เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 495 ดุร้าย

ตอนที่ 495 ดุร้าย

ตอนที่ 495 ดุร้าย


ไม่ใช่ว่าท่าร่างที่เฉินเฟยแสดงในขณะนี้ไม่มีใครในระดับรวมทวารขั้นต้นสามารถเทียบเคียงได้

แต่เทียบกับความเร็วในการต่อสู้ยึดธงเมื่อหนึ่งปีก่อน ความก้าวหน้านี้ชัดเจนเกินไป

ในถ้ำเทวาไห่เยว่ในตอนนั้น พูดไม่ได้ว่าความเร็วท่าร่างของเฉินเฟยต่ำสุดในบรรดาทุกคนแต่ก็แทบจะเป็นแบบนั้น มีเพียงเมิ่งเหิงซึ่งทะลวงระดับรวมทวารได้ไม่นานที่มีความเร็วเท่าเฉินเฟย

แต่ตอนนี้ความเร็วที่เฉินเฟยแสดงให้เห็นoyhoแซงหน้าโม่สืออี๋กับฉินไห่ซานโดยตรง ทั้งสองที่ทะลวงผ่านการเปลี่ยนแปลงสองครั้งมาหลายปียังเร็วกว่าจูกวนนู๋เพียงเล็กน้อย

และความเร็วที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนี้เองทำให้แผนการก่อนหน้านี้ของจูกวนนู๋ล้มเหลว

เฉินเฟยเผยรอยยิ้ม ผลของเงาตัวแทนเห็นได้ชัดเจน ท่าร่างเฉินเฟยเกิดการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก

เมื่อเฉินเฟยฝึกวิชารวมศูนย์ลึกลับถึงระดับรู้แจ้ง ความเร็วท่าร่างได้พัฒนาขึ้น ในระดับรวมทวารขั้นต้นนับว่าไม่เลว

ตอนนี้เงาตัวแทนเพิ่มให้อีกสามส่วน การเปลี่ยนแปลงจึงชัดเจนขึ้นโดยธรรมชาติ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ทุกคนประหลาดใจ

ในเวลาต่อมาเฉินเฟยฝึกกระบี่แยกแสงตัดเงาที่ผสานใหม่ถึงระดับรู้แจ้ง ความเร็วท่าร่างเฉินเฟยยังเพิ่มขึ้นอีก มันใกล้เคียงกับระดับที่ไม่มีใครในระดับรวมทวารขั้นต้นตามทัน

ฉินไห่ซานและคนอื่นมองหน้ากันด้วยสายตามีความสุข

ในอดีตท่าร่างเป็นจุดอ่อนของเฉินเฟย ตอนนี้จุดอ่อนได้รับการแก้ไข พลังต่อสู้ของเฉินเฟยก้าวหน้าไปอีกขั้นอย่างเห็นได้ชัด

เทียบกับสีหน้ามีความสุขของพวกฉินไห่ซาน โม่สืออี๋ทั้งห้าต่างขมวดคิ้ว ทุกคนอยู่ในระดับรวมทวาร เป็นธรรมดาที่จะเข้าใจความสำคัญของท่าร่าง

สิ่งสำคัญที่สุดคือตอนนี้จูกวนนู๋มีพลังของไข่มุกซวนหยวนอยู่ในตัว พลังนี้แข็งแกร่งแต่ก็มีข้อจำกัดมากเช่นกัน

ปี้จงสวินมองเฉินเฟยในสนามศึกนองเลือดด้วยสายตาประหลาดใจ

คงพอเข้าใจได้ถ้าทะลวงระดับรวมทวารหลายปีเหมือนจูกวนนู๋ แต่คำนวณดูแล้วเฉินเฟยเพิ่งทะลวงระดับรวมทวารได้สามปีเท่านั้น

ผลคือการบ่มเพาะเปลี่ยนแปลงหนึ่งครั้ง ท่าร่างยังดีมากเช่นกัน คนแบบนี้หาได้ยากแม้กระทั่งในบรรดาอัจฉริยะของกองกำลังใหญ่

แน่นอนว่าพอเวลาผ่านไป อัจฉริยะของกองกำลังใหญ่จะแข็งแกร่งขึ้น สุดท้ายแล้ววิชาที่อัจฉริยะฝึกฝนนั้นบรรลุได้ยาก

แต่หากบรรลุได้ ความก้าวหน้าของการบ่มเพาะและการแสดงพลังต่อสู้ในอนาคตจะเหนือกว่าระดับรวมทวารธรรมดา

นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ต่างกันซึ่งถูกกำหนดไว้แล้ว

เว้นแต่เฉินเฟยจะฝึกฝนจนก้าวสู่การบ่มเพาะที่แข็งแกร่งขึ้น ได้รับวิชาระดับรวมทวารชั้นยอด สถานการณ์นี้จึงสามารถเปลี่ยนแปลง

ในสนามศึกนองเลือด

จูกวนนู๋ที่ตัวแข็งทื่อกลับมาเป็นปกติ เขายังคงรีบเข้าไปหาเฉินเฟย แต่ไม่นานจูกวนนู๋นักพบว่าความเร็วท่าร่างระหว่างพวกเขาต่างกัน

ความต่างนี้ไม่ชัดเจนนัก มีผลกระทบไม่มากในการต่อสู้จริง

แต่หากฝ่ายหนึ่งไล่ตามฝ่ายหนึ่งหลบหนี ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายจะไม่ลดลงในเวลาสั้นๆ

แม้สนามศึกนองเลือดไม่กว้างนัก การหลบหนีไปเรื่อยๆยังคงถูกปิดกั้นและต้องสู้กันอยู่ดี แต่มันต้องใช้เวลา และสิ่งที่จูกวนนู๋ขาดคือเวลา

พอเวลาผ่านไปพลังของไข่มุกซวยหยวนยิ่งสลายไปมากขึ้น

สุดท้ายไข่มุกซวนไม่ได้อยู่กับจูกวนนู๋ อาศัยร่างกายตัวเองรองรับพลังนี้ซึ่งมันคงอยู่ได้ไม่นาน เพียงครู่เดียวพลังของไข่มุกซวนหยวนลดไปสองส่วนแล้ว

“ข้าจำได้ว่าเจ้าเป็นคนเริ่มศึกนองเลือดนี้!”

จูกวนนู๋มองเฉินเฟยในระยะไกลแล้วตะโกนเสียงทุ้ม เสียงดังก้องไปทั่วสนามศึกนองเลือด

“ใช่ คิดไม่ถึงว่าแพะรับบาปจะกระโดดเข้ามา” เฉินเฟยอดหัวเราะไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดของจูกวนนู๋

“ปากดี!”

จูกวนนู๋ส่งเสียงเยาะเย้ย จ้องมองเฉินเฟยแล้วพูด “บอกว่าข้าเป็นแพะรับบาป แล้วตอนนี้ใครกำลังวิ่งหนีอยู่?”

“ให้วิ่งเข้าหาโดยไม่รอให้พลังไข่มุกซวนหยวนหมดก่อน แบบนั้นไม่ใช่คนโง่หรือ?” เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า

จูกวนนู๋กัดฟันแน่นจนเกิดเสียงเสียดสี เห็นชัดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้เฉินเฟยหยุดหนีด้วยการใช้คำพูด

ในระหว่างที่กำลังพูดคุยกันนี้ พลังของไข่มุกซวนหยวนสลายไปกว่าสามส่วน พอเวลาผ่านไปยิ่งสลายเร็วขึ้น

หากจูกวนนู๋ฝืนรักษาพลังนี้ไว้ สุดท้ายจะเป็นตัวเองที่บาดเจ็บซึ่งมันได้ไม่คุ้มเสีย

แต่จูกวนนู๋ไม่เต็มใจปล่อยให้พลังไข่มุกซวนหยวนเสียเปล่า

เฉินเฟยสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนมากมายตั้งแต่ก่อนเริ่มจนถึงตอนนี้ ข้อมูลที่จูกวนนู๋ได้รับจากโม่สืออี๋ผิดเพี้ยนไปมาก

จูกวนนู๋ไม่กล้าปฏิบัติต่อเฉินเฟยเหมือนเดิมอีกต่อไป ศึกนองเลือดครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว

ในสถานการณ์แบบนี้ จูกวนนู๋ไม่เต็มใจสูญเสียพลังของไข่มุกซวนหยวนโดยธรรมชาติ

อย่างน้อยด้วยพลังของไข่มุกซวนหยวนในเวลานี้ ตราบใดที่โจมตีเฉินเฟยได้ จูกวนนู๋มั่นใจว่าเฉินเฟยจะได้รับบาดเจ็บสาหัส

จูกวนนู๋มองเฉินเฟยอย่างเย็นชา ใช้มือขวาตบถงเฉียนคุนตรงเอว ศิลาหยวนระดับกลางปรากฏในมือ ช่วงเวลาต่อมา จูกวนนู๋โยนศิลาหยวนระดับกลางเข้าปากโดยตรง

“แกรกแกรกแกรก!”

เสียงเคี้ยวศิลาหยวนดังขึ้น จูกวนนู๋เคี้ยวศิลาหยวนระดับกลางเหมือนกำลังกินอาหารจากนั้นกลืนมันลงท้อง

นอกสนามศึกนองเลือด ทุกคนมองภาพนี้ด้วยสายตาประหลาดใจ

ศิลาหยวนประกอบด้วยปราณหยวนบริสุทธิ์ซึ่งสามารถนำมาใช้ฝึกฝนได้ แต่ตอนฝึกฝนต้องดูดซับปรับแต่งปราณหยวน ไม่เคยเห็นใครกลืนศิลาหยวนทั้งก้อนแบบนี้มาก่อน

ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีนักยุทธ์คนใดทำเช่นนี้ แต่สุดท้ายอวัยวะภายในจะได้รับบาดเจ็บจากปราณหยวนมหาศาลในศิลาหยวน ไม่เพียงไม่ช่วยในการฝึกฝนแต่ยังทำให้บาดเจ็บ

ร้อยภัยไร้ประโยชน์!

ในสนามศึกนองเลือด หลังกลืนศิลาหยวน ร่างกายจูกวนนู๋ขยายออกเล็กน้อย ในขณะเดียวกันผิวหนังยังแผ่ความร้อนออกมา

จูกวนนู๋ประสานมือมุทรา ครู่ต่อมา ร่างกายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างเฉินเฟยลดลงทันที

ในเวลานี้แก้มจูกวนนู๋กลายเป็นสีแดง เส้นเลือดยังปูดโนน ดูแล้วดุร้ายอย่างยิ่ง

“หนี? ให้ข้าดูว่าเจ้าจะหนีอย่างไร!” จูกวนนู๋มองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้มน่ากลัว

เฉินเฟยมองจูกวนนู๋ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย จูกวนนู๋ในตอนนี้คล้ายกับนักยุทธ์ใช้ท่าต้องห้ามหลังตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง แต่มันต่างกันมากเช่นกัน

ด้วยการใช้ท่าต้องห้ามจะสัมผัสได้ถึงลมปราณเหนือการควบคุมได้อย่างชัดเจน แต่ตอนนี้แม้ลมปราณจะเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในการควบคุม

เฉินเฟยที่กำลังหลบหนีหยุดนิ่งกลางอากาศ ด้วยความเร็วของจูกวนนู๋ในเวลานี้ ในสภาพแวดล้อมอย่างสนามศึกนองเลือด เฉินเฟยจะถูกปิดกั้นได้อย่างง่ายดาย

เว้นแต่เฉินเฟยจะใช้ท่าต้องห้ามด้วย สิ่งนี้มีบันทึกอยู่ในวิชารวมศูนย์ลึกลับ แต่เฉินเฟยไม่คิดจะใช้มัน

ข้อได้เปรียบด้านท่าร่างก่อนหน้านี้เป็นเพียงผลพวงจากอุบัติเหตุของเงาตัวแทนเมื่อหลายวันก่อน

ตอนที่ยังไม่มีเงาตัวแทน ท่าร่างเฉินเฟยไม่โดดเด่น แต่ที่เฉินเฟยกล้าสู้ซึ่งหน้าเพราะมั่นใจว่าสามารถแก้ปัญหาไข่มุกซวนหยวนได้โดยไม่ต้องมีข้อได้เปรียบด้านท่าร่าง

รอยยิ้มน่ากลัวบนใบหน้าจูกวนนู๋กว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นเฉินเฟยหยุดหนี คิดว่าต้องใช้เวลาอีกสักพักในการปิดกั้นเฉินเฟยเพื่อบังคับให้สู้

ตอนนี้เฉินเฟยเลิกหนีเอง นั่นย่อมเป็นเรื่องดีโดยธรรมชาติ

ดาบในมือจูกวนนู๋สั่นเทา พลังมหาศาลควบแน่นอยู่ในนั้น พลังของไข่มุกซวนหยวนรวมกับพลังของตัวเอง ท่านี้ต้องทำให้สะท้านฟ้าสะเทือนดิน

นอกสนามศึกนองเลือด ฉินไห่ซานและคนอื่นมองสนามอย่างเคร่งขรึม พวกเขาไม่รู้ว่าเฉินเฟยจะตอบโต้การโจมตีนี้อย่างไร

ใบหน้าโม่สืออี๋ปรากฏรอยยิ้ม ในใจรู้สึกโชคดีที่พาจูกวนนู๋เข้ามาแทนที่ในศึกนองเลือด

หากเป็นคนอื่นเผชิญกับท่าร่างเฉินเฟยเมื่อครู่คงอยู่ในตำแหน่งเสียเปรียบ โดยปกติแล้วไม่มีใครจินตนาการได้ว่าเฉินเฟยจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในเวลาหนึ่งปี

สำหรับระดับรวมทวาร เวลาหนึ่งปีสั้นเกินไป

ทำไมเฉินเฟยเพิ่มความแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ เหมือนพวกเราไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ฝั่งเฉินเฟยเหมือนผ่านไปหลายปีหรือหลายสิบปี

ปี้จงสวินมองสนามอย่างจริงจัง เขาอยากรู้ว่าเฉินเฟยจะจัดการอย่างไร ความสามารถน้อยนิดได้ใช้ไปหมดแล้ว ไม่มีทางเลือกนอกจากสู้ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงอื่น

ในสนามศึกนองเลือด จูกวนนู๋อยู่ห่างเฉินเฟยไม่ถึงครึ่งลี้ สำหรับระดับรวมทวาร การเว้นระยะห่างอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนนี้ยังอยู่ในตำแหน่งลงมือแล้วด้วย

จูกวนนู๋ยกดาบขึ้น สายตาจับจ้องเฉินเฟย คอยสังเกตทุกการเคลื่อนไหว

เฉินเฟยสงบเกินไปจนทำให้จูกวนนู๋ไม่ค่อยมั่นใจ แต่ตอนนี้จูกวนนู๋ไม่สนใจว่าเฉินเฟยวางแผนอะไรไว้ เพียงต้องฟันดาบออกไปเท่านั้น

พริบตาเดียวจูกวนนู๋อยู่ห่างเฉินเฟยไม่ถึงร้อยหมี่ พลังอันแข็งแกร่งปกคลุมไปทั่วอากาศ จิตวิญญาณจูกวนนู๋ล็อคตัวเฉินเฟยไว้อย่างสมบูรณ์

เมื่อมาถึงจุดนี้ ความเย็นชาในดวงตาจูกวนนู๋พร้อมระเบิดออกมาด้วยดาบเล่มนี้แล้ว จูกวนนู๋ไม่อนุญาตให้เฉินเฟยหลบการโจมตีอีก

เฉินเฟยมองจูกวนนู๋ ช่วงเวลาต่อมา ระลอกคลื่นปรากฏกลางอากาศ แสงกระบี่นับสิบวาบผ่านไปอย่างเงียบเชียบ พริบตาเดียวปรากฏตรงหน้าจูกวนนู๋

กระบี่ตัดทมิฬสะท้อนเงา!

จูกวนนู๋ขมวดคิ้ว สัมผัสได้ถึงกระบี่ที่พุ่งเข้ามาทันที รอยยิ้มน่ากลัวขยายออกไป เดิมทีจูกวนนู๋คิดว่าการเคลื่อนไหวต่อไปของเฉินเฟยจะเป็นอะไรบางอย่าง แต่กลับกลายเป็นทักษะจิตวิญญาณ

จูกวนนู๋รู้สึกสบายใจขึ้นมากหลังรู้การเคลื่อนไหวของเฉินเฟย

“ฟู่ม!”

หยวนดาบบนตัวจูกวนนู๋เดือดพล่านทันที แสงกระบี่ที่พุ่งเข้ามาบิดเบี้ยวถูกทำลายไปแปดส่วน แสงกระบี่ที่เหลือพุ่งผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์ หายไปในทะเลจิตสำนึกจูกวนนู๋

ในอ้อมแขนจูกวนนู๋ จี้หยกชิ่นหนึ่งส่องแสงสลัว

จบบทที่ ตอนที่ 495 ดุร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว