เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 514 หลบหนีสู่ความว่างเปล่า

ตอนที่ 514 หลบหนีสู่ความว่างเปล่า

ตอนที่ 514 หลบหนีสู่ความว่างเปล่า


เฉินเฟยยอมแพ้เรื่องสมบัติวิญญาณแล้ว ความแข็งแกร่งต่างกันมากเกินไป ไม่จำเป็นต้องนำตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ระดับรวมทวารสูงสุดคนเดียว ทว่าเป็นสิบคนหก

ประกอบกับความจริงที่ว่าระดับรวมทวารขั้นปลายอยู่ในกองกำลังเหล่านั้นด้วย เฉินเฟยยังคงแข็งแกร่งไม่พอ

แต่เฉินเฟยคิดไม่ถึงว่าหลังจากสมบัติวิญญาณถูกดึงออกมา หมอกดำจะปรากฏขึ้นปกคลุมพื้นที่โดยรอบ การรับรู้จิตวิญญาณของทุกคนยังถูกบีบอัดถึงขีดสุด

สมบัติวิญญาณสามารถเก็บใส่ถุงเฉียนคุนได้ แต่เพราะสมบัติวิญญาณแข็งแกร่งเกินไปถุงเฉียนคุนจึงไม่สามารถปกปิดลมปราณของสมบัติวิญญาณได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งผิดปกติจากถุงเฉียนคุนแทบจะเห็นได้ในพริบตา

ดังนั้นเฉินเฟยจึงปล่อยหยวนกระบี่ในช่องมิติโดยตรง จากนั้นนำสมบัติวิญญาณเก็บเข้าไปแทน ในเวลานี้สมบัติวิญญาณไร้เจ้าของจึงสามารถเก็บลงช่องมิติได้

สำหรับนักพรตเทียนหยาง เฉินเฟยสัมผัสได้ตอนที่อีกฝ่ายปรากฏใกล้ๆ อีกฝ่ายคงเห็นสมบัติวิญญาณปรากฏตรงนี้ คาดว่าตกตะลึงไปชั่วขณะก่อนเกิดจิตสังหาร

ในสภาพแวดล้อมมืดทึบและมีหมอกหนาแบบนี้ ไม่มีใครรู้ว่าใครได้รับสมบัติวิญญาณ สำหรับวิธีซ่อนสมบัติวิญญาณเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของระดับรวมทวารสูงสุดในอนาคต นั่นเป็นเรื่องในภายหลัง

ดังนั้นนักพรตเทียนหยางจึงเปิดฉากโจมตีเฉินเฟยโดยไม่ลังเลเลย เป็นผลให้โดนหยวนกระบี่ในช่องมิติของเฉินเฟยโต้กลับอย่างรุนแรง

ห่างออกไปไม่ไกลนัก นักพรตเทียนหยางทรุดตัวกับพื้น ขยับตัวแค่นิดเดียวก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ฉีกขาดไปถึงไขกระดูก

นักพรตเทียนหยางไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายที่อยู่ในระดับรวมทวารขั้นต้นเหมือนกันจะโจมตีได้รุนแรงขนาดนี้ สิ่งนี้ทำให้นักพรตเทียนหยางคิดว่าคนที่ตัวเองกำลังสู้ด้วยอยู่ในระดับรวมทวารขั้นกลาง

ตอนนี้อารมณ์มีความสุขที่เห็นสมบัติวิญญาณในตอนแรกหายไป นักพรตเทียนหยางคิดแค่ว่าจะเอาชีวิตรอดอย่างไร

หากมีโอกาส นักพรตเทียนหยางจะทำให้อีกฝ่ายชดใช้เรื่องนี้

สมบัติวิญญาณ นักพรตเทียนหยางไม่ได้รับ อีกฝ่ายต้องไม่ได้เช่นกัน ตราบใดที่นำเรื่องนี้ออกไปพูด อีกฝ่ายไม่เพียงต้องมอบสมบัติวิญญาณอย่างเชื่อฟัง แม้กระทั่งชีวิตตัวเองยังรักษาไว้ไม่ได้

แม้กองกำลังใหญ่ไม่ได้พูดอย่างชัดเจน แต่ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาแสดงให้เห็นว่าสมบัติวิญญาณเป็นของพวกเขา ใครแตะต้องมันจะถูกสังหาร!

นักพรตเทียนหยางไม่กล้ารอช้า ตบฝ่ามือใส่หน้าอกตัวเองจนกระอั่กเลือดออกมาเต็มปาก ครู่ต่อมา ร่างกายนักพรตเทียนหยางจางลงจนกระทั่งหายตัวไป

หลบหนีสู่ความว่างเปล่า!

นักพรตเทียนหยางได้รับวิชาประหลาดนี้ในช่วงต้นชีวิต สิ่งนี้ทำให้สามารถควบคุมลมปราณกับรูปลักษณ์ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ มันเหมือนกับหลบหนีไปอีกพื้นที่หนึ่งซึ่งคนภายนอกมองไม่เห็น

แน่นอนว่าชื่อหลบหนีสู่ความว่างเปล่านั้นเกินจริงไปเล็กน้อย ไม่ว่าวิชาลึกล้ำแค่ไหน ระดับรวมทวารไม่มีทางทำแบบนี้ได้

แต่หลบหนีสู่ความว่างเปล่าเพิ่มความสามารถในการซ่อนตัวของนักพรตเทียนหยางอย่างมาก ตอนที่นักพรตเทียนหยางเป็นนักยุทธ์หนุ่มระดับปรับแต่งร่างกาย เขาอาศัยวิชาประหลาดนี้หลีกเลี่ยงภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า

แม้นักพรตเทียนหยางอยู่ในระดับปรับแต่งร่างกาย เขาสามารถใช้หลบหนีสู่ความว่างเปล่าลอบเข้าไปในสำนักและขโมยวิชายุทธ์โดยไม่มีใครสังเกตุเห็น

ทันทีที่นักพรตเทียนหยางหายตัวไป เฉินเฟยค่อยๆเดินเข้ามาใกล้

ในความว่างเปล่า นักพรตเทียนหยางจ้องมองเฉินเฟยอย่างดุเดือด แสดงรอยยิ้มดุร้ายและกำลังจะหันหลังจากไป ทันใดนั้นเองเห็นเฉินเฟยหันมาสบตากับตัวเอง

นักพรตเทียนหยางตกใจ เบี่ยงสายตาไม่กล้ามองเฉินเฟยอีก ค่อยๆบินไปด้านหน้าอย่างแผ่วเบา

หมอกดำรอบตัวไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพราะการเคลื่อนไหวของนักพรตเทียนหยาง สมแล้วที่ได้ชื่อหลบหนีสู่ความว่างเปล่า

“ท่าร่างไม่เลว!”

เสียงหนึ่งดังเข้าหูนักพรตเทียนหยาง ความรู้สึกตื่นตระหนกเข้าปกคลุมทันที นักพรตเทียนหยางเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเฉินเฟยปรากฏต่อหน้าตัวเองเป็นครั้งคราว

เป็นไปไม่ได้!

หัวใจนักพรตเทียนหยางเต้นรัว เขาเคยใช้หลบหนีสู่ความว่างเปล่าต่อหน้าระดับรวมทวารมากมาย ผลคือไม่เคยทีใครค้นพบร่างจริงมาก่อน อีกฝ่ายค้นพบร่างจริงของเขาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?

ไม่มีใครตอบคำถามนักพรตเทียนหยาง ในเวลานี้เฉินเฟยแทงกระบี่ใส่ตัวเองแล้ว

นักพรตเทียนหยางต้องการป้องกันแต่ไม่อาจทำได้

แม้หลบหนีสู่ความว่างเปล่าจะไร้เทียบเคียง แต่ในสถานะนี้ร่างกายจะอยู่ในสภาวะหลับใหลและต้องใช้เวลาพอสมควรในการฟื้นตัว

แต่เฉินเฟยไม่ได้ให้เวลานั้น ก่อนหน้านี้นักพรตเทียนหยางบาดเจ็บปางตาย ต่อให้ไม่อยู่ในสถานะหลบหนีสู่ความว่างเปล่า แต่การเผชิญกับกระบี่นี้ย่อมไม่รอดอยู่ดี

“ไม่!”

นักพรตเทียนหยางตะโกนเสียงดัง แต่เสียงที่หลุดมาจากลำคอหยุดไปกะทันหัน หมอกเลือดปกคลุมไปทั่วบริเวณ

แก่นแท้วิญญาณอันมหาศาลไหลสู่กระบี่เฉียนหยวน เฉินเฟยโบกมือเล็กน้อย ร่างกายนักพรตเทียนหยางกลายเป็นเถ้าถ่านลอยหายไป ในขณะเดียวกระบี่เฉียนหยวนแผ่ระลอกคลื่นออกมาเติมเต็มพื้นที่โดยรอบ ตัดลมปราณของเฉินเฟยและนักพรตเทียนหยางออกไป

ไม่เพียงแค่ลมปราณในปัจจุบันเท่านั้น ลมปราณที่มีอยู่ในอดีตยังถูกกำจัดโดยเนตรกระบี่หวนคืน

ตามจริงหมอกดำรอบด้านมีผลสลายลมปราณ แต่เฉินเฟยไม่วางใจ ต้องกำจัดด้วยตัวเองเท่านั้นจึงรู้สึกสบายใจ

มันเกี่ยวข้องกับสมบัติวิญญาณและความปลอดภัยของตัวเอง เฉินเฟยย่อมทำทุกอย่างเพื่อให้ปลอดภัยโดยธรรมชาติ

หลังตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่เหลือร่องรอย เฉินเฟยเก็บดาบนักพรตเทียนหยางใส่กระเป๋าเฉียนคุน ร่างกายวูบไหวหายไปจากจุดนั้น

กระต่ายลุกขึ้นเหยี่ยวร่วงหล่น ตั้งแต่สมบัติวิญญาณปรากฏไปจนถึงนักพรตเทียนหยางหายไป ทุกอย่างจบลงในพริบตา

หลังเฉินเฟยจากไปเพียงไม่กี่ลมหายใจ คนนับสิบปรากฏในจุดที่สมบัติวิญญาณปรากฏครั้งสุดท้าย คนเหล่านี้คือระดับรวมทวารสูงสุด

ความมหัศจรรย์ของสมบัติวิญญาณเกินความคาดหมายของผู้คนนับสิบ สมบัติวิญญาณหลุดจากวงล้อมอย่างกะทันหัน การแพร่กระจายของหมอกดำยังทำให้การรับรู้ถูกบดบัง คนนับสิบจึงตัดสินไปผิดทาง

หลังล่าช้าไปเล็กน้อยก็ติตตามร่องรอยจนพบมัน

“ร่องรอยลมที่ข้าทิ้งไว้หายไป!” เสียงสตรีคนหนึ่งดังขึ้น พิจารณาจากรูปร่างหน้าตา นางเหมือนอายุเพียงยี่สิบแปดปี แต่อายุจริงของนางเกือบสามร้อยปี

“เจ้าคงไม่ได้จงใจพูดแบบนั้นเพื่อเก็บไว้กินคนเดียวในภายหลังใช่ไหม?” เสียงถามดังขึ้นจากด้านข้าง

“ถ้าเจ้าเก่งนักก็ไปหาสิ จะมาแสดงฝีปากใส่ข้าทำไม”

“หยุดเถียงกันได้แล้ว สมบัติวิญญาณยังหาไม่พบ ตอนนี้เถียงกันจะมีประโยชน์อะไร!” มีคนตะโกนเสียงต่ำ

ในที่นี้มีสิบหกคน ทุกคนล้วนอยู่ในระดับรวมทวารสูงสุด การบ่มเพาะเท่ากัน อย่างไรก็ตามสิ่งที่ชำนาญแตกต่างกันไป แต่ตอนนี้ไม่มีใครสัมผัสได้ถึงลมปราณของสมบัติวิญญาณ เหมือนว่าลมปราณสมบัติวิญญาณถูกกำจัดออกไปทันที

เหมือนเก็บใส่ถุงเฉียนคุน แต่ถุงเฉียนคุนไม่สามารถระงับลมปราณสมบัติวิญญาณได้ เว้นแต่จะมีสมบัติวิญญาณอื่นทำสิ่งนี้

แต่ผู้แข็งแกร่งระดับขุนเขาสมุทรไม่ได้มาที่นี่ ดังนั้นจะมีสมบัติวิญญาณอีกได้อย่างไร

ทั้งสิบหกคนขมวดคิ้วนึกถึงสถานการณ์ทั้งหมด สิ่งเดียวที่คิดไม่ถึงคือไม่มีร่อยรอยสมบัติวิญญาณ

แม้แปลกใจเมื่อหมอกดำปรากฏ แต่พวกเขาไม่คิดว่าสมบัติวิญญาณจะหายไป อย่างมากเพียงค้นหาลำบาก ไม่ใช่ลมปราณสมบัติวิญญาณหายไปอย่างสมบูรณ์เหมือนตอนนี้

“คนที่มาคราวนี้จะมีความสามารถอยู่บ้าง!” มีคนพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชาซึ่งบ่งบอกว่ามีจิตสังหาร

ผู้มีการบ่มเพาะแท่ากันสามารถนำสมบัติวิญญาณออกไปได้ แต่หากขอบเขตอื่นกล้าคว้าสมบัติวิญญาณ ในสายตาพวกเขา มันสมควรตาย

“ลมปราณกับร่องรอยโดยรอบถูกอีกฝ่ายทำลาย” สตรีคนเดิมพูดขึ้นอีกครั้ง

“สามารถค้นหามันได้หรือไม่?”

“ข้าจะลองดู”

หลังพูดจบลง เงาดวงตาฟีนิกซ์ขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะสตรีคนนั้นและมองไปรอบด้าน

มรดกศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำ วิชาฟีนิกซ์ร่ายรำ มรดกชั้นยอดที่มีศักยภาพทะลวงระดับขุนเขาสมุทร แม้ว่าจะไม่มีใครในศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำเคยใช้วิชานี้ทะลวงระดับขุนเขาสมุทรเลยก็ตาม

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของวิชา ทว่าการทะลวงระดับขุนเขาสมุทรเป็นเรื่องยาก ศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำคงอยู่มานับพันปี ผู้มีพรสวรรค์นับไม่ถ้วนมาถึงระดับรวมทวารสูงสุดเท่านั้น

ในสายตาคนอื่น ระดับรวมทวารสูงสุดเป็นสิ่งที่ไม่อาจบรรลุ แต่ในสายตาของกองกำลังอย่างศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำ มีเพียงระดับขุนเขาสมุทรเท่านั้นที่สามารถก้าวหน้าไปอีกขั้น

ไม่เพียงศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำเท่านั้นที่คิดเช่นนั้น แต่กองกำลังใหญ่อีกเก้าแห่งคิดแบบเดียวกัน

ไม่อย่างนั้นเมื่อสมบัติวิญญาณปรากฏ พวกเขาคงไม่มารวมตัวกันที่นี่และตั้งความหวังของระดับขุนเขาสมุทรไว้กับสมบัติวิญญาณแตกหัก

ผลคือตอนนี้สมบัติวิญญาณหายไป แบบนี้จะทนได้อย่างไร!

ขณะที่ดวงตาฟีนิกซ์มองไปรอบด้าน  สีหน้าของกงเจี้ยนหลันเริ่มเคร่งขรึม

ภายใต้ดวงตาฟีนิกซ์ ร่องรอยกำจัดในพื้นที่โดยรอบสามารถเห็นได้ชัดเจน แต่เห็นได้เพียงร่องรอยการกำจัดเท่านั้น ไม่เห็นลมปราณก่อนการกำจัดเลย

แม้วิธีกำจัดลมปราณนี้จะหยาบกร้าน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นดีมาก แม้อยู่ภายใต้ดวงตาฟีนิกซ์ กงเจี้ยนหลันกลับไม่เห็น

ผู้คนรอบข้างตกใจเมื่อเห็นสีหน้ากงเจี้ยนหลัน

“หาไม่เจอ!” กงเจี้ยนหลันขมวดคิ้ว

ต่อให้ได้รับสมบัติวิญญาณ กงเจี้ยนหลันยังไม่กล้าพูดว่าทำได้ดีกว่านี้ เหตุผลหลักคือลมปราณของสมบัติวิญญาณแข็งแกร่งเกินไป โดยพื้นฐานแล้วไม่มีวิชาลับใดสามารถปกปิดมันได้

แม้ปกปิดได้ระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายจะถูกทำลายด้วยลมปราณของสมบัติวิญญาณ

แต่น่าเสียดาย คนที่ได้รับสมบัติวิญญาณปกปิดไว้ดีจนไม่พบร่องรอยใด

“ศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำรู้จักในชื่อค้นหาไร้เทียบเคียงไม่ใช่หรือ?” มีคนพูดด้วยความไม่พอใจ

“เหล่าโจว ถ้าเจ้ามีความสามารถก็ไปหาเอาเอง! ก่อนหน้านี้ข้าเพียงตบหน้าเจ้าไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้คิดเล็กคิดน้อยนัก?” กงเจี้ยนหลันเหลือบมองแล้วเยาะเย้ย

“ฮึ่ม!” ชายคนนั้นส่งเสียงฮึแต่ไม่ได้พูดอะไรอีก

พอเห็นว่ากงเจี้ยนหลันไม่พบร่องรอยของสมบัติวิญญาณ คนอื่นจึงใช้ท่าลับของตัวเองค้นหาสมบัติวิญญาณ

แต่ดวงตาฟีนิกซ์ของศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำเป็นหนึ่งในวิชาลับในการค้นหาร่องรอยที่ทรงพลังที่สุดในสมาคมเชียนอวี่ แม้แต่ดวงตาฟีนิกซ์ยังหาไม่พบ วิชาลับอื่นย่อมค้นพบได้ยากเช่นกัน

“ดีมาก อยากรู้นักว่าใครกันที่เก่งขนาดนี้!” มีคนหัวเราะเสียงต่ำ ครู่ต่อมาหายไปจากจุดนั้น

จบบทที่ ตอนที่ 514 หลบหนีสู่ความว่างเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว