เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 551 ลอบโจมตี

ตอนที่ 551 ลอบโจมตี

ตอนที่ 551 ลอบโจมตี


ห่างออกไปหนึ่งร้อยลี้ ร่างสวีหวู่เฉิงกลายเป็นภาพติดตาวูบไหวอยู่กลางอากาศ บางครั้งดำดิ่งสู่ก้นทะเล

แต่ไม่ว่าสวีหวู่เฉิงหลบหลีกอย่างไรก็จะมีสองคนรอบข้างคอยโจมตีอยู่ตลอดเวลา และอีกคนหนึ่งรอโอกาสโจมตีอยู่รอบนอก

สวีหวู่เฉิงป้องกันอย่างลำบาก บางครั้งพยายามโจมตีให้คนหนึ่งถอยไป แต่คนรอบนอกจะเห็นโอกาสนี้ทันทีและทิ้งบาดแผลใหญ่ไว้บนตัวสวีหวู่เฉิง

ความแข็งแกร่งของสวีหวู่เฉิงไม่ธรรมดา ห่างจากระดับรวมทวารสูงสุดเพียงครึ่งก้าว

แต่ในขอบเขตนี้ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าครึ่งก้าวสู่ระดับรวมทวารสูงสุด ระดับรวมทวารขั้นปลายไม่น้อยอยู่ห่างจากระดับรวมทวารสูงสุดไม่กี่ก้าว

แต่ระยะห่างเล็กน้อยนี้กลับทำให้พวกเขาติดอยู่ตรงนั้น ทำให้การบ่มเพาะไม่อาจพัฒนาต่อ

สวีหวู่เฉิงตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาสวีหวู่เฉิงออกเดินทางและค้นพบสมุนไพรวิญญาณใต้ก้นทะเล

ในเวลานั้นสวีหวู่เฉิงไม่รู้ระดับเฉพาะของสมุนไพรวิญญาณนี้ แต่หลังจากกินมัน พลังหยวนในร่างกายสวีหวู่เฉิงบริสุทธิ์ขึ้นเล็กน้อยบนพื้นฐานของระดับรวมทวารขั้นปลาย

ในระดับรวมทวารขั้นปลาย จุดรวมทวารในร่างกายต้องยุบสามครั้ง การยุบจุดรวมทวารเป็นการชำระล้างพลังหยวนในร่างกาย

การยุบครั้งที่สามจะฟื้นฟูขนาดจุดรวมทวารกลับสู่ช่วงทะลวงระดับรวมทวารขั้นต้น นั่นหมายความว่าได้ก้าวสู่ระดับรวมทวารขั้นปลาย

และวิชาชั้นยอดของสิบกองกำลังใหญ่ลือกันว่าเมื่อยุบจุดรวมทวารครั้งที่สาม สามารถขัดเกลาจุดรวมทวารให้เล็กกว่าจุดรวมทวารขั้นต้น

นี่เป็นความลับที่ไม่ได้สืบทอด นอกจากนี้วิชาของสิบกองกำลังใหญ่สามารถเป็นรากฐานในการก้าวสู่ระดับรวมทวารสูงสุดสำหรับ หากไม่มีรากฐานนี้ไม่ได้หมายความว่าระดับรวมทวารคนอื่นไม่สามารถก้าวสู่ระดับรวมทวารสูงสุด แต่มันยากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

หลายปีที่ผ่านมาสวีหวู่เฉิงหาเส้นทางสู่ระดับรวมทวารสูงสุดอยู่เสมอ เพราะจุดรวมทวารของตัวเองมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข

สวีหวู่เฉิงจึงคล้ายคลึงระดับรวมทวารขั้นปลายของกองกำลังใหญ่ในระดับหนึ่ง

ด้วยเหตุนี้สวีหวู่เฉิงจึงยืนหยัดได้เป็นเวลานานภายใต้การปิดล้อมของระดับรวมทวารขั้นปลายสามคน

แต่มันเป็นเรื่องยากที่สองหมัดจะชนะสี่มือ สวีหวู่เฉิงไม่ได้เหนือกว่าใครในด้านความแข็งแกร่ง ตอนนี้ยืนหยัดเป็นเวลานาน ในที่สุดก็มาถึงจุดที่ไม่สามารถต้านทานได้อีก

สีหน้าสวีหวู่เฉิงนิ่งสงัดเหมือนน้ำ เขาคิดไม่ถึงว่าการถูกล้อมรอบด้วยอสูรทะเลมากมาย เขายังสามารถเข้าออกได้อย่างปลอดภัยและได้รับข้อมูลสำคัญ

เป็นผลให้ระหว่างทางกลับเมืองไห่อวี้โดนนักยุทธ์มนุษย์ซุ่มโจมตี ต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก

แต่สวีหวู่ไม่ด่าหรือโกรธเคือง

ในโลกนี้ผลประโยชน์คือสิ่งสำคัญที่สุด มนุษย์ธรรมดาเป็นเช่นนั้น นักยุทธ์ย่อมเป็นยิ่งกว่า

อีกฝ่ายซึ่งอยู่ในระดับรวมทวารขั้นปลายยอมเป็นสายลับและเข้าร่วมกับอสูรทะเล เห็นชัดว่าอสูรทะเลให้ผลประโยชน์พวกเขามากกว่า นั่นทำให้พวกเขาเป็นเช่นนี้

พวกเขาอาจไม่ได้ตั้งใจทำให้พันพันธมิตรพังทลายโดยสิ้นเชิง แต่ใช้ประโยชน์จากการต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ตัวเองได้ผลประโยชน์

ตราบใดที่ได้รับสิ่งที่ต้องการ ตราบใดที่สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นและขอบเขตการบ่มเพาะก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ชีวิตคนอื่นจะสำคัญอะไร

“ตู้ม!”

เสียงดังกึกก้อง น้ำทะเลสั่นสะเทือนพุ่งขึ้นฟ้าบดบังดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า

ร่างสวีหวู่เฉิงพุ่งออกไปเหมือนว่าวเชือกขาด หัวทิ้งดิ่งลงสู่ทะเล พ่นหมอกเลือดออกมาเต็มปาก ลมปราณสวีหวู่เฉิงลดต่ำลง

บาดแผลทะลุจากหน้าไปหลังปรากฏใกล้หัวใจ ตราบใดที่การโจมตีเอนไปอีกเล็กน้อย หัวใจสวีหวู่เฉิงคงแหลกสลาย

สำหรับระดับรวมทวารขั้นปลาย แม้หัวใจแหลกสลายจะไม่ทำให้ตายทันที แต่คงเหลือเวลาไม่นานนัก แม้สมุนไพรรักษาบางชนิดจะเปลี่ยนกระดูกขาวให้มีเนื้อหนัง แต่ศัตรูจะไม่ให้โอกาสนี้แก่เจ้า

“เจ้าควรรู้ว่าตอนนี้ข้าเมตตาแล้ว!” โค่วเหวินชื่อลอยอยู่กลางอากาศ มองลงสวีหวู่เฉิงที่โดนพวกเขากักขังอยู่ด้านล่าง

“อะไร เจ้าอยากให้ข้าขอบคุณหรือ?” สวีหวู่เฉิงหัวเราะเสียงดัง

“ด้วยการบ่มเพาะของเจ้า มันน่าเสียดายที่ต้องมาตายแบบนี้ ให้ทางเลือกแก่เจ้า เข้าร่วมกับเราแล้วเจ้าจะรอด!” ใบหน้าโค่วเหวินชื่อปรากฏรอยยิ้ม

สวีหวู่เฉิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ มองโค่วเหวินชื่อและคนอื่น ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย

ไม่มีใครอยากตายหากมีชีวิตอยู่ได้ สวีหวู่เฉิงยังเป็นผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นปลาย มันยิ่งเป็นแบบนั้นโดยธรรมชาติ

ตอนนี้สวีหวู่เฉิงเหลือเวลาอีกหลายสิบปีก่อนหมดอายุขัย ในช่วงหลายสิบปีนี้ต่อให้สวีหวู่เฉิงไม่ทำอะไรเลย แต่เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างไร้กังวลได้ทุกวัน

ไม่ว่าจะไปที่ไหนล้วนเป็นแขกเสมอ แม้แต่ในกองกำลังใหญ่ เมื่อสวีหวู่เฉิงไปเยือน เขาจะได้รับการปฏิบัติเหมือนแขกผู้ทรงเกียรติ

สวีหวู่เฉิงยังมีความคิดเกี่ยวกับระดับรวมทวารสูงสุด เขาต้องการก้าวสู่ขอบเขตที่สูงขึ้น เขาอยากเห็นว่าทิวทัศน์นั้นเป็นอย่างไร

“เจ้าต้องการอะไร!” สวีหวู่เฉิงพูดอย่างเคร่งขรึม

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

โค่วเหวินชื่อหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยินคำพูดของสวีหวู่เฉิง สองคนด้านข้างยิ้มเช่นกัน

เป็นไปตามที่โค่วเหวินชื่อพูด มันน่าเสียดายที่ระดับรวมทวารขั้นปลายต้องมาตายแบบนี้ หากสามารถใช้งานได้ดี ระดับรวมทวารขั้นปลายยังดีกว่าระดับรวมทวารธรรมดานับไม่ถ้วน

บนเกาะที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ มือกัวฮวาเซิงกลายเป็นภาพติดตา ค่ายกลนับไม่ถ้วนถูกโยนเข้าไปในค่ายกลด้านหน้าเพื่อเสริมพลังค่ายกล

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังสนั่นในค่ายกล ใบหน้ากัวฮวาเซิงซีดลง พ่นหมอกเลือดออกมาเต็มปาก

แต่ถึงอย่างนั้นกัวฮวาเซิงไม่หยุดประสานมุทราและเสริมพลังให้ค่ายกลต่อไป

ปราณหยวนฟ้าดินโดยรอบขึ้นลงตามค่ายกล ปล่อยแรงกดดันมหาศาล แสงแวววาวส่องผ่านออกมา ลมปราณของคนในค่ายกลถูกบีบอัดเหมือนถูกสะกดจริงๆ

“ปังปังปัง!”

ภานในค่ายกลเกิดเสียงกระแทกหลายครั้ง ใบหน้ากัวหวาเซิงซีดขาว ลมปราณอ่อนลงเช่นกัน

แต่ถึงอย่างนั้นสีหน้ากัวฮวาเซิงไม่เปลี่ยนไป

อีกเพียงนิดเดียว อีกเพียงนิดเดียวก็สามารถสะกดระดับรวมทวารขั้นกลางไว้ในค่ายกลได้ แม้การสะกดนี้ทำได้เพียงช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่กัวฮวาเซิงสามารถใช้ประโยชน์จากเวลานี้กลับไปเมืองไห่อวี้

ด้วยการบ่มเพาระดับรวมทวารขั้นต้น ในการสู้กับระดับรวมทวารขั้นกลาง แม้ไม่สามารถสังหาร แต่การสะกดแบบนี้เป็นเรื่องน่าทึ่งมากแล้ว

โดยปกติมันเป็นเพียงเรื่องของเวลาที่ระดับรวมทวารข้นต้นจะถูกระดับรวมทวารขั้นกลางสังหาร

“ชึก!”

ทันใดนั้นปลายมีดสั้นปรากฏขึ้นบนหน้าอกกัวฮวาเซิง กัวฮวาเซิงอดไม่ได้ที่จะหยุด ก้มมองหน้าอกตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ

“ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาบอกให้ไว้ชีวิตเจ้า ความสามารถค่ายกลเช่นนี้หาได้ยากในระดับเดียวกัน!”

เสียงดังก้องอยู่ในหูกัวฮวาเซิง ก่อนกัวฮวาเซิงจะทันตอบสนอง ทันใดนั้นทะเลจิตสำนึกรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล้วหมดสติไป

ไร้การควบคุมของกัวฮวาเซิง การทำงานของค่ายกลด้านหน้าจึงเกิดข้อผิดพลาด ท่ามกลางการระเบิด ร่างหนึ่งบินออกไป นั่นคือระดับรวมทวารขั้นกลางที่โดนขังไว้ด้านใน

เพื่อจับกัวฮวาเซิงทั้งเป็น ระดับรวมทวารขั้นกลางสองคนจึงถูกส่งมาที่นี่

กัวฮวาเซิงไม่ได้สังเกตเห็นอีกคนและถูกล้มลงโดยตรง

บนเกาะร้างอีกแห่ง ถงหลินหยุนจับดาบใหญ่เปลี่ยนเป็นม่านดาบ ป้องกันการโจมตีทั้งหมดจากรอบตัว

พลังม่านดาบนั้นยิ่งใหญ่มหาศาล ทุกการโจมตีรุนแรงหนักหน่วงเหมือนจะตัดสิ่งกีดขวางเป็นสองส่วน

ในการป้องกันระยะสั้น แม้แต่สวีหวู่เฉิงยังคิดว่าถงหลินหยุนเทียบเท่าตัวเอง

แต่หากป้องกันเป็นเวลานานจะต้องพ่ายแพ้ การป้องกันของถงหลินหยุนเทียบเท่าระดับรวมทวารขั้นปลายในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ต้องเผชิญการปิดล้อมของระดับรวมทวารขั้นกลางสามคนอย่างต่อเนื่อง ถงหลินหยุนยืนหยัดมาพักหนึ่งแล้ว

หากระดับรวมทวารขั้นกลางคนอื่นเผชิญกับการปิดล้อมระดับเดียวกันสามคน เกรงว่าคงล้มลงนานแล้ว

ถงหลินหยุนยังไม่ล้มลง แต่ไม่อาจยืนหยัดได้นานนัก

ท่าร่างถงหลินหยุนค่อนข้างธรรมดา ไม่อย่างนั้นด้วยการป้องกันเช่นนี้ นางสามารถล่าถอยพร้อมสู้ มีโอกาสสูงที่จะถอยกลับไปเมืองไห่อวี้

แต่ฉื่อยาวกว่าชุ่น วิชาที่ถงหลินหยุนฝึกฝนกำหนดให้สร้างความสำเร็จด้านท่าร่างเพียงเล็กน้อย

เว้นแต่จะพบวิชาที่ทรงพลังกว่านี้เพื่อซ้อนทับสิ่งที่กำลังฝึกอยู่ แบบนั้นจึงสามารถเปลี่ยนข้อเสียของท่าร่าง แต่วิชาชั้นยอดไม่ใช่สิ่งที่ต้องการพบแล้วจะได้พบ

“ฟึบ!”

ดาบตัดผ่านอากาศทำให้เกิดเสียงหนัก พลังดาบของถงหลินหยุนหยุดชะงักเล็กน้อยทำให้การป้องกันเกิดช่องโหว่ ดอกไม้เลือดเบ่งบานบนไหล่ขวา

บาดแผลลึกถึงกระดูก เลือดเนื้อส่วนใหญ่หายไปทันทีราวกับถูกบางสิ่งกัดขาด

ใบหน้าถงหลินหยุนซีดขาว การป้องกันอันสมบูรณ์พังทลายลง ช่องโหว่เริ่มมากขึ้นทีละน้อย

รอยเลือดบนตัวค่อยๆเพิ่มขึ้น แต่ละรอยยังเห็นถึงกระดูก ความพ่ายแพ้ของถงหลินหยุนเป็นเพียงเรื่องของเวลา

ไร้ทางออก ไร้ทางหนี ระดับรวมทวารขั้นกลางที่เข้าปิดล้อมไม่มีเจตนาชักชวนให้ยอมแพ้ พวกเขาเพียงต้องการสังหารถงหลินหยุนที่นี่

“ฮึ!”

ถงหลินหยุนตะคอกเสียงต่ำ เปิดใช้ท่าต้องห้ามในร่างกาย ดาบในมือตั้งขึ้นอีกครั้ง บังคับสามคนอีกฝั่งถอยออกไป

แต่ในไม่ช้าถงหลินหยุนก็ถูกสกัดกั้นอีกครั้ง เหลียวหมิงเล่ยกับคังหงเต๋าทั้งสามชะลอการบุก ไม่ได้เข้าไปเผชิญหน้าด้วย

ครู่ต่อมา ช่วงเวลาท่าต้องห้ามผ่านไป พลังของถงหลินหยุนลดลง

ความตายจะเกิดขึ้นในชั่วครู่เท่านั้น

ดวงตาถงหลินหยุนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง นางไม่คุกเข่าหรือร้องขอความเมตตา แม้ไม่อยากตาย แต่ต่อให้ถงหลินหยุนต้องตายก็จะตายอย่างตรงไปตรงมา

“น่าสงสาร!”

เหลียวหมิงเล่ยมองถงหลินหยุนแล้วส่ายหน้า ทันใดนั้นจิตวิญญาณเหลียวหมิงเล่ยขยับเล็กน้อย ใบหน้าแสดงความเยาะเย้ย ทันใดนั้นร่างวูบไหวก้าวไปด้านหน้า เคลื่อนตัวออกไปหลายหมี่

คมกระบี่หนึ่งแทงอย่างเงียบงันตรงจุดที่เหลียวหมิงเล่ยเคยอยู่ ร่างเฉินเฟยปรากฏขึ้น

เหลียวหมิงเล่ยหันกลับไปมองเฉินเฟย ใบหน้าเผยรอยยิ้มดุร้าย คังหงเต๋ากับโจวจงอี้ต่างมองเฉินเฟยด้วยความดูถูกเช่นกัน

ถงหลินหยุนมองเฉินเฟยด้วยสีหน้าประลหาดใจ คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะมาช่วย แม้จะเป็นเรื่องดี แต่แบบนี้ใจกล้าเกินไปหน่อย อีกฝ่ายคือระดับรวมทวารขั้นกลางสามคน!

“ลอบโจมตี?” เหลียวหมิงเล่ยเยาะเย้ย ระดับรวมทวารขั้นต้นกล้าลอบโจมตีจริงๆ!

“ทำให้หัวเราะแล้ว!”

เฉินเฟยพยักหน้า การลอบโจมตีไม่เหมาะกับเขาจริงๆ อย่างน้อยการลอบโจมตีจะไม่เหมาะสมจนกว่ากระบี่สวรรค์ลี้ลับบรรลุระดับรู้แจ้ง

เฉินเฟยก้าวไปด้านหน้าพุ่งเข้าหาเหลียวหมิงเล่ย ต้องหยุดใช้ท่าต้องห้ามสามวิชาเพราะการซ่อนตัว ตอนนี้เปิดใช้อีกครั้ง พลังมหาศาลพวยพุ่งขึ้นฟ้าทันที เสียงคำรามมังกรคชสารดังก้องไปทุกทาง

สีหน้าเยาะเย้ยของเหลียวหมิงเล่ยถึงกับแข็งค้าง

จบบทที่ ตอนที่ 551 ลอบโจมตี

คัดลอกลิงก์แล้ว