบบเวทมนตร์ขึ้นมาได้ แต่ทว่าภายในโลกใบนั้นกลับไม่มีพลังเวทมนตร์หลงเหลืออยู่เลย
เขาต้องเผาผลาญแต้มสร้างโลกอย่างหนักเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของพลังเวทมนตร์ให้กับดาวเวทมนตร์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเขาถึงจะสามารถพัฒนาการใช้เวทมนตร์ได้อย่างก้าวกระโดด
เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต เฉาเม่าก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองก็เป็นแค่จ้าวแห่งดวงดาวเลเวลหนึ่งตัวเล็กๆเท่านั้น
แต่แล้ววันหนึ่งจู่ๆเขาก็ได้ผูกมัดเข้ากับระบบ และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นเส้นทางแห่งความยิ่งใหญ่ของเขา
ฟังก์ชันระบบของเขาคือการคัดลอก ในตอนแรกเขาก็ไม่รู้หรอกว่าจะเอามันไปใช้ทำอะไร ภายใต้การชี้แนะของระบบ เขาจึงยอมเสี่ยงอันตรายแอบเข้าไปในห้วงดาวที่มีเหล่าจ้าวแห่งดวงดาวมารวมตัวกัน
เดิมทีจ้าวแห่งดวงดาวที่อ่อนแออย่างเขามักจะตกเป็นเป้าหมายในการแย่งชิงของจ้าวแห่งดวงดาวคนอื่นๆ แต่ทว่าตัวเขาในตอนนั้นไม่มีทรัพยากรอะไรให้ปล้นเลย จ้าวแห่งดวงดาวที่หวังจะมาดักปล้นจึงได้แต่สบถด่าด้วยความหงุดหงิดแล้วเดินจากไป
เนื่องจากห้วงดาวแห่งนั้นมีกฎเกณฑ์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าห้ามลงมือฆ่าจ้าวแห่งดวงดาวด้วยกันเอง เขาจึงสามารถเอาชีวิตรอดมาได้
ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในแผนการของเขา หนึ่งในบรรดาจ้าวแห่งดวงดาวที่เข้ามาดักปล้นเขาดันมีพรสวรรค์ระดับ A ที่ชื่อว่า 'พลังเหนือธรรมชาติ' อยู่ด้วย!
ถึงแม้การถูกดักปล้นจะทำให้เขารู้สึกเสียหน้าและหงุดหงิดมาก แต่เพื่ออนาคตอันยิ่งใหญ่ เขาจึงเลือกที่จะกล้ำกลืนฝืนทน และในระหว่างที่มีการสัมผัสร่างกายกัน เขาก็แอบคัดลอกพรสวรรค์ระดับ A ของอีกฝ่ายมาได้สำเร็จ!
ใช่แล้ว พรสวรรค์นี้เดิมทีไม่ใช่ของเขาหรอก ในตอนที่โลกใบนี้เกิดการกลายพันธุ์ เขาไม่ได้ปลุกพรสวรรค์ของจ้าวแห่งดวงดาวขึ้นมา
ดังนั้นตลอดช่วงเวลาอันยาวนาน การพัฒนาอารยธรรมของเขาจึงดูราบเรียบไม่มีอะไรโดดเด่น โชคยังดีที่จ้าวแห่งดวงดาวคนอื่นๆไม่เคยค้นพบฐานที่มั่นของเขา เขาจึงรอดพ้นจากการถูกดักปล้นมาได้
หลังจากที่ได้รับระบบและอาศัยพรสวรรค์ที่คัดลอกมาได้ เขาก็เริ่มต้นเส้นทางแห่งการผงาดขึ้นมา
เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็ก้าวกระโดดจากจ้าวแห่งดวงดาวเลเวลหนึ่งมาเป็นจ้าวแห่งดวงดาวเลเวลสามได้สำเร็จ แถมอารยธรรมภายใต้การบังคับบัญชาของเขาก็ยังไปถึงอารยธรรมระดับหนึ่งแล้วด้วย!
อารยธรรมระดับหนึ่งหรือที่เรียกกันว่าอารยธรรมระดับดาวเคราะห์ เป็นระดับของอารยธรรมที่สามารถดึงเอาพลังงานทั้งหมดจากดาวฤกษ์มาสู่ดาวเคราะห์ได้ และสามารถควบคุมสรรพสิ่งบนดาวเคราะห์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในตอนนี้อารยธรรมที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เฉาเม่าเคยเห็นมา ก็คืออารยธรรมระดับสองที่เขาบังเอิญไปเจอตอนที่เข้าไปในห้วงดาวของเหล่าจ้าวแห่งดวงดาวนั่นเอง!
แต่อย่าคิดนะว่าอารยธรรมระดับสองจะเหนือกว่าอารยธรรมระดับหนึ่งแค่เพียงเล็กน้อย ความแตกต่างนั้นมันไม่ใช่น้อยๆเลย
ความห่างชั้นของทั้งสองระดับนี้ มันกว้างใหญ่ยิ่งกว่าช่องว่างระหว่างเผ่าพันธุ์สุนัขกับเผ่าพันธุ์มนุษย์เสียอีก!
อารยธรรมระดับสองถูกเรียกว่าอารยธรรมระดับดาวฤกษ์ พูดง่ายๆก็คือ อารยธรรมที่ก้าวข้ามอารยธรรมระดับสองขึ้นไปได้ จะหลุดพ้นจากการถูกดาวเคราะห์ควบคุม และสามารถนำพลังงานของดาวฤกษ์มาใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบจนถึงขั้นควบคุมระบบสุริยะได้ทั้งระบบ นั่นหมายความว่าหากสามารถควบคุมพลังงานของดวงอาทิตย์ได้ ก็จะสามารถควบคุมสสารทุกอย่างบนดาวเคราะห์ดวงใดก็ได้ในระบบสุริยะจักรวาล
ช่องว่างระหว่างระดับความแข็งแกร่งนี้มันช่างมหาศาลเหลือเกิน หากอีกฝ่ายคิดจะทำลายล้างเขา มันก็คงจะง่ายดายราวกับการดื่มน้ำเลยทีเดียว
ดังนั้นต่อให้อารยธรรมของตัวเองก้าวเข้าสู่อารยธรรมระดับหนึ่งแล้วก็ตาม แต่เฉาเม่าก็ยังคงเลือกที่จะซ่อนตัวต่อไป เขาไม่อยากเปิดเผยตำแหน่งของตัวเองให้ใครรู้ในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้
เหตุผลที่เขาทำแบบนี้มีอยู่สองข้อ ข้อแรกคือเขากลัวว่าจะไปยั่วยุจ้าวแห่งดวงดาวที่มีอารยธรรมระดับสูงกว่าเข้า ข้อสองก็คืออารยธรรมของเขายังไม่มีเทคโนโลยีในการเดินทางข้ามจักรวาล
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้เลย การจะค้นหาจ้าวแห่งดวงดาวคนอื่นๆมันก็ยากพอกับการงมเข็มในมหาสมุทรนั่นแหละ
"ระบบ นำแนวเขาผลึกเวทมนตร์ไปจัดวางไว้บนทวีปเวทมนตร์สิ"
[ติ๊ง! จัดวางแนวเขาผลึกเวทมนตร์เรียบร้อยแล้ว!]
แนวเขาผลึกเวทมนตร์: อุดมไปด้วยแร่ผลึกเวทมนตร์จำนวนมหาศาล เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็จะให้กำเนิดแร่ผลึกเวทมนตร์สายใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
เฉาเม่าไม่ได้ตื่นเต้นกับแนวเขาผลึกเวทมนตร์นี้เท่าไหร่นัก ถึงยังไงเขาก็เพิ่งจะได้รับพรสวรรค์ระดับ A 'บ่อกำเนิดเวทมนตร์' มาหมาดๆ ดาวเวทมนตร์ของเขาไม่ขาดแคลนพลังเวทมนตร์อีกต่อไปแล้ว
แร่ผลึกเวทมนตร์พวกนี้ก็เป็นเพียงแค่ของเสริมที่ช่วยให้การพัฒนาอารยธรรมดียิ่งขึ้นเท่านั้น
"ระบบ หลังจากนี้ฉันควรทำอะไรต่อไปดี" เฉาเม่าเอ่ยถามระบบของตัวเอง
[ติ๊ง! พัฒนาอารยธรรมต่อไป ก่อนอื่นต้องทำให้อารยธรรมมีเทคโนโลยีการเดินทางข้ามจักรวาลให้ได้!]
"หมายความว่าหลังจากนี้เราเตรียมตัวจะไปบุกปล้นจ้าวแห่งดวงดาวคนอื่นๆงั้นเหรอ" เฉาเม่าขมวดคิ้วเข้าหากัน แบบนี้มันไม่ออกจะวู่วามเกินไปหน่อยเหรอ
[ติ๊ง! ใช่แล้ว โลกใบนี้มีศัตรูแฝงตัวอยู่ หากไม่สามารถกำจัดอีกฝ่ายทิ้งได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่ออีกฝ่ายตั้งตัวได้ล่ะก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่!]
ระบบตอบกลับไป ศัตรูที่แฝงตัวอยู่ที่มันพูดถึงย่อมหมายถึงเย่อวี่อย่างแน่นอน ในฐานะที่มันก็เป็นระบบเหมือนกัน มันย่อมต้องให้ความสำคัญกับเย่อวี่เป็นอันดับแรก
การทดสอบระบบในครั้งนี้ ไม่ว่าร่างสถิตของมันจะแข็งแกร่งขึ้นมากแค่ไหนมันก็ไม่สนหรอก ขอแค่สามารถสังหารเย่อวี่ได้ มันก็จะผ่านการทดสอบเพื่อเลื่อนระดับระบบ หลังจากนั้นชะตากรรมของร่างสถิตจะเป็นยังไงก็ช่างหัวมันสิ มันก็จะทิ้งภาระทั้งหมดแล้วสะบัดก้นหนีไปในทันที
แต่ในช่วงแรกเริ่ม มันก็พยายามช่วยเหลือให้ร่างสถิตของตัวเองพัฒนาอย่างเต็มที่ มันไม่เชื่อหรอกว่าอีกฝ่ายจะสามารถปั้นร่างสถิตได้เร็วกว่าที่มันทำ
ซึ่งความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้นแหละ ตอนนี้อารยธรรมภายใต้การบังคับบัญชาของร่างสถิตของเย่อวี่ก็ยังเป็นเพียงอารยธรรมยุคดึกดำบรรพ์ เพิ่งจะก้าวเข้าสู่ยุคเกษตรกรรมหมาดๆ ยังห่างไกลจากอารยธรรมระดับหนึ่งอีกตั้งเยอะ
[จบแล้ว]