เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 395 ระเบิด

ตอนที่ 395 ระเบิด

ตอนที่ 395 ระเบิด


ยอดเขาหลักหอกระบี่หวนคืนค่อยๆสงบลงหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ซุยเหวินกงถือกระบี่ยาวถอยหลังไปหลายก้าว

คนอื่นมองซุยเหวินกงอย่างกังวล ไม่มีใครหยุดการโจมตีเมื่อครู่ได้นอกจากซุยเหวินกง แม้เพิ่มพลังด้วยค่ายกลแล้วแต่ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม

การเผชิญการโจมตีเมื่อครู่ต้องใช้ความกล้าอย่างมาก หากไม่ระวังจะถึงตาย

“ข้าไม่เป็นไร!” ซุยเหวินกงพูดน้ำเสียงทุ้มลึก

คนอื่นถอนหายโล่งอกเมื่อได้ยินคำพูดของซุยเหวินกง ซิงซินเจาเหลือบมองแขนซุยเหวินกงซึ่งสั่นเล็กน้อย แม้ซุยเหวินกงพยายามควบคุมมันแต่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้

การโจมตีของระดับขัดเกลาทวารสูงสุดป้องกันง่ายขนาดนั้นได้อย่างไร ครั้งนี้นับว่าโชคดีที่แขนซุยเหวินกงบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

หากอยู่นอกประตูภูเขาคงไม่มีใครรอดจากการโจมตีนี้ แม้กระทั่งซุยเหวินกงเองก็ตาม

ขณะที่ซุยเหวินกงกำลังจะพูด สายตาพลันเปลี่ยนไปมองข้างหน้า ความรู้สึกถึงวิกฤตปรากฏขึ้นอีกครั้ง การโจมตีของอีกฝ่ายยังมาจากระยะไกล

ไม่เพียงซุยเหวินกงที่รับรู้ได้ เนื่องจากค่ายกลเชื่อมโยงลมปราณทุกคน คนอื่นจึงรับรู้ถึงสิ่งที่ซุยเหวินกงรับรู้ได้เช่นกัน

ลูกธนูเมื่อครู่สร้างความเสียหายแก่ค่ายกลหอกระบี่หวนคืนอย่างมาก หากโดนโจมตีแบบนั้นอีกซุยเหวินกงจะป้องกันได้ยากขึ้น

ลูกธนูดอกต่อไปจะสร้างความเสียหายแก่ค่ายกลมากกว่าเดิม ภายใต้วงจรอุบาทว์นี้ ลูกธนูดอกที่สามจะทำให้ซุยเหวินกงบาดเจ็บและทำลายค่ายกลยอดเขาหลัก

ค่ายกลหอกระบี่หวนคืนนั้นไม่เลว แต่สุดท้ายมันถูกใช้เพื่อป้องกันระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายเท่านั้น การป้องกันเป็นเรื่องยากยิ่งเมื่อเป็นระดับขัดเกลาทวารสูงสุด

หากซิงซินเจาไม่บาดเจ็บ การรวมพลังระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคนพอมีโอกาสป้องกันการโจมตีของระดับขัดเกลาทวารสูงสุด แต่น่าเสียดายที่ซิงซินเจาบาดเจ็บ ซุยเหวินกงตัวคนเดียวจึงไม่ไหว

“เมื่อครู่ลมปราณวูบไหว เหมือนของเด็กที่ขโมยวิชายุทธ์เมื่อครั้งก่อน” ซุยเหวินกงหันไปมองซิงซินเจา

“ใช่ แต่ในเวลานั้นการบ่มเพาะของเด็กนั่นอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง” ซิงซินเจาขมวดคิ้ว

หากตอนนั้นเฉินเฟยร่วมมือกับฉวีชิงเซิงและโจวจื่อซุนซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ซิงซินเจาจะไม่มีทางหนีรอดแม้ทำลายจุดทวารทั้งหมด

เพิ่งผ่านไปเพียงครึ่งปี ไม่ว่าการบ่มเพาะก้าวหน้าเพียงใดก็ไม่มีเหตุผลที่จะทะยานไปสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

“เว้นแต่อีกฝ่ายสะสมพลังเป็นเวลานานสำหรับการโจมตีนี้!” ดวงตาซุยเหวินกงเป็นประกาย

นึกย้อนกลับไปตอนรับรู้ถึงวิกฤตครั้งแรกจนกระทั่งเกิดการโจมตี ช่วงเวลาระหว่างนี้นานพอควน เพียงแค่ไม่รู้ว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางใช้การโจมตีแบบนี้ได้อย่างไร

แต่ตราบใดที่ไม่ให้อีกฝ่ายสะสมพลัง ปัญหาครึ่งหนึ่งจะได้รับการแก้ไข

ปัญหาคือตอนนี้เฉินเฟยสามารถโจมตีพวกเขาจากระยะไกล แต่พวกเขาไม่มีวิธีโจมตีเฉินเฟยจากระยะไกล หากต้องการทำลายการสะสมพลังของเฉินเฟยจะต้องรีบไปหา

แต่วิธีนี้เป็นการทิ้งข้อได้เปรียบของค่ายกลประตูภูเขา

“ไม่มีทางที่ทั้งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมาที่นี่ ไปหามันด้วยกันเถอะ เจ้ากับข้าดึงตัวฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนไว้ ให้คนอื่นสังหารส่วนที่เหลือ!” ซิงซินเจาพูด

ตามหลักเหตุผลท่าแบบนี้ต้องสะสมพลัง พลังโจมตีจึงสามารถไปถึงระดับขัดเกลาทวารสูงสุด มันควรใช้ต่อเนื่องได้ยากหรืออาจเป็นท่าใช้ครั้งเดียวเพื่อให้ตายทั้งสองฝ่าย

แต่ซุยเหวินกงกับซิงซินเจาไม่กล้าเดิมพัน ท้ายที่สุดหากการโจมตีนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง ค่ายกลส่วนใหญ่จะถูกทำลายและซุยเหวินได้รับบาดเจ็บ ในเวลานั้นพลังต่อสู้โดยรวมจะลดลง

ท้ายที่สุดในขณะนี้ลมปราณในระยะไกลกำลังเพิ่มขึ้น มันไม่เหมือนเป็นการหลอกลวง หากพวกเขาถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องเพราะระวังเกินไป พวกเขาอาจไม่มีพลังป้องกันด้วยซ้ำ

โดยปกติแล้วท่าโจมตีระดับขัดเกลาทวารสูงสุดไม่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง แต่หากมีอาวุธวิญญาณระดับสูงที่ทรงพลังก็เป็นไปได้ที่จะทำ

อาวุธวิญญาณระดับสูง? ดูแล้วเป็นไปได้!

“ไป!”

ซุยเหวินกงตะโกน ร่างกายวูบไหวรีบวิ่งออกไปก่อน นอกจากคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังคอยควบคุมค่ายกล ผู้อาวุโสคนอื่นล้วนตามหลังไป

ห่างออกไปไม่กี่ลี้ เฉินเฟยถือธนู สายฟ้าเล่นผ่าน แรงกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ธนูกับลูกธนูแตกสลายด้วยการโจมตีครั้งเดียว เฉินเฟยรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว ดังนั้นก่อนจะมาที่นี่จึงซื้อธนูเหล็กเนื้อดีนับสิบจากเมืองซีหยุน

ธนูกับลูกธนูระดับวิญญาณหาซื้อไม่ง่าย แต่ธนูเหล็กเนื้อดีแบบนี้มีให้ซื้อมากมาย การยิงธนูจะทำลายธนู เฉินเฟยไม่รู้สึกลำบากใจกับเรื่องนี้เลยเลย

เฉินเฟยเคยคิดซื้อธนูและลูกธนูที่เป็นอาวุธวิญญาณ แต่การโจมตีนี้มีพลังระเบิดรุนแรงเกินไป แม้ธนูวิญญาณระดับต่ำสามารถรองรับมันได้ แต่พอใช้แล้ววิญญาณของมันจะเสียหายทันที

ความเสียหายนี้ไม่สามารถฟื้นฟูและสร้างความเสียหายให้ธนูวิญญาณถาวร หลังใช้ไม่กี่ครั้งวิญญาณอาจหมดลงและกลายเป็นธนูกับลูกธนูธรรมดา

ธนูวิญญาณระดับต่ำสนับสนุนการยิงสายฟ้าน้อยนิดแต่เสียหายหลังใช้งานเพียงครั้งเดียว หลังพิจารณาแล้วเฉินเฟยตัดสินใจใช้ธนูเหล็กธรรมดา

เส้นสายฟ้าปริแตก สายฟ้านับไม่ถ้วนแล่นรอบตัวเฉินเฟยเหมือนอำนาจสวรรค์

พลังบนลูกธนูเพิ่มขึ้นทีละน้อย เมื่อเทียบกับเมื่อครู่เฉินเฟยเชี่ยวชาญรายละเอียดบางอย่าง ในขณะนี้ความเร็วของการสะสมพลังเพิ่มขึ้นมาก

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปทันใด เขาเห็นจุดดำในระยะไกลกำลังพุ่งมาทางนี้

ดวงตาเฉินเฟยหรี่ลง จุดดำในระยะไกลถูกดึงเข้ามาใกล้ นั่นเป็นสมาชิกหอกระบี่หวนคืน

เฉินเฟยจ้องมองและพบว่าผู้อาวุโสหอกระบี่หวนคืนออกมาเกือบทั้งหมด ลูกธนูเมื่อครู่คงทำให้หอกระบี่หวนคืนเจ็บปวดไม่น้อย

ที่สำคัญคือมันน่าอึดอัดเกินไปที่โดนโจมตีแล้วไม่สามารถสู้กลับได้

เฉินเฟยเผยรอยยิ้ม ปรับทิศทางธนูหันไปหาสมาชิกหอกระบี่หวนคืนที่กำลังวิ่งมา

“กระจายตัว!”

ซุยเหวินกงด้านหน้ารู้สึกใจสั่น สีหน้าเปลี่ยนไปทันที ตะโกนบอกครั้งหนึ่ง ร่างซุยเหวินกงเริ่มวูบไหว

คนอื่นกระจายตัวออกไปโดยไม่ลังเลเมื่อได้ยินเสียงซุยเหวินกง ทุกคนเริ่มใช้ท่าร่างเพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าหมาย

เฉินเฟยถือธนูและสัมผัสรับรู้อยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเล็งไปที่ยอดเขาหลักหอกระบี่หวนคืนเหมือนเดิม

เป็นเรื่องยากที่จะโจมตีคนด้วยการยิงสายฟ้าในสภาวะสูงสุด เพราะการควบคุมลูกธนูของเฉินเฟยอ่อนด้อยลงมาก

พลังเกือบทั้งหมดถูกใช้ไปในการปรับพลังลูกธนูให้สมดุลเพื่อไม่ให้มันระเบิดในก่อนโดนเป้าหมาย

การโจมตีที่อยู่เหนือความแข็งแกร่งของตัวเองแบบนี้มีข้อเสียเช่นกัน

แต่เฉินเฟยคาดการณ์ข้อเสียนี้แล้ว

สมาชิกหอกระบี่หวนคืนโล่งใจเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้โดนเล็งเป้า ท้ายที่สุดการตกเป็นเป้าหมายการโจมตีนี้ เพียงนึกถึงภาพที่เห็นบนยอดเขาหลักก็ทำให้ขนลุกสู่

หากหลบไม่ได้ ผลคือต้องโดนระเบิดเละอยู่ตรงนั้นแน่นอน

แม้กระทั่งเฉียดผ่านอาจจบลงด้วยการบาดเจ็บสาหัส

เฉินเฟยเพิกเฉยสมาชิกหอกระบี่หวนคืนและสะสมพลังต่อไป พอรับรู้ว่าพลังในลูกธนูถึงจุดสูงสุดแล้วจึงปล่อยมือไป

“ฟู่วว!”

เมฆคลื่นกระแทกอีกก้อนปรากฏด้านหลังเฉินเฟย พลังมหาศาลทำให้จุดที่เฉินเฟยยืนอยู่เกิดรอยแตกนับไม่ถ้วน

รอยแตกขนาดใหญ่ไหลผ่านบริเวณโดยรอบราวกับครู่ต่อไปหินใต้เท้าจะพังทลาย

ยอดเขาหลักหอกระบี่หวนคืน หยวนหนานหยุนด้านหลังซึ่งเป็นผู้ควบคุมค่ายกลรู้สึกใจสั่นฉับพลัน เขาเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณและเห็นแท่งสายฟ้าพุ่งมาหาจากระยะไกล

หยวนหนานหยุนตกใจกลัวจนวิญญาณเกือบหลุดออกจากร่าง เขาต้องการหลบหนีแต่พบว่ามันสายไปแล้ว

เดิมทีหยวนหนานหยุนคิดว่าการอยู่บนยอดเขาหลักปลอดภัยกว่า ท้ายที่สุดด้วยการโจมตีที่ทรงพลังแบบนั้น ไม่มีเหตุผลต้องสู้อยู่ในค่ายกล การหาผู้โจมตีเป็นสิ่งสำคัญกว่า

ผลคือหยวนหนานหยุนคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะโจมตีอย่างไร้เหตุผลและเสียการโจมตีนี้ไปกับค่ายกลหอกระบี่หวนคืนอย่างไร้ประโยชน์

“ตู้ม!”

ค่ายกลหอกระบี่หวนคืนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ม่านพลังกระพริบ หยวนหนานหยุนในค่ายกลมีเลือดออกเจ็ดทวาร

ก่อนหน้านี้ที่ซุยเหวินกงป้องกัน เขาป้องกันครึ่งหนึ่งด้วยค่ายกลและป้องกันอีกครึ่งหนึ่งด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นหากใช้ค่ายกลป้องกันทั้งหมด ค่ายกลต้องพังทลายแน่นอน

แต่หยวนหนานหยุนเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น ตอนนี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้อาวุโสคนอื่นจึงไม่สามารถไปถึงขั้นป้องกันลูกธนูด้วยตัวเอง ดังนั้นทำได้เพียงปล่อยให้ค่ายกลแบกรับทุกอย่าง

“แกรกแกรกแกรก!”

ม่านพลังเกิดเสียงแตกร้าวอย่างกะทันหัน ช่วงเวลาต่อมาค่ายกลป้องกันแตกสลาย หยวนหนานหยุนพ่นเลือดออกมาเต็มปากแล้วล้มลงพื้นอย่างอิดโรย

พลังที่เหลืออยู่ของลูกธนูเจาะทะลวงยอดเขาหลักทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่จนสั่นสะเทือนไปทั้งภูเขา

ลูกศิษย์หอกระบี่หวนคืนมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างว่างเปล่า ครู่ต่อมาทุกคนเริ่มวิ่งหนีไปทุกทิศทุกทางอย่างโกลาหล เมื่อเผชิญกับพลังแบบนี้ระดับปรับแต่งร่างกายไม่มีพลังต่อต้านเลย

สิ่งนี้เป็นเรื่องจริงไม่ว่าจะเป็นระดับหลอมกระดูกหรือระดับขัดเกลาทอวัยวะภายใน

ซุยเหวินกงกับคนอื่นที่วิ่งออกไปรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของยอดเขาหลักในสำนัก ใบหน้าพวกเขามืดมนและจ้องมองเฉินเฟยอย่างโกรธแค้น

ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างกันไม่กี่ร้อยหมี่

เมื่อมาถึงที่นี่ ซุยเหวินกงกับซิงซินเจาไม่รู้สึกถึงลมปราณคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวรวมทั้งฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนด้วย

ในระยะไกลมีเฉินเฟยเพียงคนเดียว

“สู้จื่อ ตายซะ!” ซิงซินเจาพูดเสียงเข้ม

“ฆ่า!” ผู้อาวุโสหอกระบี่หวนคืนพูดเสียงดัง

ธนูในมือของเฉินเฟยกลายเป็นเถ้าลอยไป ธนูเหล็กเนื้อดีอันใหม่บนพื้นลอยเข้ามือเฉินเฟย วางลูกธนูแล้วง้างสาย เสียงสายฟ้าดังขึ้น ลูกธนูกลายเป็นสายฟ้าดำพุ่งไปหาผู้อาวุโสหอกระบี่หวนคืนคนหนึ่ง

สำหรับการยิงสายฟ้าสภาวะสูงสุด เฉินเฟยต้องสะสมพลังจึงสามารถโจมตีได้ใกล้เคียงกับระดับขัดเกลาทวารสูงสุด

แต่สำหรับการยิงสายฟ้าธรรมดา เฉินเฟยไม่จำเป็นต้องสะสมพลัง กระบี่มหาฟ้าคำรามระดับรู้แจ้งสามารถทำสิ่งนี้ได้ง่ายดาย

การบ่มเพาะของเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ทุกการโจมตีล้วนเป็นของระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย การใช้ธนูกับลูกธนูทำให้เฉินเฟยโจมตีจากระยะไกลได้เท่านั้น

“ปัง!”

เสียงปะทุดังขึ้น ผู้อาวุโสหอกระบี่หวนคืนที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาโดนลูกธนูดอกนี้ระเบิดเป็นหมอกเลือด!

จบบทที่ ตอนที่ 395 ระเบิด

คัดลอกลิงก์แล้ว