เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 550 สยบสังหาร

ตอนที่ 550 สยบสังหาร

ตอนที่ 550 สยบสังหาร


จ้าวเฉิงจงซึ่งเป็นระดับรวมทวารขั้นกลางโดนกระบี่ตัดคอโดยไม่ทันตั้งตัว การบ่มเพาะของหนิงเหยียนติงเหนือกว่าจ้าวเฉิงจงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เห็นชัดว่าข้อมูลที่รับบอกว่าการบ่มเพาะของเฉินเฟยคนนี้อยู่ในทะลวงระดับรวมทวารขั้นต้น ตอนนี้อย่าว่าแต่อยู่ในระดับรวมทวารขั้นกลางเลย พลังต่อสู้ยังเกินจริงไปมาก

ดูจากลมปราณเฉินเฟยในขณะนี้ มันลุกโชนราวกับไฟ แต่ไร้ซึ่งรูปลักษณ์แข็งนอกอ่อนใน เห็นชัดว่าการใช้ท่าต้องห้ามสามวิชาไม่ใช่สถานะสู้ตายของอีกฝ่าย

นี่มันวิชากับร่างกายอะไรกัน สามารถทำเหมือนท่าต้องห้ามสามวิชาไม่มีอะไร แม้แต่อัจฉริยะในกองกำลังใหญ่ยังทำแบบนี้ไม่ได้

ต้องฝึกฝนร่างกายตัวเองมากขนาดไหนถึงทำแบบนี้ได้

ครั้งล่าสุดที่หนิงเหยียนติงเห็นการใช้ท่าต้องห้ามในการต่อสู้ในวันธรรมดา อีกฝ่ายใช้ท่าต้องห้ามหนึ่งวิชาเท่านั้น

ในเวลานั้นหนิงเหยียนติงคิดว่ามันเกินจริงมาก ตอนนี้ตระหนักได้ว่านี่มันเกินจริงยิ่งกว่าตอนนั้นอีก

จ้าวเฉิงจงถูกสังหารเช่นนั้น แล้วเขาหนิงเหยียนติงจะต้านทานอย่างไร?

หนิงเหยียนติงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ร่างวูบไหวดำดิ่งลงทะเล

เดิมทีเป็นผู้ล่า ไล่ตามเฉินเฟยทั้งสองเหมือนแมวจับหนู แถมยังล้อเลียนว่าเฉินเฟยจะหนีไปได้ไกลแค่ไหน

ตอนนี้หนิงเหยียนติงหวังว่าตัวเองจะมีขาเพิ่มอีกสองขาเพื่อจะได้วิ่งเร็วขึ้น

แก่นแท้วิญญาณลอยออกจากร่างจ้าวเฉิงจงไหลเข้าสู่กระบี่เฉียนหยวน

เฉินเฟยโบกมือขวา ร่างจ้าวเฉิงจงกลายเถ้าถ่าน ในขณะเดียวกันลมปราณของเฉินเฟยและจ้าวเฉิงจงถูกกำจัดออกไปอย่างหมดจด

เฉินเฟยเก็บถุงเฉียนคุนของจ้าวเฉิงจงไว้ในแขนเสื้อ หันไปมองทางที่หนิงเหยียนติงหายไป ร่างวูบไหวหายไปจากจุดนั้น

หนิงเหยียนติงหนีอย่างสิ้นหวัง ไม่มีไหนปลอดภัยมากพอ การหนีไปหาผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นปลายเท่านั้นที่ทำให้หนิงเหยียนติงรู้สึกปลอดภัยขึ้นเล็กน้อย

แต่ตำแหน่งที่เฉินเฟยหนีมานั้นคือการพยายามอยู่ห่างระดับรวมทวารขั้นปลาย

หากสวีหวู่เฉิงไม่มีเวลาหนีจากระดับรวมทวารขั้นปลายสามคน การต่อสู้คงจบลงอย่างรวดเร็ว

สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองไห่อวี้เกือบร้อยลี้ ตามจริงแล้วด้วยการรับรู้ของระดับขุนเขาสมุทรย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงความผันผวนของการต่อสู้จากที่แห่งนี้

ไม่ต้องพูดระดับขุนเขาสมุทร แม้แต่ระดับรวมทวารยังสังเกตุเห็นอยู่เล็กน้อย

แต่ตอนนี้อยู่ในช่วงสงคราม การต่อสู้ในดินแดนทะเลนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่

เป็นไปไม่ได้ที่ระดับขุนเขาสมุทรจะวิ่งมาดูการต่อสู้ที่นี่

ระดับขุนเขาสมุทรแข็งแกร่งแต่ไม่ได้มีอำนาจทุกอย่าง ไม่มีทางรู้สถานการณ์โดยเฉพาะของที่นี่

ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้สายลับเหล่านี้เลือกลงมือที่นี่ด้วยความมั่นใจ

และด้วยพลังที่พวกเขาเตรียมไว้ โดยปกติแล้วพูดได้ว่าไม่มีทางผิดพลาด

ผู้สังหารสวีหวู่เฉิงคือระดับรวมทวารขั้นปลายสามคน ระดับรวมทวารขั้นกลางถูกส่งมาเพื่อสังหารเฉินเฟยที่อยู่ในระดับรวมทวารขั้นต้น

ระดับรวมทวารขั้นกลางสามคนถูกส่งไปสังหารถงหลินหยุน อีกฝ่ายไม่มีใครอยู่ต่ำกว่าระดับรวมทวารขั้นกลาง

ด้วยพลังที่แข็งแกร่งกว่าหลายเท่า แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะทำพลาด เว้นแต่ระดับรวมทวารสูงสุดปรากฏตัวกะทันหัน แต่โอกาสนี้ต่ำเกินไป

หนิงเหยียนติงคิดแบบนั้น จ้าวเฉิงจงย่อมคิดแบบเดียวกันโดยธรรมชาติ

พวกเขาไม่ได้จริงจังกับภารกิจนี้เลย อย่างไรแล้วขอบเขตได้เปรียบเกินไป

เป็นผลให้ตอนนี้จ้าวเฉิงจงถูกสังหารในกระบวนท่าเดียว หนิงเหยียนติงหนีเหมือนสุนัข

หนิงเหยียนติงไม่สนใจว่าตัวเองเสียหน้าหรือไม่ เพียงต้องการกลับไปรายงานให้ผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นปลายฟังเพื่อเอาชีวิตรอด

ในเวลานั้นย่อมมีคนจัดการเฉินเฟยเอง ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยที่อยู่ในระดับรวมทวารขั้นกลาง ต่อให้เกินจริงแค่ไหนก็เทียบกับระดับรวมทวารขั้นปลายไม่ได้!

หนิงเหยียนติงประมาณระยะทาง สัมผัสไม่ได้ถึงการไล่ตามจากด้านหลัง ขณะที่กำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทันใดนั้นระลอกคลื่นปรากฏตรงหน้า เฉินเฟยเดินออกมาจากความว่างเปล่า

ตามมาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร!

ก่อนหน้านี้ที่ไล่ตามเฉินเฟยทั้งสอง แม้ท่าร่างของเฉินเฟยจะทรงพลังมากจนไม่สามารถตามทัน แต่มันไม่ได้ถึงขั้นนี้แน่นอน

แต่พอเห็นลมปราณที่กระเพื่อมอยู่รอบตัวเฉินเฟย หนิงเหยียนติงตระหนักได้ว่าสิ่งที่เด็กนี่แสดงให้เห็นก่อนหน้านี้เป็นเพียงการบ่มเพาะระดับรวมทวารขั้นต้น

เห็นชัดว่าในเวลานั้นอีกฝ่ายไม่ได้ใช้พลังอย่างเต็มที่ ตอนสังหารจ้าวเฉิงจงเท่านั้นที่แสดงพลังแท้จริง

“ไว้ชีวิตด้วย ไม่ว่าเจ้าอยากรู้อะไรข้าจะบอกทุกอย่าง!” หนิงเหยียนติงพูดเสียงดัง

“ไม่ สิ่งที่ข้าอยากรู้ข้าหาเองได้” เฉินเฟยส่ายหน้า ร่างวูบไหวปรากฏอยู่ตรงหน้าหนิงเหยียนติงทันที

หลังได้ยินคำพูดเฉินเฟย  ดวงตาหนิงเหยียนติงเบิกกว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นดุร้ายทันที

ข้าแค่อยากมีชีวิตอยู่ ทำไมถึงไม่ให้โอกาสคำขอต่ำเตี๊ยนี้ด้วย

“ต่อให้ข้าตาย เจ้าก็อย่าได้หวังสิ่งนี้!”

หนิงเหยียนติงตะคอกเสียงดัง พลังหยวนในร่างกายปั่นป่วนทันที

ท่าต้องห้ามสามวิชา?

เทียบกับจ้าวเฉิงจง หนิงเหยียนติงไม่เพียงแค่มีการบ่มเพาะเหนือกว่า แต่ยังมีข้อได้เปรียบอีกอย่าง นั่นคือฝึกฝนท่าต้องห้ามหลายวิชาเป็นพิเศษ

เหตุผลคือหนิงเหยียนติงเห็นอัจฉริยะใช้ท่าต้องห้ามได้ตามต้องการจึงอยากลองใช้บ้าง

สุดท้ายหนิงเหยียนติงพบว่าตัวเองแตกกับอัจฉริยะเหล่านั้น แม้ใช้ท่าต้องห้ามหนึ่งวิชา พลังชีวิตหนิงเหยียนติงยังเสียหายอย่างรุนแรง

หากใช้นานสักหน่อย ผลที่ตามมาจะร้ายแรงอย่างยิ่ง แม้กระทั่งอาจถึงตาย

อย่างไรก็ตามถึงจะรู้ว่ามีช่องระหว่างตัวเองกับอัจฉริยะ แต่หนิงเหยียนติงยังคงรวบรวมท่าต้องห้ามมากมาย พยายามค้นหาท่าหนึ่งที่มีผลข้างเคียงต่ำแต่เพิ่มความแข็งแกร่งอย่างมาก

จนถึงตอนนี้หนิงเหยียนติงยังไม่พบท่าต้องห้ามที่ตรงกับความต้องการ แต่ด้วยเหตุนี้หนิงเหยียนติงจึงได้เรียนรู้ท่าต้องห้ามมากมาย

ดังนั้นในเวลานี้ใช้ท่าต้องห้ามสามวิชาพร้อมกัน

พอรู้ว่าเฉินเฟยไม่คิดจะปล่อยตัวเองไป หนิงเหยียนติงจึงยอมเสี่ยง

ด้วยสถานการณ์สิ้นหวังนี้ ทันใดนั้นหนิงเหยียนติงค้นพบว่าตัวเองควบคุมท่าต้องห้ามสามวิชาได้

ไร้เทียบเคียง พลังมหาศาลมากกว่าเมื่อก่อนไหลเวียนอยู่ในร่างกายหนิงเหยียนติง

ดวงตาหนิงเหยียนติงเป็นประกาย พลังนี้พูดไม่ได้ว่าสังหารเฉินเฟยได้ แต่อย่างน้อยทำให้มีโอกาสหลบหนีมากขึ้น

ด้วยระดับการควบคุมท่าต้องห้าม แม้พลังชีวิตได้รับความเสียหายรุนแรงในภายหลังหรือแม้แต่การบ่มเพาะไม่อาจก้าวหน้าได้อีก สิ่งเหล่านี้ก็ไม่สำคัญเลยเมื่อเทียบกับการมีชีวิตรอด

ยิ่งไปกว่านั้นหากตอนนี้ใช้ท่าต้องห้ามสี่วิชา เฉินเฟยจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือถูกสังหารทันทีเลยหรือไม่?

“ฟู่ม!”

ความว่างเปล่าเกิดรอยย่น แสงกระบี่นับสิบเจาะเข้าทะเลจิตสำนึกหนิงเหยียนติง

ในเวลาหนิงเหยียนติงกำลังใช้ท่าต้องห้าม จิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกจึงเดือดพล่าน

นี่เป็นการป้องกันจิตวิญญาณหลังจากใช้ท่าต้องห้าม ทักษะจิตวิญญาณธรรมดาไม่สามารถสั่นคลอนจิตวิญญาณได้เลย แม้กระทั่งการใช้ทักษะจิตวิญญาณอย่างหุนหันยังทำร้ายตัวเอง

ต่อให้อยู่ในระดับรวมทวารขั้นปลาย ในสถานการณ์นี้ก็ไม่ควรใช้ทักษะจิตวิญญาณเพราะได้ไม่คุ้มเสีย

เพียงใช้พลังที่แข็งแกร่งกว่าสังหารอีกฝ่าย

หนิงเหยียนติงตกใจเมื่อสัมผัสได้ว่าเฉินเฟยใช้ทักษะจิตวิญญาณโจมตี

แสงกระบี่หลายสิบเล่มไม่สามารถสั่นคลอนทะเลจิตสำนึก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำร้ายจิตวิญญาณ

แต่ก่อนที่หนิงเหยียนติงจะแสดงใบหน้าเยาะเย้ย แสงกระบี่นับสิบเข้าโจมตีเขาอีกครั้ง

หลังจากแสงกระบี่นับสิบก็ยังอีกนับสิบเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ก็

การโจมตีจิตวิญญาณ ด้วยระยะทางแค่นี่จึงเข้าถึงตัวแทบจะทันที

หลังจิตวิญญาณเดือนพล่านของหนิงเหยียนติงป้องกันแสงกระบี่ยี่สิบสามสิบเล่ม ทะเลจิตสำนึกเริ่มสั่นเทาโดยไม่อาจควบคุม

หนิงเหยียนติงยังไม่ทันตอบสนอง จิตวิญญาณหนิงเหยียนติงสั่นเทาและได้รับบาดเจ็บเกือบจะในพริบตา

หนิงเหยียนติงแทบจะไม่สามารถควบคุมพลังของท่าต้องห้ามสามวิชาได้ ด้วยการบาดเจ็บจิตวิญญาณ ความสมดุลที่อ่อนแอในร่างกายจึงพังทลายลงทันที

พลังที่ไม่สามารถควบคุมได้คือระเบิดเวลา โดยเฉพาะพลังที่เกิดจากท่าต้องห้ามซึ่งรุนแรงและควบคุมได้ยาก

ก่อนหน้านี้หนิงเหยียนติงเคยใช้ท่าต้องห้ามสามวิชาโดยบังเอิญ แต่ตอนนี้ควบคุมจิตวิญญาณไม่ได้ พลังในร่างกายจึงย้อนกลับก่อนจะทันได้ใช้

สีหน้าเฉินเฟยไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นจนจบ ขณะที่พลังในร่างกายหนิงเหยียนติงคลุ้มคลั่ง เฉินเฟยก็แทงกระบี่ใส่

“ชึก!”

เสียงกระบี่แทงทะลุเนื้อดังขึ้น หนิงเหยียนติงตัวแข็งทื่อ จ้องมองไปที่เฉินเฟย ปากสั่นเทาเล็กน้อย ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ

“มันไม่ควรเป็นแบบนี้ มันไม่ควรเป็นแบบนี้...”

หนิงเหยียนติงพึมพำกับตัวเองแล้วล้มลง ในใจเต็มไปด้วยความเสียใจและความสับสน เห็นชัดว่าใช้ท่าต้องห้ามสามวิชาสำเร็จและเห็นโอกาสหลบหนีภัยพิบัติ

ผลคือเฉินเฟยใช้ทักษะจิตวิญญาณโจมตีจนทำให้พลังในร่างกายไม่สมดุล ตามจริงแล้วเฉินเฟยสังหารเขาได้ง่ายกว่าสังหารจ้าวเฉิงจงเสียอีก

ไม่สมเหตุสมผลเลย ทำไมจิตวิญญาณของเฉินเฟยทนต่อผลสะท้อนกลับได้

ความแข็งแกร่งร่างกายแข็งแกร่งมากจนไม่อาจเข้าใจ การควบคุมพลังหยวนละเอียดอ่อนเช่นกัน สามารถใช้ท่าต้องห้ามโดยไม่ต้องกลัวผลที่ตามมา ตอนนี้แม้กระทั่งทักษะจิตวิญญาณยังเป็นเช่นนี้ มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย

ความสับสนและไม่เต็มใจภายในใจหนิงเหยียนติงเป็นเหมือนความหลงใหลที่ฝังอยู่ในจิตวิญญาณ แต่ไม่มีใครตอบข้อสงสัยของเขาได้

เฉินเฟยมองหนิงเหยียนติงล้มลง เริ่มใช้วิชาจมสู่ฝัน

เทียบกับโค่วหยวนเหิงในอดีต ครั้งนี้เฉินเฟยใช้วิชาจมสู่ฝันกับหนิงเหยียนติงได้ง่ายกว่ามาก

หนิงเหยียนติงใช้ท่าต้องห้ามสามวิชา ตอนนี้กลับโดนพลังย้อนกลับ ไม่เพียงแค่ร่างกายถูกทำลาย แม้แต่จิตวิญญาณยังเต็มไปด้วยรูโหว่

ดังนั้นเฉินเฟยจึงใช้วิชาจมสู่ฝันครอบงำจิตวิญญาณหนิงเหยียนติงสำเร็จ จิตวิญญาณหนิงเหยียนติงผันผวนเล็กน้อยก่อนจะตาบอดสนิท

เฉินเฟยมองสิ่งที่อยากรู้เสร็จในเวลาสั้นๆ จากนั้นสังหารหนิงเหยียนติงในกระบี่เดียวและทำให้เป็นเถ้าถ่าน

ภายใต้วิชาสังหารวิญญาณ แก่นแท้วิญญาณของหนิงเหยียนติงไหลเข้าสู่กระบี่เฉียนหยวน กระบี่เฉียนหยวนส่งเสียงต่ำ ลมปราณของเฉินเฟยกับหนิงเหยียนติงที่อยู่รอบด้านถูกกำจัดทั้งหมด

เฉินเฟยเก็บสมบัติเวทและถุงเฉียนคุนของหนิงเหยียนติง เปิดเนตรสวรรค์ระหว่างคิ้ว

เฉินเฟยมองไปรอบด้าน พยายามค้นหาเส้นทางปลอดภัยกลับไปเมืองไห่อวี้ ทันใดนั้นเห็นเส้นดำเส้นหนึ่ง

หลังสังเกตเส้นดำ มันไม่ขัดแย้งกับเส้นทางกลับ หลังคิดอยู่ครู่หนึ่งเฉินเฟยกลายเป็นเงาหายไปจากจุดนั้น

จบบทที่ ตอนที่ 550 สยบสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว