เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 415 ความมั่นใจ

ตอนที่ 415 ความมั่นใจ

ตอนที่ 415 ความมั่นใจ


ฉือเต๋อเฟิงและหลันหยุนจือเกิดความลังเลเมื่อได้ยินคำถามเฉินเฟย

ทุกวันนี้ฉือเต๋อเฟิงและหลันหยุนจือพอใจกับชีวิตแล้ว ในเมืองเซียนเมฆามีทรัพยากรมากมาย การซื้อสิ่งของล้วนสะดวกสบาย

ยิ่งไปกว่านั้นเมืองเซียนเมฆายังปลอดภัย ไม่เก็บของหายตามถนนคงเกินจริงไปหน่อย แต่การขโมยเล็กน้อยเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยเฉพาะคนที่รู้ว่าฉือเต๋อเฟิงมีความสัมพันธ์กับเฉินเฟย คนธรรมดาจึงไม่กล้ารุกรานตามใจชอบ

ฉือเต๋อเฟิงและหลันหยุนจือเตรียมใจตายอยู่ที่นี่ด้วยกัน

ตอนนี้มาชวนให้พวกเขาจากไป ในใจจึงทำอะไรไม่ถูก ความรู้สึกทำอะไรไม่ถูกนี้ยังเกิดจากความไม่รู้เกี่ยวกับทะเลอู๋จิ้น

นี่ไม่ใช่การออกจากบ้าน ทว่าเป็นการออกจากดินแดนไปยังสถานที่ห่างไกล

ถ้าไม่ใช่เพราะช่องทางในดินแดนลับ คนในราชวงศ์นี้คงรู้เรื่องทะอู๋จิ้นไม่กี่อย่างจากตำราโบราณ

เป็นไปได้ว่าระยะห่างระหว่างทั้งสองดินแดนทำให้ผู้คนไม่คุ้นเคยกับทะเลอู๋จิ้น

เฉินเฟยไม่ได้กระตุ้นหรืออธิบายมาก เพราะเฉินเฟยมีความไม่แน่นอนกับทะเลอู๋จิ้นเช่นกัน นอกจากสมาชิกตระกูลหยู คนที่เหลือต่างไม่รู้อะไรมากนัก

ไม่มีใครอธิบายความไม่รู้นี้ให้เฉินเฟย เขาต้องค้นหามันทั้งหมดด้วยตัวเอง

“ไปกันเถอะ ไปทะเลอู๋จิ้นด้วยกัน!”

ฉือเต๋อเฟิงดูร่ำรวยขึ้นมากหลังปรนเปรอชีวิตในช่วงไม่กี่ปีนี้ แต่นั่นไม่ได้ทำให้หัวใจฉือเต๋อเฟิงเรียบเฉย

เฉินเฟยมาที่นี่เพื่อบอกพวกเขาและเต็มใจพาไปทะเลอู๋จิ้น นั่นเป็นเพราะปฏิบัติต่อพวกเขาเป็นคนของตัวเองจากใจจริง

หลังจากสำนักเพลิงเทพเข้ายึดครองพื้นที่รอบเมืองเซียนเมฆา พวกเขาที่ไม่มีสำนักหรือตระกูลอาจไม่โดนอะไร แต่เป็นไปได้เช่นกันว่าจะมีคนใส่ร้ายพวกเขาโดยบอกว่าตอนนั้นพวกเขามีความสัมพันธ์กับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

แม้ฉือเต๋อเฟิงจะพยายามไม่โต้เถียงกับผู้อื่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่เขายังมีความคับข้องใจกับผู้อื่นอยู่บ้าง ด้วยความสัมพันธ์ของเฉินเฟย คนอื่นจึงไม่กล้าทำอะไรกับฉือเต๋อเฟิง

แต่เมื่อเฉินเฟยออกจากเมืองเซียนเมฆา ผู้ที่มีความคับข้องใจหรือเพียงแค่ไม่ชอบฉือเต๋อเฟิง ในเวลานั้นย่อมเกิดการแก้แค้น

ฉือเต๋อเฟิงอยู่ด้านล่างอำเภอผิงหยินมาหลายปีจึงเข้าใจธรรมชาติของมนุษย์ชัดเจน บางครั้งอย่าได้ทดสอบมนุษย์ เพราะมนุษย์จะไม่ทนต่อการทดสอบใด

หลันหยุนจือไม่ปฏิเสธเมื่อได้ยินคำตอบฉือเต๋อเฟิง หัวหน้าครอบครัวคือฉือเต๋อเฟิง ถ้าฉือเต๋อเฟิงบอกให้ไป ทั้งครอบครัวจะต้องไปด้วยกัน

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ ฉือเต๋อเฟิงเต็มใจไป เฉินเฟยจึงไม่ต้องกังวลว่าหลังจากสำนักเพลิงเทพเข้ายึดที่นี่ ฉือเต๋อเฟิงจะโดนสะสางบัญชีเพราะตัวเอง

หลังจากนั้นไม่นาน เฉินเฟยมาถึงบ้านซือหยวนไห่

“ทะเลอู๋จิ้น? หากท่านยินดีพาเราไป พวกเราก็จะไปดูดินแดนแห่งนั้น”

ซือหยวนไห่ตอบตกลงอย่างไม่ลังเลเมื่อรู้ความตั้งใจของเฉินเฟย

ซือหยวนไห่ไม่กังวลเลยว่าจะโดนสะสางบัญชีหรือไม่ สุดท้ายแล้วเทียบกับความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเฟยกับฉือเต๋อเฟิง มีน้อยคนที่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างเฉินเฟยกับซือหยวนไห่

ดังนั้นซือหยวนไห่ทั้งสองจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

เหตุผลที่ซือหยวนไห่เต็มใจไปทะเลอู๋จิ้นคือหวังว่าซืออี้หนานหลานสาวของเขาจะก้าวหน้าขึ้น

สายเลือดควบคุมความประหลาดค่อนข้างมหัศจรรย์ แต่นั่นสำหรับภายใต้ระดับขัดเกลาทวาร สำหรับนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกาย ความสามารถในการควบคุมสิ่งแปลกประหลาดนี้ค่อนข้างรับมือยาก

แต่พอเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาทวาร ความน่ากลัวของพลังสายเลือดควบคุมความประหลาดจะลดลงมาก

ทะเลอู๋จิ้นที่อยู่อีกฝากหนึ่งต้องมีทรัพยากรมากมาย ในทางกลับกันวิชาสำนักต่างๆต้องแข่งขันกัน บางทีอนาคตที่ดีกว่าของสายเลือดควบคุมความประหลาดอาจอยู่ที่ทะเลอู๋จิ้น

ซืออี้หนานยืนอยู่ด้านข้างอย่างสง่างาม เทียบกับความซุกซนในตอนนั้น ซืออี้หนานกลายเป็นสตรีมากขึ้นเมื่อเติบโต

เฉินเฟยหันไปมองซืออี้หนาน นางตอบกลับด้วยรอยยิ้มหวาน

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยออกจากบ้านซือหยวนไห่ ออกไปเดินเล่นอย่างอิสระในเมืองเซียนเมฆา

เฉินเฟยมีสหายในเมืองเซียนเมฆาไม่มากนัก ตอนนี้ทุกคนได้รับแจ้งแล้ว สำหรับฉินจิ้งหลันแห่งสมาคมนักหลอมโอสถ เฉินเฟยไม่จำเป็นต้องห่วง

สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะนำสมาคมนักหลอมโอสถไปทะเลอู๋จิ้นด้วย ไม่คิดจะปล่อยไว้ให้เป็นของสำนักเพลิงเทพ

อะไรที่สามารถนำไปได้ ไม่ว่าเป็นคนหรือสิ่งของ สำนักกระบี่เซียนเมฆาล้วนเอาไปทุกอย่าง สำหรับจุดทรัพยากรที่ได้รับการดูแลหมุนเวียนอย่างดี สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ระมัดระวังอีกต่อไปและขุดออกโดยเร็วที่สุด

โดยเฉพาะดินแดนลับระดับสองที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาครอบครองเพียงลำพัง สำนักกระบี่เซียนเมฆาพัฒนาและใช้งานสถานที่ภายในนั้นอย่างเต็มที่

แต่ตอนนี้ในเมื่อนำดินแดนลับระดับสองไปด้วยไม่ได้ สำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงทำการขุดอย่างลับๆและเก็บทุกส่วนที่สามารถเอาไปได้

โดยเฉพาะต้นไม้วิญญาณซึ่งเรียกได้ว่าเป็นวัตถุวิญญาณที่มีค่าสุดของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ตอนนี้มันได้รับการปลูกถ่าย สิ่งนี้จะทำลายวิญญาณของต้นไม้วิญญาณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่มีทางเลือก

จะปล่อยให้ต้นไม้วิญญาณนี้เป็นของสำนักเพลิงเทพได้หรือ?

หากไม่สามารถปลูกถ่ายต้นไม้วิญญาณ สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะทำลายต้นไม้วิญญาณโดยตรงและไม่ปล่อยไว้ให้สำนักเพลิงเทพ

สำนักเพลิงเทพรู้แผนของสำนักกระบี่เซียนเมฆา พวกเขาต้องการหยุดแต่ไม่อาจทำได้

ท้ายที่สุดจุดทรัพยากรเหล่านั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ตอนนี้ระหว่างทั้งสองสำนัก สำนักเพลิงเทพเป็นฝ่ายได้เปรียบเว้นแต่จะเหนือกว่าระดับรวมทวาร

ในความเป็นจริงภายใต้ระดับรวมทวาร สำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นฝ่ายได้เปรียบกว่ามาก ดังนั้นสำนักเพลิงเทพจึงไม่อาจหยุด

น่าเสียดายที่สุดท้ายแล้วระหว่างสองกองกำลังเจ้าปกครอง พลังต่อสู้ระดับสูงคือตัวตัดสินผลลัพธ์แท้จริง ไม่ว่ามีข้อได้เปรียบแค่ไหนก็ไม่สามารถชี้ขาด

เทียบกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาที่กำลังวุ่นวาย สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและศาลาเฉินสุ่ยผ่อนคลายกว่า ทั้งสองสำนักมีแค่ทรัพยากรบางส่วนเท่านั้น

ใช้เวลาหลายวันในการเก็บทรัพยากรเหล่านั้นทั้งหมด

เทียบกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาซึ่งตกเป็นเป้าหมายสำนักเพลิงเทพ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและศาลาเฉินสุ่ยไม่ถูกสำนักเพลิงเทพดำเนินการอะไรเลย

ในสายตาสำนักเพลิงเทพ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและศาลาเฉินสุ่ยเป็นการดำรงอยู่ที่จะมีหรือไม่มีก็ได้

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและศาลาเฉินสุ่ยยินดีเช่นกันที่สำนักเพลิงเทพมีทัศคติแบบนั้น หากรักษาทัศนคตินี้ของสำนักเพลิงเทพไว้ได้ บางทีทั้งสองสำนักอาจไม่จำเป็นต้องย้ายไปทะเลอู๋จิ้น

แต่ใจผู้คนคาดเดาไม่ได้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและศาลาเฉินสุ่ยไม่อาจวางอนาคตสำนักไว้กับอารมณ์ที่คาดเดาไม่ได้ของสำนักเพลิงเทพ

บางทีอาจไม่มีอะไรผิดพลาดในช่วงสุดท้าย แต่ช่วงเวลาถัดไปอาจเกิดการสังหารหมู่ทันที

สำนักเพลิงเทพทำหลายสิ่งมาหลายปี มันทำให้ผู้คนรู้สึกคาดเดาไม่ได้อยู่เสมอ ทุกอย่างเป็นไปตามอารมณ์ของตัวเอง ไพ่ที่เรียกว่าทำตามสามัญสำนึกไม่มีอยู่ในสำนักเพลิงเทพ

ในสถานการณ์นี้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและศาลาเฉินสุ่ยจึงต้องตามไปทะเลอู๋จิ้น

แม้จะต้องละทิ้งประตูภูเขาที่เปิดมานานหลายปี แต่คนอยู่สำนักอยู่  ดังนั้นประตูภูเขาสามารถสร้างใหม่

หากไร้ซึ่งคน ไม่ว่าใช้งานประตูภูเขามานานแค่ไหนก็ไร้ความหมาย

นอกจากนี้เจ้าสำนักฉวีชิงเซิงและผู้อาวุโสโจวจื่อซุนปฏิเสธการไปทะเลอู๋จิ้นน้อยกว่าคนอื่นมาก เหตุผลคือเฉินเฟย

ในมุมมองของฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุน ตราบใดที่เฉินเฟยมีเวลาพัฒนาอย่างมั่นคงเพียงพอ ในอนาคตเฉินเฟยต้องบรรลุระดับรวมทวารแน่นอน

ตราบใดที่เฉินเฟยกลายเป็นผู้แข็งแกร่งรวมทวาร การกลับมาเมืองเซียนเมฆาในอนาคตย่อมเป็นไปได้

ตราบใดที่คนมีความหวังอยู่ในใจ ในหัวใจจะมีความมั่นใจเมื่อต้องรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน และเฉินเฟยคือความมั่นใจสำหรับอนาคตสำนักกระบี่เซียนเมฆาของฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุน

ครึ่งเดือนผ่านไปในพริบตา สำนักกระบี่เซียนเมฆาเริ่มเตรียมตัวออกเดินทาง

ใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนในการเก็บทรัพยากรทั้งหมด ประสิทธิภาพของสำนักกระบี่เซียนเมฆาค่อนข้างน่ากลัวหลังรู้ถึงภัยคุกคามของเจี่ยนจิ้นเซิงแห่งสำนักเพลิงเทพ สำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ระเบิดพลังที่ไม่เคยมีออกมา

ไปที่ทะเลอู๋จิ้นงแต่แรก ปักหลักแต่แรก ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ของทะเลอู๋จิ้นเพื่อรับมือการแก้แค้นที่เป็นไปได้ของเจี่ยนจิ้นเซิงในอนาคต

นี่คือความคิดที่สำนักกระบี่เซียนเมฆากำลังดำเนินการ

ในช่วงครึ่งเดือน เจี่ยนจิ้นเซิงปรากฏตัวครั้งหนึ่ง แต่เจี่ยนจิ้นเซิงเพียงเหลือบมองประตูภูเขาสำนักกระบี่เซียนเมฆาจากระยะไกลและไม่เคลื่อนไหว

การเคลื่อนไหวไม่ได้ใหญ่นัก เพราะเจี่ยนจิ้นเซิงในเวลานี้ยังไม่สามารถบุกผ่านประตูภูเขาสำนักกระบี่เซียนเมฆา

สิ่งที่สำนักกระบี่เซียนเมฆากลัวคือสำนักเพลิงเทพในอนาคต ไม่ใช่เจี่ยนจิ้นเซิงในเวลานี้ซึ่งยังไม่ทะลวงผ่าน

“ตู้ม!”

ใต้ประตูภูเขาตระกูลหยู ดินแดนลับระดับสองที่เพิ่งเกิดใหม่ส่งเสียงกึงก้อง ดินแดนลับเหมือนถูกฉีกขาดกะทันหัน

กลุ่มคนปรากฏตัวในดินแดนลับแล้วเดินขบวนไปยังภูเขาป้านผิง

ถงจ้งชิวกับหยูโชวเฉิงร่วมกันบังคับเปิดดินแดนลับระดับสองทำให้คนจำนวนมากสามารถผ่านเข้าไปพร้อมกัน

วิธีบังคับเปิดดินแดนลับจะทำให้ดินแดนลับระดับสองที่เพิ่งเกิดใหม่เต็มไปด้วยช่องโหว่ หลังจากนี้ดินแดนลับอาจลดระดับลงกลายเป็นดินแดนลับระดับหนึ่ง

เพียงแค่ตอนนี้ตระกูลหยูและสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่สนใจปัญหานี้

สำนักกระบี่เซียนเมฆาละทิ้งดินแดนลับระดับสองโดยตรงหรือแม้กระทั่งทำลายมันไปครึ่งหนึ่ง การทำลายดินแดนลับระดับสองอีกแห่งไม่ใช่เรื่องใหญ่

สำหรับตระกูลหยู พวกเขาเพียงต้องการกลับไปทะเลอู๋จิ้น ทุกสิ่งในเมืองเซียนเมฆาไม่ได้อยู่ในความสนใจ

เฉินเฟยยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ลมปราณอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น คอยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุร่วมกับอาจารย์ของเขาเฟิงซิวผู่

หากดูผิวเผิน เฉินเฟยมีการบ่มเพาะต่ำสุด แต่แท้จริงแล้วเฉินเฟยเป็นสมาชิกอันดับหนึ่งของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว คนอื่นไม่รู้เกี่ยวกับสถานการณ์นี้ แต่ฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนรู้

เป็นธรรมดาที่จะให้เฉินเฟยปกป้องความปลอดภัยของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

เฉินเฟยมองยอดเขาบันผิง ลมปราณของเมืองประหลาดปรากฏขึ้น

เทียบกับความรู้สึกหวาดกลัวที่เมืองประหลาดมอบให้เฉินเฟยครั้งแรก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะการบ่มเพาะของเฉินเฟยก้าวหน้าขึ้นหรือระดับรวมทวารสองคนมาด้วย ครั้งนี้ความรู้สึกที่เมืองประหลาดมอบให้เฉินเฟยไม่รุนแรงเท่าครั้งก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 415 ความมั่นใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว