- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 515 มารเข้าแทรก
ตอนที่ 515 มารเข้าแทรก
ตอนที่ 515 มารเข้าแทรก
ตอนนี้ร่องรอยถูกทำลาย ทำได้เพียงพึ่งพาความสามารถของตัวเอง ดูว่าใครสามารถหาอีกฝ่ายได้ก่อน
สิ่งนี้ช่วยลดการต่อสู้ในระดับหนึ่ง ท้ายที่สุดการครอบครองสมบัติวิญญาณถูกกำหนดไว้แล้ว หากต้องการได้รับสมบัติวิญญาณก็ต้องสู้
แต่ตอนนี้ขึ้นอยู่กับว่าใครโชคดีเจออีกฝ่ายก่อน หลังได้รับสมบัติวิญญาณสามารถออกไปได้โดยตรง ไม่ต้องคิดถึงเรื่องฝ่าวงล้อม
สำหรับหมอกดำที่ปรากฏกะทันหัน พื้นผิวของมันสูงมาก ในตอนนั้นอาจอยู่ในระดับขุนเขาสมุทรด้วยซ้ำ แต่มันผ่านมาหลายร้อยปีหรือหลายพันปีแล้ว
สติปัญญาสลายไปจนเหลือเพียงสัญชาตญาณเล็กน้อย คาดว่าสิ่งแปลกประหลาดได้หลอมรวมกับผืนดินนี้เพื่อความอยู่รอด
การหลอมรวมนี้สมบูรณ์ยิ่งกว่าการหลอมรวมระหว่างสมบัติวิญญาณกับผืนดิน กลายเป็นการดำรงอยู่ที่คล้ายคลึงวิญญาณผูกมัดปฐพี
คนจากสำนักใต้พิภพมีความสุขมากเมื่อเห็นสิ่งแปลกประหลาดปรากฏ แต่ไม่นานนักก็พบว่าแม้สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้จะอ่อนแอและยังขาดสติปัญญา
แต่สิ่งแปลกประหลาดยังมีลักษณะของระดับสี่ ด้วยความแข็งแกร่งของระดับรวมทวารสูงสุด เป็นไปไม่ได้เลยที่จะปรับแต่งมัน ทั้งสองต่างกันเกินไป
โชคดีที่ตอนนี้ไม่มีคนธรรมดาอยู่ระยะหนึ่งร้อยลี้ ทั้งหมดล้วนเป็นนักยุทธ์รวมทวาร
ดังนั้นวิธีฟื้นฟูความแข็งแกร่งของสิ่งแปลกประหลาดจึงล้มเหลว
ในขณะเดียวกันเพราะกลายเป็นวิญญาณผูกมัดปฐพีจึงไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ ตอนนี้หมอกดำที่ปกคลุมระยะหลายสิบลี้เป็นความสามารถมากที่สุด ไม่อาจเคลื่อนไหวไปที่อื่นได้
นอกจากนี้ด้วยความจริงที่ว่าปราณหยวนฟ้าดินรอบด้านไม่หนานแน่เพียงพอ โดยพื้นฐานจึงตัดสินแล้วว่าแม้สิ่งแปลกประหลาดค่อยๆฟื้นตัว แต่อย่างมากจะกลับสู่สิ่งแปลกประหลาดระดับสาม
สะกดมานับพันปียังไม่ถูกกำจัดจนสิ้นซาก สิ่งแปลกประหลาดตัวนี้แข็งแกร่งจริงๆ
พอเวลาผ่านไป หากไม่สามารถดูดซับปราณหยวนได้เพียงพอ สิ่งแปลกประหลาดจะลดขอบเขตหมอกดำตามสัญชาตญาณเพื่อป้องกันไม่ให้พลังของตัวเองสูญเปล่าอย่างไร้เหตุผล
หลังได้เห็นสถานการณ์ของสิ่งแปลกประหลาด ระดับรวมทวารสูงสุดนับสิบจึงกล้าตามหาสมบัติวิญญาณในหมอกดำต่อไป
อีกด้านหนึ่ง หลังบินไปได้สักพักและพบว่าไม่มีใครไล่ตามหลัง เฉินเฟยจึงรู้สึกโล่งใจ
เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้เมื่อมองสมบัติวิญญาณในช่องมิติ
คาดไม่ถึงว่าสมบัติวิญญาณจะตกมาอยู่ในมือตัวเองแบบนี้ และด้วยช่องมิติ เฉินเฟยจึงไม่ต้องกังวลว่าคนอื่นจะค้นพบมัน ต่อให้เป็นระดับรวมทวารสูงสุดก็ตาม
เฉินเฟยมองไปรอบด้าน เนตรสวรรค์ระหว่างคิ้วเปิดออก
ในขณะนี้เฉินเฟยกำลังคิดว่าจะออกจากชั้นหมอกดำก่อน เพราะสิ่งนี้ปรากฏพร้อมสมบัติวิญญาณ ในตอนนั้นควรอยู่ในระดับเดียวกัน
แม้ตอนนี้ยังไม่รู้สึกอันตราย แต่หลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น?
สำหรับหลิงอวิ้นจำนวนมากที่กระจายอยู่ในหมอกดำ ตอนนี้สมบัติวิญญาณอยู่ในมือเฉินเฟย เฉินเฟยจะสนใจหลิงอวิ้นเหล่านั้นได้อย่างไร
แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าไม่สนใจเลย แต่ไม่จำเป็นต้องไปค้นหามัน
ดวงตาเฉินเฟยขยับไปมา ใต้ท้องฟ้ายังมีหมอกดำปกคลุมอยู่ แต่ในสายตาเฉินเฟยมีเส้นหลายเส้นปรากฏ เส้นสายหนึ่งอ้อมโค้งออกไปไกล
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย หมอกดำบิดเบือนการรับรู้จริงๆ หากออกไปตามเส้นตรงที่คิดไว้คงวนเวียนอยู่ข้างใน
เฉินเฟยถีบเท้าเหยียบอากาศ บินโค้งไปข้างหน้าตามคำชี้นำจากเนตรสวรรค์
บินออกไปได้ไม่กี่ลี้ เฉินเฟยหยุดชั่วขณะ ในขณะที่แผ่การรับรู้ออกไป ร่างหนึ่งเข้ามาอยู่เหนือหัวเฉินเฟยด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง
เฉินเฟยเงยหน้ามอง เห็นร่างหนึ่งกำลังมองลงมาที่ตัวเอง โดยเฉพาะหยุดมองครู่หนึ่งที่ระหว่างคิ้วเฉินเฟย
“วิชาเนตรน่าสนใจ” กงเจี้ยนหลันพูดด้วยความสนใจ
ด้วยวิชาลับเนตรฟีนิกซ์จึงมีวิชาเนตรน้อยมากที่อยู่ในสายตากงเจี้ยนหลัน และวิชาที่เฉินเฟยแสดงในขณะนี้ทำให้ดวงตากงเจี้ยนหลันเป็นประกาย
“ได้พบผู้อาวุโสแล้ว!” เฉินเฟยพูดอย่างรวดเร็วพร้อมกุมมือขึ้นโดยระวังการแสดงสีหน้าเป็นพิเศษ
เผชิญกับผู้แข็งแกร่งรวมทวารสูงสุด ความแข็งแกร่งของระดับรวมทวารขั้นต้นต่างกันอย่างมาก ทั้งสองเทียบกันไม่ติดเลย
ดวงตากงเจี้ยนหลันเต็มไปด้วยการครุ่นคิด ในช่วงกำลังค้นหา กงเจี้ยนหลันไม่พบร่องรอยสมบัติวิญญาณแม้แต่น้อย หากยังค้นหาเช่นนี้ต่อไปคงมีโอกาสพบน้อยนิด
บังเอิญว่าได้มาพบเฉินเฟย เมื่อเห็นวิชาเนตรเฉินเฟย เดิมทีกงเจี้ยนหลันต้องการให้เฉินเฟยตามหามัน แต่ทันใดนั้นรู้สึกว่าตัวเองคิดมากเกินไป
ด้วยการบ่มเพาะระดับรวมทวารขั้นต้น ไม่ว่าวิชาเนตรดีแค่ไหน มันจะเหนือกว่าเนตรฟีนิกซ์ได้หรือ? แม้ตอนนี้ยังไม่พบตำแหน่งของสมบัติวิญญาณ แต่การให้ระดับรวมทวารขั้นต้นค้นมามันค่อนข้างเป็นเรื่องเพ้อฝัน
กงเจี้ยนหลันพยักหน้า ร่างวูบไหวหายไป นางตัดสินใจค้นหาด้วยตัวเองต่อ
เฉินเฟยมองกงเจี้ยนหลันเคลื่อนไหวออกไป ดวงตามองไปมา พบว่าเส้นทางที่เพิ่งกำหนดไว้เปลี่ยนไป หมอกดำที่ทำให้ประสาทสัมผัสมืดบอดนั้นผันผวนอยู่ตลอดเวลา
โชคดีที่ภายใต้เนตรสวรรค์ เฉินเฟยสามารถออกจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยตราบใดที่ไปตามเส้นนั้น
หลังบินไปหลายลี้ เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงสายตากดดันหลายครั้งในระหว่างนี้ ซึ่งทั้งหมดมาจากผู้แข็งแกร่งรวมทวารสูงสุด อย่างไรก็ตามพวกเขาสัมผัสถึงลมปราณสมบัติวิญญาณบนตัวเฉินเฟยไม่ได้
ในสถานการณ์นี้ หลังจากรู้แล้วจึงจากไปโดยธรรมชาติ มองหาคนอื่นต่อไป
“หลิงอวิ้น?”
หลังบินไปข้างหน้าระยะหนึ่ง เฉินเฟยเห็นแสงริบหรี่ โคจรเนตรสวรรค์ ขอบเขตการมองเห็นดึงเข้าไปใกล้ เฉินเฟยได้เห็นรูปร่างแท้จริงของมัน
เฉินเฟยคิดไม่ถึงว่าจะได้พบหลิงอวิ้นตอนกำลังจะออกไป
แต่ตอนนี้ระยะหลายสิบลี้รอบด้านถูกปกคลุมด้วยหมอกดำ ไม่มีใครเห็นได้ชัดเจนว่าหลิงอวิ้นกระจายอยู่ที่ไหน การได้พบหลิงอวิ้นขึ้นอยู่ในโชคจริงๆ
ร่างเฉินเฟยวูบไหวเข้าไปหาหลิงอวิ้น
ได้พบหลิงอวิ้น เฉินเฟยย่อมไม่มีเหตุผลละทิ้งมัน แม้เฉินเฟยไม่ได้ใช้เองก็ยังสามารถมอบให้คนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
ตอนนี้นอกจากเฉินเฟย สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยังอ่อนแอเกินไป
ไม่ใช่ว่าคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ทำงานหนัก แต่เป็นเพราะเฉินเฟยก้าวหน้าเร็วเกินไปจนพวกเขาตามไม่ทัน เพื่อพลิกสถานการณ์นี้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดสวต้องทำงานหนักอย่างน้อยหลายร้อยปี
ขณะที่เฉินเฟยกำลังเอื้อมมือไปจับหลิงอวิ้น เขาหยุดแขนกะทันหัน คิ้วขมวดลงเล็กน้อย
“ฟึ่ม!”
เสียงเหมือนคลื่นซัดดังขึ้น หมอกดำรอบหลิงอวิ้นผันผวน เงาลวงตาเข้าโจมตีเฉินเฟย
เฉินเฟยมองเงาลวงตาด้วยความประหลาดใจ เหวียงกระบี่เฉียนหยวนออกไปตัดเงาลวงตา
แต่ทันใดนั้นเงาลวงตาเหล่านี้รวมตัวกันอีกครั้ง มันไม่ได้รับบาดเจ็บใดและยังคงพุ่งเข้าหาเฉินเฟยต่อไป
เงาลวงตาประกอบด้วยพลังของหมอกดำ ที่อื่นไม่มีเงาลวงตาเหล่านี้ แล้วทำไมถึงอยู่รอบหลิงอวิ้น?
สิ่งแปลกประหลาดเผชิญกับสมบัติวิญญาณนานเกินไปจนกระตุ้นให้เกิดรูปร่าง?
แล้วทำไมถึงไม่มีร่างของสมบัติวิญญาณ? หรือเดิมทีมันอยู่ที่นั่น แต่ระดับรวมทวารสูงสุดโจมตีมันจนกระจัดกระจายไปหมด?
ความคิดหลายอย่างแวบขึ้นมาในใจ เฉินเฟยถอยหลังไปหลายก้าว เงาลวงตาที่กำลังพุ่งเข้าหาเฉินเฟยถอยกลับไป หายตัวไปท่ามกลางหมอกดำ
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป เงาลวงตาปรากฏรอบหลิงอวิ้นเท่านั้น คนที่ไม่รู้คงคิดว่าเงาลวงตาเป็นกลไกป้องกันของหลิงอวิ้น
แต่สถานการณ์จริงอาจเป็นได้ว่า สิ่งแปลกประหลาดกำลังป้องกันไม่ให้กองกำลังต่างๆเข้าใกล้สมบัติวิญญาณโดยไม่รู้ตัว ป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกสะกดทำลายไปมากกว่านี้
นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลานับพันปี แม้สิ่งแปลกประหลาดสูญเสียสติปัญญา แต่สัญชาตญาณยังคงอยู่
“เงาลวงตาดูเหมือนหัวใจประหลาดเลย”
เฉินเฟยนึกถึงรูปร่างเงาลวงตาเมื่อครู่นี้และอดไม่ได้ที่จะคิดถึงบางอย่าง หัวใจประหลาดต้องสังหารด้วยพลังจิตวิญญาณ เมื่อครู่เงาลวงตาไม่ได้รับบาดเจ็บเพราะใช้แค่พลังหยวนหรือเปล่า?
ร่างเฉินเฟยวูบไหวเข้าหาหลิงอวิ้น เอื้อมมือไปคว้าหลิงอวิ้นกลับมา
ครู่ต่อมา เงาลวงตาหลายตัวพุ่งเข้ามาปิดล้อมโจมตีเฉินเฟย
ดวงตาเป็นเฉินเฟยเป็นประกาย แสงกระบี่นับสิบพุ่งออกจากทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย ตัดเงาลวงตาโดยรอบเป็นชิ้นๆ
“กรี๊ด!”
เสียงแหลมดังเข้าหูเฉินเฟย เงาลวงตาร่วงหล่นลงพื้นเหมือนผ้าขี้ริ้วและดิ้นไปมาอย่างต่อเนื่อง หมอกดำรอบตัวสั่นไหว เงาลวงตาดิ้นแรงกว่าเดิม
“หากใช้ค่ายกลปรับแต่งหัวใจ...”
เฉินเฟยอดคิดถึงสิ่งนี้ไม่ได้ ปรับแต่งสิ่งแปลกประหลาดระดับสี่ แม้เป็นเพียงส่วนเล็กของมัน แต่ต้นกำเนิดที่ได้รับยังแข็งแกร่งกว่าหัวใจประหลาดระดับสามมากไม่ใช่หรือ?
เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายไม่กล้าก่อตั้งค่ายกลปรับแต่งหัวใจ
ตอนนี้ยังอยู่ในหมอกดำซึ่งเทียบเท่าสนามหญ้าของสิ่งแปลกประหลาด หากปรับแต่งต้นกำเนิดของอีกฝ่ายแบบนี้ คิดว่าตัวเองมีชีวิตอยู่มานานเกินไปใช่ไหม?
เฉินเฟยสงสัยเกี่ยวกับแปลกประหลาดตัวนี้ซึ่งไม่มีสติปัญญาและเหลือสัญชาตญาณเพียงเล็กน้อย เพราะการมาของหมอกดำ นอกจากทำให้การรับรู้มืดบอด อันตรายอื่นยังไม่มากนัก
แต่เพราะเหลือเพียงสัญชาตญาณ เมื่อทำสิ่งให้สิ่งแปลกประหลาดตกอยู่ในอันตาย มันจึงตอบโต้รุนแรงขึ้นโดยไม่สนใจว่าผลที่ตามมาในภายหลังเป็นอย่างไร
เฉินเฟยโคจรเนตรสวรรค์ บินขึ้นไปบนฟ้าตามเส้นบาง รีบออกไปยังรอบนอก
เฉินเฟยไม่ได้ไปหาฉินไห่ซานทั้งสอง หมอกดำกำจัดลมปราณทั้งสองออกไปทำให้เฉินเฟยหาไม่เจอ
นอกจากนี้ทั้งสามมีหยกห่วงสัมพันธ์ หากเฉินเฟยออกจากหมอกดำได้ก่อน ทั้งสองเพียงไปตามคำชี้นำของหยกห่วงสัมพันธ์ก็สามารถออกจากหมอกดำได้เร็วขึ้น
เฉินเฟยบินไปได้ไม่กี่ลี้ สัมผัสได้ว่าหมอกดำรอบตัวเขาพลิกกลับไปมาอีกครั้ง เงาลวงตาหลายตัวเริ่มควบแน่นในหมอกดำ
แสงกระบี่หลายสายพุ่งออกมาจากทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย ตัดเงาลวงตาเหล่านั้นที่ยังไม่ก่อตัวเป็นรูปร่าง
คนอื่นที่ใช้ทักษะจิตวิญญาณอาจต้องกังวลว่าจิตวิญญาณจะปนเปื้อนสิ่งแปลกประหลาดหรือไม่ สุดท้ายแล้วระดับเดิมของสิ่งแปลกประหลาดตัวนี้สูงเกินไป เมื่อจิตวิญญาณปนเปื้อน การชำระล้างออกไปไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่เฉินเฟยไม่กังวลเรื่องนี้ แสงกระบี่ที่พุ่งออกไปเป็นภาพสะท้อนจิตวิญญาณ ไม่มีทางที่จิตวิญญาณหลักจะปนเปื้อน
หลังจากวนเป็นวงกลม กลับทาง บางครั้งยังบินถอยหลัง ในที่สุดเฉินเฟยสัมผัสได้ว่าความหนาแน่นของหมอกดำโดยรอบเริ่มลดลง เห็นชัดว่าเฉินเฟยจะหลุดออกไปแล้ว
ทันใดนั้นเฉินเฟยมองลงไปด้านล่าง เห็นร่างหนึ่งคุกเข่าลงบนพื้นครึ่งหนึ่ง ไม่ไกลนักมีศพจมกองเลือดนอนอยู่
เจี่ยนจิ้นเซิง?
หัวใจเฉินเฟยเต้นรัว สถานการณ์ของเจี่ยนจิ้นเซิงในเวลานี้ค่อนข้างแปลก แม้จะอยู่ห่างไกล เฉินเฟยยังสัมผัสได้ว่าพลังหยวนในร่างกายเจี่ยนจิ้นเซิงกำลังเดือดพล่าน
ธาตุไฟเข้าแทรก?
แม้แต่หมอกดำรอบด้านยังรวมเข้ากับร่างกายของเจี่ยนจิ้นเซิง
เจี่ยนจิ้นเซิงเงยหน้าขึ้นฉับพลับ จ้องมองไปที่เฉินเฟย ในขณะนี้ดวงตาดำมืดจนไม่เห็นตาขาว
ช่วงเวลาต่อมา เจี่ยนจิ้นเซิงหายไปจากด้านล่างและปรากฏตัวต่อหน้าเฉินเฟย